แชร์

Chapter 6 Moonlit bar

ผู้เขียน: แมวสีเขรอะ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-20 21:15:01

การประชุมสรุปงานของแต่ละทีม กำลังจะเริ่มขึ้นในช่วง 4 โมงเย็นของทุกวันศุกร์สิ้นเดือน ซึ่งหัวหน้าของแต่ละทีม จะเป็นคนคอยรายงานถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ให้กับพนักงานระดับสูงฟัง รวมถึงความคืบหน้าว่าดำเนินไปจนถึงขั้นตอนไหนแล้ว

            “ตอนนี้โปรเจกต์ในมือของทีมลันตามีอยู่สองโปรเจกต์ค่ะ”

“สามค่ะพี่ลันตา” กระต่ายกระซิบเบาๆ พร้อมชูสามนิ้วบอกหัวหน้า

“อ้อ!! สะ...สามค่ะ ขอโทษที” ความประหม่าทำให้ลันตาเอ่ยติดขัด พร้อมกับพยายามส่งสัญญาณทางสายตาให้กระต่ายรีบเข้าช่วยเหลือ

“แล้วตอนนี้มีติดปัญหาอะไรอยู่บ้างไหมครับ?” คุณบอสสุดหล่อว่าอย่างสุขุม พร้อมด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

เขามักจะดูเป็นคนใจเย็นอยู่เสมอ แต่ก็นั่นแหละท่าทางที่ยิ่งทำให้เหล่าพนักงานหลายคนเกรงใจมากขึ้น

“ตอนนี้...ยังไม่มีนะคะ” ลันตายังคงมีท่าทางลุกลี้ลุกลน พูดจาติดขัด ราวกับไปทำอะไรผิดมาเสียอย่างนั้น

กระต่ายรีบส่ายหน้าให้ผู้เป็นหัวหน้าทันที ก็เพราะมีบางงานที่ตอนนี้ มันไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ลันตาเข้าใจอยู่นี่นะ

และถ้าหากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ก็ต้องตอนประชุมรวมนี่แหละ เป็นโอกาสดีสุดแล้ว เธอจึงตัดสินใจ พลางพยักหน้าให้กับหัวหน้าเป็นเชิงขออนุญาต

“เอ่อ...ขอโทษค่ะบอส คือมีรายละเอียดของบางโปรเจกต์ยังไม่ครบถ้วนดี อาจต้องรอคอนเฟิร์มจากอีกหลายฝ่าย ตอนนี้ทางทีมจึงทำได้แค่ร่างโครงสร้างของโปรแกรมรอไว้เท่านั้น”

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฝากคุณจอยตามให้คุณกระต่ายทีนะครับ”

เป็นหนึ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้มละมุน ที่ทำให้หัวใจสาวๆ ในห้องประชุมแทบหลอมละลายกันไปเป็นแถวๆ มีเพียงกระต่ายละมั้ง ที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ขอบคุณค่ะ”

“แล้วงานของคุณขวัญเป็นยังไงบ้าง?”

“โอเคดีค่ะ” ยังไม่ทันที่กระต่ายจะอ้าปากเอ่ยอะไร ก็ถูกลันตารีบพูดแทรกขึ้นทันที

เพราะหลังจากที่กระต่ายพูดจบ ลันตาก็ถูกสายตาจากทุกคนในห้องเพ่งเล็งอยู่อย่างสบประมาท เธอรู้สึกเสียหน้านิดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก

และเมื่อได้โอกาส เธอจึงต้องรีบคว้ามันเอาไว้ โดยที่ไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีก่อนว่า สิ่งที่เพิ่งพูดออกไปนั้น มันถูกต้องแล้วหรือไม่?

“จอยคุยเรื่องกำหนดการส่งงานไปแล้วไม่ใช่เหรอคะคุณลันตา ทำไมถึงยังต้องโทรไปคอนเฟิร์มกับทางนั้นอีก” เลขาจอยแกล้งเอ่ยเปิดประเด็น

“อ๋อ...ไม่มีอะไรค่ะพี่จอย กระต่ายแค่โทรไปสอบถามรายละเอียดอื่นๆ ด้วยนิดหน่อย จึงถือโอกาสคอนเฟิร์มเรื่องระยะเวลาไปอีกครั้งก็เท่านั้น”

กระต่ายรีบออกตัวแทนทันที เพราะกลัวว่าหัวหน้าที่เธอรักจะโดนว่า และจากนั้นเลขาจอยก็ไม่สามารถออกความเห็นใดต่อได้อีกเลย เธอทำเพียงส่งสายตาดุดันให้กระต่ายอย่างรู้ทัน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก ที่กระต่ายจะแก้ตัวแทนหัวหน้าของเธอ มันกลายเป็นเรื่องชินตาไปเสียแล้ว จนคนอื่นๆ ต่างก็เอือมกันไปหมด

ช่วงค่ำของวัน พนักงานหลายคนเริ่มทยอยเก็บกระเป๋ากลับบ้านกันแล้ว แก๊งเด็กชายก็พากันไปสังสรรค์ต่อในช่วงเย็นวันนี้ เหลือเพียงแค่กระต่ายที่ยังคงนั่งทำงานอยู่อย่างขะมักเขม้น ไม่มีท่าทีเหนื่อยล้าแต่อย่างใด

“ทำอะไรอยู่กระต่ายน้อย กลับบ้านกัน” เลขาจอยทักขึ้นทันที เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเพื่อนร่วมงานยังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่

“อีกแป๊บก็จะกลับแล้วค่ะพี่จอย” เธอแวบไปตอบและส่งยิ้มให้เพื่อนรุ่นพี่หนึ่งครั้ง ก่อนจะหันกลับมาโฟกัสที่หน้าจอคอมฯ ตรงหน้าต่อ

“ไหนทำอะไรอยู่ ดูหน่อยซิ”

“สรุปการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาค่ะ เหลืออีกนิดหน่อยเอง”

“รายงานที่คุณหัวหน้าสุดที่รักของเธอ จะใช้ประชุมในวันพรุ่งนี้ใช่ไหม?”

กระต่ายพยักหน้าให้แทนคำตอบ โดยที่มือเล็กยังคงง่วนอยู่ที่แป้นพิมพ์

“พอๆ ประชุมพรุ่งนี้จะถูกยกเลิกในตอนเช้า ที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นบ้างเถอะ”

เลขาสาวรีบกดปิดหน้าจออย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกวาดข้าวของบนโต๊ะลงกระเป๋าสะพายให้เธอทันที

มือเล็กฉุดจูงน้องสาวให้ลุกขึ้น พร้อมด้วยสายตาดุดัน ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อแล้วเสียให้ได้

กระต่ายได้แต่หัวเราะแห้งๆ อย่างอ่อนใจ เพราะที่จริงงานนั้นก็เหลืออีกแค่นิดเดียวเอง เธอรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงกันหมด แต่เรื่องแค่นี้สำหรับเธอ มันสบายมากเลย...จริงๆ นะ

“นี่เราจะไปไหนกันเหรอคะพี่จอย?” น้องสาวที่ยังคงเดินตามมาต้อยๆ ไม่มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใดจากการถูกกักกุม

“อ้อ...โทษที พี่โมโหน่ะ เห็นกระต่ายชอบใจดีกับคนแบบนั้น พวกแก๊งเด็กชายบอกพี่หมดแล้วนะ”

“อย่าไปว่าพี่ลันตาเธอเลยค่ะ ถ้าวันไหนกระต่ายไม่ไหว จะรีบบอกทุกคนทันทีเลย ขอบคุณมากนะคะพี่สาวที่เป็นห่วง” กระต่ายเอ่ยเสียงหวานพร้อมกับทำหน้าตาน่ารักออกไป เผื่อว่าทางนั้นจะใจเย็นลงได้บ้าง

“ไม่รู้แหละ ไปกินข้าวกับพี่เลย งั้นเราไปร้านเมเปิลกัน”

กระต่ายไม่ตอบอะไร เธอทำได้แค่เพียงส่งยิ้มจางๆ ให้ นาทีนี้คงขัดใจอะไรพี่สาวไม่ได้อยู่แล้ว ก็เธอกำลังหิวนี่นะ มีหวังได้โดนกินหัวแทนแน่ๆ

@Moonlit bar

บาร์ขนาดกลางในย่านลับ แหล่งมัดรวมคนเหงาไว้ด้วยกัน ท่ามกลางแสงสีเสียงที่คละคลุ้ง พร้อมบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความผ่อนคลาย และยังมีเครื่องดื่มหลากหลายให้ได้เลือกสรร อีกทั้งยังมีการแสดงดนตรีสดให้ได้ฟังกันทุกวัน

ไม่เพียงเท่านั้น ที่ชั้นสองยังมีร้านอาหารเล็กๆ เป็นคอร์สอาหารง่ายๆ ให้พอได้ทานอิ่มท้อง ไว้บริการอีกด้วย

ที่โต๊ะบาร์หินอ่อนสีดำสนิท ด้านหลังมีบาร์เทนเดอร์หนุ่มสุดหล่อไว้คอยบริการชงเครื่องดื่มให้ วันนี้เขาจัดเมนูเบาๆ รสหวานทานง่ายให้สองสาว ที่กำลังนั่งชิลกันอยู่ตรงบริเวณนั้น

“เมเปิลไปไหนเหรอแซน?” กระต่ายถามขึ้นถึงเพื่อนสาวคนสวยของเธอ

“กำลังมาน่ะ”

“รบกวนสั่งอาหารให้พี่หน่อยได้ไหมสุดหล่อ หิวและโมโหมาก” เลขาจอยลากยาวตรงคำว่ามาก ก่อนจะวางกระเป๋าสะพายใบสวยลงด้านข้าง

“ได้ครับ...ว่าแต่ใครกัน ที่ทำให้พี่คนสวย เกรี้ยวกราดได้ขนาดนี้”

เธอไม่ได้เอ่ยตอบอะไร แต่ใช้สายตาคมชี้ไปเป็นคำตอบให้แทน เมื่อแซนเห็นก็เข้าใจได้ในทันที แต่ทางกระต่ายกลับยังคงส่งยิ้มหวานเข้าสู้ ราวกับไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด

ไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟตรงหน้าของสาวสวย เธอรีบรับประทานทันทีในตอนที่มันยังร้อนๆ ด้วยความหอมและรสสัมผัสที่ดีเยี่ยม คงทำให้เธออารมณ์เย็นลงได้บ้าง

“สวัสดีค่ะซิสจอย” สาวร่างบางในชุดเดรสสั้นเกาะอกวิบวับสุดเซ็กซี่ เธอเอ่ยทักทายมาตั้งแต่ไกล ใครต่อใครก็จำเสียงของเธอได้อยู่แล้ว

‘เมเปิล’ หญิงสาวใบหน้าคม รูปร่างดี ขายาวเรียว เอวบาง หน้าอกหน้าใจก็มีให้ได้เห็นพอดิบพอดี เธอคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของกระต่าย

ทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน รวมถึงเลขาจอยด้วย เห็นได้ว่าทุกคนรู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้ว

“คิดถึงซิสจังเลยค่ะ ไม่ค่อยได้เจอเลย งานยุ่งเหรอคะ?” เธอเข้ามาก่อนจะโผกอดพี่สาวหลวมๆ ด้วยความคิดถึง

“นิดหน่อยจ้ะ แล้วเมเปิลสบายดีนะ?”

“ค่ะ สบายดี เชิญตามสบายเลยนะคะ”

เมื่อทักทายจบ สาวเดรสดำก็เดินอ้อมเข้าไปยืนแนบชิดข้างบาร์เทนเดอร์หนุ่ม โดยมีมือหนาของเขาสวมโอบเข้าที่เอวบางทันทีอย่างหวงแหน

เมเปิลยกยิ้มละมุนให้ ก่อนจะยื่นหน้าไปจุ๊บเบาๆ ที่แก้มนิ่มของคนข้างๆ หนึ่งที อย่างไม่คิดจะแคร์สายตาจากประชาชนสองท่าน ที่นั่งอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์เลย

“เพื่อนรักก็นั่งอยู่ตรงนี้ ทักทายกันสักนิดก็ดีนะ”

“ไม่อ่ะ อย่าอิจฉาได้ไหม? คนโสด!!” เมเปิลพูดเย้าแหย่เล่นขำๆ คนโสดที่ว่าจึงได้แต่เบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็ผุดรอยยิ้มออกมาอยู่ดี

“หาแฟนสิ ไม่เหงาเหรอ?”

“พะ...พูดอะไรของพี่จอยคะ กระต่ายไม่ได้เหงาขนาดนั้น แค่งานก็วุ่นวายจะแย่แล้วนะ” เธอว่าพลางยกแก้วใบสวยที่ตั้งอยู่ด้านข้างขึ้นจิบแก้เขิน

“ก็บอสสุดหล่อของแกไง เขาไม่มีท่าทีสนใจแกบ้างเลยเหรอ?”

“โอ๊ย!! รายนั้นอ่ะนะ ขี้หยอดไปวันๆ ฉันไม่เห็นเขาจะจริงจังกับใครสักคน” คำพูดนี้ทำเอาเลขาจอยพยักพเยิดหน้าอย่างเห็นด้วยในทันที มันจริงที่สุดเลย

“แล้ว...กระต่ายไม่ชอบใครบ้างเลยเหรอ หรือแบบมีรักแรกที่ลืมไม่ได้ อะไรทำนองนั้นบ้างไหม?”

“อืม!! พี่จอยพูดขึ้นมาแบบนี้ก็ดีเลยค่ะ”

กระต่ายยังไม่ทันได้อ้าปากตอบอะไร ก็ถูกเสียงเล็กจากเพื่อนรักพูดแทรกขึ้นไปเสียก่อน

“ยังไงๆ เล่าเดี๋ยวนี้!!”

“ตอนเรียนกระต่ายเคยแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งอยู่ แต่เมเปิลจำไม่ค่อยได้หรอกนะคะ จำได้แค่ว่ายัยนี่คลั่งเขามาก” เมเปิลเล่าด้วยอินเนอร์ตัวแม่ แถมลากยาวตรงคำว่ามาก แบบกอไก่ล้านตัวได้เลย

“ใครกันนะ ที่ทำให้น้องสาวของพี่คลั่ง?” จอยเอ่ยทีเล่นทีจริง ราวกับว่าเธอรู้อะไรบางอย่าง แต่ไม่อยากพูดออกมา

สายตาทุกคู่ต่างพากันจับจ้องไปที่กระต่าย จนเธอต้องแสดงอาการลุกลี้ลุกลนอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะส่ายหน้าและยกแก้วขึ้นจิบเรื่อยๆ เพื่อปิดบังอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ แทนการตอบคำถามนั้น

ดวงตากลมเหม่อลอยครุ่นคิดถึงคนที่ว่า จนเผลอพึมพำออกมาเป็นชื่อของเขาเบาๆ ราวกับว่ามันเป็นเสียงในหัว แต่ดันถูกเอ่ยออกมาจริงเสียได้

“พี่ปรินซ์!!”

“ใครนะแก?”

“อ้อ...เอ่อ...ไม่มีอะไรๆ มาดื่มกันเถอะ”

ด้วยความที่เสียงเพลงด้านในร้านค่อนข้างดัง จึงไม่ได้มีใครสนใจคำพูดเมื่อครู่ของกระต่าย ก่อนที่สามสาวจะพากันชนแก้วและยกดื่มจนเกลี้ยง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Special#4 แอปเปิลที่ไม่ได้อาบยาพิษ

    เงาของสองร่างที่กำลังโอบกอดกัน สะท้อนลงบนผืนทะเลสาบตรงหน้า และมันสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกจากความระยิบระยับของแสงอาทิตย์ในยามเย็น ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้าไป หลังจากที่ปรินซ์และกระต่ายแต่งงานกัน พวกเขาก็ได้รับตั๋วบินไปฮันนีมูน ที่สามารถเลือกได้เลยว่าจะไปที่ไหนจะจากใครน่ะเหรอ? ก็ต้องจากท่านรองประธานบริษัทสุดหล่อน่ะสิ แถมยังให้สามารถลาพักผ่อนกันได้ยาวๆ ไปอีกด้วย“สวยจังนะคะ”“ใช่ สวยมาก”“วิวข้างหน้าเหรอคะ?”“ใช่ที่ไหน ก็ต้องภรรยาคนสวยของพี่สิครับ”มือหนาค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก ก่อนจะหมุนร่างเล็กของคนรักให้หันหน้ามาหากันเธอเบ้ปากให้ พร้อมด้วยรอยยิ้มกวนๆ จนเขาทนไม่ไหว ต้องก้มลงมาแกล้งเธอกลับบ้าง ด้วยการหอมแก้มซ้ายขวารัวๆ“เฮ้!! พี่ปรินซ์”เสียงหัวเราะคิกคักของคู่สามีภรรยาต้องชะงักไป เมื่อถูกแทรกเข้ามาด้วยเสียงเล็กจากใครคนหนึ่งภาพเด็กน้อยผมแดงที่คุ้นเคย ตอนนี้กลับกลายเป็นเด็กสาววัยรุ่นเต็มวัย แต่

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Special#3 ช่วงเวลาที่มีแค่ฉันและเธอตลอดไป

    แสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นในยามค่ำคืน ที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องล่าง เมื่อมองจากหน้ากระจกชั้น 36 ของคอนโดฯ หรู ร่างสูงโอบกอดคนตัวเล็กจากด้านหลัง พลางชมวิวมหานครยามค่ำคืนไปด้วยกัน พร้อมกับบรรยากาศเย็นยะเยือกจากแอร์คอนดิชันเนอร์อุณหภูมิ 18 องศา ที่ไม่รู้ว่าเขาจะเปิดต่ำขนาดนั้นไปทำไม “สวยจังนะคะ” “ใช่ครับสวยมาก” เขาเอ่ยกระซิบข้างหูอย่างแผ่วเบา“กระต่ายเหรอคะ?”“พี่หมายถึงวิวข้างล่างน่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเธอ แต่คนตัวเล็กนี่สิ ถึงกับตวัดหางตามาหากันเลยทีเดียว“ล้อเล่นน่ะ ก็ต้องเป็นแฟนพี่สิครับ สวยที่สุดในโลกเลย” คำพูดเยินยอนั่นทำให้เธอยิ้มกว้าง ก่อนเขาจะฝังปลายจมูกลงที่กลุ่มผมนุ่มอย่างแผ่วเบา“ขอบคุณนะครับ ที่เข้ามาในชีวิตพี่”“พี่ปรินซ์ต่าง

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Special#2 พ่อ แม่ ครอบครัว

    Happy New Year!! “กระเช้าผลไม้ รังนก ดอกไม้ โอเคครบ!!” ร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีขาว เธอกำลังยืนตรวจสอบความเรียบร้อยของของขวัญ ที่จะนำไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านครอบครัวแฟน และนี่เป็นครั้งแรกเลย ที่กระต่ายจะได้พบกับคุณพ่อของปรินซ์ อุ๊ย!! มือหนาสวมเข้ากอดที่เอวเล็กจากด้านหลัง จนคนถูกกอดสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความตกใจ พลางตีมือที่แขนเขาเบาๆ หนึ่งทีเป็นการทำโทษไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่กอดกัน แต่เธอก็ยังไม่ชินมันสักที ยังคงเขินอายทุกครั้งอยู่ร่ำไป“ตกใจหมดเลยนะคะ” คนถูกดุไม่มีท่าทีสลด แถมยังขโมยหอมแก้มฟ่อดใหญ่ไปอีกหนึ่งที“เตรียมของเยอะแยะเลยนะครับ” ร่างสูงคลายกอดออก ก่อนจะเข้ามาช่วยสอดส่องดูความ

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Special#1 ใจเย็นสิคะคนดี

    ที่นอนนุ่มยวบลงเล็กน้อย เมื่อมือหนากำลังวางร่างเล็กลงอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะยื่นใบหน้าไปจุมพิตเบาๆ ที่แก้มใสแววตาหวานจ้องมองที่เขาอย่างไม่ลดละ ในระหว่างที่คนถูกมองกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าส่วนบนออก เขาส่งสายตาหวานละมุนกลับมาให้เช่นกัน ราวกับกำลังหว่านล้อมให้คนตรงนั้นหลงใหลไปเรื่อยๆแผ่นอกกว้างกับกล้ามหน้าท้องบางๆ ทำให้ใจของคนที่นอนมองอยู่สั่นไหวจนเผลอกลืนน้ำลายซ้ำๆ ก่อนที่เขาจะโน้มกายลงมาคร่อมทาบร่างบางเอาไว้ปรินซ์รั้งมือเล็กมาจูบเบาๆ อย่างทะนุถนอมด้วยความหวงแหน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาไปแนบริมฝีปากอบอุ่นที่คนรักต่อรสจูบเร่าร้อนดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งปลายลิ้นที่กำลังตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี มือหนาก็เช่นกัน ข้างหนึ่งยกขึ้นประคองใบหน้าเล็กที่พอดีมือเอาไว้ ในขณะที่อีกข้างก็ใช้เคล้นคลึงเนื้อนุ่มหยุ่นไปด้วยความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง จนหญิงสาวต้องร้องครางเสียงเบาในลำคอประท้วง เพราะเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออก เขาจึงผละจูบจากเธอ ก่อนจะเคลื่อนร่างกำยำลงมา และซุกไซ้ไปตามซอกคอขาวแทนมือทั้งสองจากที่เคยมีหน้าที่ของมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Chapter 44 สิ้นสุดการเดินทาง [The end]

    ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีบทสนทนาใดต่อ มีแค่เพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังไปด้วยจังหวะเดียวกันปรินซ์ใช้มือหนาเชยคางหญิงสาวตรงหน้าขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเธอจะบุบสลายพลางสบตาลึกซึ้ง แล้วเลื่อนนิ้วโป้งลงมาลูบวนเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้นมุมปากได้รูปของเขายกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะโน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ เพื่อมอบจุมพิตหวานให้เธอ หญิงสาวหลับตาพริ้ม เมื่อริมฝีปากแผ่วเบาสัมผัสกัน เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นที่กำลังเพิ่มอุณหภูมิขึ้นจากฝ่ามือของเขาเพียงครู่เดียวก็ผละออกจากกัน เขายกยิ้มละมุนส่งให้ แต่เป็นทางเธอเองที่กลับมีแววตาแปลกไปร่างบางเปลี่ยนท่าทางเป็นขึ้นไปนั่งคร่อมบนร่างสูงแทน ทำเขาตกใจจนเกร็งตัวไปบ้าง ก็เมื่อกี้ยังเมาอยู่เลยไม่ใช่หรืออย่างไรกัน?หญิงสาวที่อ่อนหวานเมื่อครู่ กำลังกลับกลายเป็นอีกมุมที่เขาไม่เคยเจอ มันแปลกใหม่แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดีเธอยกตัวชันเข่าขึ้นที่โซฟา ให้ร่างของคนตรงหน้าอยู่ใต้อาณัติ โดยมีมือหนาของเขาโอบหลังเธอเอาไว้ไม่ให้หงายไป ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปประกบจูบเขา ทั้งที่เธอตั้งใจจะให้ม

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Chapter 43 คำสารภาพ

    คนตัวเล็กที่กำลังถูกความเมาครอบงำ จนใบหน้าร้อนและขึ้นสีแดงชัดตรงบริเวณแก้ม เธอพร่ำเพ้อต่างๆ นานาออกมามากมายแต่จับใจความไม่ได้ เพราะไม่ใช่ภาษาที่โนอาห์เข้าใจ“นี่คุณครับตื่นก่อน วันนี้ผมคงไปกับคุณไม่ได้หรอกนะ”บาร์เทนเดอร์หนุ่มได้แต่โน้มตัวลงไปเรียกคนนั่งตรงกันข้ามที่กำลังไร้สติ พลางเขย่าแขนเธอไปด้วยเบาๆ เขาไม่ได้คิดว่าเธอจะเมาง่ายขนาดนี้ จึงเสิร์ฟให้ไม่หยุดหย่อนในตอนแรกทันใดนั้นก็ปรากฏร่างสูงของชายหนุ่ม ที่คาดว่าจะเป็นชาวเอเชียเหมือนกันกับเธอ กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับประคองไหล่เล็กของหญิงสาวไว้อย่างทะนุถนอม“คงไม่รบกวนหรอกครับ ผมจะพาเธอกลับเอง”“คุณ...เจ้าชายสินะครับ” โนอาห์ว่าพลางหรี่ตาลงมองเล็กๆ“คุณรู้จัก...อ๋อ!! เธอคงเล่าให้ฟังสินะครับ”“คออ่อนน่าดูเลยนะคุณผู้หญิงคนนี้” โนอาห์ว่าพร้อมกับปรายตาไปยังกองแก้วที่วางอยู่ใกล้ๆ แต่นั่นมันก็เกือบ 10 แก้วเลยนะ ไม่เมาก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละปรินซ์ได้ยิ้มแห้ง พร้อมกับจัดการค่าเสียหายทั้งหมดให้เสร็จสรรพ ก่อนจะพาร่างบางแบกข

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Chapter 10 คุ้น

    เช้าวันทำงานที่สดใสวนมาถึง กิจกรรมเดิมๆ ของสาวออฟฟิศอย่างกระต่ายน้อย ก็ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกวัน เธอมักจะเดินทางมาทำงานด้วยรถไฟฟ้าอยู่เป็นประจำ น้อยครั้งที่จะขับรถมาเอง เนื่องจากสภาพการจราจรบนท้องถนนที่ไม่ค่อยน่า

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Chapter 9 Rain talk

    @Moonlit barเสียงเพลงเบาๆ ถูกเปิดคลอให้อารมณ์เหงาๆ กำลังดี ในช่วงเวลาเย็นแบบนี้ ยังคงไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเท่าไรนัก นักดนตรีก็ยังไม่ได้ทำการแสดงแต่อย่างใด พวกเขากำลังจัดเตรียมและทดสอบอุปกรณ์ต่างๆ กันอยู่หญิงสาวในชุดทำงาน กางเกงยีนขายาวเข้ารูปกับเสื้อสีขาวตัวบางด

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   Chapter 1 ปรินซ์

    แสงไฟอบอุ่นจากหลอดไฟในห้อง ลอดผ่านม่านขนตาเข้ามา เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ขยับขึ้นทีละนิด จนสายตาพร่าเริ่มจับโฟกัสได้กลิ่นหอมของเนยลอยกรุ่นฟุ้งเตะจมูก พร้อมกับกลิ่นสเต๊กเนื้อที่ลอยตามติดมาเป็นระลอกภาพแรกที่เขาเห็น หลังถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงกระทะ คือแผ่นหลังของหญิงสาวผมบลอนด์ เธอกำลังใช้ตะหลิวกลับชิ

  • การเดินทางของกระต่ายไปดวงจันทร์   บทนำ

    “อะไรนะ มีความรักงั้นเหรอ?”เสียงตกใจเกินจริงที่ดังขึ้น มาจากยัย ‘เมเปิล’ เพื่อนคนสวยของฉัน ที่ไม่รู้ว่าจะตกใจอะไรเสียขนาดนั้นก็ความรักน่ะ...ใครก็มีกันได้ไม่ใช่หรือไง?สวัสดีฉันชื่อ ‘กระต่าย’ หรือยัยบื้อ ยัยเฉิ่ม ยัยแว่น ที่เพื่อนๆ ในคณะชอบเรียกกันอยู่เป็นประจำ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น คือลักษณะเด่นข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status