INICIAR SESIÓN
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้ไปที่เลขสอง ในขณะที่เข็มยาวกำลังจะแตะเลขสาม บ่งบอกเวลาตีสองสิบห้านาที
ท่ามกลางความมืดมิดของห้องชุดขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง มีเพียงแสงสว่างจ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่สาดส่องกระทบใบหน้าของ ‘นลิน’ หญิงสาววัย 24 ปี ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่ง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรองแสงสีฟ้าจ้องเขม็งไปยังกราฟและตัวเลขบนหน้าจอ
ไม่ใช่ตัวเลขสถิติจากงานประจำในตำแหน่งนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เธอทำอยู่ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่เป็นแดชบอร์ดสรุปยอดขายรายตอนและอีบุ๊กบนแพลตฟอร์มนิยายยอดฮิต
นลินขยับเมาส์เลื่อนดูผลงานที่เรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือดิจิทัลของเธอด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ภายใต้นามปากกา ‘ลานิน’ ที่ตอนนี้กลายเป็นชื่อที่ติดท็อปชาร์ตและมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าปกนิยายเรื่องแรกในชีวิตอย่าง ‘รักร้ายในคืนลวง’
เธอจำได้ดีว่าตอนที่กดปุ่มเปิดเรื่องครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ นั่งรีเฟรชหน้าจอทุกๆ ห้านาทีเพียงเพื่อจะพบว่ามียอดคนอ่านเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น แต่หลับสิบในวันนั้น กลับเป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจที่ต่อยอดให้เด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง มีแรงฮึดสู้ปั่นต้นฉบับจนมีผลงานเรื่องที่สอง สาม สี่ ตามมาเรื่อยๆ จนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างในวันนี้
ทว่าความสำเร็จในโลกออนไลน์มักจะสวนทางกับโลกความเป็นจริงเสมอ
นลินถอนหายใจยาว ก่อนจะสลับหน้าจอไปที่โปรแกรมพิมพ์เอกสาร หน้ากระดาษสีขาวสว่างวาบพร้อมกับเคอร์เซอร์ที่กะพริบเป็นจังหวะอยู่ที่ย่อหน้าเดิมมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว นิยายเรื่องใหม่ที่เธอกำลังแต่งกำลังเดินทางมาถึงจุดพลิกผัน แต่สมองของเธอกลับตื้อตันราวกับถูกปิดสวิตช์ เธอพยายามกดเปิดไฟล์ภาพเรฟเฟอเรนซ์หน้าปกที่เพิ่งคอมมิชชันนักวาดมา เป็นภาพสไตล์สีน้ำที่ดูนุ่มนวลและโรแมนติก หวังจะให้สีสันเหล่านั้นช่วยกระตุ้นจินตนาการ แต่สุดท้ายก็คว้าน้ำ
หญิงสาวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกแขนขึ้นบิดขี้เกียจเพื่อคลายความเมื่อยล้า เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบเป็นสัญญาณเตือนของโรคออฟฟิศซินโดรมที่กำลังคืบคลานเข้ามาในวัยเบญจเพสที่ยังมาไม่ถึงเต็มตัวด้วยซ้ำ
ความเงียบสงัดภายในห้องทำให้เธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง นลินกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องที่ว่างเปล่า มีเพียงกองเอกสาร หนังสือที่อ่านค้างไว้ และแก้วกาแฟที่เหลือแต่คราบแห้งกรัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหงาจับใจระลอกใหญ่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ
ในโลกของ ‘ลานิน’ เธอมีนักอ่านนับหมื่นคนที่คอยคอมเมนต์บอกรัก ส่งสติกเกอร์หัวใจ และรอคอยการอัปเดตตอนใหม่ของเธอในทุกๆ วัน แต่ในโลกของ ‘นลิน’ สาวออฟฟิศธรรมดาๆ คนนี้ เธอกลับไม่มีใครสักคนที่จะนั่งอยู่ข้างๆ คอยถามไถ่ว่า ‘วันนี้เหนื่อยไหม’ หรือ ‘กินข้าวหรือยัง’
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตสีเขียวดังขึ้นทำลายความเงียบ นลินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ข้างคีย์บอร์ด หน้าจอแสดงชื่อ ‘Preem’ พรีมเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยมหา’ลัย ที่ปัจจุบันทำงานเป็น HR อยู่ในบริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียง
Preem: ยังไม่นอนอีกยัยผีดิบ นี่แกกะจะปั่นงานจนวิญญาณหลุดออกจากร่างเลยหรือไงฮะ? พรุ่งนี้แกยังต้องตื่นไปทำงานนะเว้ย!
นลินหลุดขำออกมาเบาๆ กับสรรพนามที่เพื่อนเรียก พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
Nalin: รู้แล้วน่า บ่นเป็นแม่คนที่สองเลยนะแก แค่พยายามจะปิดตอนนิยายให้จบอะ แต่หัวมันตันๆ เขียนไม่ออกมาครึ่งชั่วโมงแล้ว
Preem: ก็สมควรจะตันอยู่หรอก วันๆ แกเจอใครบ้างนอกจากคนที่ทำงาน หัวหน้าที่เรื่องมากของแก กับป้าแม่บ้านที่คอยเก็บขยะ แกใช้ชีวิตวัย 24 ได้จืดชืดเป็นน้ำเปล่าลืมใส่คลอรีนมากลิน
Nalin: เว่อร์ละ ฉันก็คุยกับนักอ่านของฉันทุกวันปะ ชีวิตไม่ได้จืดชืดขนาดนั้นหรอกน่า
Preem: นักอ่านมากอดแกตอนหน้าหนาวได้ไหมล่ะ? พาแกไปกินชาบูตอนสี่ทุ่มได้ปะ? ถามจริงเถอะลิน แกโสดมาตั้งกี่ปีแล้ว สต๊อกผู้ชายก็ว่างเปล่า คนคุยก็เป็นศูนย์ เขียนนิยายรักโรแมนติกครบรส แซ่บถึงพริกถึงขิง แต่ชีวิตจริงยังไม่เคยแม้แต่จะไปเดตดีๆ กับใครเขาเลยเนี่ยนะ
ประโยคแทงใจดำของพรีมทำเอานลินถึงกับสะอึก พิมพ์ข้อความค้างไว้แล้วลบอยู่สองสามรอบ ไม่รู้จะเถียงกลับอย่างไรเพราะสิ่งที่เพื่อนพูดมามันคือความจริงทุกประการ เธอเอาแต่โฟกัสกับงานประจำและนิยายจนละทิ้งชีวิตวัยรุ่นและการมีความรักไปอย่างสิ้นเชิง
Preem: [ส่งลิงก์]
Preem: โหลดเดี๋ยวนี้! แอปนี้กำลังฮิตมากในออฟฟิศฉัน งานดีพรีเมียมเพียบ โปรไฟล์ปังๆ ทั้งนั้น ถือซะว่าไปหาเรฟเฟอเรนซ์มาเขียนคาแรกเตอร์พระเอกเรื่องใหม่ของแกก็ได้ เอ้า!
นลินมองลิงก์แอปพลิเคชันหาคู่หน้าตาสีสันสดใสที่เพื่อนส่งมาให้ด้วยความรู้สึกชั่งใจ เธอเคยได้ยินชื่อแอปนี้ผ่านหูมาบ้าง แต่ไม่เคยคิดจะเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการปัดซ้ายปัดขวาตัดสินคนจากแค่รูปถ่ายเพียงไม่กี่วินาที มันช่างดูฉาบฉวยและหาความจริงใจได้ยาก
‘แต่ก็แค่เข้าไปดูเรฟเฟอเรนซ์พระเอกเองนี่... ไม่ได้จะไปหาแฟนจริงๆ สักหน่อย’
เสียงกระซิบในหัวที่พยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองกอปรกับความเหนื่อยล้าที่อยากจะหาอะไรทำเพื่อพักสมองจากหน้ากระดาษสีขาว ทำให้นลินตัดสินใจกดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนั้นในที่สุด
ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที ไอคอนรูปเปลวไฟสีชมพูก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นลินกดเข้าไปตั้งค่าโปรไฟล์แบบขอไปที เธอไม่ได้ใช้ชื่อจริง แต่พิมพ์ตัวอักษรย่อว่า ‘L’ ส่วนรูปภาพ เธอเลือกใช้รูปที่ถ่ายเห็นแค่แก้วกาแฟลาเต้บนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง โดยมีภาพสะท้อนเงาของเธอที่เห็นเพียงแค่เรือนผมยาวสยายและเรียวปากที่ทาลิปสติกสีพีชบางๆ เท่านั้น ไม่มีการเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงใดๆ ทั้งสิ้น
‘เอาล่ะ มาดูกันสิว่าจะมีเรฟเฟอเรนซ์แบบไหนให้เก็บข้อมูลบ้าง’
นิ้วเรียวเริ่มปัดหน้าจอไปทางซ้าย...
ชายหนุ่มคนที่หนึ่ง: ใส่แว่นตาดำ ยืนพิงรถสปอร์ตเปิดประทุน อวดนาฬิกาแบรนด์เนม
‘ปัดซ้าย ดูขี้เก๊กไป ไม่เหมาะเป็นพระเอก’
ชายหนุ่มคนที่สอง: ถอดเสื้อโชว์ซิกซ์แพ็กหน้ากระจกยิม
‘ปัดซ้าย หลงตัวเองเกินไปนิด’
ชายหนุ่มคนที่สาม: ถ่ายรูปคู่กับแก้วเหล้าในผับ พร้อมแคปชันเหงาๆ
‘ปัดซ้าย ทรงแบดบอยเกลื่อนตลาดแล้ว’
นลินปัดซ้ายติดต่อกันเกือบยี่สิบคนจนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย เธอถอนหายใจอีกรอบ เตรียมจะกดปิดแอปพลิเคชันและยอมแพ้กลับไปเขียนนิยายต่อ แต่แล้วนิ้วของเธอก็ชะงักงัน เมื่อภาพโปรไฟล์ของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ
ชื่อโปรไฟล์: Tee อายุ: 28 ปี
รูปถ่ายของเขาไม่ได้หวือหวาหรือจัดองค์ประกอบเป๊ะแบบคนอื่นๆ มันเป็นเพียงรูปที่ถ่ายในบาร์แจ๊สที่มีแสงสลัวๆ ชายหนุ่มในรูปสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ ทับด้วยเสื้อเชิ้ตยีนส์ที่พับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก เขากำลังนั่งเหม่อมองไปที่แก้วเครื่องดื่มในมือ มุมกล้องและการจัดแสงทำให้เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจนนัก เห็นเพียงสันกรามคมกริบ ไหล่ที่กว้าง และบรรยากาศรอบตัวที่ดูสุขุม นิ่งสงบ แต่กลับแฝงไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น
สิ่งที่ดึงดูดนลินไม่ใช่รูปร่างหน้าตาที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด แต่เป็นแคปชันสั้นๆ ที่เขียนไว้ใต้โปรไฟล์
‘พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาไปไหน แค่อยากหาใครสักคนที่พร้อมจะแชร์เรื่องราวในแต่ละวันให้กันฟัง’
ประโยคธรรมดาที่ไม่ได้สละสลวย ไม่ได้พยายามประดิษฐ์คำให้ดูหล่อเหลา แต่มันกลับกระแทกใจคนที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยวและโหยหาใครสักคนมารับฟังอย่างนลิน ราวกับว่าตัวอักษรเหล่านั้นถูกพิมพ์ออกมาจากความรู้สึกส่วนลึกที่ซ่อนอยู่ในใจของเธอเอง
‘พนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ งั้นเหรอ...’
นลินเผลอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะราบเรียบมาตลอดหลายปี จู่ๆ ก็กระตุกเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอจ้องมองโปรไฟล์ของ ‘Tee’ อยู่เนิ่นนาน ความรู้สึกลังเลตีรวนขึ้นมาในอกข้างซ้าย
‘ก็แค่ลองคุยดู ถ้าไม่โอเคก็แค่ลบแอปทิ้ง’
ในที่สุด นิ้วเรียวก็ตัดสินใจปัดหน้าจอไปทางขวาเป็นครั้งแรกของคืนนี้
หน้าจอสมาร์ตโฟนเปลี่ยนเป็นกราฟิกรูปพลุกระจาย พร้อมกับข้อความตัวใหญ่เบ้อเริ่มปรากฏขึ้น
IT’S A MATCH! (คุณและ Tee แมตช์กันแล้ว เริ่มต้นทักทายเขาได้เลย)
นลินเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตื่นเต้นแล่นริ้วไปตามปลายประสาท เธอเพิ่งปัดขวาไปไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายก็ต้องกดไลก์โปรไฟล์ที่มีแค่รูปแก้วกาแฟของเธอเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วเหมือนกัน
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตัดสินใจว่าจะพิมพ์ทักทายไปว่าอะไรดี แถบข้อความด้านบนก็เด้งแจ้งเตือนขึ้นมาเสียก่อน
Tee: ดึกป่านนี้แล้ว เพิ่งเลิกงาน หรือว่ากำลังนั่งปั่นงานอยู่เหมือนกันครับ?
ประโยคทักทายที่ไม่ได้เริ่มด้วยคำว่า ‘ดีครับ’ หรือ ‘ทำอะไรอยู่’ เหมือนสูตรสำเร็จทั่วไป แต่กลับเป็นคำทักทายที่ใส่ใจและตรงกับสถานการณ์ของเธอในตอนนี้อย่างน่าประหลาด ทำให้นลินเผลอหลุดยิ้มออกมาจนเต็มแก้มโดยไม่รู้ตัว
มือที่เคยวางแหมะอยู่บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์เพื่อปั่นต้นฉบับ บัดนี้ถูกยกขึ้นมาจับสมาร์ตโฟนไว้แน่น นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างเริ่มพิมพ์ตอบกลับชายหนุ่มแปลกหน้าที่ชื่อ ‘Tee’
ในคืนที่หน้าจอสว่างไสวแต่หัวใจเคยว่างเปล่า... ดูเหมือนว่าตอนนี้ กำลังจะมีใครบางคนค่อยๆ ก้าวเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ว่างนั้นทีละนิดแล้ว
บรรยากาศภายในห้องชุดขนาดกะทัดรัดมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดไฟริมถนนที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้อง ทีใช้เท้าดันบานประตูให้ปิดลงพร้อมกับระบบล็อกที่ทำงานอัตโนมัติ สองแขนแกร่งยังคงโอบประคองร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกของนลินเอาไว้แน่น หญิงสาวทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาที่เขา ศีรษะทุยซบอยู่กับลาดไหล่กว้าง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่เจือกลิ่นค็อกเทลรสหวานยังคงรินรดอยู่ที่ซอกคอของชายหนุ่ม ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาทำงานหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ทีพยายามกวาดสายตามองฝ่าความมืดเพื่อหาตำแหน่งสวิตช์ไฟ ทว่ามือเล็กของคนเมากลับขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน หรือกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไว้กลางทาง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนหนักใจ เขาตัดสินใจกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น แล้วพยุงร่างของเธอเดินฝ่าความสลัวตรงเข้าไปยังห้องนอนที่เปิดประตูแง้มทิ้งไว้แทนที่จะเสียเวลาเปิดไฟข้างนอกเตียงนอนขนาดคิงไซส์ปรากฏอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางความมืดมิด ทีค่อยๆ ประคองร่างของนลินให้ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่สัมผัสกับความนุ่มของฟูกสปริง หญิงสาวก็เอนตั
เข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังออฟฟิศชี้บอกเวลาสองทุ่มตรง ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะทำงานของนลินกลับมืดมนและหนักอึ้งราวกับพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดถล่มลงมากลางใจ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขสถิติและกราฟวิเคราะห์ข้อมูลด้วยดวงตาที่แดงก่ำและรอยคราบน้ำตาที่เพิ่งเช็ดออกไปลวกๆวันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ...โปรเจกต์วิเคราะห์การตลาดชิ้นสำคัญที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนเต็ม อดหลับอดนอนจนแทบไม่ได้พักผ่อน กลับถูก ‘พี่กิต’ หัวหน้าแผนกจอมฉวยโอกาส ชุบมือเปิบเอาไปพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดบริหารว่าเป็นผลงานของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ความเจ็บใจระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ซ้ำร้ายเมื่อตัวเลขบางจุดเกิดความคลาดเคลื่อนเพราะเขาไม่ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกมาให้ดีพอ เขากลับพลิกลิ้นโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงกลางห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสายตากดดันและเสียงตำหนิ นลินถูกต่อว่าอย่างหนักโดยที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงแม้แต่คำเดียว เมื่อเธอพยายามจะอ้าปากชี้แจง พี่กิตก็ใช้อำนาจหน้าที่และวาทศิลป์ตัดบท ทำให้เธอกลายเป็นพนักงานไร้ความรับผิดชอบในสายตาทุกคนความย
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟแชนเดอเลียร์สไตล์วินเทจ ส่องกระทบแก้วคริสตัลบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดประกายวิบวับ เสียงแซกโซโฟนที่บรรเลงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบเคล้าคลอกับเสียงพูดคุยเบาๆ ของผู้คนภายในร้านอาหารกึ่งบาร์ย่านเอกมัย บรรยากาศรอบตัวช่างดูโรแมนติกและผ่อนคลาย ทว่านั่นไม่ได้ช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจ ‘นลิน’ สงบลงได้เลยแม้แต่น้อยหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งหลังตรงแน่วอยู่บนเบาะหนังสีเข้ม มือเล็กทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้เธอเลือกสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีเบจทับด้วยคาร์ดิแกนสีครีมบางๆ ที่ดูไม่เป็นทางการจนเกินไป แต่ก็ยังขับเน้นผิวขาวเนียนและเรือนร่างบอบบางให้ดูน่ามอง ใบหน้าที่มักจะแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางๆ สำหรับไปทำงาน วันนี้ถูกแต่งเติมอย่างประณีตเพื่อให้ดูสดใสและมีชีวิตชีวาที่สุด นลินยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็กเวลาเป็นรอบที่สิบ... ห้าโมงห้าสิบห้านาที อีกเพียงห้านาทีก็จะถึงเวลานัดหมาย‘ใจเย็นๆ สิแก แค่มากินข้าวกับคนคุยเอง ไม่ได้มาสัมภาษณ์งานสักหน่อย’นลินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ เธอจินตนาการภาพ ‘พี่ที’ ไปสารพัดรูปแบบ จากรูปโปรไฟล์ที่เห็นแค่ส
นิ้วหัวแม่มือของนลินชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์บนหน้าจอสมาร์ตโฟน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะราบเรียบกลับสูบฉีดแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอจ้องมองข้อความทักทายแรกจากผู้ชายที่ชื่อ ‘Tee’ ซ้ำไปซ้ำมา‘ดึกป่านนี้แล้ว เพิ่งเลิกงาน หรือว่ากำลังนั่งปั่นงานอยู่เหมือนกันครับ?’มันไม่ใช่ประโยคจีบสาวที่หวือหวาหรือดูพยายามจนเกินพอดี แต่มันคือคำถามที่แฝงไปด้วยความใส่ใจและเดาสถานการณ์ของเธอได้อย่างแม่นยำ นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปL: ทั้งสองอย่างเลยค่ะ เพิ่งเคลียร์งานหลักเสร็จ แล้วก็กำลังปั่นงานเสริมต่อค่ะ คุณทีล่ะคะ?เธอเลือกที่จะใช้คำสุภาพและเว้นระยะห่างไว้นิดหน่อยตามประสาคนเพิ่งเคยคุยกันครั้งแรก แต่เพียงแค่กดส่งไปไม่ถึงสิบวินาที ข้อความของอีกฝ่ายก็ขึ้นสถานะ ‘อ่านแล้ว’ พร้อมกับสัญลักษณ์จุดไข่ปลาสามจุดที่กำลังเต้นดุ๊กดิ๊ก บ่งบอกว่าเขากำลังพิมพ์ตอบกลับมาในทันทีTee: ผมเพิ่งเคลียร์เอกสารของวันนี้เสร็จครับ มนุษย์ออฟฟิศสู้ชีวิตเหมือนกันสินะครับเนี่ย ว่าแต่ให้ผมเรียกว่าคุณแอลตามชื่อโปรไฟล์เลยไหมครับ? หรือว่ามีชื่ออื่นให้ผมเรียกเป็นสิทธ
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้ไปที่เลขสอง ในขณะที่เข็มยาวกำลังจะแตะเลขสาม บ่งบอกเวลาตีสองสิบห้านาทีท่ามกลางความมืดมิดของห้องชุดขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง มีเพียงแสงสว่างจ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่สาดส่องกระทบใบหน้าของ ‘นลิน’ หญิงสาววัย 24 ปี ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่ง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรองแสงสีฟ้าจ้องเขม็งไปยังกราฟและตัวเลขบนหน้าจอไม่ใช่ตัวเลขสถิติจากงานประจำในตำแหน่งนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เธอทำอยู่ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่เป็นแดชบอร์ดสรุปยอดขายรายตอนและอีบุ๊กบนแพลตฟอร์มนิยายยอดฮิตนลินขยับเมาส์เลื่อนดูผลงานที่เรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือดิจิทัลของเธอด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ภายใต้นามปากกา ‘ลานิน’ ที่ตอนนี้กลายเป็นชื่อที่ติดท็อปชาร์ตและมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าปกนิยายเรื่องแรกในชีวิตอย่าง ‘รักร้ายในคืนลวง’เธอจำได้ดีว่าตอนที่กดปุ่มเปิดเรื่องครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ นั่งรีเฟรชหน้าจอทุกๆ ห้านาทีเพียงเพื่อจะพบว่ามียอดคนอ่านเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น แต่หลับสิบในวันนั้น กลับเป็นเหมือ







