INICIAR SESIÓNเข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังออฟฟิศชี้บอกเวลาสองทุ่มตรง ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะทำงานของนลินกลับมืดมนและหนักอึ้งราวกับพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดถล่มลงมากลางใจ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขสถิติและกราฟวิเคราะห์ข้อมูลด้วยดวงตาที่แดงก่ำและรอยคราบน้ำตาที่เพิ่งเช็ดออกไปลวกๆ
วันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ...
โปรเจกต์วิเคราะห์การตลาดชิ้นสำคัญที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนเต็ม อดหลับอดนอนจนแทบไม่ได้พักผ่อน กลับถูก ‘พี่กิต’ หัวหน้าแผนกจอมฉวยโอกาส ชุบมือเปิบเอาไปพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดบริหารว่าเป็นผลงานของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ความเจ็บใจระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ซ้ำร้ายเมื่อตัวเลขบางจุดเกิดความคลาดเคลื่อนเพราะเขาไม่ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกมาให้ดีพอ เขากลับพลิกลิ้นโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอต่อหน้าผู้บริหารระดับสูง
กลางห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสายตากดดันและเสียงตำหนิ นลินถูกต่อว่าอย่างหนักโดยที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงแม้แต่คำเดียว เมื่อเธอพยายามจะอ้าปากชี้แจง พี่กิตก็ใช้อำนาจหน้าที่และวาทศิลป์ตัดบท ทำให้เธอกลายเป็นพนักงานไร้ความรับผิดชอบในสายตาทุกคน
ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงในโลกของการทำงาน... นลินได้แต่กลืนก้อนสะอื้นขมปร่าลงคอ เธอเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา ความรู้สึกกดดัน เหนื่อยล้า และน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกันจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสียงกรีดร้อง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบริษัท ความอ่อนแอที่พยายามเก็บซ่อนไว้ก็พังทลายลง
ท่ามกลางความมืดมิดในใจและท้องถนนกรุงเทพฯ ที่วุ่นวาย ภาพของผู้ชายคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาเป็นแสงสว่างเดียว... ‘พี่ที’
นลินหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก พิมพ์ข้อความหาเขาทั้งที่หยาดน้ำตายังร่วงเผาะลงบนหน้าจอจนภาพตัวอักษรพร่ามัว
L: พี่ทีคะ คืนนี้ลินอยากดื่ม พี่ทีออกมาหาลินหน่อยได้ไหมคะ?
ข้อความถูกส่งไปเพียงไม่กี่อึดใจ สถานะก็เปลี่ยนเป็นอ่านแล้ว พร้อมกับคำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจที่กำลังแหลกสลายและหนาวเหน็บของเธออุ่นวาบขึ้นมา
P’Tee: ลินอยู่ที่ไหนครับ พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้เลย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา นลินมานั่งพิงพนักโซฟาอยู่ที่มุมในสุดของบาร์แจ๊สร้านประจำที่พวกเขามาเดตกันครั้งแรก บรรยากาศภายในร้านยังคงสลัว แสงไฟสีส้มอาบไล้ไปตามผนังอิฐเปลือย เสียงกรับและเสียงแซกโซโฟนบรรเลงคลอเบาๆ สร้างความรู้สึกล่องลอย แก้วค็อกเทลสีเข้มที่มีดีกรีแอลกอฮอล์ค่อนข้างแรงถูกสาดลงคอไปแล้วถึงสองแก้วติดๆ ความร้อนผ่าวที่ไหลบาดคอลงไปช่วยให้ความปวดร้าวและอาการจุกในอกทุเลาลงได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่มันไม่อาจลบเลือนความรู้สึกไร้ค่าที่เกาะกินจิตใจได้เลย
“ลิน...”
เสียงทุ้มคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความร้อนรนเรียกให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น พี่ทียืนอยู่ตรงนั้น เขายังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีรอยยิ้มอบอุ่นสบายตาเสมอ บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอโดยไม่สนใจเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ฝ่ามือใหญ่และอบอุ่นเอื้อมมาแตะลงบนหลังมือของนลินที่กำลังกำแก้วเหล้าแน่นจนข้อขาว
“เกิดอะไรขึ้นครับลิน เล่าให้พี่ฟังได้ไหม?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทะนุถนอม ราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อยที่หลงทาง
เพียงแค่ได้ยินเสียงนั้น ทำให้คนที่พยายามเข้มแข็งมาตลอดทั้งวันปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป น้ำตานลินไหลออกมาเงียบๆ ไหล่บางสั่นสะท้าน เธอพรั่งพรูเรื่องราวความอยุติธรรมทั้งหมดที่เจอในวันนี้ให้เขาฟัง ทุกความเจ็บปวด ทุกความอัดอั้นตันใจที่ถูกเจ้านายเอาเปรียบและฉีกหน้า เธอเล่ามันออกมาจนหมดเปลือกพร้อมกับเสียงสะอื้น
พี่ทีไม่ได้ขัดจังหวะหรือพยายามสอนสั่ง เขาเพียงแค่รับฟังอย่างตั้งใจ บีบมือเธอเบาๆ เป็นระยะเพื่อส่งผ่านความเข้มแข็ง และใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนให้อย่างเบามือ สัมผัสของเขาคือสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งไม่ให้เธอจมดิ่งลงไปในความมืดมิด
“ทำไมคนเราถึงต้องใจร้ายใส่กันขนาดนี้ด้วยคะพี่ที... ลินเหนื่อย ลินทุ่มเททุกอย่าง ทำงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่สุดท้ายลินก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ ที่ถูกเขาเหยียบย่ำ ไม่มีใครเห็นค่าความพยายามของลินเลย...” นลินสะอื้นจนตัวโยน แอลกอฮอล์ที่สูบฉีดในเส้นเลือดทำให้เธอกล้าที่จะแสดงความอ่อนแอออกมามากกว่าปกติ
“ใครบอกว่าลินไม่มีค่า...” ทีขยับตัวเข้าไปใกล้ จับไหล่บางทั้งสองข้างให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา นัยน์ตาคมเข้มที่ทอดมองมานั้นลึกซึ้งและหนักแน่นจนนลินลมหายใจสะดุด “สำหรับพี่ ลินเก่งที่สุด ลินพยายามมามากพอแล้ว คนที่มองไม่เห็นความเก่งของลินต่างหากคือคนที่โง่เขลาที่สุด ลินไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอกนะครับ”
“พี่ที...”
“ลินยังมีพี่นะ ไม่ว่าโลกข้างนอกมันจะโหดร้ายหรือใจร้ายกับลินแค่ไหน... หันกลับมา ลินจะเจอพี่อยู่ตรงนี้เสมอ เข้าใจไหมครับคนเก่ง?”
คำปลอบประโลมที่ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำเอากำแพงความรู้สึกของนลินพังทลายลงมาไม่มีชิ้นดี หญิงสาวโผเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าแน่น ซุกใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาลงกับแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นสะอาดๆ เฉพาะตัวของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทียกวงแขนขึ้นกอดรัดร่างบอบบางนั้นไว้แน่นเช่นกัน คางสากเกยอยู่บนกลุ่มผมหอมกรุ่น เขาลูบแผ่นหลังของเธอซ้ำๆ ราวกับจะช่วยปัดเป่าความปวดร้าวทั้งหมดให้หายไป
หลังจากร้องไห้จนพอใจ นลินก็ผละออกจากอ้อมกอดของเขา หญิงสาวหันไปเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม
“น้องคะ ขอค็อกเทลแบบเดิมอีกสองแก้วค่ะ เอาเข้มๆ เลยนะ”
“พอแล้วไหมครับลิน สองแก้วที่กินไปตอนแรกมันก็แรงมากแล้วนะ พรุ่งนี้ตื่นมาจะปวดหัวเอาได้” ทีพยายามท้วง เอื้อมมือไปแตะแขนเธอเบาๆ เพื่อห้ามปราม
“ไม่เอาค่ะ ลินอยากเมา ลินไม่อยากรับรู้เรื่องแย่ๆ ของวันนี้อีกแล้ว ปล่อยให้ลินดื่มเถอะนะคะพี่ที” นลินหันมาส่งสายตาเว้าวอน ดวงตากลมโตที่เริ่มฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ทีใจอ่อนยวบ เขาถอนหายใจยาว ยอมปล่อยให้พนักงานนำแก้วค็อกเทลสีสวยมาวางตรงหน้าเธอ
“งั้นพี่ให้กินอีกแค่แก้วเดียวนะครับ แล้วเราต้องกลับกัน”
แต่คนเมามักไม่รักษาคำพูด นลินกระดกแก้วที่สามลงคออย่างรวดเร็วราวกับดื่มน้ำเปล่า และอาศัยจังหวะที่ทีหันไปคุยกับพนักงานเพื่อขอสั่งน้ำเปล่ามาให้เธอ สั่งแก้วที่สี่และห้าตามมาติดๆ
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ปริมาณมากเริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทัศนวิสัยของนลินเริ่มพร่ามัว แสงไฟสีส้มในร้านดูแตกกระจายเป็นเส้นสาย เสียงดนตรีแจ๊สที่เคยไพเราะเริ่มฟังดูอื้ออึง หญิงสาวนั่งโอนเอนไปมา ศีรษะเล็กเอนซบลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มอย่างหาที่พึ่งพิง
“พี่ที... โลกมันหมุนติ้วๆ เลยค่ะ...” เสียงหวานเอ่ยยานคาง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบางๆ อย่างคนไร้สติสัมปชัญญะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์หวานปะแล่มเป่ารดต้นคอของทีจนเขารู้สึกปั่นป่วน
“ลินเมามากแล้วนะครับ กลับกันเถอะ” ทีเรียกพนักงานมาเช็กบิลอย่างรวดเร็ว เขาประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน แต่นลินกลับทรงตัวไม่อยู่ ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
“อ๊ะ...” หญิงสาวอุทานเบาๆ เมื่อเสียหลัก โชคดีที่ท่อนแขนแข็งแรงของทีตวัดโอบรอบเอวคอดของเธอไว้ได้ทันท่วงที เขาดึงร่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับลำตัวเพื่อพยุงน้ำหนักทั้งหมดเอาไว้
“เดินไหวไหมครับลิน เกาะพี่แน่นๆ นะ” ทีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ค่อยๆ พยุงเธอเดินออกจากร้าน
ลมหนาวยามดึกปะทะเข้ากับใบหน้า ทว่าไม่ได้ช่วยให้สติของนลินกลับมาแต่อย่างใด เธอยังคงทิ้งน้ำหนักตัวพิงอกกว้างของเขา สองแขนเรียวตวัดคล้องแขนเขาไว้แน่น ใบหน้าหวานซุกไซ้ลงกับซอกคอของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน
“อื้อ... พี่ทีตัวหอมจังเลย...” คำพูดไร้เดียงสาของคนเมา ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก ทีกัดฟันแน่น พยายามระงับอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวแรงขึ้นจากความใกล้ชิดที่มากเกินพอดี
เขาโบกเรียกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี เปิดประตูและประคองนลินเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง ก่อนจะตามเข้าไปนั่งประกบ ตลอดการเดินทาง นลินเอนศีรษะซบไหล่เขา หลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ทิ้งให้ชายหนุ่มต้องต่อสู้กับความรู้สึกหวั่นไหวที่ตีรวนอยู่ในอกเพียงลำพัง มือใหญ่ของเขายังคงกุมมือเล็กของเธอไว้หลวมๆ เพื่อให้ความอบอุ่น
ทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโด ทีจ่ายเงินและประคองนลินลงจากรถอย่างทุลักทุเล หญิงสาวเดินเซไปเซมาจนเขาต้องโอบเอวเธอไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม
“ลินครับ แข็งใจเดินอีกนิดนะ ถึงคอนโดแล้ว”
ทีพยุงนลินเข้าไปในลิฟต์ กดชั้นที่เป็นจุดหมายปลายทาง ความเงียบภายในห้องโดยสารสี่เหลี่ยมเล็กๆ ยิ่งทำให้เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังก้องชัดเจนขึ้น นลินเอนศีรษะพิงอกเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเสื้อเชิ้ตของเขาเป็นจังหวะ
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น ทีประคองนลินเดินออกจากลิฟต์ ตรงไปยังห้องของเธอ ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายของเธอเพื่อหยิบคีย์การ์ดออกมา จัดการแตะปลดล็อกประตู ก่อนจะพยุงร่างบางที่แทบจะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่เขา เข้าไปภายในห้องที่มืดสนิทและเงียบงัน กับบรรยากาศที่ช่างเป็นใจในค่ำคืนนี้
บรรยากาศภายในห้องชุดขนาดกะทัดรัดมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดไฟริมถนนที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้อง ทีใช้เท้าดันบานประตูให้ปิดลงพร้อมกับระบบล็อกที่ทำงานอัตโนมัติ สองแขนแกร่งยังคงโอบประคองร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกของนลินเอาไว้แน่น หญิงสาวทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาที่เขา ศีรษะทุยซบอยู่กับลาดไหล่กว้าง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่เจือกลิ่นค็อกเทลรสหวานยังคงรินรดอยู่ที่ซอกคอของชายหนุ่ม ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาทำงานหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ทีพยายามกวาดสายตามองฝ่าความมืดเพื่อหาตำแหน่งสวิตช์ไฟ ทว่ามือเล็กของคนเมากลับขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน หรือกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไว้กลางทาง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนหนักใจ เขาตัดสินใจกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น แล้วพยุงร่างของเธอเดินฝ่าความสลัวตรงเข้าไปยังห้องนอนที่เปิดประตูแง้มทิ้งไว้แทนที่จะเสียเวลาเปิดไฟข้างนอกเตียงนอนขนาดคิงไซส์ปรากฏอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางความมืดมิด ทีค่อยๆ ประคองร่างของนลินให้ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่สัมผัสกับความนุ่มของฟูกสปริง หญิงสาวก็เอนตั
เข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังออฟฟิศชี้บอกเวลาสองทุ่มตรง ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะทำงานของนลินกลับมืดมนและหนักอึ้งราวกับพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดถล่มลงมากลางใจ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขสถิติและกราฟวิเคราะห์ข้อมูลด้วยดวงตาที่แดงก่ำและรอยคราบน้ำตาที่เพิ่งเช็ดออกไปลวกๆวันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ...โปรเจกต์วิเคราะห์การตลาดชิ้นสำคัญที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนเต็ม อดหลับอดนอนจนแทบไม่ได้พักผ่อน กลับถูก ‘พี่กิต’ หัวหน้าแผนกจอมฉวยโอกาส ชุบมือเปิบเอาไปพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดบริหารว่าเป็นผลงานของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ความเจ็บใจระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ซ้ำร้ายเมื่อตัวเลขบางจุดเกิดความคลาดเคลื่อนเพราะเขาไม่ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกมาให้ดีพอ เขากลับพลิกลิ้นโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงกลางห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสายตากดดันและเสียงตำหนิ นลินถูกต่อว่าอย่างหนักโดยที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงแม้แต่คำเดียว เมื่อเธอพยายามจะอ้าปากชี้แจง พี่กิตก็ใช้อำนาจหน้าที่และวาทศิลป์ตัดบท ทำให้เธอกลายเป็นพนักงานไร้ความรับผิดชอบในสายตาทุกคนความย
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟแชนเดอเลียร์สไตล์วินเทจ ส่องกระทบแก้วคริสตัลบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดประกายวิบวับ เสียงแซกโซโฟนที่บรรเลงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบเคล้าคลอกับเสียงพูดคุยเบาๆ ของผู้คนภายในร้านอาหารกึ่งบาร์ย่านเอกมัย บรรยากาศรอบตัวช่างดูโรแมนติกและผ่อนคลาย ทว่านั่นไม่ได้ช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจ ‘นลิน’ สงบลงได้เลยแม้แต่น้อยหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งหลังตรงแน่วอยู่บนเบาะหนังสีเข้ม มือเล็กทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้เธอเลือกสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีเบจทับด้วยคาร์ดิแกนสีครีมบางๆ ที่ดูไม่เป็นทางการจนเกินไป แต่ก็ยังขับเน้นผิวขาวเนียนและเรือนร่างบอบบางให้ดูน่ามอง ใบหน้าที่มักจะแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางๆ สำหรับไปทำงาน วันนี้ถูกแต่งเติมอย่างประณีตเพื่อให้ดูสดใสและมีชีวิตชีวาที่สุด นลินยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็กเวลาเป็นรอบที่สิบ... ห้าโมงห้าสิบห้านาที อีกเพียงห้านาทีก็จะถึงเวลานัดหมาย‘ใจเย็นๆ สิแก แค่มากินข้าวกับคนคุยเอง ไม่ได้มาสัมภาษณ์งานสักหน่อย’นลินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ เธอจินตนาการภาพ ‘พี่ที’ ไปสารพัดรูปแบบ จากรูปโปรไฟล์ที่เห็นแค่ส
นิ้วหัวแม่มือของนลินชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์บนหน้าจอสมาร์ตโฟน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะราบเรียบกลับสูบฉีดแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอจ้องมองข้อความทักทายแรกจากผู้ชายที่ชื่อ ‘Tee’ ซ้ำไปซ้ำมา‘ดึกป่านนี้แล้ว เพิ่งเลิกงาน หรือว่ากำลังนั่งปั่นงานอยู่เหมือนกันครับ?’มันไม่ใช่ประโยคจีบสาวที่หวือหวาหรือดูพยายามจนเกินพอดี แต่มันคือคำถามที่แฝงไปด้วยความใส่ใจและเดาสถานการณ์ของเธอได้อย่างแม่นยำ นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปL: ทั้งสองอย่างเลยค่ะ เพิ่งเคลียร์งานหลักเสร็จ แล้วก็กำลังปั่นงานเสริมต่อค่ะ คุณทีล่ะคะ?เธอเลือกที่จะใช้คำสุภาพและเว้นระยะห่างไว้นิดหน่อยตามประสาคนเพิ่งเคยคุยกันครั้งแรก แต่เพียงแค่กดส่งไปไม่ถึงสิบวินาที ข้อความของอีกฝ่ายก็ขึ้นสถานะ ‘อ่านแล้ว’ พร้อมกับสัญลักษณ์จุดไข่ปลาสามจุดที่กำลังเต้นดุ๊กดิ๊ก บ่งบอกว่าเขากำลังพิมพ์ตอบกลับมาในทันทีTee: ผมเพิ่งเคลียร์เอกสารของวันนี้เสร็จครับ มนุษย์ออฟฟิศสู้ชีวิตเหมือนกันสินะครับเนี่ย ว่าแต่ให้ผมเรียกว่าคุณแอลตามชื่อโปรไฟล์เลยไหมครับ? หรือว่ามีชื่ออื่นให้ผมเรียกเป็นสิทธ
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้ไปที่เลขสอง ในขณะที่เข็มยาวกำลังจะแตะเลขสาม บ่งบอกเวลาตีสองสิบห้านาทีท่ามกลางความมืดมิดของห้องชุดขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง มีเพียงแสงสว่างจ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่สาดส่องกระทบใบหน้าของ ‘นลิน’ หญิงสาววัย 24 ปี ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่ง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรองแสงสีฟ้าจ้องเขม็งไปยังกราฟและตัวเลขบนหน้าจอไม่ใช่ตัวเลขสถิติจากงานประจำในตำแหน่งนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เธอทำอยู่ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่เป็นแดชบอร์ดสรุปยอดขายรายตอนและอีบุ๊กบนแพลตฟอร์มนิยายยอดฮิตนลินขยับเมาส์เลื่อนดูผลงานที่เรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือดิจิทัลของเธอด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ภายใต้นามปากกา ‘ลานิน’ ที่ตอนนี้กลายเป็นชื่อที่ติดท็อปชาร์ตและมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าปกนิยายเรื่องแรกในชีวิตอย่าง ‘รักร้ายในคืนลวง’เธอจำได้ดีว่าตอนที่กดปุ่มเปิดเรื่องครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ นั่งรีเฟรชหน้าจอทุกๆ ห้านาทีเพียงเพื่อจะพบว่ามียอดคนอ่านเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น แต่หลับสิบในวันนั้น กลับเป็นเหมือ




![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


