Share

ตอนที่ 4

Author: Umamii.
last update publish date: 2026-09-04 10:52:37

เข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังออฟฟิศชี้บอกเวลาสองทุ่มตรง ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะทำงานของนลินกลับมืดมนและหนักอึ้งราวกับพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดถล่มลงมากลางใจ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขสถิติและกราฟวิเคราะห์ข้อมูลด้วยดวงตาที่แดงก่ำและรอยคราบน้ำตาที่เพิ่งเช็ดออกไปลวกๆ

วันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ...

โปรเจกต์วิเคราะห์การตลาดชิ้นสำคัญที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนเต็ม อดหลับอดนอนจนแทบไม่ได้พักผ่อน กลับถูก ‘พี่กิต’ หัวหน้าแผนกจอมฉวยโอกาส ชุบมือเปิบเอาไปพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดบริหารว่าเป็นผลงานของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ความเจ็บใจระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ซ้ำร้ายเมื่อตัวเลขบางจุดเกิดความคลาดเคลื่อนเพราะเขาไม่ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกมาให้ดีพอ เขากลับพลิกลิ้นโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอต่อหน้าผู้บริหารระดับสูง

กลางห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสายตากดดันและเสียงตำหนิ นลินถูกต่อว่าอย่างหนักโดยที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงแม้แต่คำเดียว เมื่อเธอพยายามจะอ้าปากชี้แจง พี่กิตก็ใช้อำนาจหน้าที่และวาทศิลป์ตัดบท ทำให้เธอกลายเป็นพนักงานไร้ความรับผิดชอบในสายตาทุกคน

ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงในโลกของการทำงาน... นลินได้แต่กลืนก้อนสะอื้นขมปร่าลงคอ เธอเก็บเอกสารและของใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทา ความรู้สึกกดดัน เหนื่อยล้า และน้อยเนื้อต่ำใจผสมปนเปกันจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสียงกรีดร้อง ทันทีที่ก้าวพ้นประตูบริษัท ความอ่อนแอที่พยายามเก็บซ่อนไว้ก็พังทลายลง

ท่ามกลางความมืดมิดในใจและท้องถนนกรุงเทพฯ ที่วุ่นวาย ภาพของผู้ชายคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาเป็นแสงสว่างเดียว... ‘พี่ที’

นลินหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก พิมพ์ข้อความหาเขาทั้งที่หยาดน้ำตายังร่วงเผาะลงบนหน้าจอจนภาพตัวอักษรพร่ามัว

L: พี่ทีคะ คืนนี้ลินอยากดื่ม พี่ทีออกมาหาลินหน่อยได้ไหมคะ?

ข้อความถูกส่งไปเพียงไม่กี่อึดใจ สถานะก็เปลี่ยนเป็นอ่านแล้ว พร้อมกับคำตอบสั้นๆ แต่กลับทำให้หัวใจที่กำลังแหลกสลายและหนาวเหน็บของเธออุ่นวาบขึ้นมา

P’Tee: ลินอยู่ที่ไหนครับ พี่จะไปหาเดี๋ยวนี้เลย

ครึ่งชั่วโมงต่อมา นลินมานั่งพิงพนักโซฟาอยู่ที่มุมในสุดของบาร์แจ๊สร้านประจำที่พวกเขามาเดตกันครั้งแรก บรรยากาศภายในร้านยังคงสลัว แสงไฟสีส้มอาบไล้ไปตามผนังอิฐเปลือย เสียงกรับและเสียงแซกโซโฟนบรรเลงคลอเบาๆ สร้างความรู้สึกล่องลอย แก้วค็อกเทลสีเข้มที่มีดีกรีแอลกอฮอล์ค่อนข้างแรงถูกสาดลงคอไปแล้วถึงสองแก้วติดๆ ความร้อนผ่าวที่ไหลบาดคอลงไปช่วยให้ความปวดร้าวและอาการจุกในอกทุเลาลงได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่มันไม่อาจลบเลือนความรู้สึกไร้ค่าที่เกาะกินจิตใจได้เลย

“ลิน...”

เสียงทุ้มคุ้นเคยที่เต็มไปด้วยความร้อนรนเรียกให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น พี่ทียืนอยู่ตรงนั้น เขายังคงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีรอยยิ้มอบอุ่นสบายตาเสมอ บัดนี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอโดยไม่สนใจเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ฝ่ามือใหญ่และอบอุ่นเอื้อมมาแตะลงบนหลังมือของนลินที่กำลังกำแก้วเหล้าแน่นจนข้อขาว

“เกิดอะไรขึ้นครับลิน เล่าให้พี่ฟังได้ไหม?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน ทะนุถนอม ราวกับกำลังปลอบโยนเด็กน้อยที่หลงทาง

เพียงแค่ได้ยินเสียงนั้น ทำให้คนที่พยายามเข้มแข็งมาตลอดทั้งวันปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป น้ำตานลินไหลออกมาเงียบๆ ไหล่บางสั่นสะท้าน เธอพรั่งพรูเรื่องราวความอยุติธรรมทั้งหมดที่เจอในวันนี้ให้เขาฟัง ทุกความเจ็บปวด ทุกความอัดอั้นตันใจที่ถูกเจ้านายเอาเปรียบและฉีกหน้า เธอเล่ามันออกมาจนหมดเปลือกพร้อมกับเสียงสะอื้น

พี่ทีไม่ได้ขัดจังหวะหรือพยายามสอนสั่ง เขาเพียงแค่รับฟังอย่างตั้งใจ บีบมือเธอเบาๆ เป็นระยะเพื่อส่งผ่านความเข้มแข็ง และใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มเนียนให้อย่างเบามือ สัมผัสของเขาคือสิ่งเดียวที่ฉุดรั้งไม่ให้เธอจมดิ่งลงไปในความมืดมิด

“ทำไมคนเราถึงต้องใจร้ายใส่กันขนาดนี้ด้วยคะพี่ที... ลินเหนื่อย ลินทุ่มเททุกอย่าง ทำงานจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่สุดท้ายลินก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ ที่ถูกเขาเหยียบย่ำ ไม่มีใครเห็นค่าความพยายามของลินเลย...” นลินสะอื้นจนตัวโยน แอลกอฮอล์ที่สูบฉีดในเส้นเลือดทำให้เธอกล้าที่จะแสดงความอ่อนแอออกมามากกว่าปกติ

“ใครบอกว่าลินไม่มีค่า...” ทีขยับตัวเข้าไปใกล้ จับไหล่บางทั้งสองข้างให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา นัยน์ตาคมเข้มที่ทอดมองมานั้นลึกซึ้งและหนักแน่นจนนลินลมหายใจสะดุด “สำหรับพี่ ลินเก่งที่สุด ลินพยายามมามากพอแล้ว คนที่มองไม่เห็นความเก่งของลินต่างหากคือคนที่โง่เขลาที่สุด ลินไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอกนะครับ”

“พี่ที...”

“ลินยังมีพี่นะ ไม่ว่าโลกข้างนอกมันจะโหดร้ายหรือใจร้ายกับลินแค่ไหน... หันกลับมา ลินจะเจอพี่อยู่ตรงนี้เสมอ เข้าใจไหมครับคนเก่ง?”

คำปลอบประโลมที่ไม่ได้ปรุงแต่ง แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำเอากำแพงความรู้สึกของนลินพังทลายลงมาไม่มีชิ้นดี หญิงสาวโผเข้ากอดชายหนุ่มตรงหน้าแน่น ซุกใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาลงกับแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นสะอาดๆ เฉพาะตัวของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทียกวงแขนขึ้นกอดรัดร่างบอบบางนั้นไว้แน่นเช่นกัน คางสากเกยอยู่บนกลุ่มผมหอมกรุ่น เขาลูบแผ่นหลังของเธอซ้ำๆ ราวกับจะช่วยปัดเป่าความปวดร้าวทั้งหมดให้หายไป

หลังจากร้องไห้จนพอใจ นลินก็ผละออกจากอ้อมกอดของเขา หญิงสาวหันไปเรียกพนักงานเพื่อสั่งเครื่องดื่มเพิ่ม

“น้องคะ ขอค็อกเทลแบบเดิมอีกสองแก้วค่ะ เอาเข้มๆ เลยนะ”

“พอแล้วไหมครับลิน สองแก้วที่กินไปตอนแรกมันก็แรงมากแล้วนะ พรุ่งนี้ตื่นมาจะปวดหัวเอาได้” ทีพยายามท้วง เอื้อมมือไปแตะแขนเธอเบาๆ เพื่อห้ามปราม

“ไม่เอาค่ะ ลินอยากเมา ลินไม่อยากรับรู้เรื่องแย่ๆ ของวันนี้อีกแล้ว ปล่อยให้ลินดื่มเถอะนะคะพี่ที” นลินหันมาส่งสายตาเว้าวอน ดวงตากลมโตที่เริ่มฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ทีใจอ่อนยวบ เขาถอนหายใจยาว ยอมปล่อยให้พนักงานนำแก้วค็อกเทลสีสวยมาวางตรงหน้าเธอ

“งั้นพี่ให้กินอีกแค่แก้วเดียวนะครับ แล้วเราต้องกลับกัน”

แต่คนเมามักไม่รักษาคำพูด นลินกระดกแก้วที่สามลงคออย่างรวดเร็วราวกับดื่มน้ำเปล่า และอาศัยจังหวะที่ทีหันไปคุยกับพนักงานเพื่อขอสั่งน้ำเปล่ามาให้เธอ สั่งแก้วที่สี่และห้าตามมาติดๆ

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ปริมาณมากเริ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทัศนวิสัยของนลินเริ่มพร่ามัว แสงไฟสีส้มในร้านดูแตกกระจายเป็นเส้นสาย เสียงดนตรีแจ๊สที่เคยไพเราะเริ่มฟังดูอื้ออึง หญิงสาวนั่งโอนเอนไปมา ศีรษะเล็กเอนซบลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มอย่างหาที่พึ่งพิง

“พี่ที... โลกมันหมุนติ้วๆ เลยค่ะ...” เสียงหวานเอ่ยยานคาง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบางๆ อย่างคนไร้สติสัมปชัญญะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์หวานปะแล่มเป่ารดต้นคอของทีจนเขารู้สึกปั่นป่วน

“ลินเมามากแล้วนะครับ กลับกันเถอะ” ทีเรียกพนักงานมาเช็กบิลอย่างรวดเร็ว เขาประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน แต่นลินกลับทรงตัวไม่อยู่ ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

“อ๊ะ...” หญิงสาวอุทานเบาๆ เมื่อเสียหลัก โชคดีที่ท่อนแขนแข็งแรงของทีตวัดโอบรอบเอวคอดของเธอไว้ได้ทันท่วงที เขาดึงร่างของเธอเข้ามาแนบชิดกับลำตัวเพื่อพยุงน้ำหนักทั้งหมดเอาไว้

“เดินไหวไหมครับลิน เกาะพี่แน่นๆ นะ” ทีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ค่อยๆ พยุงเธอเดินออกจากร้าน

ลมหนาวยามดึกปะทะเข้ากับใบหน้า ทว่าไม่ได้ช่วยให้สติของนลินกลับมาแต่อย่างใด เธอยังคงทิ้งน้ำหนักตัวพิงอกกว้างของเขา สองแขนเรียวตวัดคล้องแขนเขาไว้แน่น ใบหน้าหวานซุกไซ้ลงกับซอกคอของชายหนุ่มอย่างออดอ้อน

“อื้อ... พี่ทีตัวหอมจังเลย...” คำพูดไร้เดียงสาของคนเมา ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก ทีกัดฟันแน่น พยายามระงับอัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มรัวแรงขึ้นจากความใกล้ชิดที่มากเกินพอดี

เขาโบกเรียกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี เปิดประตูและประคองนลินเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง ก่อนจะตามเข้าไปนั่งประกบ ตลอดการเดินทาง นลินเอนศีรษะซบไหล่เขา หลับตาพริ้มอย่างสบายใจ ทิ้งให้ชายหนุ่มต้องต่อสู้กับความรู้สึกหวั่นไหวที่ตีรวนอยู่ในอกเพียงลำพัง มือใหญ่ของเขายังคงกุมมือเล็กของเธอไว้หลวมๆ เพื่อให้ความอบอุ่น

ทันทีที่แท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโด ทีจ่ายเงินและประคองนลินลงจากรถอย่างทุลักทุเล หญิงสาวเดินเซไปเซมาจนเขาต้องโอบเอวเธอไว้แน่นขึ้นกว่าเดิม

“ลินครับ แข็งใจเดินอีกนิดนะ ถึงคอนโดแล้ว”

ทีพยุงนลินเข้าไปในลิฟต์ กดชั้นที่เป็นจุดหมายปลายทาง ความเงียบภายในห้องโดยสารสี่เหลี่ยมเล็กๆ ยิ่งทำให้เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังก้องชัดเจนขึ้น นลินเอนศีรษะพิงอกเขา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเสื้อเชิ้ตของเขาเป็นจังหวะ

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้น ทีประคองนลินเดินออกจากลิฟต์ ตรงไปยังห้องของเธอ ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายของเธอเพื่อหยิบคีย์การ์ดออกมา จัดการแตะปลดล็อกประตู ก่อนจะพยุงร่างบางที่แทบจะทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่เขา เข้าไปภายในห้องที่มืดสนิทและเงียบงัน กับบรรยากาศที่ช่างเป็นใจในค่ำคืนนี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กาลครั้งนั้นคือคุณ   ตอนพิเศษ 2

    “แง้! ไม่เอา! ทัชจะเอาไดโนเสาร์! ทัชไม่กินข้าว!”เสียงร้องไห้จ้าสลับกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งตึงตังไปทั่วเพนต์เฮาส์สุดหรู ดังก้องกังวานต้อนรับเช้าวันใหม่ที่แสนจะวุ่นวาย ‘น้องทีทัช’ เด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบเศษที่กำลังอยู่ในวัยกำลังซนและพลังงานล้นเหลือ กำลังวิ่งหนีผู้เป็นพ่อพร้อมกับกอดตุ๊กตาไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ตัวโปรดไว้แน่น ไม่ยอมมานั่งที่โต๊ะอาหารเช้าแต่โดยดี“ทีทัชครับ มาหาปะป๊าเร็วลูก กินข้าวไข่ตุ๋นก่อนเดี๋ยวปะป๊าพาไปเล่นประกอบหุ่นยนต์นะ”ภาพของรองประธานกรรมการบริหารหนุ่มสุดเนี้ยบแห่งอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน บัดนี้อยู่ในสภาพที่ทำเอาพนักงานบริษัทมาเห็นคงต้องขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตชินในชุดกางเกงสแล็กสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอออกสามเม็ดเพื่อระบายความร้อน มือข้างหนึ่งถือชามข้าวเด็กลายเป็ดน้อย ส่วนอีกมือถือผ้ากันเปื้อน วิ่งไล่ต้อนลูกชายตัวแสบไปรอบโซฟาตัวใหญ่ด้วยสภาพเหงื่อตกในขณะที่สมรภูมิระหว่างพ่อกับลูกกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด บนโซฟาฝั่งตรงข้าม ร่างของว่าที่คุณแม่ลูกสองก็กำลังนั่งหน้ามุ่ย น้ำตาคล

  • กาลครั้งนั้นคือคุณ   ตอนพิเศษ 1

    เสียงเกลียวคลื่นสีเทอร์ควอยซ์กระทบเสาไม้ของวิลล่าหรูส่วนตัวกลางทะเลมัลดีฟส์ ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอขับกล่อมบรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ให้แสนจะผ่อนคลายและโรแมนติก สายลมเอื่อยพัดผ่านบานประตูหน้าต่างที่เปิดกว้าง หอบเอากลิ่นอายความสดชื่นของมหาสมุทรอินเดียเข้ามาภายในห้องพัก ทว่าบนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม ร่างบอบบางของ ‘นลิน’ กลับกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปด้วยความเคร่งเครียดที่ขัดกับบรรยากาศการฮันนีมูนอย่างสิ้นเชิงหญิงสาวถอนหายใจยาวพรืด ขณะเลื่อนเมาส์ปิดหน้าต่างแดชบอร์ดสรุปยอดขายบนเว็บนิยาย หลังจากนั่งวิเคราะห์กลยุทธ์การตั้งราคาอีบุ๊กและเช็กยอดดาวน์โหลดของผลงานเรื่องที่ผ่านมาจนเป็นที่น่าพอใจแล้ว นลินก็เปิดไฟล์เอกสารหน้าเปล่าขึ้นมาเพื่อเตรียมโครงเรื่องสำหรับนิยายเรื่องใหม่... ทว่าเคอร์เซอร์ที่กะพริบวิบวับอยู่บนหน้าจอกลับว่างเปล่าพอๆ กับจินตนาการในหัวของเธอตอนนี้นิยายเรื่องใหม่ของนามปากกา ‘ลานิน’ เธอตั้งใจจะเขียนแนวออฟฟิศโรมานซ์ที่มีความแซ่บและเผ็ดร้อนยิ่งกว่าเดิม โดยวางพล็อตให้เป็นความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างท่านประธานจอมโหดผู้เย็นชา กับเลขาฯ สาวส

  • กาลครั้งนั้นคือคุณ   ตอนที่ 44 (ตอนจบ)

    สายลมโชยอ่อนพัดพาความเย็นสบายและกลิ่นหอมของดอกกุหลาบสีขาวที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณสวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวของคฤหาสน์อัครโภคิน บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ที่แสงแดดทอประกายสีทองอ่อนๆ อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ งานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ตามความต้องการของเจ้าสาว ไม่ได้เชิญแขกเหรื่อระดับวีไอพีหรือนักธุรกิจนับพันคนเหมือนงานแต่งงานทั่วไปของมหาเศรษฐี แต่มีเพียงครอบครัว ญาติสนิท และเพื่อนฝูงที่รักใคร่คุ้นเคยกันจริงๆ เท่านั้นที่มาร่วมเป็นพยานในวันสำคัญนี้ภายในห้องพักรับรองที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องแต่งตัว เจ้าสาวคนสวยกำลังยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ นลินในวัยย่างสามสิบปี ดูงดงามหมดจดในชุดแต่งงานผ้าไหมออร์แกนซ่าสีขาวบริสุทธิ์ ดีไซน์เปิดไหล่เผยไหปลาร้าสวยงาม กระโปรงทรงเอไลน์ทิ้งตัวพริ้วไหวดูเรียบหรูแต่แฝงไปด้วยความหวานละมุน ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ประดับด้วยเทียร่าดอกไม้คริสตัลเล็กๆ ที่ส่องประกายล้อแสงไฟ“สวยมากเลยยัยลิน สวยจนฉันอยากจะร้องไห้เลยเนี่ย” พรีม เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาว เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางใช้กระดาษท

  • กาลครั้งนั้นคือคุณ   ตอนที่ 43

    นับตั้งแต่วันที่ความลับเรื่องลูกน้อยในครรภ์ถูกเปิดเผยกลางงานแจกลายเซ็น ชีวิตของนลินก็แทบจะถูกยกระดับขึ้นเป็น ‘ไข่ในหิน’ ระดับพรีเมียมที่ได้รับการทะนุถนอมดูแลอย่างสูงสุดจากว่าที่คุณพ่อป้ายแดงเตชินแทบจะย้ายฐานบัญชาการจากชั้น 35 ของอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน มาตั้งอยู่ที่ห้องรับแขกบ้านของนลิน ชายหนุ่มหอบแฟ้มเอกสารมานั่งเซ็นไปพลาง คอยปอกผลไม้และชงนมอุ่นๆ ให้ว่าที่คุณแม่ไปพลาง อาการคลั่งรักที่ว่าหนักหนาสาหัสแล้วในอดีต บัดนี้กลับทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าเมื่อเขากำลังจะได้เป็นพ่อคนเวลาล่วงเลยผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม อายุครรภ์ของนลินก้าวเข้าสู่เดือนที่หก หน้าท้องของหญิงสาวนูนป่องขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนไม่สามารถปกปิดด้วยเสื้อผ้าโอเวอร์ไซซ์ได้อีกต่อไป ร่างกายที่อวบอิ่มขึ้นตามสรีระของคุณแม่ตั้งครรภ์ ทำให้เตชินยิ่งหวงแหนและแทบจะไม่ยอมให้เธอขยับตัวทำอะไรที่หนักเกินไปเลยแม้แต่น้อยเย็นวันศุกร์อันแสนเงียบสงบ จู่ๆ พรีม เพื่อนสนิทที่พ่วงตำแหน่งฝ่ายบุคคลคนเก่งของบริษัท ก็บุกมาหาเธอถึงที่บ้านพร้อมกับชุดเดรสคลุมท้องเปิดไหล่สีขาวมุกที่ตัดเย็บอย่างประณีต“ลุกขึ้นมาแต

  • กาลครั้งนั้นคือคุณ   ตอนที่ 42

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระยะเวลาห้าเดือนเต็มที่นลินก้าวออกมาจากอิมพีเรียล คอร์ปอเรชัน เพื่อทุ่มเทให้กับเส้นทางนักเขียนอย่างเต็มตัว เป็นห้าเดือนที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งความสำเร็จในหน้าที่การงาน และ... ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่กำลังก่อกำเนิดชีวิตใหม่ณ ลานกิจกรรมอีเวนต์ฮอลล์ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางกรุงเทพมหานคร บรรยากาศเนืองแน่นไปด้วยฝูงชนและนักอ่านนับร้อยชีวิตที่มารอต่อคิวกันตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด ป้ายแบ็กดรอปขนาดใหญ่เบื้องหลังเวที ปรากฏภาพปกนิยายสีสันสวยงามพร้อมกับตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนว่า ‘งานเปิดตัวหนังสือและแจกลายเซ็น เล่ห์รักท่านประธานร้าย โดย นามปากกา ลานิน’ผลงานเรื่องใหม่ของเธอเรื่องนี้ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สั่นสะเทือนวงการนิยายรักโรแมนติก ยอดพรีออเดอร์ถล่มทลายจนสำนักพิมพ์ต้องสั่งตีพิมพ์ซ้ำตั้งแต่สัปดาห์แรก แฟนคลับมากมายต่างตกหลุมรักคาแรกเตอร์ ‘ท่านประธานเตชินท์’ ที่ทั้งเผด็จการแต่ก็คลั่งรักนางเอกแบบสุดหัวใจ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า พระเอกในนิยายเรื่องนี้ มีตัวตนอยู่จริงและกำลังนั่

  • กาลครั้งนั้นคือคุณ   ตอนที่ 41

    คฤหาสน์อัครโภคินอันโอ่อ่าและเงียบสงบในยามสาย บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นส่วนตัวของคุณท่านแห่งตระกูล ผู้ซึ่งเป็นบิดาของเตชิน อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเงียบสงบ หลังจากผ่านวิกฤตสุขภาพและอาการโคม่ามาได้ ร่างกายของคุณท่านก็ค่อยๆ ฟื้นฟูขึ้นตามลำดับจนสามารถกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้แล้วบนโซฟาบุหลุยส์ข้างเตียงผู้ป่วย คุณหญิงดาริกากำลังนั่งปอกผลไม้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดและกังวลใจ ข่าวการประกาศกร้าวของเตชินกลางที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้หล่อนรู้สึกเสียหน้าและโกรธเคือง แต่ในขณะเดียวกัน ผลงานการบริหารที่ก้าวกระโดดของลูกชายก็ทำให้หล่อนไม่อาจหาข้ออ้างใดมาคัดค้านความสามารถของเขาได้อีก“คุณดาริกา ทำไมพักนี้หน้าตาดูหมองๆ ไปล่ะ มีเรื่องอะไรให้คิดหนักงั้นหรือ” เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นของสามีเอ่ยทักขึ้น คุณท่านที่นั่งพิงหมอนใบโตอยู่บนเตียง ลอบสังเกตภรรยามาหลายวันแล้วคุณหญิงดาริกาชะงักมีดปอกผลไม้ ถอนหายใจยาว “ก็เรื่องตาเตชินนั่นแหละค่ะคุณ ดื้อรั้นไม่ยอมฟังใคร ประกาศหักหน้าฉันกลางที่ประชุมเพื่อปกป้องผู้หญิงไม่มีห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status