INICIAR SESIÓNนิ้วหัวแม่มือของนลินชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์บนหน้าจอสมาร์ตโฟน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะราบเรียบกลับสูบฉีดแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอจ้องมองข้อความทักทายแรกจากผู้ชายที่ชื่อ ‘Tee’ ซ้ำไปซ้ำมา
‘ดึกป่านนี้แล้ว เพิ่งเลิกงาน หรือว่ากำลังนั่งปั่นงานอยู่เหมือนกันครับ?’
มันไม่ใช่ประโยคจีบสาวที่หวือหวาหรือดูพยายามจนเกินพอดี แต่มันคือคำถามที่แฝงไปด้วยความใส่ใจและเดาสถานการณ์ของเธอได้อย่างแม่นยำ นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
L: ทั้งสองอย่างเลยค่ะ เพิ่งเคลียร์งานหลักเสร็จ แล้วก็กำลังปั่นงานเสริมต่อค่ะ คุณทีล่ะคะ?
เธอเลือกที่จะใช้คำสุภาพและเว้นระยะห่างไว้นิดหน่อยตามประสาคนเพิ่งเคยคุยกันครั้งแรก แต่เพียงแค่กดส่งไปไม่ถึงสิบวินาที ข้อความของอีกฝ่ายก็ขึ้นสถานะ ‘อ่านแล้ว’ พร้อมกับสัญลักษณ์จุดไข่ปลาสามจุดที่กำลังเต้นดุ๊กดิ๊ก บ่งบอกว่าเขากำลังพิมพ์ตอบกลับมาในทันที
Tee: ผมเพิ่งเคลียร์เอกสารของวันนี้เสร็จครับ มนุษย์ออฟฟิศสู้ชีวิตเหมือนกันสินะครับเนี่ย ว่าแต่ให้ผมเรียกว่าคุณแอลตามชื่อโปรไฟล์เลยไหมครับ? หรือว่ามีชื่ออื่นให้ผมเรียกเป็นสิทธิพิเศษหรือเปล่า?
นลินหลุดขำพรืดออกมาเบาๆ กับความแพรวพราวที่ซ่อนอยู่ในประโยคคำถามนั้น ผู้ชายคนนี้มีจังหวะการสนทนาที่ลื่นไหลและดูเป็นธรรมชาติจนเธอรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างประหลาด
L: เรียกลินก็ได้ค่ะ นลิน อายุ 24 ปีค่ะ เป็นมนุษย์ออฟฟิศสู้ชีวิตที่กำลังจะขิตเพราะงานเสริม
Tee: ถ้าลินอายุ 24 งั้นผมก็ต้องแทนตัวเองว่า ‘พี่’ สิครับ เพราะปีนี้พี่อายุ 28 แล้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะครับน้องลิน พี่ชื่อทีนะครับ
สรรพนามที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่ได้ดูคุกคามจนเกินงาม ทำเอาแก้มของนลินร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ คำว่า ‘พี่ที’ กับ ‘น้องลิน’ มันฟังดูสนิทสนมและจั๊กจี้หัวใจแปลกๆ สำหรับคนที่ครองความโสดมานานหลายปี คืนนั้นบทสนทนาของพวกเขาดำเนินต่อไปอย่างลื่นไหล ไม่มีเดดแอร์ ไม่มีการถามคำตอบคำ พวกเขาคุยกันตั้งแต่เรื่องความบ้าอำนาจของเจ้านาย ไปจนถึงเรื่องอาหารร้านโปรดที่ชอบกินตอนดึก
พี่ทีเล่าว่าเขาเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาที่วันๆ ต้องเผชิญหน้ากับกองเอกสารและการประชุมที่ยืดเยื้อจนแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิตส่วนตัว เขาบอกว่าตัวเองทำงานหนักจนไม่มีเวลาไปตามหาความรักที่ไหน และแอปพลิเคชันนี้ก็เป็นเพื่อนคนเดียวที่คลายเหงาให้เขาในยามค่ำคืน
นลินสัมผัสได้ถึงความคล้ายคลึงกันในจังหวะชีวิตของพวกเธอ เธอไม่ได้บอกเขาเรื่องที่ตัวเองเป็นนักเขียนนิยาย เพียงแค่บอกว่าเป็นพนักงานวิเคราะห์ข้อมูลที่รับจ๊อบฟรีแลนซ์เขียนบทความก๊อกๆ แก๊กๆ ในตอนกลางคืน ซึ่งพี่ทีก็รับฟังและให้กำลังใจเธออย่างอบอุ่น
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบตีสี่ นลินเริ่มหาวหวอดใหญ่ แต่ก็ยังไม่อยากวางโทรศัพท์ ทว่าพี่ทีกลับเป็นฝ่ายพิมพ์มาเบรกเสียก่อน
Tee: ตีสี่แล้ว ลินไปนอนได้แล้วครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปทำงานอีกไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ไปสัปหงกหน้าคอมฯ หรอก
L: ยังไม่ง่วงเท่าไหร่เลยค่ะ พี่ทีนั่นแหละไล่ลินเพราะตัวเองง่วงแล้วใช่ไหมล่ะ
Tee: พี่น่ะอยากคุยกับลินยันเช้าเลยครับ แต่พี่เป็นห่วงสุขภาพเรามากกว่า ไปนอนเถอะครับ พรุ่งนี้เช้าพี่จะทักไปปลุกนะ ฝันดีครับลิน
ข้อความสุดท้ายของคืนนั้นทำเอานลินต้องซุกหน้าลงกับหมอนและเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ มันเป็นคืนแรกในรอบหลายปีที่เธอหลับตาลงพร้อมกับความรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวบนโลกใบนี้อีกต่อไป
จากคืนแรก... กลายเป็นสัปดาห์ และล่วงเลยเข้าสู่เดือนที่สอง
บทสนทนาผ่านแอปพลิเคชันและแอปแชตสีเขียวกลายเป็น ‘กิจวัตรประจำวัน’ ที่นลินขาดไม่ได้ ทุกๆ เช้าเธอจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับข้อความ ‘Morning ครับลิน วันนี้อย่าลืมกินข้าวก่อนเข้าออฟฟิศนะ’ ในตอนกลางวันพวกเขาจะแลกเปลี่ยนรูปถ่ายมื้อเที่ยง หรือบ่นเรื่องเพื่อนร่วมงานให้กันฟัง และในยามค่ำคืน มันคือช่วงเวลาอันแสนพิเศษที่ทั้งสองจะได้พักพิงอิงแอบกันผ่านตัวอักษร
พี่ทีเป็นผู้ชายที่เติบโต มีวุฒิภาวะ และเป็นผู้ฟังที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่นลินเคยรู้จักมา เขาไม่เคยก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว ไม่เคยเซ้าซี้ขอดูรูปหน้าชัดๆ ของเธอ และไม่เคยเร่งรัดความสัมพันธ์ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปราวกับสายน้ำที่ซึมลึกซับลงไปในผืนทราย
วันหนึ่ง ในช่วงปลายเดือนที่พายุฝนกระหน่ำตกลงมาอย่างหนัก นลินเพิ่งกลับถึงคอนโดด้วยสภาพเปียกปอนและเหนื่อยล้าขั้นสุด วันนี้เธอโดนเจ้านายตำหนิเรื่องรายงานยอดขายที่ข้อมูลคลาดเคลื่อน ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ความผิดของเธอ หญิงสาวทิ้งตัวลงบนโซฟา น้ำตาแห่งความอัดอั้นเอ่อคลอเบ้า ในจังหวะนั้นเอง เสียงเรียกเข้าจากแอปพลิเคชันไลน์ก็ดังขึ้น ปรากฏชื่อ ‘P’Tee’ บนหน้าจอ
นลินสูดน้ำมูก กดรับสายและพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด “ฮัลโหลค่ะ พี่ที”
(เสียงสั่นๆ นะลิน ร้องไห้หรือเปล่าครับ?) เพียงแค่ประโยคแรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มและอ่อนโยนที่ดังลอดผ่านลำโพงมา ก็ทำนบน้ำตาของนลินพังทลาย เธอไม่เคยได้ยินเสียงเขาชัดเจนขนาดนี้มาก่อน เสียงของพี่ทีมีเสน่ห์ ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่ทำให้หัวใจที่กำลังบอบช้ำรู้สึกปลอดภัย
“ลิน... ลินแค่เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ วันนี้ที่ทำงานมีปัญหา” นลินตอบกลับไปด้วยเสียงสะอื้นที่กลั้นไว้ไม่อยู่
ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ ที่เต็มไปด้วยความห่วงใย (ใครรังแกลินของพี่ บอกพี่มาเลย เดี๋ยวพี่จะไปจัดการให้... แต่ตอนนี้ ลินร้องไห้ออกมาให้พอเลยนะ พี่จะถือสายอยู่เป็นเพื่อนตรงนี้แหละ ไม่ไปไหนครับ)
คำว่า ‘ลินของพี่’ และคำอนุญาตให้เธออ่อนแอได้ ทำให้นลินปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย เธอเล่าเรื่องความอยุติธรรมในที่ทำงานให้เขาฟัง พี่ทีไม่ได้พยายามสอนสั่งหรือบอกให้เธออดทน เขาเพียงแค่รับฟัง คอยส่งเสียงตอบรับในคอ และเอ่ยประโยคปลอบโยนที่ทำให้เธอรู้สึกว่าความรู้สึกของเธอมีค่าและสมเหตุสมผล
(ลินเก่งมากแล้วครับที่ผ่านวันนี้มาได้ พรุ่งนี้ก็คือวันใหม่แล้วนะ ปล่อยความเครียดทิ้งไปกับฝนคืนนี้นะครับคนเก่งของพี่)
คืนนั้น พวกเขาคุยสายกันจนนลินเผลอหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มและคราบน้ำตาที่แห้งเหือด เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ผู้ชายที่เธอไม่เคยเห็นหน้าชัดๆ คนนี้ ได้กลายมาเป็น ‘เซฟโซน’ ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเธอไปเสียแล้ว
เย็นวันศุกร์สัปดาห์ต่อมา บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มผ่อนคลายเมื่อใกล้ถึงเวลาเลิกงาน นลินกำลังเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมตัวกลับไปพักผ่อนหลังจากลุยงานหนักมาทั้งอาทิตย์ เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้น
P’Tee: วันศุกร์แล้ว เย็นนี้ลินมีแพลนไปไหนหรือเปล่าครับ?
L: ไม่มีเลยค่ะ กะว่าจะกลับไปนอนเปื่อยที่คอนโด พี่ทีล่ะคะ? วันนี้ต้องอยู่เคลียร์เอกสารดึกอีกหรือเปล่า
ข้อความของนลินถูกอ่านทันที แต่คราวนี้อีกฝ่ายทิ้งช่วงไปพักใหญ่จนนลินเริ่มขมวดคิ้วสงสัย ก่อนที่หน้าจอจะปรากฏข้อความที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวราวกับตีกลองรบ
P’Tee: พี่มีเรื่องจะสารภาพครับ...
P’Tee: พี่รู้สึกว่า พี่ทนคุยกับลินผ่านแค่ตัวหนังสือหรือเสียงโทรศัพท์ไม่ไหวแล้วครับ
นลินเบิกตากว้าง มือที่จับโทรศัพท์สั่นน้อยๆ ความคิดสารพัดวิ่งวนในหัว หรือว่าเขาจะเทเธอ? หรือเขารู้สึกว่ามันเสียเวลา?
แต่ข้อความถัดมากลับพลิกอารมณ์ของเธอจากหน้ามือเป็นหลังมือ
P’Tee: เสาร์นี้ลินว่างไหมครับ เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันไหม ถือซะว่าฉลองที่ลินผ่านสัปดาห์ที่แสนเหนื่อยล้ามาได้
P’Tee: และพี่อยากเจอหน้าลินจริงๆ สักทีครับ
โลกทั้งใบของนลินเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้มที่กำลังจะปริแตกออกมาจนถึงใบหู นี่คือการชวนเดตครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
ความลังเลแวบเข้ามาในหัวเล็กน้อย การไปเจอผู้ชายที่รู้จักผ่านแอปหาคู่มันจะปลอดภัยไหม? แต่เมื่อนึกถึงทุกบทสนทนา ความห่วงใย และความเป็นสุภาพบุรุษที่เขามอบให้ตลอดเกือบสองเดือนที่ผ่านมา กำแพงความหวาดระแวงของเธอก็ทลายลงจนหมดสิ้น เธอเชื่อใจเขา เชื่อใจผู้ชายที่ชื่อพี่ทีคนนี้อย่างหมดหัวใจ
นลินพิมพ์ตอบกลับไปด้วยนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อย แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่พองโต
L: ว่างค่ะ ลินก็อยากเจอพี่ทีเหมือนกัน
P’Tee: งั้นพรุ่งนี้หกโมงเย็น พี่ไปรอที่ร้านอาหารบาร์แจ๊สแถวเอกมัยนะครับ ร้านนี้ดนตรีเพราะ อาหารอร่อย เหมาะกับลินแน่นอน
P’Tee: ตื่นเต้นจังเลยครับ พรุ่งนี้พี่ต้องทำตัวไม่ถูกแน่ๆ
นลินหัวเราะออกมาเบาๆ กับความน่ารักของอีกฝ่าย เธอเองก็ตื่นเต้นจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้วเหมือนกัน หญิงสาวรีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ คว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากออฟฟิศด้วยก้าวที่เบาหวิวราวกับเดินอยู่บนก้อนเมฆ
คืนนี้เธอคงต้องรื้อตู้เสื้อผ้าขนานใหญ่ ต้องเตรียมชุดเดรสที่สวยที่สุด ต้องหาวิธีแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติแต่ดึงดูดสายตาที่สุด เพราะพรุ่งนี้จะเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่เธอรอคอยมาแสนนาน
การพบกันครั้งแรกระหว่าง ‘นลิน’ และ ‘พี่ที’ ในโลกแห่งความเป็นจริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ผู้ชายที่บอกว่าเป็นเพียง ‘พนักงานออฟฟิศธรรมดา’ คนนั้น จะกลายมาเป็นความทรงจำที่ทั้งสวยงามที่สุด และเจ็บปวดที่สุด ในชีวิตของเธอ
บรรยากาศภายในห้องชุดขนาดกะทัดรัดมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดไฟริมถนนที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาตกกระทบลงบนพื้นห้อง ทีใช้เท้าดันบานประตูให้ปิดลงพร้อมกับระบบล็อกที่ทำงานอัตโนมัติ สองแขนแกร่งยังคงโอบประคองร่างบอบบางที่อ่อนปวกเปียกของนลินเอาไว้แน่น หญิงสาวทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาที่เขา ศีรษะทุยซบอยู่กับลาดไหล่กว้าง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่เจือกลิ่นค็อกเทลรสหวานยังคงรินรดอยู่ที่ซอกคอของชายหนุ่ม ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาทำงานหนักขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ทีพยายามกวาดสายตามองฝ่าความมืดเพื่อหาตำแหน่งสวิตช์ไฟ ทว่ามือเล็กของคนเมากลับขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน หรือกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไว้กลางทาง ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูปนหนักใจ เขาตัดสินใจกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น แล้วพยุงร่างของเธอเดินฝ่าความสลัวตรงเข้าไปยังห้องนอนที่เปิดประตูแง้มทิ้งไว้แทนที่จะเสียเวลาเปิดไฟข้างนอกเตียงนอนขนาดคิงไซส์ปรากฏอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางความมืดมิด ทีค่อยๆ ประคองร่างของนลินให้ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวังที่สุด ทันทีที่สัมผัสกับความนุ่มของฟูกสปริง หญิงสาวก็เอนตั
เข็มสั้นของนาฬิกาบนผนังออฟฟิศชี้บอกเวลาสองทุ่มตรง ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะทำงานของนลินกลับมืดมนและหนักอึ้งราวกับพายุลูกใหญ่เพิ่งพัดถล่มลงมากลางใจ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งเหม่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยตัวเลขสถิติและกราฟวิเคราะห์ข้อมูลด้วยดวงตาที่แดงก่ำและรอยคราบน้ำตาที่เพิ่งเช็ดออกไปลวกๆวันนี้เป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตการทำงานของเธอ...โปรเจกต์วิเคราะห์การตลาดชิ้นสำคัญที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนเต็ม อดหลับอดนอนจนแทบไม่ได้พักผ่อน กลับถูก ‘พี่กิต’ หัวหน้าแผนกจอมฉวยโอกาส ชุบมือเปิบเอาไปพรีเซนต์ต่อหน้าบอร์ดบริหารว่าเป็นผลงานของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย ความเจ็บใจระลอกแรกยังไม่ทันจางหาย ซ้ำร้ายเมื่อตัวเลขบางจุดเกิดความคลาดเคลื่อนเพราะเขาไม่ได้ศึกษาข้อมูลเชิงลึกมาให้ดีพอ เขากลับพลิกลิ้นโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงกลางห้องประชุมที่เต็มไปด้วยสายตากดดันและเสียงตำหนิ นลินถูกต่อว่าอย่างหนักโดยที่ไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริงแม้แต่คำเดียว เมื่อเธอพยายามจะอ้าปากชี้แจง พี่กิตก็ใช้อำนาจหน้าที่และวาทศิลป์ตัดบท ทำให้เธอกลายเป็นพนักงานไร้ความรับผิดชอบในสายตาทุกคนความย
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟแชนเดอเลียร์สไตล์วินเทจ ส่องกระทบแก้วคริสตัลบนโต๊ะไม้โอ๊กจนเกิดประกายวิบวับ เสียงแซกโซโฟนที่บรรเลงเพลงแจ๊สจังหวะเนิบนาบเคล้าคลอกับเสียงพูดคุยเบาๆ ของผู้คนภายในร้านอาหารกึ่งบาร์ย่านเอกมัย บรรยากาศรอบตัวช่างดูโรแมนติกและผ่อนคลาย ทว่านั่นไม่ได้ช่วยให้จังหวะการเต้นของหัวใจ ‘นลิน’ สงบลงได้เลยแม้แต่น้อยหญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีนั่งหลังตรงแน่วอยู่บนเบาะหนังสีเข้ม มือเล็กทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ วันนี้เธอเลือกสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีเบจทับด้วยคาร์ดิแกนสีครีมบางๆ ที่ดูไม่เป็นทางการจนเกินไป แต่ก็ยังขับเน้นผิวขาวเนียนและเรือนร่างบอบบางให้ดูน่ามอง ใบหน้าที่มักจะแต่งแต้มเพียงเครื่องสำอางบางๆ สำหรับไปทำงาน วันนี้ถูกแต่งเติมอย่างประณีตเพื่อให้ดูสดใสและมีชีวิตชีวาที่สุด นลินยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็กเวลาเป็นรอบที่สิบ... ห้าโมงห้าสิบห้านาที อีกเพียงห้านาทีก็จะถึงเวลานัดหมาย‘ใจเย็นๆ สิแก แค่มากินข้าวกับคนคุยเอง ไม่ได้มาสัมภาษณ์งานสักหน่อย’นลินพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนถึงลำคอ เธอจินตนาการภาพ ‘พี่ที’ ไปสารพัดรูปแบบ จากรูปโปรไฟล์ที่เห็นแค่ส
นิ้วหัวแม่มือของนลินชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์บนหน้าจอสมาร์ตโฟน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะราบเรียบกลับสูบฉีดแรงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอจ้องมองข้อความทักทายแรกจากผู้ชายที่ชื่อ ‘Tee’ ซ้ำไปซ้ำมา‘ดึกป่านนี้แล้ว เพิ่งเลิกงาน หรือว่ากำลังนั่งปั่นงานอยู่เหมือนกันครับ?’มันไม่ใช่ประโยคจีบสาวที่หวือหวาหรือดูพยายามจนเกินพอดี แต่มันคือคำถามที่แฝงไปด้วยความใส่ใจและเดาสถานการณ์ของเธอได้อย่างแม่นยำ นลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปL: ทั้งสองอย่างเลยค่ะ เพิ่งเคลียร์งานหลักเสร็จ แล้วก็กำลังปั่นงานเสริมต่อค่ะ คุณทีล่ะคะ?เธอเลือกที่จะใช้คำสุภาพและเว้นระยะห่างไว้นิดหน่อยตามประสาคนเพิ่งเคยคุยกันครั้งแรก แต่เพียงแค่กดส่งไปไม่ถึงสิบวินาที ข้อความของอีกฝ่ายก็ขึ้นสถานะ ‘อ่านแล้ว’ พร้อมกับสัญลักษณ์จุดไข่ปลาสามจุดที่กำลังเต้นดุ๊กดิ๊ก บ่งบอกว่าเขากำลังพิมพ์ตอบกลับมาในทันทีTee: ผมเพิ่งเคลียร์เอกสารของวันนี้เสร็จครับ มนุษย์ออฟฟิศสู้ชีวิตเหมือนกันสินะครับเนี่ย ว่าแต่ให้ผมเรียกว่าคุณแอลตามชื่อโปรไฟล์เลยไหมครับ? หรือว่ามีชื่ออื่นให้ผมเรียกเป็นสิทธ
เข็มสั้นของนาฬิกาแขวนผนังชี้ไปที่เลขสอง ในขณะที่เข็มยาวกำลังจะแตะเลขสาม บ่งบอกเวลาตีสองสิบห้านาทีท่ามกลางความมืดมิดของห้องชุดขนาดกะทัดรัดใจกลางเมือง มีเพียงแสงสว่างจ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปที่สาดส่องกระทบใบหน้าของ ‘นลิน’ หญิงสาววัย 24 ปี ที่กำลังนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเก่ง ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตากรองแสงสีฟ้าจ้องเขม็งไปยังกราฟและตัวเลขบนหน้าจอไม่ใช่ตัวเลขสถิติจากงานประจำในตำแหน่งนักวิเคราะห์ข้อมูลที่เธอทำอยู่ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ แต่เป็นแดชบอร์ดสรุปยอดขายรายตอนและอีบุ๊กบนแพลตฟอร์มนิยายยอดฮิตนลินขยับเมาส์เลื่อนดูผลงานที่เรียงรายอยู่บนชั้นหนังสือดิจิทัลของเธอด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจลึกๆ ภายใต้นามปากกา ‘ลานิน’ ที่ตอนนี้กลายเป็นชื่อที่ติดท็อปชาร์ตและมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตอย่างเหนียวแน่น รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อสายตาไปสะดุดเข้ากับหน้าปกนิยายเรื่องแรกในชีวิตอย่าง ‘รักร้ายในคืนลวง’เธอจำได้ดีว่าตอนที่กดปุ่มเปิดเรื่องครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ นั่งรีเฟรชหน้าจอทุกๆ ห้านาทีเพียงเพื่อจะพบว่ามียอดคนอ่านเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น แต่หลับสิบในวันนั้น กลับเป็นเหมือ







