Masukอาทิตย์ต่อมา
เมื่อถึงวันออกทริป ทุกคนก็เริ่มออกเดินทางกันประมาณช่วงสาย โดยใช้รถตู้ส่วนตัวเป็นยานพาหนะในการเดินทาง มีเจ้าขุนเป็นคนขับและกันต์ที่นั่งเบาะข้างๆคอยสับเปลี่ยนกันขับ ถัดไปที่นั่งเบาะด้านหลังจะเป็นจอมทัพกับของขวัญ ถัดไปอีกก็จะเป็นสามสาวเจ้าขาชะเอมและกิ่ง
เมื่อขับรถไปเรื่อยๆระหว่างทางก็แวะปั๊มเพื่อให้คนในรถได้ทำธุระส่วนตัว ไม่ก็ซื้อขนมนมเนยในเซเว่นไว้กินระหว่างทาง
“พี่ขุนอีกนานมั้ยกว่าจะถึง” ขณะกำลังเลือกซื้อขนมอยู่ในเซเว่น กิ่งก็เดินเข้าไปถามเจ้าขุนที่กำลังยืนเลือกเครื่องดื่มอยู่หน้าตู้แช่ ด้านเจ้าขุนจึงหันมาเอ่ยตอบ
“ประมาณชั่วโมงนึง”
"ชั่วโมงนึงเหรยพอได้นั่งกันเข็ดวาน" (อีกเป็นชั่วโมงคงนั่งกันจนปวดก้น) กิ่งบ่นออกมาทันทีตามประสาเธอ ก่อนที่คนเป็นพี่ชายอย่างกันต์จะเดินเข้ามาพูดด้วย
“เค้าพามาเที่ยวแล้วอิบ่นไหร่หนักหนา" (เค้าพามาเที่ยวแล้วจะบ่นอะไรหนักหนา)
"พี่กะขี้บ่นเหมือนกันแหละ บ่นน้องหนิได้ทั้งวัน แลพี่ขุนตะไม่ช่ายบ่นเจ้าขาหนิ หัดเอาพี่ขุนเป็นตัวอย่างมั่งตะ" (พี่ก็ขี้บ่นเหมือนกันนั่นแหละ บ่นน้องเนี่ยได้ทั้งวัน ดูอย่างพี่ขุนสิไม่เห็นจะบ่นเจ้าขาเลย หัดเอาพี่ขุนเป็นแบบอย่างบ้างนะ)
"เดี๋ยวตะ มาสอนพี่เนาะเดี๋ยวอีโถก" (เดี๋ยวเหอะ มาสอนพี่เหรอเดี๋ยวจะโดน) กันต์ยกมือขึ้นทำท่าจะเขกกระโหลกน้องสาวแต่ก็ไม่ได้เขก แค่ทำเป็นขู่เล่นๆเท่านั้น ทางด้านเจ้าขาที่เดินมาเห็นเหตุการณ์พี่น้องเถียงกันต์พอดีจึงพูดขัดขึ้น
“พอเลยๆ สองคนนี้เป็นไรชอบเถียงกันตลอด เจ้าว่าซื้อของเสร็จแล้วก็รีบไปจ่ายเงินกันดีกว่า ถ้ามัวแต่เถียงกันอยู่ตรงนี้จะไปถึงทะเลช้านะคะ”
“งั้นเราไปกันเถอะเจ้า อยู่ตรงนี้นานๆเดี๋ยวติดเชื้อขี้บ่นจากพี่เราเอา” พูดจบกิ่งก็เดินควงแขนเจ้าขาที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและลูกของนายจ้างไปจ่ายตังค์ที่เคาน์เตอร์ทันที คนเป็นพี่ชายอย่างกันต์จึงได้แต่บ่นน้องสาวตามหลัง
"ปากดีเหลือเกิน ปากพันนี้อิหาแฟนได้หม้ายล่ะ" (ปากดีเหลือเกิน ปากแบบนี้จะหาแฟนได้มั้ยล่ะ)
ขณะเดียวกันด้านเจ้าขุนที่ยืนเงียบอยู่จึงหลุดยิ้มบางๆออกมาให้กับสองพี่น้องที่รักกันมากแต่ไม่ค่อยจะพูดดีกันสักเท่าไหร่ เป็นต้องต่อปากต่อคำกันตลอด ผิดกับเขาที่พูดอะไรน้องสาวก็เชื่อฟังไปเสียหมด จะมีก็แต่น้องสาวไม่แท้ที่ดื้อไม่พอยังพูดไม่ค่อยจะฟังกันอีก
ซึ่งในขณะที่เขากำลังนึกถึงอีกคน ก็ได้ยินกันต์พูดขึ้น...
“ไปกันเถอะพี่”
“ไปก่อนเลยกูยังซื้อของไม่เสร็จ”
กันต์ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปหาสองสาวที่ยังคงยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน เป็นจังหวะที่พนักงานแจ้งยอดค้าของที่สองสาวซื้อพอดี กันต์จึงยื่นเงินของตัวเองให้พนักงานทันที แต่เมื่อเจ้าขาเห็นเช่นนั้นเธอจึงพูดขึ้น
“ไม่เป็นไรพี่กันต์ ของเจ้าเจ้าจ่ายเองค่ะ”
“ไม่เป็นไร เลี้ยงขนมเราแค่นี้พี่ไม่จนลงหรอก”
“แต่ว่า"
“พี่กันต์เค้าอยากเลี้ยงก็ให้เค้าเลี้ยงเถอะเจ้า เห็นพี่กันต์แบบเนี้ยเงินเก็บเค้าเยอะนะจะบอกให้ ไม่รู้ว่าที่ขยันทำงานเก็บเงินเพราะจะไปขอสาวที่ไหนรึเปล่า”
สิ้นคำพูดของกิ่งที่พูดแทรกขึ้นมา สีหน้าของเจ้าขาก็ดูเศร้าลงทันที ก่อนที่เธอจะหันไปถามเจ้าขุนอย่างไม่เต็มเสียง
“พี่กันต์มีแฟนแล้วเหรอคะ”
“พี่..”
“นี่ค่ะเงินทอน”
ไม่ทันที่กันต์จะได้เอ่ยปากตอบอะไร พนักงานที่รับเงินกันต์ไปก่อนหน้าก็ยื่นเงินทอนพร้อมบิลค้าของมาให้ เขาจึงต้องหันไปรับเงินทอน เป็นจังหวะที่เจ้าขาหยิบของที่ซื้อไว้แล้วเดินออกไปจากร้านโดยไม่พูดไม่จาอะไรอีก
“เอ๊า เจ้ารอด้วยสิ” กิ่งที่ยืนมึนอยู่ก็รีบเดินตามเพื่อนไปติดๆ เช่นเดียวกับกันต์พอรับเงินทอนเสร็จก็รีบเดินตามสองสาวไปที่รถทันที
ทางด้านเจ้าขุนที่เดินตามหาคนตัวเล็กจนมาเจอเธอยืนเลือกขนมจำพวกช็อกโกแลตอยู่ เขาจึงพูดออกไปเพื่อดึงความสนใจของเธอจากขนมให้หันมามองกัน
“ยังชอบกินช็อกโกแลตเหมือนตอนเด็กเลยนะ”
ด้านชะเอมจึงหันไปมองคนที่พูดอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถามโดยไม่คิดจะสนใจคำพูดของเขาเมื่อครู่
“พี่มีอะไร”
“พี่แค่เดินมาดูเราเฉยๆว่าซื้อของเสร็จยัง”
“เสร็จแล้ว เดี๋ยวเอมจะไปจ่ายตังค์พี่ไปรอที่รถเถอะไม่ต้องมาสนใจเอมหรอก” ทั้งคำพูดและน้ำเสียงที่ใช้พูดกับอีกคนบ่งบอกถึงความไม่พอใจออกมาชัดเจน เป็นเพราะก่อนหน้าเธอเห็นเขายืนคุยอยู่กับกิ่งแค่สองคนก่อนที่คนอื่นจะเข้ามา จึงเกิดความหงุดหงิดขึ้นในใจ
ทว่าคำพูดของเธอทำให้อีกคนถอนหายใจแรงออกมาเฮือกใหญ่ จนเขาเกือบจะหมดความอดทนเมื่อเห็นเธอเอาแต่ตึงใส่กันตลอด เขาจึงพูดออกไปเสียงเข้มขณะคิ้วหนาขมวดเป็นปม
“เราให้พี่รักษาระยะห่างกับเราพี่ทำให้ได้ แต่จะให้พี่ไม่สนใจเราคงไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้”
“ก็เราเป็นน้องพี่ แล้วแม่พี่ก็บอกตลอดว่าให้ดูแลเราดีๆ”
“น้องงั้นเหรอ พี่เจ้าขาก็เป็นน้องพี่ทำไมพี่ไม่ไปดูแลล่ะ เอมโตแล้วเอมดูแลตัวเองได้ไม่ต้องลำบากพี่คอยมาดูแลหรอก พี่เอาเวลาไปดูแลคนของพี่เถอะ"
“คนของพี่?.. หมายถึงเจ้าเหรอ”
สิ้นเสียงทุ้มชะเอมก็เลือกที่จะไม่พูดหรือตอบอะไรกลับไป เธอหันหลังให้เขาแล้วเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ทันที แต่ไม่นานเขาก็เดินตามมาแล้วทำท่าจะจ่ายเงินค่าขนมให้เธอ ทว่าเธอก็ปฏิเสธเสียงแข็ง
“ไม่ต้อง เอมมีตังค์ซื้อเองได้”
เจ้าขุนที่ทำอะไรไม่ได้เพราะเหนื่อยเกินจะพูดกับเด็กดื้อ อีกทั้งไม่อยากทำให้เธอรู้สึกแย่กับตัวเขาไปมากกว่านี้ จึงยอมเธอแต่โดยดี แต่กระนั้นในหัวก็มีความคิดที่ว่าจะกำราบเด็กดื้อคนนี้ด้วยวิธีไหนดีเพราะหากจะให้เขาปล่อยผ่านคงไม่ได้ ไม่งั้นถ้าระหว่างเธอกับเขายังเป็นอยู่แบบนี้เขาคงเป็นบ้าตายแน่ๆ
และเมื่อจ่ายเงินเสร็จก็พากันเดินกลับไปที่รถที่ตอนนี้ทุกคนกำลังรอแค่พวกเขาสองคน หลังจากนั้นเมื่อทุกคนพร้อมคนขับพร้อมก็ออกเดินทางกันต่อ โดยครั้งนี้กันต์สับเปลี่ยนเป็นคนขับ ส่วนเจ้าขุนก็ไปนั่งแทนที่กันต์
ขณะที่รถกำลังขับเคลื่อนเลื่อนไปเรื่อยๆบนถนนใหญ่ ตลอดทางเจ้าขุนก็คอยชำเลืองมองกระจกมองหลังเป็นพักๆเพราะคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ด้านหลังไม่ได้หายไปจากความสนใจของเขาเลย โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำทั้งหมดของตัวเองถูกคนเป็นพ่อแม่จับตาดูอยู่ตลอด ยิ่งทำให้สองสามีภรรยามั่นใจว่าเรื่องระหว่างเด็กทั้งสองคนคงมีอะไรในกอไผ่จริงๆอย่างที่คาดเดากันไว้ พวกเขาจึงหันมายิ้มให้กันอย่างพึงพอใจในตัวลูกชายที่ช่างเลือกผู้หญิงได้ถูกใจพ่อแม่จริงๆ อีกทั้งยังเป็นคนที่พวกเขาเอ็นดูและรักเสมือนลูกอีกคน มันยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง
วันต่อมา“พี่ขุนเดี๋ยวแวะร้านพี่ทรายให้เอมหน่อยนะ เอมอยากกินโออิชิ”“ได้ครับ”เมื่อร่างสูงขับรถเข้ามาในหมู่บ้านหลังจากพาคนตัวเล็กไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ คนตัวเล็กก็หันมาพูดกับเขาที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อเขาหันมาตอบรับเธอก็หันกลับไปเล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ต่อ เธอดูสนใจมันเป็นพิเศษซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยที่กำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่เลยและเมื่อมาถึงร้านขายของชำหรือร้านของทราย ร่างสูงก็ทำการจอดรถโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปพูดกับคนตัวเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเปิดประตูลงจากรถ“เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้เองครับ เรารอพี่อยู่ในรถนี่แหละไม่ต้องลงไป” ไม่ลืมที่จะกำชับเธออย่างเป็นคำสั่ง“โอเคค่ะ เอารสน้ำผึ้งมะนาวนะคะ ขวดสีเหลืองๆ”“ได้ครับ”จากนั้นร่างสูงก็หยิบกระเป๋าสตางค์ใบสีดำลงจากรถเดินเข้าร้านค้าไปทันที โดยมีสายตาของคนตัวเล็กมองตามไม่ละ แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอดันไปสะดุดกับร่างของทรายเจ้าของร้านที่กำลังยืนโอบเอวอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่หน้าตาน่ารักพอตัว อีกทั้งท่าทีของทั้งคู่ดูกระหนุงกระหนิงราวกับคู่รัก ก็พอจะเดาได้ทันทีว่าทรายมีรสนิยมเช่นไร มิน่าเวลาที่เธอมาซื้อของร้านทรายเธอถึงรู้สึกว่าทรายเข้า
วันต่อมาเช้ามาไปส่งเมียเรียน ถึงเวลาเลิกเรียนไปรับเมียกลับ กลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเจ้าขุนไปเสียแล้วซึ่งหลังจากจอดรถรอรับเมียที่จุดเดิมเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะเขาจะมารับเธอก่อนเวลาเลิกเรียนเสมอ ก็เห็นร่างอรชรของเมียเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่มก่อนจะแยกกันไปเมื่อเธอเข้ามานั่งในรถสิ่งแรกที่เธอมักจะทำเป็นประจำคือยกมือไหว้เขาทั้งตอนมาส่งและตอนมารับ เขาจึงยิ้มรับและมองเธอด้วยสายตารักใคร่เอ็นดูก่อนจะเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“วันนี้เรียนเหนื่อยมั้ย”“ไม่เหนื่อยค่ะ”“หิวมั้ย กินขนมพวกนี้รองท้องไปก่อนนะ” มือใหญ่หยิบถุงขนมที่ซื้อเตรียมไว้ยื่นให้คนตัวเล็ก เธอจึงรับเอาไปกินตามปกติ ถึงแม้ตอนนี้ระหว่างเรายังตึงใส่กันอยู่ แต่ก็ไม่ถึงขั้นไม่พูดจากัน หลังจากนั้นเจ้าขุนก็ขับรถพาเมียกลับบ้าน...แต่เมื่อกลับมาถึงบ้านพอเปิดประตูเข้าไปในห้องชะเอมก็ต้องสะดุ้งตกใจกับสิ่งที่เห็นในแว็บแรก แต่เมื่อมองชัดว่าเป็นอะไรที่วางอยู่บนเตียงก็ถึงกับตาลุกวาวแล้วรีบพุ่งเข้าใส่มันทันทีด้วยความตื่นเต้น“น้องหมี~ น่ารักจังเลย” เธออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ที่ใหญ่กว่าตัวเธออีกมากอดไว้แน่นขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หุบ ก่อ
หนึ่งเดือนต่อมาหลังจากมหาลัยเปิดเจ้าขุนก็เป็นคนไปรับไปส่งชะเอมเรียนตลอด ชีวิตในแต่ละวันของทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีปัญหาใดๆเข้ามาแทรก จนกระทั่งวันนี้...เมื่อกลับจากมหาลัยชะเอมก็ไปช่วยน้าขวัญของเธอทำกับข้าวมื้อเย็นตามปกติกระทั่งเสร็จ ของขวัญจึงบอกให้เธอไปตามทุกคนในบ้านมากินข้าว แต่เมื่อเดินออกมาตามคนรักที่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เห็นก็ทำให้เธอปวดใจ“พี่ขุน”“เอม!”พรึ่บ!ภาพตรงหน้าที่เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดคนรักของตัวเองอยู่มันราวกับถูกมีดกรีดลงกลางอก แต่เมื่อเขาได้ยินที่เธอเรียกก็รีบผลักอีกฝ่ายออกทันที ทำเอาหญิงสาวเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม เธอจึงรีบเดินดุ่มๆเข้าไปหาเขา แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม พยายามที่จะใจเย็นให้ได้มากที่สุดแม้ตอนนี้ดวงตาจะร้อนผ่าวไปหมดแล้ว อีกทั้งน้ำใสๆที่เอ่อคลอเบ้าตาก็พร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ“ใครเหรอขุน”สิ้นคำถามของอีกฝ่ายที่ยืนมองพวกเขาอยู่ มือใหญ่ก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่นก่อนที่เขาจะหันไปตอบหญิงสาว“เมียฉันเอง”“เมียเหรอ แต่งงานกันแล้วเหรอถึงกล้าเรียกว่าเมีย แล้วดูน้องเค้าสิยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะเป็นเมียนายได้ไง““แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ” ขณะป
ในเวลาเกือบเที่ยงคืน ร่างสูงที่ไม่ยอมหลับเอาแต่นอนมองหน้าคนตัวเล็กในอ้อมกอด มองสำรวจใบหน้าเธออยู่อย่างนั้น ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ทั้งรักทั้งหลงเด็กคนนี้จนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก หากวันนึงเธอหายไปหรือทิ้งเขาไปเขาก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปยังไง แค่คิดใจมันก็แทบขาด หากวันใดเขาถูกเธอทิ้งขึ้นมาจริงๆเขาคงตายอย่างอนาถแน่นอน“ล่ามโซ่ไว้ดีมั้ยเนี่ย จะได้ไม่ทิ้งพี่ไปไหน”“อื้อ” เสียงอู้อี้ดังออกมาจากในลำคอของคนตัวเล็กราวกับเมื่อครู่เจ้าตัวได้ยินที่เขาพูด ปากหยักจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนหลับในอ้อมกอด ขนาดหลับเธอก็ยังไม่หยุดน่ารัก แล้วแบบนี้เขาจะไปไหนรอดทว่าจู่ๆเสียงข้อความไลน์จากโทรศัพท์ของคนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ดังขึ้น เขาจึงถือวิสาสะหยิบขึ้นมากดเปิดอ่าน(เอมมะรืนมหาลัยจะเปิดแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเรามาเจอกันหน่อยมั้ย พอดีพี่ชายฉันเพิ่งกลับมาจากกรุงเทพ เห็นแกเคยบอกว่าอยากเจอ)เมื่อเห็นข้อความดังกล่าวจากเพื่อนของเธอที่ส่งมา แม้จะไม่รู้จักเพื่อนของเธอเลย แต่แค่รับรู้ว่าเธออยากไปเจอพี่ชายของเพื่อนคนนี้ใจมันก็ร้อนเป็นไฟขณะมือใหญ่กำโทรศัพท์ของเธอไว้แน่น ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ต้องข่มคว
เวลาต่อมา 20:25 น.หลังจากหลับไปนานเป็นเวลาหลายชั่วโมงเพราะเหนื่อยล้าจากบทรักอันเร่าร้อน ชะเอมก็ตื่นขึ้นมาในเวลาสองทุ่มกว่า แต่ข้างกายตอนนี้กลับไร้ร่างของอีกคนที่เคยนอนอยู่ข้างกัน เธอจึงดันตัวลุกขึ้นจากที่นอนเตรียมจะไปอาบน้ำ ทว่าร่างสูงของอีกคนก็เปิดประตูเดินเข้ามาพอดีพร้อมกับเอ่ยถามเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ตื่นแล้วเหรอครับ”เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แค่เพียงพยักหน้าเบาๆพร้อมกับยิ้มบางๆ แต่กลับไม่กล้าสบตาเขาเพราะเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์เร่าร้อนก่อนหน้าก็ทำเอาเขินอายไม่น้อยที่ตอนนี้ตัวเองได้เสียครั้งแรกให้คนตรงหน้าไปแล้ว ไม่นานก็รู้สึกถึงมือใหญ่ของเขาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบหัวเธอเบาๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสนี้เป็นอย่างมาก“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำจะได้ลงไปกินข้าว เดี๋ยวพี่ลงไปอุ่นแกงให้”สิ้นเสียงทุ้มคนตัวเล็กจึงพยักหน้าหงึกๆก่อนจะเอ่ยถามกลับ“แล้วคนอื่นล่ะคะ”“เข้านอนกันหมดแล้ว”“งั้นพี่ขุนออกไปก่อนเอมจะได้อาบน้ำ”“ก็ไปอาบสิเดี๋ยวพี่ออกไปเอง”“แต่เอมโป๊อยู่” ขณะพูดสองมือเล็กที่กำลังจับผ้าห่มคลุมกายไว้แน่นก็เริ่มสั่นจนอีกคนที่มองอยู่สังเกตเห็นได้ อีกทั้งดวงตากลมโตคู่สวยในยามนี้เอาแต่หลบตาเขาตลอ
จนกระทั่งร่างสูงที่ไม่อาจทนต่อความต้องการของตัวเองได้จึงยอมผละใบหน้าออกจากกุหลาบงามดอกโตแล้วหยัดกายแกร่งขึ้นพร้อมกับกระชากผ้าขนหนูออกจากเอวสอบจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นลำใหญ่ ที่ทั้งใหญ่และยาวจนคนตัวเล็กที่นอนมองอยู่ถึงกับตาค้างกับความใหญ่โตของมันที่เธอเคยสัมผัสมากับมือแต่ก็เพิ่งจะเคยเห็นกับตาของจริงก็วันนี้ แต่ถึงแม้มันจะดูหน้ากลัวแต่กลับทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นไปด้วยอย่างน่าประหลาดใจโดยที่ร่างสูงก็นั่งมองด้วยความเอ็นดูขณะที่มือใหญ่ก็คอยชักสาวท่อนเอ็นของตัวเองไปด้วยเบาๆ จากนั้นก็เขยิบกายเข้าไปประชิดหว่างขาเรียวเล็กแล้วจับท่อนเอ็นถูไถกับปากทางรูรักเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งพร้อมกับเอ่ยห้าม“อื้อ! พะ พี่ขุนเดี๋ยวก่อน พี่ไม่ใส่ถุงเหรอ” เพราะเห็นๆอยู่ว่าเขาไม่ได้ป้องกันอะไรเลยจึงทวงถามไป แต่แทนที่เขาจะหยุดก็เปล่าเลย ยังพยายามถูไถท่อนเอ็นของเขากับน้องสาวของเธอไม่หยุด“พี่จะเอาสดกับเรา พี่มีวิธีของพี่ไม่ท้องหรอกไม่ต้องกลัวนะ” เพราะรู้ดีว่าคนตัวเล็กกำลังกลัวอะไรอยู่จึงบอกกล่าวเพื่อให้เธอคลายความกังวล“วิธีอะไรคะ”“ปล่อยนอกไง”“แต่เอมเรียนมา ครูบอกว่าวิธีหลั่งนอกมันมีความเสี่ยงสูงนะ”“หึ เด็กน้อยชะม







