LOGINทรรศิกาโทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้นับดาวฟังด้วยความโกรธ นอกเหนือจากความโกรธแล้วเธอยังรู้สึกเสียใจที่อติรุจดูจะให้ความสำคัญกับอัญชิสามากกว่าตนเอง เพราะมันทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า นับดาวปลอบใจเพื่อนและบอกให้ทำใจเย็น ๆ มีอะไรก็ค่อยพูดค่อยจากัน อย่าให้เรื่องของคนอื่นมาทำลายความสัมพันธ์ที่ดีที่มีให้กัน แต่ก็ไม่รู้ว่าเพื่อนรักจะทำตามคำแนะนำของเธอได้มากน้อยแค่ไหน
หลังจากวางสายทรรศิกาได้เก็บคำพูดและคำเตือนของเพื่อนมาคิด ก่อนจะค้นหาคำตอบว่าตนเองนั้นรู้สึกอย่างไรกับนายแพทย์อติรุจ เขามีความสำคัญและมีความหมายมากแค่ไหนในใจเธอ เธอโกรธเขาเพียงเพราะเขาให้ความสำคัญกับอัญชิสามากกว่าเธอ หรือมีเหตุผลอื่นรวมอยู่ด้วย
ทำไมถึงต้องรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเย็นที่ผ่านมา สุดท้ายก็ได้รับคำตอบ
โมโหหึง!! คำนี้ดูจะบ่งบอกความรู้สึกของตนเองในเวลานี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด
เมื่อหึงก็แปลได้ว่า ‘รัก’
คำว่ารักกระแทกใจทรรศิกาอย่างแรง เธอตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าหลวมตัวไปรักเขาตั้งแต่เมื่อไร รู้แต่ว่ารู้สึกมีความสุขและอุ่นใจทุกครั้งเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง แม้จะมีปากเสียงกันหรือทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แต่นั่นก็คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่เธอสัมผัสได้ ไม่น่าเชื่อเลยว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ จะทำให้เธอรักและผูกพันกับผู้ชายคนนี้
เมื่อตระหนักได้ว่าอติรุจมีค่าและมีความหมายต่อตัวเธอ มากเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ ทรรศิกาจึงวางแผนเพื่อที่จะทำให้เขาตกเป็นของเธอโดยสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแย่งเขาไปจากเธอ เพราะฉะนั้นคืนนี้เขาจะต้องตกเป็นของเธอ
“เทย่าจะใช้เสน่ห์มัดใจคุณให้อยู่หมัด ไม่ว่าใครก็มาแย่งคุณไปจากเทย่าไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่อัญชิสา”
และแล้วเวลาของการเผด็จศึกในค่ำคืนนั้นก็มาถึง หลังจากที่ทรรศิกาได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน เธอก็รีบจัดการแปลงโฉมเป็นนางแมวยั่วสวาท ด้วยการหยิบชุดนอนสายเดี่ยวสีดำที่มีเนื้อผ้าบางเบามาสวมทับชุดชั้นในลายเสือ ที่เธอแอบไปฉกมาจากตู้เสื้อผ้าของเขาโดยที่เขาไม่รู้ และลงมือแต่งหน้าสไตล์สโมกกี้อายทั้งนี้เพื่อให้เข้ากับชุดที่สวมใส่ เมื่อเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมแล้ว เธอก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในความเซ็กซี่ของตนเอง ก่อนจะหยิบขวดน้ำหอมขึ้นมาฉีดตามร่างกาย เพื่อให้กลิ่นหอมเหล่านั้นเพิ่มความเย้ายวนใจ
“ให้มันรู้ไปว่าคุณจะไม่หลงเสน่ห์ของฉัน ไม่ว่ายังไงคืนนี้คุณต้องเสร็จฉันแน่” แววตาของหญิงสาวฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบาย
จากนั้นก็เดินนวยนาดด้วยมาดนางพญาไปยืนที่หน้าประตูห้องนอนเขา ก่อนจะแนบหูกับประตูเพื่อฟังเสียงด้านใน แล้วก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก เดาว่าเขาคงจะอาบน้ำเสร็จแล้ว จากนั้นก็วิ่งกลับมายังห้องนอนของตนเองเพื่อลงมือทำตามแผน
ทรรศิกามองหาอุปกรณ์เสริมที่จะใช้เรียกร้องความสนใจจากเขา ฉับพลันก็หันไปเห็นโคมไฟสุดหรูที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ราคาของมันแพงเอาการอยู่เหมือนกัน แต่เธอก็หมายตาของชิ้นนี้
“เอาอันนี้ละกัน ถึงจะแพงไปหน่อยแต่ขนหน้าแข้งของคุณคงไม่ล่วงหรอก”
ทรรศิกาใช้มือปัดโคมไฟดังกล่าวเต็มแรง เพื่อทำให้เกิดเสียงดังไปถึงห้องเขา แรงปัดของเธอทำให้โคมไฟหล่นลงมาแตกกระจาย จากนั้นก็แสร้งทำเป็นล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น และทำให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ
พร้อมทั้งจัดท่าทางให้ดูเซ็กซี่ที่สุด เธอเลื่อนชายกระโปรงชุดนอนให้ร่นขึ้นมาเหนือเข่าเพื่อเผยให้เห็นเรียวขางดงาม กะว่าเมื่อเขาเข้ามาเห็นเธอในสภาพนี้ จะต้องตกตะลึงตาค้างไปกับความเซ็กซี่เย้ายวนตาของเธอ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เธอได้ยินเสียงอติรุจเคาะประตูห้องอย่างรุนแรง
“เทย่าคุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาตะโกนถามเธอผ่านประตูห้องนอน
“เฮ้อ! จนถึงขนาดนี้แล้วยังไม่รีบเปิดประตูเข้ามาดูอีก ฤษีบำเพ็ญตบะยังไงก็ยังคงบำเพ็ญตบะอยู่วันยังค่ำ”
ทรรศิกาบ่นพึมพำก่อนจะแสร้งร้องเสียงดังที่แสดงถึงความเจ็บปวด เพื่อให้อติรุจตกใจจนกระโจนเข้ามาดูแลเธอ
“โอ๊ย!!”
แล้วมันก็ได้ผลเกินคาด เขารีบเปิดประตูและเดินเข้ามาดูอาการของทรรศิกาด้วยความห่วงใย ในจังหวะที่อติรุจได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากห้องของเธอนั้นเขาเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ จึงมีเพียงเสื้อคลุมสีขาวเพียงชิ้นเดียวที่เขาสวมติดกายตอนที่เดินเข้ามาดูอาการในห้องของเธอ ด้วยความเป็นห่วงทำให้เขาไม่มีเวลาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าของตนเอง
แต่เมื่อเห็นชุดที่หญิงสาวสวมใส่เขาถึงกับนึกนินทาเธออยู่ในใจ
‘แม่คุณจงใจแต่งตัวปลุกใจเสือป่ามายั่วกันชัด ๆ’ ใจคิดอย่างแต่ปากพูดอีกอย่าง
“คุณเป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหน”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







