LOGINอติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้
“ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ”
“ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ
“ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก
“ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ
อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร”
“เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย
“เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู
ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ”
อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้
“ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้”
คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
“อยู่แล้วค่ะ...โดยเฉพาะวันนี้” เธอบอก
“วันนี้” อติรุจย้อนถามสีหน้าสงสัย “มีอะไรพิเศษเหรอครับ”
“อย่าบอกนะว่าคุณจำวันสำคัญนี้ไม่ได้จริง ๆ อารมณ์เสียที่สุด” สีหน้าของทรรศิกางอง้ำขึ้นมาทันตาเห็น
“จำได้สิ มันเป็นวันเกิดของผม แล้วไหนล่ะของขวัญวันเกิด”
คำตอบของเขาทำให้เธอยิ้มออกมาได้ “ก็นี่ไงคะของขวัญวันเกิดที่เทย่าจัดเตรียมมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ”
ทรรศิกาพูดพร้อมกับดึงสายเสื้อคลุมที่ตนเองสวมใส่อย่างช้า ๆ จากนั้นก็เปลื้องเสื้อคลุมตัวบางออกจากกาย เผยให้เห็นเรือนร่างเพรียวที่ถูกปกปิดด้วยชุดชั้นในลายเสือเพียงสองชิ้นเท่านั้น และเจ้าบราเซียร์ลายเสือตัวนี้แหละที่เขาเก็บมาตอนที่พบเธอครั้งแรก
อติรุจแกล้งกวาดสายตามองไปตามสัดส่วนยวนตาตั้งแต่ใบหน้าจรดปลายเท้า แล้วก็ทำหน้าเหมือนเห็นเสาเข็ม
ทรรศิกาที่พริ้มตานอนเฉย แถมเอียงมุมองศาเล็กน้อยชวนเซ็กซี่ เห็นสามีหนุ่มนิ่งเงียบไปก็หรี่ดวงตาคู่โตขึ้นมองชายหนุ่ม เหมือนจะถาม
“ผมเคยเห็นหมดแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้นเลย” ว่าแล้วเขาก็แกล้งทิ้งตัวลงนอนข้าง ๆ ยกท่อนแขนขึ้นปิดตา
นางเสือร้ายแอบสำรวจตัวเองก็เห็นว่าชุดที่ใส่เซ็กซี่เร้าใจดี แต่ทำไมผู้เป็นสามีถึงได้มีท่าทีเย็นชาขนาดนี้ เธอจึงทำใจกล้าลองยั่วยวนเขาด้วยท่วงท่าและลีลาของนางแมวยั่วสวาท และลีลาสุดเซ็กซี่เร้าใจ จนอติรุจแทบจะอดใจไว้ไม่ไหว แต่เป็นเพราะอยากดูลีลาที่พลิ้วไหวของภรรยาทำให้เขายังไม่ทำอะไรตามที่ใจคิด
หญิงสาวค่อยขยับคลานขึ้นไปทาบทับตัวเขาเอาไว้ เธอกดแขนทั้งสองข้างของเขาไว้บนที่นอนและโน้มตัวไปกระซิบถามที่ข้างหูเขา
“ต้องการอุปกรณ์เสริมชนิดโซ่ แส้ กุญแจมือด้วยไหมคะ เทย่าจะได้จัดให้ถึงใจคุณ”
“ไม่จำเป็น แค่ชุดก็เอาอยู่แล้ว” เขาตอบพร้อมกับกวาดสายตามองชุดชั้นในลายเสือที่ภรรยาจงใจหยิบมาสวมใส่ยั่วยวนเขาในคืนนี้
ทรรศิกาเงยหน้ามาสบตาเขา นัยน์ตาของเขาบ่งบอกถึงความปรารถนาอันร้อนแรง ที่คุกรุ่นด้วยไอรัก
“หวังว่าคุณจะถูกใจกับของขวัญชิ้นพิเศษที่เทย่าจัดเตรียมมาให้นะคะ”
“ถูกใจแน่นอน แม้ครั้งแรกเจ้าบราเซียร์ตัวสวยนี้จะทำให้ผมขายหน้าแทบแย่ก็ตามที”
ทรรศิกาหัวเราะคิก ช้อนสายตาขึ้นมองเขาหวานฉ่ำ
“คุณจำได้ด้วยเหรอคะ”
อติรุจพยักหน้า สมาธิเริ่มไม่ค่อยอยู่ที่การสนทนาเท่าไร เพราะถูกรบกวนด้วยร่างขาวเนียน หอมกรุ่นของภรรยาสาว
“จำไม่เคยลืมเลยล่ะ ก็บราของคุณตัวนี้ทำให้ผมถูกเพื่อนร่วมงานล้อเลียน แถมยังถูกมองว่าเป็นพวกโรคจิตชอบสะสมบราของผู้หญิง แต่ที่สำคัญเจ้าชุดนี้มันทำให้ผมไม่สามารถลืมเจ้าของมันได้เลย”
ทรรศิกาถอนหายใจสีหน้าเปี่ยมสุข โน้มใบหน้าคมเข้มของสามีมาจนหน้าผากของทั้งสองชนกัน
“เทย่าว่าเรื่องของเรา ต่อให้ไม่มีแผนการรักของคุณย่า เราสองคนก็มาพบและรักกันได้อยู่ดี”
อติรุจพยักหน้าเห็นด้วย “แต่ถ้าไม่มีกุศโลบายอันแยบยลของคุณย่า กว่าเรื่องของเราจะลงเอยกันได้ ผมว่าอาจมีการนองเลือดนะ”
คราวนี้ทรรศิกาเห็นด้วย เธอยิ้มหวานระยับส่งให้สามี
“ทุกวันนี้เทย่านึกขอบคุณคุณย่าเสมอ ที่ตัดสินใจทำแบบนี้กับเทย่า นอกจากจะทำให้เทย่าได้สามีแสนน่ารักแล้ว ยังทำให้เทย่ารู้จักที่จะรักและเห็นใจคนอื่นมากขึ้นด้วยค่ะ...ขอบคุณที่รักเทย่านะคะ”
เธอบอกพร้อมกับจุมพิตชายหนุ่มอย่างดูดดื่ม
นายแพทย์หนุ่มไม่รีรอตอบสนองไปอย่างเร่าร้อนเท่าเทียมกัน แต่คืนนี้เขาไม่รีบที่จะตักตวงความสุขจากเรือนร่างบางของภรรยา แต่เลือกที่จะพูดจาหยอกเย้าอีกฝ่ายแทน
“ถามจริง ๆ ทำไมคุณถึงชอบลุกขึ้นทำอะไรแปลก ๆ อยู่เรื่อย เมื่ออาทิตย์ก่อนก็แต่งตัวเลียนแบบพริตตี้มายั่วยวนผมทีหนึ่งละ ล่าสุดเมื่อสองคืนที่แล้วคุณก็แปลงร่างเป็นนักศึกษาสาวใสซื่อบริสุทธิ์ ที่กำลังมองหาป๋ากระเป๋าหนักมาช่วยจ่ายค่าหน่วยกิตให้ ส่วนคืนนี้ก็เป็นนางแมวยั่วสวาทสุดเซ็กซี่”
“แล้วคุณไม่ชอบหรือคะ”
“ชอบสิ ชอบมากเลยล่ะ เพียงแต่ผมอยากรู้เหตุผลที่ทำให้คุณลุกขึ้นมาทำแบบนี้”
“เทย่าเคยได้ยินมาว่าผู้ชายที่แต่งงานแล้วมักจะเบื่อน้ำพริกถ้วยเก่า และไปหาเศษหาเลยกับผู้หญิงอื่น เทย่าไม่อยากให้คุณเบื่อเทย่าก็เลยพยายามสร้างบรรยากาศให้เร้าใจ คุณจะได้ไม่จำเจหรือเบื่อน้ำพริกถ้วยเก่าอย่างเทย่าไงคะ”
อติรุจหัวเราะกับคำตอบของภรรยา
“ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกเทย่า ในเมื่อคุณขยันสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้ผมตื่นเต้นเร้าใจอยู่เรื่อย”
“เทย่าทำได้ทุกอย่างเพื่อมัดใจคุณ ไม่เว้นแม้แต่การเป็นโสเภณีบนเตียงนอนของสามี”
“นับว่าผมโชคดีที่มีเมียคอยสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ให้เร้าใจผมอยู่เสมอ แต่ผมอยากบอกให้คุณรู้และเข้าใจว่า ความรักที่ผมมีต่อเทย่านั้นมันไม่มีวันจืดจาง นับวันมีแต่จะหนักแน่นและมั่งคงยิ่งขึ้น ต่อให้เทย่าแก่ลง หรือไม่ต้องทำอะไรพิสดารพวกนี้ผมก็รักเทย่าเสมอ อย่าไปคิดเลยว่าถ้าเทย่าไม่ทำแล้วผมจะเบื่อ ความรักของเราสองคนแม้จะเกิดจากแผนการ หรือกุศโลบายรักของใครก็ตาม แต่สุดท้ายแล้ว รักของเรามันคือรักแท้ที่เกิดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ มันจะไม่มีวันเปลี่ยนหรือสั่นคลอน ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ผมก็ยังรักเทย่าเสมอ”
ทรรศิกาน้ำตาซึม โถมกอดสามีหนุ่ม ซึ่งอติรุจก็ตั้งหลักรออยู่แล้ว เข้ารัดกายสาวเข้ามาแนบชิด มือคร้ามใหญ่บรรจงปลดตะขอบราลายเสือ ก่อนจะเหวี่ยงมันทิ้งไปอย่างไม่สนใจไยดี แล้วเริ่มต้นบรรเลงเพลงรักที่แม้จะเร่าร้อนแต่ทว่าอ่อนหวานที่จะหล่อหลอมสองกายให้ประสานเป็นหนึ่งเดียว
แต่การหลอมรวมของสองหนุ่มสาวในครั้งนี้มันกลับลึกซึ้งรุนแรงอย่างไม่รู้เบื่อ แม้ว่าอุณหภูมิภายในห้องจะเย็นยะเยือกด้วยไอเย็นจากแอร์คอนดิชัน แต่ร่างกายของสองหนุ่มสาวกลับเร่าร้อนไปด้วยเพลิงเสน่หา ที่เขาบรรจงมอบให้เธออย่างไม่รู้จักคำว่าพอ ไฟรักไฟปรารถนาที่รุ่มร้อนทำให้เขาพาเธอเข้าสู่วังวนแห่งสมรภูมิรักนับครั้งไม่ถ้วน
เรื่องราวระหว่างเธอและเขาอาจจะเริ่มต้นกันได้ไม่ดีนัก แต่พรหมลิขิตก็ชักพาให้ทั้งเขาและเธอ มารักกัน เธอเชื่อมั่นว่าเขาจะรักและทะนุถนอมเธอเช่นนี้ไม่เปลี่ยนแปลง...
จบบริบูรณ์
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







