LOGINเมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน
หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว
“รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ”
“ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วยิ่งสวยเกินบรรยาย คืนนี้คงมีแต่คนอิจฉานายรุจที่มีเจ้าสาวสวยขนาดนี้” เสียงของอิทธิพลดังขึ้นมาขัดจังหวะการสนทนาของสองสาว
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ”
“ผมพูดจากใจจริงนะครับไม่ได้เอ่ยชมตามมารยาท”
“หมออิทเอ่ยชมผู้หญิงอื่นต่อหน้าแฟนตัวเองแบบนี้ไม่กลัวดาวโกรธหรือคะ”
“ไม่ครับ เพราะเพื่อนของคุณเขาเป็นคนมีเหตุผล”
“พูดแบบนี้แปลว่าคุณหมอยังไม่รู้ฤทธิ์ของผู้หญิง เวลาที่โมโหหึงว่ามันมีอานุภาพร้ายแรงแค่ไหน”
“ถ้าคุณดาวรู้จักแสดงความหึงหวงผมบ้างก็คงจะดี ผมคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจมากเลยล่ะครับคุณเทย่า”
นับดาวหยิกหมับเข้าให้ที่สีข้างของแฟนหนุ่มพร้อมกับเอ่ยปราม “พูดอะไรออกมาคะ หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”
อิทธิพลยิ้มให้นับดาว เขารู้ดีว่าเธอเขินอายเวลาที่เขาพูดถึงความในใจที่เขามีต่อตัวเธอ ทำให้นายแพทย์หนุ่มเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“รุจเขาถูกห้ามไม่ให้มาพบคุณเทย่าก่อนที่งานพิธีจะเริ่ม เขาก็เลยส่งให้ผมมาเป็นสปาย ทั้งที่นายรุจอยากจะเข้ามาหาคุณใจจะขาด ติดที่ว่ามีคนคอยกันเขาเอาไว้ ยินดีกับความสุขของคุณและรุจด้วยนะครับ ขอให้พวกคุณมีหลานให้เราเชยชมไว ๆ”
“ดูจากสีหน้าของหมออิทแล้วคุณหมอคงอยากจะชื่นชมลูกของคุณกับดาว มากกว่าที่จะเชยชมลูกของเทย่ากับรุจนะคะ จริงไหมคะคุณหมอ”
“คุณเทย่าเป็นคนที่รู้ใจผมจริง ๆ” คำตอบของอิทธิพลทำให้นับดาวค้อนขวับเข้าให้
ในช่วงจังหวะนั้นเองที่มีคนขึ้นมาตามเจ้าสาวลงไปที่ห้องจัดเลี้ยง บทสนทนาจึงต้องยุติลงเพียงเท่านั้น
ครั้งแรกที่อติรุจเห็นทรรศิกาในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ เขาถึงกับตกตะลึงในความงดงามของเธอไปชั่วขณะ สายตาของเขายามที่มองมาที่เธอนั้นทำให้ทรรศิการู้สึกขัดเขิน
“คืนนี้คุณสวยมากเลยนะเทย่า สวยจนผมอยากจะเร่งให้ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอของเราไว ๆ”
ทรรศิกาหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเขา จากนั้นทั้งคู่ก็ไปยืนคอยต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในงานฉลองมงคลสมรสในค่ำคืนนี้พร้อมกัน
แขกเหรื่อเริ่มทยอยกันเดินทางมาร่วมงานครั้งนี้กันอย่างคับคั่ง เนื่องจากครอบครัวของคู่บ่าวสาวเป็นครอบครัวที่มีชื่อเสียงในวงสังคม แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นแขกในวงการธุรกิจของทั้งสองตระกูล
นอกจากนั้นก็มีกองทัพนักข่าวจากทุกสำนัก ต่างก็ตบเท้ากันมาคอยทำข่าวงานวิวาห์ในค่ำคืนนี้กันอย่างล้นหลาม เรียกว่าไม่ยอมพลาดข่าวเด็ด งานทุกอย่างถูกดำเนินไปอย่างยิ่งใหญ่และราบรื่น ท่ามกลางความสุขของคู่บ่าวสาวและญาติของทั้งสองฝ่าย
หนึ่งเดือนต่อมา...
ในขณะที่อติรุจกำลังนั่งอ่านงานวิจัยทางการแพทย์อยู่ที่เตียงนอนเหมือนเช่นเคย ซึ่งเขามักจะทำสิ่งนี้ก่อนนอนเสมอ แรก ๆ ทรรศิกาก็นึกขำ และมองเป็นเรื่องของคุณหมอผู้คร่ำเคร่งสนใจหาความรู้เพิ่ม แต่หลังจากแต่งงานกันมาครบเดือน ทรรศิกาถึงได้รู้ว่านอกจากศัตรูตัวฉกาจอย่างพวกสาว ๆ ที่หมั่นส่งสายตาให้คุณหมอหนุ่มหล่อแล้ว เธอยังมีคู่แข่งเป็นหนังสือวิชาการทางการแพทย์อีกกองโต
หลังจากตวัดสายตามองค้อน หนังสือพวกนั้นด้วยความหมั่นไส้ที่ดึงความสนใจของอติรุจไปจากเธอแล้ว ทรรศิกาก็เชิดหน้ากระชับเสื้อคลุมสีหวานบนตัวแล้วเดินนวยนาดไปหยุดอยู่ปลายเตียง
หลังจากยืนอยู่นานสามีสุดหล่อก็ยังไม่ยอมเงยหน้ามาสนใจเธอ คิ้วสวยขมวดยุ่ง เรียวปากอิ่มเม้มแน่น ดวงตาที่เดิมทีหยาดเยิ้มเชิญชวนเริ่มเขียวปัด
เหมือนอติรุจจะรู้สึกถึงรังสีและบรรยากาศที่เปลี่ยนไปของห้อง เขาจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมเข้มสบประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยแต่เขียวปัดของทรรศิกา หมอหนุ่มก็ปิดหนังสือและยิ้มหวานเปิดทางหวังสลายอารมณ์ขุ่นมัวของภรรยา
“วันนี้มีใครรังแกภรรยาผมหรือเปล่า” เขาพูดขึ้นพลางขยับลุกขึ้นนั่ง ยื่นมือไปคว้าสาวสวยตรงหน้ามากอดแต่ทรรศิการู้ทัน เธอขยับออกห่างตวัดตาค้อนขวับ
“มีค่ะ...” เสียงหวานใสตอบกลับมา ดวงตาที่เดิมเขียวปัดเปลี่ยนเป็นประกายแพรวพราว
“ใคร!” อติรุจถามเสียงเข้มท่าทางเอาเรื่อง
“ก็คุณไง!” ทรรศิกาตอบ จ้องมายังชายหนุ่มเขม็ง “เอาสิคะ จัดการเลยค่ะ”
อติรุจหน้าเหลอ ก้มมองและชี้ที่ตัวเองด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “ผมเหรอ!”
“ใช่ค่ะ” ทรรศิกาพยักหน้าตอบ พร้อมกับเดินมาใกล้ชายหนุ่มและหยิบหนังสือเล่มที่เขาอ่านอยู่เมื่อครู่ขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้า
“คุณไม่สนใจเทย่า...”
ยังไม่ทันที่ทรรศิกาจะพูดจบ หมอหนุ่มก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาซะก่อน ยิ่งเขาหัวเราะดังเท่าไร หน้าสวยของทรรศิกาก็ยิ่งง้อง้ำมากขึ้นเท่านั้น เพราะรู้ว่าเขากำลังหัวเราะเยาะเธอ ด้วยความโมโหบวกกับความอายที่ถูกจับได้ ทรรศิกาจึงกระโจมเข้าใส่หมอหนุ่มทันที
“กล้าดียังไงมาหัวเราะเยาะเทย่า”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

