LOGIN“เทย่าเจ็บขาจนขยับไม่ได้เลยค่ะ” ทรรศิกาตอบและลูบไล้ที่ข้อเท้าของตนเอง
อติรุจจับข้อเท้าของเธอพลิกไปพลิกมาเพื่อตรวจดูอาการก็เห็นว่าไม่ได้เป็นอะไร ทำให้เขารู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของเธอแต่ก็ไม่ได้แสดงออกให้เธอรับรู้
“โอ๊ย...เจ็บค่ะ เบา ๆ หน่อยสิคะ” ทรรศิกาบอกพร้อมกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอเจ็บจริง ๆ
“เจ็บตรงนี้หรือ” อติรุจพูดและวางมือลงตรงข้อเท้าเธอ
“ใช่ค่ะ แล้วก็ตรงนี้ด้วยค่ะ”
ทรรศิกาวางมือเรียวบางบนมือของเขา ก่อนจะบังคับให้มือของเขาลูบไล้ไปตามเรียวขางามของตนเอง เธอสบตาเขาในระยะใกล้ สายตาของเธอเชิญชวนเขาอย่างเปิดเผย พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้เขา เสื้อนอนสายเดี่ยวข้างหนึ่งของเธอบังเอิญหลุดจากไหล่โดยไม่ตั้งใจ มีผลทำให้อติรุจเห็นเนินอกขาวผ่องนั้นอย่างชัดเจน
การกระทำของทรรศิกาในค่ำคืนนี้ ทำให้พลังและความต้องการของบุรุษเพศในตัวเขาเดือดพล่าน อติรุจอยากที่จะกดเธอลงที่พื้นและทำในสิ่งที่ใจตนเองปรารถนา แต่ก็ต้องสะกดกลั้นความปรารถนานั้นไว้ด้วยความยากเย็น เขาเลือกที่จะแสดงออกตรงข้ามเพื่อให้เธอรู้ว่าการยั่วยวนของเธอไม่มีผลอะไรกับเขา แต่เธอจะรู้ไหมว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับร่างกายของเขาบ้าง
“คุณลุกไปนั่งที่เตียงก่อนนะเทย่า เดี๋ยวผมจะไปหยิบยามาทาให้”
ก่อนที่เขาจะผละไปนั้นเธอได้ดึงมือเขาไว้ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“รุจช่วยประคองเทย่าก่อนได้ไหมคะ เทย่าเจ็บจริง ๆ นะคะ”
‘แสดงได้สมบทบาทจนผมอยากจะมอบรางวัลนักแสดงหญิงดีเด่นให้คุณจริง ๆ เทย่า’
แม้ใจคิดเช่นนั้นแต่นายแพทย์หนุ่มก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ด้วยการประคองตัวเธอให้ลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าเธอยืนได้แล้วจึงปล่อยมือ ทรรศิกาจำต้องใช้มารยาหญิงอีกครั้ง ด้วยการก้าวเดินแต่แสร้งทำเป็นเจ็บและเซไปปะทะอกเขาอย่างแรง เป้าหมายของเธอคือต้องการให้เขาอุ้มเธอไปที่เตียง
โดยไม่ทันได้ระวังตัวเท้าของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้น อติรุจอุ้มร่างบางของทรรศิกาไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวแอบยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
‘เสร็จฉันแน่!’
เธอซบที่ไหล่ของเขาก่อนจะข่มความอาย ทำใจกล้าจรดฝีปากบางลงบนต้นคอนายแพทย์หนุ่มตรงแอ่งชีพจร และไล้ระขึ้นไปจนถึงใบหู อติรุจต้องสะกดกลั้นอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองเป็นอย่างมาก ที่จะไม่จัดการกับแม่ตัวดีด้วยการกดเธอลงบนเตียงและสั่งสอนให้เข็ด เพื่อให้สาสมกับที่กล้ามาลองดีกับเขา
แต่เขาต้องพยายามนิ่งเฉย ราวกับว่าสิ่งที่เธอทำไม่ได้มีผลอะไรกับเขาสักนิด ทั้งที่สัมผัสของเธอมันทำให้เขาเสียวซ่านไปทุกอณูเลยก็ว่าได้
อติรุจรีบเดินไปวางร่างบางในอ้อมแขนลงบนเตียงนอน จากนั้นก็เดินไปหยิบยามานวดที่ข้อเท้าเธอ และพยายามใช้สมาธิเพ่งมองอยู่ที่ข้อเท้าของเธอเท่านั้นไม่ให้มองไปที่ส่วนอื่นของร่างกาย
ทั้งที่ใจอยากจะฉีกทึ้งเสื้อนอนตัวบางออกจากร่างแล้วร่วมรักกับเธอให้รู้แล้วรู้รอดไป
“ผมทายาให้คุณแล้วเดี๋ยวอาการของคุณก็คงจะดีขึ้น”
“แล้วคุณจะไปไหน”
“ก็กลับไปห้องของผม ส่วนคุณก็ควรจะนอนได้แล้วนะ เพราะมันดึกมากแล้ว” พูดจบก็เดินผละไปที่ประตู
ถ้าเธอยอมปล่อยให้เขากลับไป เป็นไปได้ว่าเธออาจจะต้องสูญเสียเขาให้กับอัญชิสา ผู้หญิงที่แอบอ้างว่าเป็นว่าที่คู่หมั้นของเขา แค่คิดว่าจะต้องเสียเขาให้ผู้หญิงคนอื่น หัวใจของเธอก็เจ็บเกินกว่าจะรับไหว
ก่อนที่อติรุจจะก้าวออกไปจากห้อง เขาก็ได้ยินคำถามที่มาพร้อมกับเสียงสะอื้น
“คุณไม่รู้สึกอะไรกับเทย่าบ้างเลยหรือคะ”
“แล้วคุณจะให้ผมรู้สึกอะไร เลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วก็นอนซะ”
เขาตอบโดยมิได้หันกลับไปมอง เพราะเกรงว่าถ้าเขาหันหลังกลับไปจะทำให้ความอดทนของเขาสิ้นสุดลง
“เทย่าลงทุนแต่งตัววาบหวิว และพยายามใช้มารยาหญิงเพื่อมัดใจคุณ หวังให้คุณหันมาสนใจเทย่าบ้าง ทั้งที่เทย่าไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน ต้องทำถึงขนาดนี้ไม่ใช่เทย่าไม่อาย เทย่าเป็นผู้หญิงนะคะ เทย่าก็อายเป็นเหมือนกันที่ทำเหมือนเสนอตัวให้คุณก่อน แต่ที่มากกว่าความอายคือความเจ็บช้ำที่คุณไม่เคยแยแสอะไรในตัวเทย่าเลย เมื่อคุณไม่เคยสนใจต่อให้เทย่าพยายามอย่างไรก็มีค่าเป็นศูนย์”
น้ำตาของทรรศิกาไหลอาบแก้ม เธอรู้สึกเจ็บช้ำอย่างที่พูดจริง ๆ
คำพูดของทรรศิกาที่แสดงถึงความเจ็บปวดทำให้อติรุจเหลียวกลับมามอง การที่ต้องเห็นเธอหลั่งน้ำตาตัดพ้อต่อว่าเขา มันบีบคั้นหัวใจเขาอย่างรุนแรง
แม้จะรู้มาก่อนหน้านี้ว่าน้ำตาของทรรศิกานั้นสั่งได้ แต่ในครั้งนี้เขารับรู้ได้ว่ามันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการแสดง แต่เป็นความรู้สึกของเธอจริงๆ แววตาของเธอเจ็บช้ำและเขาก็เชื่อว่าสายตาของเธอไม่โกหก
น้ำตาของทรรศิกาไม่ว่าจะหลั่งออกมาเพื่อการแสดงละคร หรือมาจากความรู้สึกที่แท้จริง แต่เขาไม่สามารถทำเฉยเมยหรือละเลยโดยไม่ใส่ใจได้เลยสักครั้ง
ให้ตายสิ! เขาแพ้น้ำตาของเธอ
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







