LOGINบิดาของอัญชิสาเลือกที่จะพาบุตรสาวและลูกชายของเพื่อน ไปรับประทานอาหารจีนที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรมแห่งนั้น
“คุณอาสบายดีหรือครับ”
“สบายดี แล้วรุจล่ะยังมีปัญหากับพ่ออยู่อีกหรือเปล่า”
“ก็เหมือนเดิมครับ”
“รุจลองลดทิฐิแล้วหันไปปรับความเข้าใจกับพ่อดีกว่าไหม ค่อยพูดค่อยจากัน พ่อลูกกันสายสัมพันธ์ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด” อดุลย์แนะนำอย่างคนที่รู้เรื่องราวของพ่อลูกคู่นี้เป็นอย่างดี
“ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมครับ แล้วที่ผ่านมาคุยกับพ่อทีไรเป็นต้องลงเอยด้วยการเถียงกันทุกครั้งไป ผมเลยไม่อยากให้แม่ต้องลำบากใจในฐานะคนกลางครับ”
“ยังไงก็พ่อลูกกัน อย่างที่อาบอกสายสัมพันธ์มันตัดกันไม่ขาดหรอก”
ระหว่างทานอาหารด้วยกันอัญชิสาพยายามเอาอกเอาใจอติรุจจนออกนอกหน้า เธอตักอาหารใส่จานเขาจนตัวเองแทบจะไม่ได้ทาน และมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเพียงแต่ไม่ได้เอ่ยออกมาตรง ๆ ได้แต่พูดอ้อม ๆ
“อัญทานเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่”
“เราไม่ต้องไปวุ่นวายกับพี่เขามากนักหรอกยัยอัญ พี่เขาจะรำคาญ” อดุลย์เอ่ยปรามบุตรสาวเมื่อสังเกตเห็นท่าทีที่อึดอัดของอติรุจ
“ทำไมพ่อต้องดุอัญด้วย อัญแค่อยากดูแลคนที่อัญรัก”
คำพูดของอัญชิสาทำให้อติรุจถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่ม เขาเริ่มมองเห็นเค้าลางแห่งความยุ่งยากที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต คงต้องคุยเรื่องนี้ให้เคลียร์จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง
“อย่าไปถือสาอะไรยัยอัญเลยนะตารุจ แม่เขาเลี้ยงมาอย่างตามใจ ก็เลยมักจะชอบทำอะไรเกินพอดีแบบนี้อยู่เสมอ”
“ไม่เป็นไรครับคุณอา ผมเองก็รักและเอ็นดูอัญเหมือนน้องสาวคนหนึ่งของผม”
“แต่อัญไม่ได้อยากเป็นน้องสาวของพี่รุจนะคะ อัญอยากเป็นอย่างอื่นมากกว่านั้น”
“เป็นไปไม่ได้หรอกอัญ พี่ไม่ได้คิดกับอัญมากไปกว่าความเป็นพี่น้อง ที่สำคัญพี่มีคนรักอยู่แล้ว”
“อย่าบอกนะว่าคนรักของพี่รุจคือนังผู้ช่วยที่อัญเห็นอยู่ที่บ้านของพี่รุจ”
“ใช่ เขาชื่อเทย่าและก็เป็นพี่อัญตั้งหลายปี อัญเรียกพี่เทย่าก็ได้นะ”
“ไม่ อัญไม่มีวันนับญาติกับมันเด็ดขาด”
“พอได้แล้วอัญ” บิดาของหญิงสาวเอ่ยปราม
“พี่ขอยืนยันอีกครั้งว่าพี่มีคนรักแล้ว เรื่องระหว่างเราไม่มีทางที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ ไปได้มากกว่าความเป็นพี่น้อง”
“ทำไมพี่รุจถึงใจร้ายแบบนี้ พี่รุจน่าจะรู้ว่าอัญรู้สึกยังไงกับพี่ แต่พี่ก็ยังพูดจาทำร้ายความรู้สึกของอัญ”
“พี่แค่อยากให้อัญยอมรับความจริง เรื่องของความรักมันบังคับกันไม่ได้หรอก”
อัญชิสาร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจ ที่ถูกชายที่เธอรักพูดตัดสัมพันธ์ทั้งที่ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ จากนั้นก็วิ่งออกไปจากร้านโดยไม่รอฟังคำทักท้วงของใคร
“อาต้องขอโทษรุจแทนน้องด้วยนะ” อดุลย์หันมาพูดกับบุตรชายของเพื่อน
“ไม่เป็นไรครับคุณอา ผมเข้าใจดี เพียงแต่ผมอยากให้อัญเข้าใจถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อน้อง จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง”
สองหนุ่มต่างวัยพูดคุยกันด้วยความเข้าใจ
“พ่อกับแม่รู้เรื่องคนรักของรุจหรือยัง” อดุลย์เอ่ยถาม
“ยังครับ ผมยังไม่ได้พาเทย่าไปแนะนำให้พวกท่านรู้จัก”
“อาไม่เคยเห็นรุจจริงจังกับผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน”
“ผมเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันครับ”
เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมอติรุจก็เอ่ยปากขอตัวกลับ หลังจากนั้นอดุลย์ก็เดินกลับขึ้นไปเคาะห้องของบุตรสาว ยืนรออยู่นานกว่าอัญชิสาจะเดินมาเปิดประตูให้ นัยน์ตาของเธอแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“จะโศกเศร้าอะไรนักหนานะยัยอัญ แกทำอย่างกับว่าโลกนี้มีผู้ชายอยู่แค่คนเดียวอย่างนั้นแหละ”
“ก็อัญรักพี่รุจนี่คะ แต่พ่อใจร้าย ทำไมพ่อถึงไม่ช่วยพูดกับพี่รุจให้อัญคะ”
“ก็เขาย้ำชัดเจน ฉันได้ยินมากับหูว่าเขาไม่ได้รักแก นอกจากไม่คิดอะไรกับแกเขายังมีคนรักอยู่แล้ว และแกจะให้ฉันพูดอะไรได้อีก”
“ในเมื่อพ่อไม่ช่วย อัญก็จะช่วยตัวเอง คอยดูนะอัญจะหาวิธีที่ทำให้พี่รุจเปลี่ยนใจมารักอัญให้ได้”
“ขอเตือนว่าอย่าทำอะไรให้สองครอบครัวต้องมองหน้ากันไม่ติดนะยัยอัญ แล้วก็เลิกร้องห่มร้องไห้ได้แล้ว ทำอย่างกับว่าโลกจะถล่มทลายลงมาตรงหน้ากะแค่ผู้ชายไม่รัก” อดุลย์พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องพักซึ่งอยู่ติดกับห้องของลูกสาว เขามีสีหน้าหนักใจ สงสารลูกก็สงสารอยู่หรอก แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อผู้ชายเขามีคนรักอยู่แล้ว
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







