Masukจังหวะนั้นเองที่มารดาของอติรุจและนับดาวเดินทางมาถึงโรงพยาบาลในเวลาไล่เลี่ยกัน ทั้งคู่สอบถามเรื่องราวความเป็นมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทรรศิกาเล่าทุกอย่างไปตามความจริง
“แล้วอาการของรุจเป็นยังไงบ้างเทย่า” รจนาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ยังไม่ทราบเหมือนกันค่ะ หมอนำตัวเขาเข้าไปในห้องผ่าตัดได้พักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครออกมาแจ้งอาการของเขา เทย่าทราบแค่ว่าคุณพ่อจะเป็นคนผ่าตัดให้รุจด้วยตัวเอง”
“ถ้าผู้อำนวยการลงมือผ่าตัดให้รุจด้วยตัวเองละก็ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะเทย่า หนูทำใจให้สบายนะ รุจจะต้องปลอดภัย ส่วนเรื่องอัญชิสาแม่คิดว่าแม่มีคำตอบให้เทย่าในเรื่องนี้นะ แต่คงต้องรอให้ผลการตรวจบางอย่างออกมาก่อน”
“เทย่าไม่ได้ติดใจอะไรในเรื่องนี้แล้วล่ะค่ะคุณแม่ ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของเขาอีกแล้ว”
ครู่ต่อมาอติเทพเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ทุกคนจึงตรงเข้าไปสอบถามเขาถึงอาการของอติรุจ
“ลูกเป็นยังไงบ้างคะ”
“พ้นขีดอันตรายแล้ว” อติเทพตอบข้อซักถามของภรรยาก่อนจะหันไปทักทายคุณหญิงทิพย์มณี
“สวัสดีครับคุณหญิง”
“สวัสดีค่ะคุณเทพ”
“เราไปคุยกันที่ห้องทำงานของผมดีกว่านะครับ เชิญทางนี้เลยครับคุณหญิง เทย่ากับดาวก็ตามมาด้วยนะลูก” อติเทพกล่าวก่อนจะเดินนำทุกคนไปยังห้องทำงานของตนเอง
ก่อนที่จะสนทนากันอติเทพได้โทร.ไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสนิทฟัง เพื่อให้เขาสืบหาข้อเท็จจริงจากอัญชิสาผู้เป็นบุตรสาว พร้อมทั้งบอกถึงพันธะและสถานภาพระหว่างอติรุจและทรรศิกา ปลายสายรับปากว่าจะรีบจัดการสอบถามเรื่องนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด
“ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง บอกตามตรงนะผมไม่เชื่อว่ารุจจะมีอะไรกับยัยอัญ” อติเทพเอ่ยขึ้นหลังจากวางสาย
“ฉันก็คิดเหมือนคุณค่ะ”
แม้ทรรศิกาจะบอกตัวเองว่าจะไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ทำไมคุณพ่อคุณแม่ถึงมั่นใจนักคะว่ารุจไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้หญิงคนนั้น”
“พ่อไม่ได้พูดเข้าข้างรุจนะเทย่า แต่ที่พูดแบบนี้เพราะพ่อรู้จักนิสัยของรุจดี ถ้าเขาคิดจะมีอะไรกับอัญจริงคงไม่ต้องรอมาจนถึงตอนนี้ มีโอกาสตั้งมากมายที่รุจจะสามารถทำเช่นนั้นได้ แต่ก็ไม่ทำและพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด เพราะเขาเห็นอัญเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่งของเขาเท่านั้น”
“ที่สำคัญรุจรักเทย่า เรื่องนี้เทย่าเองก็น่าจะรู้ดี และแม่ก็เชื่อมั่นว่ารุจจะไม่มีวันทำร้ายผู้หญิงที่เขารักเด็ดขาด”
“ใช่ พ่อเองก็คิดแบบนั้น”
“แล้วภาพบาดตาที่เทย่าเห็นล่ะคะจะอธิบายยังไง” คุณหญิงเอ่ยถาม
“ผมคิดว่าน่าจะเป็นการจัดฉากขึ้นมาเพื่อทำให้เทย่าเข้าใจผิดมากกว่า”
“เดี๋ยวเราก็รู้คำตอบค่ะ” พูดไม่ทันขาดคำเสียงโทรศัพท์ของรจนาก็ดังขึ้น เธอพูดคุยและซักถามเรื่องราวบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันมาบอกทุกคน
“ก่อนที่จะมาที่นี่ฉันได้แวะไปที่ห้องทดลอง เพื่อนำแก้วกาแฟสองใบไปให้เขาตรวจหาความผิดปกติ และก็เพิ่งจะได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่า พวกเขาตรวจพบส่วนผสมของยานอนหลับอยู่ในแก้วใบหนึ่ง นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเห็นภาพบาดตาและเกิดความเข้าใจผิดในตัวรุจ ถ้ารุจฟื้นเรื่องราวทุกอย่างก็คงจะกระจ่างขึ้น”
ทรรศิกาถึงกับนิ่งงันไปเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เหตุการณ์ในครั้งนี้สอนให้เธอรู้ว่าสามีภรรยาควรจะมีความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน แต่เธอกลับไม่เชื่อใจเขาและตัดสินเขาจากภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า โดยไม่คิดที่จะรับฟังเหตุผลของเขาก่อน เรื่องราวมันถึงได้ลุกลามบานปลายเช่นนี้ ทรรศิการู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับดาวเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของทรรศิกาเพื่อถ่ายทอดกำลังใจให้เพื่อน
“รุจฟื้นเมื่อไรพวกเราก็จะได้ทราบความจริงทั้งหมดว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทีนี้เราก็มาพูดกันถึงเรื่องการจัดงานแต่งงานให้รุจกับเทย่า ถ้าคุณหญิงไม่ขัดข้องผมจะให้รจไปหาฤกษ์แต่งงานให้พวกเขาเลยนะครับ”
“เทย่าว่ายังไงลูก”
“เรื่องนี้เทย่าแล้วแต่ผู้ใหญ่ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นรจหาฤกษ์แต่งงานเลยนะคะ เราจะได้ประกาศข่าวดีนี้ให้ทุกคนทราบในงานเลี้ยงฉลองครบรอบห้าสิบปีของสตาร์ไดมอนด์ ดีไหมคะน้าทิพย์” รจนาเรียกอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม
“ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็จะได้มีเวลาเตรียมตัว”
หลังจากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปรึกษากันถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทรรศิกาและนับดาวได้เอ่ยปากขอตัวเพื่อออกมาดูอาการของอติรุจ
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







