Masukทรรศิกาเดินกลับไปกลับมาอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา ความรู้สึกหลากหลายต่างก็วิ่งถาโถมมาสู่หัวใจดวงน้อย เธอรู้สึกเสียใจที่ตนเองเป็นต้นเหตุให้เขาได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ และกลัวว่าเธอจะสูญเสียเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ
หญิงสาวนั่งร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ โดยไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร รู้แต่ว่าแต่ละวินาทีที่ผ่านเลยมันนานเสมือนหนึ่งปีในความรู้สึกของเธอ จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยจึงหันไปตามเสียงเรียกนั้น
“คุณย่า” หญิงสาวอุทานออกมา พร้อมกับโผไปซบอกผู้เป็นย่าและกอดอีกฝ่ายไว้แน่น โดยมีสร้อยคนสนิทของคุณหญิงยืนมองอยู่ไม่ห่าง
“อย่าร้องไห้ลูก ดูซิร้องไห้จนตาบวมช้ำไปหมดแล้ว”
“คุณย่ามาทำอะไรที่นี่คะ” ทรรศิกาเอ่ยถามพร้อมกับพยายามกลั้นเสียงสะอื้น
“ก็มาหาเทย่าไงลูก หยุดร้องไห้แล้วเล่าให้ย่าฟังซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ทรรศิกาถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้เป็นย่าฟังก่อนจะพูดสรุปปิดท้ายว่า
“ที่เขาต้องเจ็บตัวแบบนี้เป็นความผิดของเทย่าเองค่ะ เพราะเขาต้องการจะช่วยไม่ให้เทย่าถูกรถชน เขาถึงต้องมารับเคราะห์แทน เทย่ากลัวว่าจะสูญเสียเขาไปทั้งที่เรายังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน”
คุณหญิงทิพย์มณีเช็ดน้ำตาให้หลานสาวของตนเอง เธอไม่เคยเห็นหลานเศร้าโศกเสียใจอะไรมากมายเช่นนี้มาก่อนเลย นั่นหมายความว่าทรรศิการักและผูกพันกับนายแพทย์อติรุจมาก
“ถ้าเขารู้ว่าเทย่ารักและเป็นห่วงเขามากขนาดนี้ เขาจะไม่ยอมเป็นอะไรไปแน่ อีกอย่างหมอรุจยังไม่ได้แนะนำตัวให้ย่ารู้จักในฐานะหลานเขยอย่างเป็นทางการเลย แล้วจะเป็นอะไรไปง่ายๆ ได้ยังไง ย่าไม่ยอมให้หลานของย่าเป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวหรอกนะเทย่า”
ดวงตาของทรรศิกาเบิกกว้างก่อนที่จะถาม “คุณย่าทราบเรื่องนี้ด้วยหรือคะ”
“อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับทรรศิกาย่ารู้ทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่เขาพาเทย่าไปจดทะเบียนสมรสโดยที่ไม่ปรึกษาผู้ใหญ่”
ทรรศิกากราบที่อกของคุณหญิงทิพย์มณี “เทย่าต้องกราบขอโทษคุณย่าด้วยนะคะที่ทำลงไปโดยพลการ ว่าแต่คุณย่าทราบเรื่องนี้ได้ยังไงคะ ใครบอกคุณย่าหรือคะ”
“ไม่ต้องให้ใครมาบอกย่าหรอก เพราะย่าตามดูพฤติกรรมของเทย่ามาตั้งแต่ต้น เราไปทำอะไรที่ไหน ก่อคดีอะไรไว้กับใคร ป่วนใครไว้บ้าง ย่ารู้หมดนั่นแหละ ที่สำคัญไปกว่านั้นย่าเป็นคนบอกให้ดาวนำนามบัตรของรุจมาให้เทย่าเอง”
“หมายความว่าดาวร่วมมือกับคุณย่ามาตั้งแต่ต้น”
“จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนัก ดาวแค่ทำตามคำขอร้องของย่าเท่านั้น ที่จริงแล้วดาวก็ไม่อยากปิดบังอะไรเทย่าหรอกนะ เพียงแต่ย่าขอร้องไว้เขาก็เลยต้องทำตาม เราอย่าไปโกรธดาวล่ะ”
“เทย่าไม่โกรธดาวหรอกค่ะ เพราะเทย่ารู้ว่าดาวเป็นเพื่อนที่รักและหวังดีกับเทย่าที่สุด แต่เทย่าไม่เข้าใจว่าทำไมคุณย่าต้องสั่งให้ดาวนำนามบัตรของเขามาให้เทย่า”
“เพราะย่ามั่นใจว่ารุจจะสามารถทำให้เทย่าเปลี่ยนมุมมองความคิด และปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตของเทย่าให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ และย่าก็คิดว่าย่ามองคนไม่ผิด รุจทำได้อย่างที่ย่าวาดหวังไว้จริง ๆ เหนือสิ่งอื่นใดย่าแอบหวังว่าความใกล้ชิดจะทำให้เทย่ากับรุจรักและผูกพันกัน จนถึงขั้นตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ”
“ก็คุณย่าส่งหลานสาวของตัวเองไปดัดนิสัยกับผู้ชาย ที่มีหน้าตาเป็นอาวุธในการทำลายการควบคุมของหัวใจ แล้วเทย่าจะไม่ตกหลุมรักเขาได้ยังไงกันล่ะคะ ว่าแต่นอกจากดาวแล้วมีใครที่ทราบเรื่องนี้อีกบ้างไหมคะ”
“เราคิดจะหาตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับย่าอยู่ล่ะสิ บอกให้ก็ได้ย่ากับรจนาร่วมมือกันจับคู่ให้เทย่ากับนายรุจ”
“คุณแม่ก็ทราบเรื่องนี้ด้วยหรือคะ”
“ต้องบอกว่าเป็นคนวางแผนเรื่องทั้งหมดถึงจะถูก แต่หมอรุจไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยหรอกนะ มันเป็นแผนการของย่ากับแม่ของเขาเท่านั้น ก่อนหน้านี้ย่ากับพี่สุคนธ์เคยคุยกันว่าถ้าหลานของเราสองคนแต่งงานกันได้ก็คงจะดี สองตระกูลจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน รจนารู้เรื่องนี้ก็เลยอยากทำความฝันให้เป็นความจริง จากนั้นเราก็เลยร่วมมือกันวางแผนให้รุจกับเทย่าได้มาใกล้ชิดสนิทสนมกัน”
“ซับซ้อนซ่อนเงื่อนจริงๆ แล้วคุณย่ามั่นใจได้ยังไงคะว่าเทย่าจะไปสมัครงานเป็นผู้ช่วยเขา”
“เพราะย่ารู้จักนิสัยของเราดีน่ะสิ คนอย่างทรรศิกาเสียอะไรก็เสียได้ แต่จะเสียหน้าหรือเสียศักดิ์ศรีไม่ได้เด็ดขาดและย่าก็รอลุ้นอยู่ว่าเทย่าจะใช้วิธีไหนเปลี่ยนใจให้รุจรับเราเข้าทำงาน”
“ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะคุณย่า กว่าจะเปลี่ยนใจเขาได้เทย่าต้องงัดสารพัดวิธีเพื่อหลอกล่อเขา แต่สุดท้ายก็ทำสำเร็จ” ทรรศิกาเผลอยิ้มเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เธอนำมาใช้เปลี่ยนใจเขา
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







