Masukวันนี้นับเป็นวันที่สองที่ทรรศิกาได้ย้ายมาพำนักอยู่ที่บ้านของนับดาว ทุกคนในบ้านต่างก็ให้การต้อนรับเธอเป็นอย่างดี ทำให้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นกว่าในวันแรก ที่เขาพูดกันว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยากมันเป็นแบบนี้เอง แต่ความสบายใจมันอยู่กับเธอได้ไม่นาน เพราะเธอบังเอิญไปได้ยินการสนทนาของนับดาวที่กำลังปรึกษากับแม่ เกี่ยวกับเงินค่าผ่าตัดและค่ารักษาพยาบาลของพ่อ
“ดาวเอาเงินที่เตรียมไว้สำหรับค่าผ่าตัดของพ่อไปจ่ายค่าโรงแรมให้เทย่า แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อ ในเมื่อเงินที่เราเตรียมไว้มันหมดไปแล้ว”
“แม่ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้นะคะ ดาวจะจัดการเรื่องนี้เองค่ะ”
“จะไม่ให้แม่กังวลได้ยังไง ในเมื่อดาวเองก็ยังไม่รู้จะไปหาเงินสองแสนนี้มาจากไหน”
“ดาวจะรับผิดชอบเรื่องค่ารักษาพยาบาลของพ่อเองค่ะ ถ้ามันจำเป็นจริง ๆ ดาวจะเอาบ้านไปจำนองไว้กับธนาคาร แต่ดาวจะลองหาทางอื่นดูก่อน”
ทรรศิกาถึงกับอึ้งพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ราวกับปลาถูกทุบหัวเมื่อได้ยินบทสนทนาเหล่านั้น ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่านับดาวจะยอมสละเงินที่เตรียมไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาลของบิดา เพื่อมาจ่ายค่าโรงแรมให้กับเธอโดยไม่บอกสักคำว่าเงินนั้นเตรียมไว้เพื่อการใด และเธอเองก็ไม่เคยคิดที่จะถาม ใบหน้าของทรรศิกาซีดเผือดและดูเศร้าหมองเพราะรู้สึกผิดต่อเพื่อนเป็นอย่างมาก ที่นำปัญหาของตนเองไปสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของเพื่อน เธอบีบมือเรียวชื้นเหงื่อทั้งสองข้างของตนเองไว้แน่น ขาเรียวงามก้าวเดินช้า ๆ ราวกับคนหมดแรงกลับไปยังห้องของนับดาว
“นี่มันอะไรกัน...ทำไมเรื่องถึงเป็นแบบนี้”
หญิงสาวรู้สึกร้อนรน กระวนกระวายใจ และโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ครอบครัวของเพื่อนเดือดร้อน ทรรศิกาเดินกลับไปกลับมาอยู่ภายในห้องนอน พร้อมกับคิดวิธีที่จะหาเงินมาคืนเพื่อนโดยเร็วที่สุด ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินจำนวนนี้มาคืนให้กับเพื่อนได้อย่างไร เธอจมอยู่กับความคิดของตนเอง จนไม่ทันได้สังเกตเห็นว่านับดาวเดินเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไร
“ยังไม่นอนอีกหรือเทย่า” นับดาวเอ่ยถาม เมื่อเห็นเพื่อนรักยืนนิ่งราวกับกำลังใช้ความคิด
“เทย่ายังไม่ง่วง”
“แต่นี่มันดึกแล้วนะ มานอนกันเถอะ พรุ่งนี้ดาวต้องตื่นไปทำงานแต่เช้า ขืนนอนดึกว่านี้คงตื่นไม่ไหวแน่”
นับดาวก้าวขึ้นไปนอนสอดตัวใต้ผ้าห่ม โดยมีทรรศิกาก้าวเดินตามไปนั่งที่เตียง พร้อมตั้งคำถามด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อเพื่อน
“ทำไมดาวถึงไม่บอกเทย่าว่าเงินที่ดาวนำไปจ่ายค่าโรงแรมให้เทย่าเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลของพ่อ”
นับดาวลุกขึ้นมานั่งด้วยความตกใจ “เทย่ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง!"
ในเมื่อตนเองไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้ให้เพื่อนฟัง เพราะไม่อยากให้เพื่อนเกิดความไม่สบายใจ แต่ทรรศิกาก็รู้เรื่องนี้จนได้
“บังเอิญเทย่าเดินผ่านไปได้ยินตอนที่ดาวกับแม่คุยกันถึงเรื่องนี้ ที่จริงเทย่าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังหรอกนะ แต่เพราะมันมีชื่อของเทย่าเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็เลยหยุดฟัง ทำให้เทย่าได้รู้ความจริงที่ดาวไม่เคยเอ่ยถึง”
นับดาวยิ้มให้ทรรศิกาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกกับเธอว่า “เงินทองมันเป็นของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้”
“แต่นั่นมันเป็นเงินที่ดาวเตรียมไว้สำหรับค่าผ่าตัดของพ่อนะ” ทรรศิกาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าทุกครั้ง
“มันก็จริง”
“แล้วทำไมถึงเอามาจ่ายค่าโรมแรมให้เทย่า... ทำไมถึงไม่ปฏิเสธคำขอของเทย่า”
“เพราะดาวรู้ว่าผู้หญิงที่หยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีอย่างเทย่า ถ้าไม่เดือดร้อนจริง ๆ ก็คงไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนอื่น และถ้าเทย่ามีทางเลือกที่ดีกว่านี้ก็คงไม่ขอความช่วยเหลือจากดาวหรอกจริงไหม”
“เทย่าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเงินก้อนนั้นมันมีความสำคัญต่อครอบครัวของดาวยังไง ถ้าเทย่ารู้เรื่องนี้เทย่าจะไม่มีวันเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากดาวเด็ดขาด” แววตาของทรรศิกาบ่งบอกถึงความเสียใจ
“ไม่ต้องคิดมากนะเทย่า ดาวจะจัดการกับปัญหานี้เอง”
“ด้วยการนำบ้านหลังนี้ไปจำนองกับธนาคารอย่างนั้นใช่ไหม”
“นั่นเป็นวิธีสุดท้าย แต่ดาวจะลองหาวิธีอื่นดูก่อน”
“ขอโทษนะดาว ทั้งหมดเป็นความผิดของเทย่าเอง เทย่าไม่น่าสร้างปัญหาให้ครอบครัวของดาวแบบนี้เลย ไม่ควรเลยจริง ๆ” น้ำเสียงและท่าทางของทรรศิกาบ่งบอกว่าเธอรู้สึกเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น
นับดาวเอื้อมไปกุมมือทรรศิกา “ดาวบอกเทย่าแล้วไงว่าไม่ต้องคิดมาก”
“เทย่าจะพยายามหาเงินมาคืนดาวโดยเร็วที่สุด”
“แล้วจะไปหามาจากไหน ในเมื่อเทย่าบอกดาวเองไม่ใช่หรือว่า คุณย่าสั่งอายัดบัตรเครดิตและเงินในบัญชีทั้งหมดของเทย่า”
“ก็ใช่...แต่เทย่าจะหางานทำ และก็จะพยายามติดต่อคุณย่าให้ได้”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







