Masukทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงทักทายจากใครบางคน
“สวัสดีครับคุณเทย่า”
ทรรศิกาหันไปตามเสียงเรียกนั้น และก็พบว่าคนที่ทักทายเธอคือหมออิทธิพลเพื่อนของอติรุจ เธอจึงส่งยิ้มไปให้ก่อนที่จะเอ่ยคำทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณหมอ”
“มาหารุจหรือครับ”
“ใช่ค่ะ”
“แล้วได้พบกันหรือยังครับ”
“ยังเลยค่ะ พอดีรุจเขาเข้าประชุมด่วนก็เลยไม่ได้พบกัน”
“ไม่อยู่รอนายรุจก่อนหรือครับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ไว้เทย่าค่อยมาหาเขาใหม่วันหลัง เทย่าไม่รบกวนเวลาของคุณหมอแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
“เชิญครับ”
ก่อนที่ทรรศิกาจะเดินจากไปเธอยิ้มให้หมอหนุ่ม ด้วยรอยยิ้มที่เคยมัดใจชายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อิทธิพลเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วก็ได้แต่รู้สึกอิจฉาอติรุจที่เขามีแฟนสาวสวยหยาดฟ้าขนาดนี้
ครึ่งชั่วโมงถัดมาอิทธิพลเดินมาสั่งพยาบาล ให้เพิ่มปริมาณยาให้คนไข้ที่อยู่ในความดูแลของเขา และถือโอกาสยืนคุยกับพยาบาลสาวที่เข้าเวรอยู่ในขณะนั้น ตามประสาหมอหนุ่มที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี
“ประชุมเสร็จแล้วหรือรุจ” เขาเอ่ยทักเมื่อเห็นเพื่อนกำลังเดินตรงมายังจุดที่เขายืนอยู่
“อืม ถามแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่า แค่จะบอกนายว่าเมื่อกี้ฉันเดินสวนกับคุณเทย่า เธอมาหานายแต่ว่านายติดประชุมก็เลยกลับไปก่อน”
“คุณเทย่าที่หมออิทเอ่ยถึงคือใครคะ” สุรีย์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็แฟนสาวของนายรุจไงครับ”
คำตอบของอิทธิพลเรียกเสียงฮือฮาจากพยาบาลสาว ๆ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นได้เป็นอย่างดี หลายคนบ่นเสียดายที่คุณหมอสุดหล่อและแสนดีอย่างหมออติรุจมีแฟนแล้ว
“หมอรุจแอบไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไรคะ ปิดเงียบเชียวนะคะ” สุรีย์พยาบาลที่ค่อนข้างจะสนิทกับอติรุจเอ่ยแซว
“อย่าไปเชื่อคำพูดของนายอิทเลยครับคุณสุ ไร้สาระทั้งนั้น”
“ถึงนายอยากจะปิดบังยังไงก็ปิดไม่มิดหรอก เรื่องดี ๆ แบบนี้ต้องขยาย”
“เธอสวยไหมคะหมออิท” สุรีย์หันไปซักถามจากหมออิทธิพล
“บอกเลยว่ามาก สวยราวกับนางฟ้า ทั้งสวยและหุ่นแซบ น่าอิจฉานายรุจสุดๆ ที่ได้ผู้หญิงสวยแซบเวอร์อย่างคุณเทย่ามาเป็นแฟน”
“ขนาดนั้นเลยหรือคะ”
“ใช่ พวกคุณไม่ได้เจอเธอหรือ เธอบอกว่ามาถามหานายรุจที่นี่ แต่พยาบาลแจ้งว่ารุจติดประชุม เธอก็เลยกลับ”
จังหวะนั้นเองที่พัธระวีเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ เมื่อพบอติรุจเธอก็แจ้งให้เขาทราบว่าตอนที่เขากำลังเข้าประชุม มีผู้หญิงชื่อทรรศิกามาพบเขาที่นี่
‘มาป่วนอะไรอีกล่ะแม่ตัวดี’ หมอหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอ่ยถาม
“นอกจากนี้แล้วเขาฝากอะไรไว้อีกหรือเปล่าครับ”
“ไม่ค่ะ แค่ฝากให้ดิฉันบอกคุณหมอว่าทรรศิกามาพบ เธอบอกว่าคุณหมอทราบดีว่าเธอเป็นใคร”
“นั่นล่ะครับแฟนของนายรุจ” เสียงของอิทธิพลดังแทรกขึ้น
“จริงหรือคะหมออิท” สุรีย์ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงสิ”
“หมอรุจนี่ไม่เบาเหมือนกันนะคะ มีแฟนสวยขนาดนี้ไม่กระซิบบอกกันบ้างเลย”
“พูดแบบนี้แปลว่าคุณสุได้พบกับคุณเทย่าแล้ว”
“พบค่ะ เธอสวยมากจนน่าหลงใหล แต่สุรู้สึกคุ้นหน้าเธอนะคะ”
“นั่นสิผมเองก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แปลกนะทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่กลับรู้สึกคุ้นหน้าเธอ ราวกับเคยพบที่ไหนแต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก ว่าแต่นายไปรู้จักกับคุณเทย่าได้ยังไง”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย ไม่มีงานการทำหรือไงถึงได้มีเวลามาสนใจเรื่องของคนอื่น”
“ถามแค่นี้ก็ต้องแสดงอาการหึงหวงด้วย แต่อย่างว่าถ้าคุณเทย่าเป็นแฟนฉัน ฉันก็ต้องออกอาการหึงหวงแบบนี้เหมือนกัน”
“หยุดพูดเรื่องไร้สาระและก็ไปทำงานของนายได้แล้ว” อติรุจพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินจากไปด้วยความฉุนเฉียว และพานนึกต่อว่าหญิงสาวเจ้าปัญหาอยู่ในใจ ที่จงใจทำให้ทุกคนที่นี่เข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและเธอ
เมื่อทรรศิกาไปหาอติรุจที่โรงพยาบาลแต่ไม่ได้พบกัน ดังนั้นในช่วงเย็นเธอจึงตั้งใจมาพบเขาที่คลินิก ทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้าไปในบ้านซึ่งใช้เปิดเป็นคลินิกคนยากของนายแพทย์อติรุจ ทุกสายตาของคนไข้ที่กำลังนั่งรอรับการรักษาจากเขา ต่างก็พร้อมใจกันจ้องมองมาที่เธอโดยมิได้นัดหมาย
ในจังหวะเดียวกันนั้นเองนายแพทย์หนุ่มเจ้าของคลินิกก็เดินออกมาจากห้องตรวจ พร้อมกับคนไข้ที่เพิ่งจะรับการตรวจรักษาเสร็จ ฉับพลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวที่ยืนโดดเด่นอยู่ตรงหน้า วันนี้เธอใส่กระโปรงสั้นแค่คืบเผยให้เห็นเรียวขางาม
‘แม่คุณ!! แต่งตัวปลุกใจเสือป่ามาเลย’ หมอหนุ่มนึกในใจ
ไม่แปลกใจสักนิดที่เห็นเธอมาป่วนเขาถึงถิ่น
“คุณมาทำอะไรที่นี่” อติรุจเอ่ยถาม สีหน้าของเขาเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม และยากที่จะจับอารมณ์ความรู้สึก
“ก็มาหาหมอไงคะ เทย่ารู้สึกไม่ค่อยสบายก็เลยอยากให้คุณหมอช่วยตรวจดูอาการค่ะ”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”







