Share

บทที่ 31

last update Tanggal publikasi: 2026-09-17 23:36:41

            อติรุจเดินไปจัดยาให้คนไข้ จากนั้นก็หันมาจ้องหน้าทรรศิกา สีหน้าและแววตาของเธอดูไม่เหมือนคนป่วยสักนิด เมื่อสาวเจ้าเล่ห์สบสายตาของคุณหมอหนุ่มที่มองมาคล้ายจ้องจับผิด ก็เลยต้องเสแสร้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดพร้อมยกมือกุมขมับ เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าเธอนั้นป่วยจริง แต่อติรุจก็รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของหญิงสาวเป็นอย่างดี

            ‘มารยาร้อยเล่มเกวียนจริงๆ แม่คุณ คิดหรือว่าจะหลอกกันได้’ เขาคิดในใจ

            “ผมคงจะรักษาอาการป่วยของคุณไม่ได้หรอก ทางที่ดีคุณควรไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง”

            “คุณหมอทราบได้ยังไงคะว่ารักษาไม่ได้ ในเมื่อคุณหมอยังไม่ได้ตรวจดูอาการของเทย่าเลย”

            “ผมวิเคราะห์อาการป่วยของคุณจากพฤติกรรม อาการที่คุณเป็นคืออาการของคนป่วยทางจิต และผมก็ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้”

            “ว่าไงนะ!! นี่คุณหาว่าฉันบ้าหรือ” ทรรศิกาเผลอตัวตวาดแว้ดออกไปด้วยความฉุนเฉียว

            แต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาของผู้คนที่นั่งรอรับการตรวจ จ้องมองมาที่ตนเองด้วยสายตาแปลก ๆ บ้างก็มองมาด้วยความแปลกใจที่เธอกล้าตวาดหมอ บ้างก็มองมาด้วยสายตาตำหนิติเตียนการกระทำของเธอ ทำให้เธอต้องรีบพูดแก้ตัว

            “ขอโทษนะคะที่เทย่าเสียงดังมากไปหน่อย ก็เทย่าตกใจที่จู่ ๆ คุณหมอก็มากล่าวหาว่าเทย่าเป็นพวกโรคจิต”

            “ผมบอกว่าคุณมีอาการป่วยทางจิตไม่ได้ว่าคุณบ้า และแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ ดีกว่าจะเสียเวลามารับการรักษาจากผม เพราะผมไม่ใช่แพทย์เฉพาะทาง”

            แม้ว่าหญิงสาวจะแค้นเคืองคำพูดของเขา แต่ก็ต้องพยายามที่จะระงับอารมณ์โกรธของตนเองเอาไว้ เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างไม่ผิดแผนที่วางไว้ เพราะถ้าเผลอแสดงความโกรธและสะบัดบ๊อบใส่เขา เธอก็จะสูญเสียโอกาสที่จะได้ทำตามแผนที่คิดไว้

            “คุณหมออย่าเพิ่งวินิจฉัยอาการป่วยของเทย่าโดยที่ยังไม่ได้ตรวจดูอาการสิคะ เทย่าได้ยินคนแถวนี้เขาพูดกันว่าคุณหมอรักษาคนไข้ทุกคนที่มาที่นี่ แล้วทำไมถึงปฏิเสธที่จะตรวจดูอาการของเทย่าละคะ แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ”

            อติรุจคิดที่จะปฏิเสธ เพราะเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายสบายดี ไม่ได้มีอาการป่วยอย่างที่พยายามกล่าวอ้าง แต่คนไข้ที่รอรับการรักษาต่างก็ช่วยกันพูดให้เขารักษาเธอ

            “ลองตรวจอาการดูก่อนก็ไม่เสียหายนะหมอ เธอคงจะรู้สึกไม่สบายจริงๆ ถึงได้มาที่นี่”

            “นั่นสิหมอ ตรวจและให้ยาตามอาการไปก็ได้”

            เมื่อทุกคนพร้อมใจกันพูดแบบนั้น ก็ทำให้อติรุจต้องยอมตรวจอาการของทรรศิกาอย่างเสียไม่ได้

            ‘ไม่รู้จะมาไม้ไหนอีก’ ใจคิดอย่างแต่ปากพูดอีกอย่าง

            “ถ้าอย่างนั้นก็กรอกประวัติคนไข้ก่อน”

            “คุณหมอก็ทราบประวัติของเทย่าอย่างละเอียดแล้วนี่คะ ยังจะต้องให้กรอกอะไรอีก”

            “มันเป็นกฎ”

            “โอเคค่ะ กรอกก็ได้ ไหนล่ะคะเอกสาร”

            อติรุจหยิบเอกสารยื่นส่งให้ ทรรศิการับมากรอกรายละเอียดอย่างรวดเร็วว่องไว ก่อนจะส่งคืนกลับไปให้เขา

            “นี่ค่ะเอกสารที่คุณหมอต้องการ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองคุณหมอหนุ่มด้วยแววตาใสซื่อ

            แต่ไม่รู้ทำไมอติรุจถึงรู้สึกว่าแววตาใสซื่อนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย

            “ป้าบุญมีเชิญเข้าห้องตรวจเลยครับ”

            “หมอรุจตรวจแม่หนูคนนี้ก่อนก็ได้จ้ะ ป้ารอได้”

            “ไม่เป็นไรค่ะป้า เทย่ารอได้ค่ะ เชิญป้าด้านในเลยค่ะ” ทรรศิกาหันไปพูดกับป้าบุญมีพร้อมรอยยิ้มหวาน

            “เข้าไปเถอะแม่หนู”

            “แต่ว่า...” หลานสาวคุณหญิงแสร้งทำอิดออด

            สุดท้ายหมอหนุ่มก็ตัดปัญหาโดยการบอกให้เธอเดินตามเขาเข้าไปในห้องตรวจ ทรรศิกาไม่รอช้ารีบก้าวเท้าเดินตามเขาไปทันที พร้อมกับนั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ตัวที่เขานั่ง โดยกระเถิบเก้าอี้ถอยห่างออกจากโต๊ะนิดหน่อย กะว่าให้อยู่ในระยะสายตาของเขาที่จะมองเห็นเรียวขาของเธอได้ชัดเจน จากนั้นก็จงใจที่จะนั่งไขว่ห้างแต่เนื่องจากกระโปรงที่เธอสวมใส่นั้นสั้นแค่คืบเผยให้เห็นเรียวขาสวยของเธอ แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร

            “ต้องการอะไรก็ว่ามา”

            “คุณก็ทราบดีอยู่แล้วว่าฉันต้องการอะไร ทำไมจะต้องให้ฉันพูดจาซ้ำซากอีก”

            “ถ้าคิดว่าการมาป่วนผมจะทำให้ผมเปลี่ยนใจรับคุณเข้าทำงาน ขอบอกว่าฝันไปเถอะ”

            “แน่ใจนะว่าคุณตัดสินใจที่จะยืนยันคำตอบเดิม”

            “แน่นอน”

            “ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมพบกับความสนุกได้เลย” ทรรศิกาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืนตรงหน้าเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 129

    อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 128

    เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 127

    หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 126

    “เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 125

    สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั

  • กุศโลบายรัก   บทที่ 124

    ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status