Masuk“คิดหรือว่าใช้วิธีนี้กับผมแล้วมันจะได้ผล”
“แล้วมันได้ผลไหมล่ะ” ทรรศิกายักคิ้วถาม
“ไม่มีทาง!!”
“นึกอยู่เหมือนกันว่าคุณต้องพูดแบบนี้” หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีเอ่ยพร้อมกับไหวไหล่ก่อนจะพูดต่อ
“แต่ไม่เป็นไร เพราะฉันก็ไม่ได้คาดหวังผลว่ามันจะสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก ไว้คอยพบกับความตื่นเต้นเร้าใจแบบนี้ได้ในครั้งต่อไปนะคะคุณหมอ สัญญาค่ะว่าเราต้องได้พบกันอีกแน่”
ทรรศิกาขยิบตาให้เขา แล้วตบบ่าเขาเบา ๆ และเดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข ทิ้งให้หมอหนุ่มจ้องมองตามไปด้วยความหงุดหงิด เขามองว่าสิ่งที่เธอทำมันเป็นเรื่องที่ไร้สาระ และเป็นนิสัยของเด็กที่ชอบเอาแต่ใจตัวเอง คงถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ อยากจะได้อะไรก็ต้องได้ ถ้าใครขัดใจก็จะแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อย่างที่เห็น
“ก๋ากั่นอย่างนี้น่าจับมาตีก้นซะให้เข็ด คราวหน้าจะได้ไม่กล้าทำอย่างนี้อีก” อติรุจเอ่ยพร้อมส่ายหัวอย่างเอือมระอากับความก๋ากั่นและความแสบซ่าของหญิงสาวที่เพิ่งจะเดินจากไป
เย็นวันนั้นทรรศิกาออกมายืนรอนับดาวที่หน้าบ้าน เพื่อรอที่จะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เพื่อนฟัง
“เหนื่อยไหมดาว” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นนับดาวเดินผ่านประตูรั้วเข้ามาในบริเวณบ้าน
“นิดหน่อย เทย่ามายืนทำอะไรตรงนี้”
“ก็มารอดาวไง”
“ทำไมไม่เข้าไปรอในบ้าน”
“เทย่าอยากออกมาเดินยืดเส้นยืดสายบ้าง”
“มีอะไรจะเล่าให้ดาวฟังใช่ไหมถึงได้ออกมารอ”
“ดาวนี่เหมาะสมกับตำแหน่งเพื่อนที่รู้ใจของเทย่าจริง ๆ”
“เรื่องของหมอรุจล่ะสิ”
รอยยิ้มหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยของทรรศิกา แต่สายตาแฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์เมื่อตอบคำถามของเพื่อน
“ใช่แล้ว วันนี้เทย่าไปป่วนที่โรงพยาบาลต้นสังกัดของเขามา”
“ป่วนด้วยวิธีไหน”
นับดาวเอ่ยถามด้วยเกรงว่าทรรศิกาจะทำอะไรแผลง ๆ เพี้ยน ๆ โดยไม่คิดให้ดีก่อน
“ก็ใช้เล่ห์มารยาหญิงให้เป็นประโยชน์”
ทรรศิกาบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่เธอตามไปป่วนอติรุจให้เพื่อนรักฟังโดยไม่ปิดบัง
“นึกยังไงถึงได้ไปประกาศว่าเป็นแฟนของหมอรุจ”
“เทย่าไม่ได้ประกาศนะว่าเทย่าเป็นแฟนเขา”
“แต่จากที่เล่ามาการแสดงออกของเทย่าก็ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดไปแบบนั้น”
“มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้นะดาว เทย่าจะไปห้ามความคิดของพวกเขาได้ยังไง จริงไหม”
“แล้วหมอรุจเขามีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง อย่าบอกนะว่าเขารับสมอ้างเล่นไปตามบทบาทที่เทย่าหยิบยื่นให้”
“เขาก็รีบพูดปฏิเสธความสัมพันธ์ด้วยสีหน้าจริงจัง แต่เพื่อนของเขากลับเชื่อเทย่ามากกว่า และมองว่าการที่หมอรุจพยายามปฏิเสธก็เพื่อที่จะปกปิดความสัมพันธ์ลับระหว่างเขากับเทย่า”
“คิดหรือว่าใช้วิธีนี้แล้วมันจะได้ผล”
“ก็ไม่รู้สินะ...เทย่ากะว่าจะใช้วิธีนี้ดูสักพัก ถ้ามันไม่เวิร์กค่อยคิดหาวิธีอื่น”
ปากบอกว่าอาจจะคิดหาวิธีอื่น แต่แววตาของเธอกลับฉายแววเชื่อมั่นว่า วิธีที่ตนเองเลือกใช้นั้นมันจะได้ผลและทำให้เธอได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่นับดาวกลับคิดตรงกันข้าม
“ดาวเกรงว่าหมอรุจเขาจะแก้เกมของเทย่าโดยเล่นไปตามน้ำ ถ้าเป็นเช่นนั้นเทย่าจะจัดการยังไง”
“ก็อาจจะต้องยกระดับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เขาในวงกว้างขึ้น เชื่อเทย่าสิหมอที่มีประวัติขาวสะอาดอย่างเขาทนได้อีกไม่นานหรอก”
“จะทำอะไรก็ให้ระมัดระวังตัวหน่อยนะเทย่า รู้ใช่ไหมว่าดาวเป็นห่วง”
“รู้แล้วล่ะน่า”
นับดาวได้พูดกำชับทรรศิกาว่าให้ดูแลตัวเองดี ๆ ห้ามทำอะไรบ้าบิ่นเด็ดขาด ทรรศิกาได้แต่ยักคิ้วและส่งยิ้มให้เพื่อนโดยไม่พูดอะไร
ทรรศิกาเริ่มต้นการตามตื๊ออติรุจอีกครั้งในสายวันต่อมา แต่ครั้งนี้เธอเลือกที่จะไปปรากฏตัวที่วอร์ดของเขา
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าหมอรุจอยู่ไหมคะ”
หัวหน้าพยาบาลจ้องมองสาวสวยเจ้าของรอยยิ้มหวาน ที่เดินมาหยุดยืนที่หน้าเคาน์เตอร์อย่างเผลอไผลก่อนที่จะตอบ
“คุณหมออติรุจติดประชุมค่ะ”
หลานสาวคุณหญิงทิพย์มณีมีสีหน้าผิดหวังนิดหน่อย เมื่อรู้ว่าตนเองเสียเวลามาโดยเปล่าประโยชน์
“ทราบไหมคะว่าเขาจะประชุมเสร็จเมื่อไร”
“น่าจะไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงนะคะ ไม่ทราบว่าธุระอะไรด่วนหรือเปล่าคะ พบคุณหมอท่านอื่นแทนก่อนดีไหมคะ จะได้ไม่ต้องรอนาน”
“ธุระส่วนตัวค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นฝากเรื่องไว้ได้นะคะ”
“บอกเขาว่าทรรศิกามาพบค่ะ”
“ให้บอกแค่นั้นหรือคะ” พัธระวีหัวหน้าพยาบาลเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“ค่ะ...รุจเขาทราบดีค่ะว่าฉันเป็นใคร”
“ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะบอกคุณหมออติรุจให้นะคะว่าคุณทรรศิกามาพบ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
ทรรศิกายิ้มให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มหวานหว่านเสน่ห์ ที่เคยใช้ได้ผลกับผู้คนมากมายมานับครั้งไม่ถ้วน ใครก็ตามที่เจอรอยยิ้มแบบนี้ของเธอเข้าไปก็เป็นต้องมาสยบอยู่แทบเท้าเธอทุกราย โดยเฉพาะพวกผู้ชาย
“สวยจัง! เธอเป็นใครคะพี่ระวี” สุรีย์ซึ่งเป็นนางพยาบาลรุ่นน้องเอ่ยถาม
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอมาขอพบหมอรุจ”
“สุว่าสุคุ้นหน้าเธอนะคะ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเคยเห็นที่ไหน”
“นั่นสิพี่ก็รู้สึกคุ้นหน้าเธอเหมือนกัน”
แผนปฏิบัติการป่วนอติรุจพลาดไปอย่างน่าเสียดาย เพราะอีกฝ่ายดันติดประชุม ทำให้หญิงสาวถึงกับบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด
“มาเสียเที่ยวชะมัด”
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




