LOGINกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลำเลียงขึ้นสู่รถหรูเพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ คุณย่าวิไลที่กลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากที่ไปอยู่กับลูกสาวมาหนึ่งสัปดาห์ ท่านมายืนส่งคู่บ่าวสาวเพื่อไปฮันนีมูนที่ประเทศนอร์เวย์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สูงวัยคือสามีที่แสนดีโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม ณัฐวุฒิสวมบทบาทสามีได้อย่างไม่มีที่ติ
แต่สำหรับนัสริน สัมผัสจากฝ่ามือของเขาที่โอบไหล่เธอนั้นมันเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง เธอต้องซ่อนแววตาที่บอบช้ำไว้ภายใต้แว่นกันแดดราคาแพง และปั้นหน้ายิ้มจนเมื่อยขากรรไกร เพราะลึก ๆ แล้วเธอรู้ดีว่าทริปฮันนีมูนครั้งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่มันคือการเริ่มต้นของละครฉากใหญ่ที่เธอถูกบังคับให้ร่วมแสดง โดยมีผู้ร่วมทางอีกคนที่ไปรอที่สนามบินแล้ว
.....
เมื่อเครื่องลงจอดที่สนามบินออสโล ประเทศนอร์เวย์ ลมหนาวปะทะเข้าที่ใบหน้าทันทีที่ก้าวออกจากตัวอาคารสนามบิน นัสรินกระชับเสื้อโค้ตตัวหนาเข้าหาตัว ความหนาวที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มาจากบรรยากาศเราสามคนที่เริ่มชัดเจนขึ้นทันทีที่พ้นสายตาผู้คนในประเทศไทย
“วิชย์ เหนื่อยไหมครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องรถเช่าเอง คุณไปนั่งพักกับโรสตรงโน้นก่อนนะ” ณัฐวุฒิเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่นัสรินไม่เคยได้รับ เขาหันไปสบตากับคนรักของเขาด้วยความอาทร ก่อนจะปรายตามามองภรรยาด้วยแววตาเรียบเฉย
“โรส พี่ฝากดูแลวิชย์ด้วยนะ อย่าให้เขาต้องยกกระเป๋าหนัก ๆ เดี๋ยวจะเจ็บข้อมือเอา เขาเป็นหมอศัลยกรรมมือเขาสำคัญมาก”
คำสั่งนั้นทำให้นัสรินจุกจนพูดไม่ออก เธอเดินตามหลังหมอสรวิชย์ไปยังจุดนั่งพัก หมอหนุ่มในชุดกันหนาวดูดีมีรอยยิ้มประดับใบหน้าตลอดเวลา เขาหันมามองนัสรินด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย แต่กลับดูเหมือนแฝงความสงสารในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรมที่เขาถือไพ่เหนือกว่า
“คุณโรสโอเคไหมครับ อากาศที่นี่หนาวกว่าที่คิดนะ” สรวิชย์ถามน้ำเสียงราบเรียบ
“โรสโอเคค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ พลางเบือนหน้าหนีไปมองหิมะที่ขาวโพลนภายนอก ใจเธออยากจะตะโกนถามออกไปเหลือเกินว่าพวกเขาทำแบบนี้กับเธอได้อย่างไร แต่สุดท้ายเธอก็ทำได้เพียงเงียบ เพราะสัญญาสิบล้านบาทมันค้ำคอเธออยู่
รถเอสยูวีที่เช่าไว้พาคนทั้งสามมุ่งหน้าสู่เมืองทางตอนเหนือซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของการชมแสงเหนือ ณัฐวุฒิจองรีสอร์ตสุดหรูสไตล์โดมแก้วเพื่อให้มองเห็นท้องฟ้าได้ชัดเจน แต่อารมณ์โรแมนติกที่ควรจะมีกลับกลายเป็นความอึดอัดที่รอวันระเบิด
“โรส มาทางนี้หน่อย พี่จะถ่ายรูปคู่ส่งไปให้คุณย่าดู” ณัฐวุฒิเรียกเธอเมื่อพวกเขาไปถึงจุดท่องเที่ยวที่เป็นสะพานไม้ทอดยาวลงสู่ทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง
เขาสั่งให้เธอมายืนชิดอกเขา โอบเอวเธอไว้แน่น และแสร้งทำเป็นกระซิบข้างหูให้เธอยิ้มออกมา นัสรินต้องทำตามคำสั่ง ปั้นหน้ายิ้มหวานสู้กล้องโทรศัพท์ที่หมอสรวิชย์เป็นคนอาสาถือถ่ายให้
“สวยมากครับ ทั้งวิวทั้งคนเลย” สรวิชย์บอกพลางส่งโทรศัพท์คืนให้ณัฐวุฒิ
ทันทีที่ถ่ายเสร็จ ณัฐวุฒิก็ปล่อยมือจากเอวของเธอทันทีราวกับถูกของร้อน เขาเปิดแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดีย อัปโหลดรูปคู่พร้อมแคปชั่นหวานเพื่อให้บรรดาญาติและเพื่อนฝูงได้กดไลก์และชื่นชมความรักจอมปลอมนี้
“เสร็จธุระแล้วนะโรส เดี๋ยวพี่กับวิชย์จะไปเดินดูทางโน้นหน่อย เห็นเขาบอกว่ามีร้านกาแฟที่วิวสวยมาก โรสเดินเล่นแถวนี้ไปก่อนแล้วกันนะ อ้อ อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยล่ะ ถ้าหนาวก็กลับไปรอที่รถก่อนได้เลย”
พูดจบเขาก็เดินคู่ไปกับหมอสรวิชย์ออกไป ทิ้งให้นัสรินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ภาพชายสองคนเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินหิมะ ทั้งสองหัวเราะและยิ้มกันอย่างมีความสุข มันช่างบาดตาบาดใจคนที่เป็นภรรยาอย่างเธอจนต้องเบือนหน้าไปมองทางอื่น
นัสรินมองตามแผ่นหลังของสามีที่ดูจะลืมไปเสียสนิทว่าเขามีภรรยามาด้วยอีกคน เธอเดินทอดน่องไปตามทางเดินคนเดียวด้วยความเหงา น้ำตาที่กลั้นไว้ค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม เธอคุ้นเคยกับความหนาวเย็น แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกดำ ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิติดลบ แต่เป็นเพราะความโดดเดี่ยวมากกว่า
.....
ท้องฟ้าเริ่มมืดลงจนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ดวงดาวนับพันเริ่มปรากฏให้เห็น ภายในโดมแก้วหรูหรานั้นมีเพียงความเงียบเธออยู่ตามลำพังคนเดียวขณะที่สามีก็อยู่กับคนรักของเขา
“พี่ณัฐคะ โรสขอออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยได้ไหมคะ” เธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย
“ข้างนอกมันหนาวมากนะโรส อีกอย่างมันมืดแล้วด้วย” ณัฐวุฒิแย้ง แต่สายตายังมองอยู่ที่หน้าของสรวิชย์
“โรสอยากไปดูบรรยากาศรอบ ๆ ค่ะ”
“งั้นก็ตามใจ แต่อย่าไปไกลล่ะ เดี๋ยวจะหลงทางเอา”
คำอนุญาตง่าย ๆ นั้นแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นห่วงเธอเลยแม้แต่น้อย ขอเพียงแค่เธอไม่อยู่ขวางหูขวางตาเวลาที่เขาจะแสดงความรักกับคนของเขา เขาก็พร้อมจะปล่อยเธอไปที่ไหนก็ได้
นัสรินสวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นแล้วเดินออกมาจากบรรยากาศที่อึดอัด ความมืดมิดของธรรมชาติโอบล้อมเธอไว้ หญิงสาวเดินตรงไปยังบาร์ของโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก
เธอต้องการแอลกอฮอล์ เธอต้องการอะไรก็ได้ที่จะทำให้ความชาหนึบในหัวใจหายไปบ้าง แม้เพียงชั่วคราวก็ยังดี
หญิงสาวก้าวเข้าไปในบาร์ สั่งเครื่องดื่มแรง ๆ มาดื่มรวดเดียวจนลำคอแสบร้อน เธอเลือกนั่งในมุมมืดที่ไกลจากผู้คนที่สุด สภาพของเธอเวลานี้ดูไม่เหมือนคนมาฮันนีมูนเลยสักนิด
“ฮันนีมูนที่นอร์เวย์ ฮันนีมูนที่สามคน ตลกสิ้นดี” เธอหัวเราะกับตัวเองพลางยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง
น้ำตาเม็ดโตหยดลงในแก้วเหล้า นัสรินไม่รู้ว่าจะทนอยู่ในสภาพนี้ได้ครบหนึ่งปีไหม
ในตอนนั้นเองที่เธอไม่ได้สังเกตเลยว่า ที่มุมหนึ่งของบาร์ มีสายตาคมเข้มคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เธอด้วยความสนใจ ชายหนุ่มมาดขรึมในชุดสเวตเตอร์สีดำสนิทที่ดูภูมิฐาน เขาเฝ้ามองหญิงสาวลูกครึ่งที่นั่งร้องไห้ดื่มเหล้าคนเดียวมาพักใหญ่แล้ว ความเศร้าที่แผ่ออกมาจากตัวเธอมันช่างรุนแรงจนเขาสัมผัสได้
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ อัคคี หรือ ไฟ ผู้ชายที่เธอไม่เคยรู้จักกำลังจะก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ และเขาจะเป็นคนเดียวที่กล้าจุดไฟเผาทำลายความหนาวเหน็บที่ณัฐวุฒิทิ้งไว้ในใจของเธอให้มอดไหม้
ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา ณัฐวุฒินั่งเคียงข้างกับหมอสรวิชย์ โดยมีคุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ส่วนอัคคีและนัสรินนั่งอยู่ถัดไป ทั้งหมดกำลังพูดคุยถึงแผนการในอนาคตด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง“ผมขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะโรส ขอบคุณที่ยอมอดทนและช่วยปิดบังเรื่องของผมมาตลอด หลังจากนี้ผมอยากให้โรสมีความสุขกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ เสียที” ณัฐวุฒิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและสำนึกผิด แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกผิดที่เคยดึงเธอเข้ามาเกี่ยวพันในวังวนที่ซับซ้อนนี้“โรสก็ต้องขอบคุณพี่ณัฐเหมือนกันค่ะ ที่ช่วยเหลือพ่อของโรส โรสดีใจที่เห็นพี่ณัฐมีความสุขนะคะ”“ผมก็ขอบคุณโรสด้วยนะครับ” หมอสรวิชย์พูดเสริมขึ้น“ย่าเองก็ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เรื่องข่าวคราวข้างนอกไม่ต้องห่วงนะ ณัฐจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ต่อไปนี้อัคคีก็ดูแลหนูโรสให้ดี ๆ ล่ะ อย่าให้ย่าต้องผิดหวังในตัวลูกอีกนะ”“ผมสัญญาครับคุณย่า ผมจะดูแลโรสด้วยชีวิตของผม” อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พร้อมกับกุมมือนัสรินไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่เอ่
เพราะความลับไม่มีในโลก แม้ว่าจะพยายามปกปิดมันมากแค่ไหนแต่วันหนึ่งความลับมันก็จะต้องเปิดเผยออกมา เหมือนกับเรื่องของณัฐวุฒิและหมอสรวิชย์วันนี้ภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีข่าวลือที่พูดกันไปทั่วทุกแผนก ภาพถ่ายหลายใบที่ถูกแอบถ่ายในมุมหนึ่งของรีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง ถูกส่งต่อกันในกลุ่มไลน์อย่างรวดเร็ว ในภาพนั้นคือณัฐวุฒิรองประธานบริหารหนุ่มที่แสดงออกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับหมอสรวิชย์ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลของโรงพยาบาล“แกเห็นรูปหรือยัง ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณณัฐวุฒิเพิ่งแต่งงานกับคุณโรสไปไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ”“สงสารคุณโรสแย่เลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจอสามีนอกใจไปหาผู้ชายด้วยกันแบบนี้เป็นฉันคงอกแตกตาย”“นั่นสิ หน้าตาก็ดี โปรไฟล์ก็เลิศ ที่แท้ก็พวกเสือไบคบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่งงานบังหน้าแล้วยังแอบนอกใจภรรยามาเสพสุขกับหมอในโรงพยาบาลตัวเองอีก หน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ”คำนินทาที่เผ็ดร้อนและสายตาของหลายคนที่มองมายังณัฐวุฒิและคุณหมอหนุ่มทำให้ทั้งสองรู้อึดอัดมาก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องผู้บริหาร มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความ
ความลับของอัคคีและนัสรินยังคงเป็นความลับต่อไปแม้ว่าหญิงสาวจะหย่าขาดจากสามีนานมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามอัคคีไม่อยากเร่งรีบและไม่อยากให้นัสรินถูกคนอื่นมองไม่ดีแต่ลึก ๆ ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดกับความลับนี้มากขึ้นทุกวัน พอมาวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะสารภาพเรื่องทุกอย่างกับมารดาเพราะปลายเดือนนี้เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันและอยากพานัสรินไปกับเขาด้วยเรื่องนี้อัคคีไม่ได้บอกนัสรินไว้ก่อนเขาคิดว่าถ้าพูดออกไปหญิงสาวก็คงจะห้ามแต่สำหรับเขาแล้วคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องสภาพความจริงกับมารดา ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้แล้วว่า เมื่อบอกความจริงไปแล้วเขาจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับท่านรวมถึงทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อไม่อยากให้นัสรินถูกมองว่าแต่งงานกับหลานแล้วยังมาแต่งงานกับอาอีก เขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารักหลังจากทานอาหารค่ำกับมารดาตามลำพังแล้วอัคคีก็เดินตามท่านมายังห้องนั่งเล่น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดจนทำให้คุณวิไลพอจะมองออกว่าลูกชายคนเล็กของตนเองน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง“เป็นอะไรหรือเปล่าไฟ” คุณวิไลถามลูกชายคนเล็กถึงแม้เธอจะไม่ได้คลอดเข
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรับแขกเมื่อนัสรินพูดถึงเรื่องหย่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย“แกพูดอะไรยัยโรส นี่ไม่อยากให้พ่อไปขอเงินผัวแกถึงกับต้องบอกว่าหย่ากันเลยเหรอ” ทรงพลไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวพูด“นั่นสิ อย่าลืมนะว่าที่ได้แต่งงานกับคนรวยล้นฟ้าแบบนี้เพราะใคร” พิมพ์พาพูดเสริมขึ้น“โรสจะโกหกทำไมคะ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็รอไปดูได้เลย บ่ายวันศุกร์นี้เราก็จะหย่ากัน”“แกเพิ่งแต่งงานเองนะ”“พ่อคะ คนเราไม่ได้รักกัน เข้ากันไม่ได้จะทนอยู่กันไปทำไม รีบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตอิสระดีกว่าไหม”“ถ้าขอไม่ได้ก็ฟ้องหย่าขอค่าเลี้ยงดูสิ คนอย่างคุณณัฐวุฒิคงยอมจ่ายแน่ เผลอ ๆ จะได้มากกว่าห้าล้านนะคะคุณพี่”“จริงสิ พี่ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” ทรงพลยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำจากภรรยา“ถ้าพ่อฟ้องหย่าเขาอาจจะทวงเงินคืนจากพ่อก็ได้นะคะ”“ทำไมแกต้องหย่ากับเขาด้วยนะ พ่อขอสั่งให้แกยกเลิกการหย่า ถ้าทำอะไรผิดกับเขาหรือเขาไม่พอใจเรื่องอะไรแกก็ต้องปรับปรุงตัว ทำยังไงก็ได้ให้เขาไม่หย่า”“ไม่ค่ะพ่อ โรสตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะหย่า ส่วนเรื่องเงินพ่อเลิกคิดไปเลยค่ะ”“แกนี่มันลูกเนรคุณ ถ้าแกหย่าแล้วฉันจะเงินที่ไหนมาหมุนในบริษัท ฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนเมือ
อัคคีลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่คิดไว้เพราะยังไงเสียมารดาก็คงคิดว่าเขาเมาจนนอนค้างที่อื่น สายตาคมมองใบหน้าหวานของนัสรินที่กำลังหลับสนิท เขายังคงโอบกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของเขาและเธอชายหนุ่มขยับลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของคนรัก เขาก้าวเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วกดสั่งอาหารเช้าจากร้านโปรดผ่านแอปพลิเคชันก่อนจะลงไปและเตรียมไว้รอหญิงสาวที่เขาได้ยินเสียงเธอกำลังอาบน้ำอยู่“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ อาไฟทำอาหารเหรอคะ” หญิงสาวทำจมูกฟุตฟิตก่อนจะเดินมายังโต๊ะอาหาร“อาสั่งมาครับ ถ้าให้อาทำก็กลัวว่าจะเสร็จช้าอากลัวโรสหิว”“ขอบคุณค่ะ กินเลยนะคะหนูกลัวไปทำงานสาย”อาหารเช้าง่าย ๆ อย่างข้าวต้มกุ้งกับน้ำคั้นสดแต่รสชาติกลับอร่อยจนทั้งสองทานหมดชามในเวลารวดเร็ว จากนั้นกันมายังรถที่จอดอยู่“อาไฟจะตอบคุณย่ายังไงคะ ถ้าคุณย่าถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน”“ท่านไม่ถามหรอกแค่ท่านเห็นว่าอาปลอดภัยท่านก็สบายใจแล้วล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาไม่กลับไปนอนที่บ้าน”“แล้วอาไฟไปนอนที่ไหนคะ ไ
นราวดียิ้มร่าเมื่อเห็นเขาเดินลงไปจากรถแต่เธอคิดว่าแผนยั่วยวนของตนเองนั้นได้ผล เธอยิ้มเมื่ออัคคีเปิดประตูให้เธอ“ลงมาได้เลย”“ไม่เห็นต้องใจร้อนเลยค่ะพี่ไฟ ยังไงคืนนี้เหมียวก็มีเวลาให้พี่ทั้งคืน” หญิงสาวลงจากรถแล้วยิ้มก่อนจะใช้แขนคล้องคอชายหนุ่มไว้และเบียดกายเข้าหาอย่างเชิญชวน“พอเถอะเหมียว” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะแกะมือของหญิงสาวออก“พี่ไฟ” หญิงสาวมองอย่างขัดใจ“เราจบกันแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน พี่ขอพูดอย่างชัดเจนเลยนะว่าต่อให้เหมียวพยายามแค่ไหนเราก็กลับมาคบกันไม่ได้ ต่อให้พี่ไม่มีแฟนพี่ก็ไม่คิดจะกลับไปคบกับเหมียวหรอกนะ”“วันนี้พี่ไฟอาจยังไม่ใจอ่อน แต่เหมียวรอพี่ไฟได้นะคะ”“อย่าทำอะไรที่มันเสียเวลาเลยนะ” คำพูดของอัคคีทำให้นราวดีหน้าชา เธอสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปในคอนโดอัคคีมองตามหลังเธอไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากชั้นบนของคอนโดนั้น กำลังมองลงมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานใสด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปที่บ้านตามความตั้งใจเติมแต่เขาขับไปยังคอนโดมิเนียมของนัสรินแทนชายหนุ่มเปิดประตูห้องลงเบา ๆ สายตากวาดไปทั้งห้องที
เช้าวันอังคารบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น คุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ มองดูหลานชายและหลานสะใภ้ด้วยรอยยิ้ม ในใจแอบหวังว่าแผนการที่วางไว้ช่วงวันหยุดคงจะได้ผล แต่ท่านไม่รู้เลยว่าคนที่ทานสาคูแคนตาลูปไปนั้นเป็นลูกชายของตนเองไม่ใช่หลานชายอย่างที่วางแผนไว้อัคคีเดินเข้ามาในห้องอาหารเป็นคนสุดท
นัสรินก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างด้วยความรู้สึกสับสน หญิงสาวชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างสูงของณัฐวุฒิเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดนอนสีเข้ม ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นสบู่หอมสดชื่นโชยมา แต่เธอไม่ได้รู้สึกสดชื่นตามเลย“กลับมาแล้วเหรอ” ณัฐวุฒิเอ่ยทักโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เข
ภายในรถคันหรูที่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ก่อนที่อัคคีจะทำลายมันลง“วันหยุดที่จะถึงนี้อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ”“แต่อาไม่อยากให้โรสเหงาอยู่บ้านคนเดียว”“คนเดียวที่ไหนคะ พี่ณัฐก็อยู่ค่ะ”“อย่าหลอกตัวเองเลย อาเดาว่าเขาก็คงเอาเวลาไปอยู่กับคนรักส่วนโรสก็คงต้อง
เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปตามปกติ คุณย่าวิไลนั่งยิ้มแย้มเตรียมแผนการเดินทางไปทำบุญใหญ่ที่ต่างจังหวัดเธอหวังว่าหลานชายและหลานสะใภ้จะได้อยู่กันตามลำพัง“ตกลงตาณัฐกับหนูโรสจะไม่ไปทำบุญกับย่าจริง ๆ ใช่ไหมลูก” คุณย่าวิไลเอ่ยถามพลางมองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้“ครับคุณย่า พอดีผมมีที่ต้องรีบเคล







