Masukปัจจุบัน
ภายในร้านเสื้อผ้าที่แอร์เย็นฉ่ำ นัสรินยืนอยู่หน้าโต๊ะออกแบบ มือที่ถือกรรไกรสั่นเล็ก ๆ เมื่อนึกถึงคำพูดของพ่อในวันที่เธอกลับมาถึงไทย
“โรส... พี่เขาเป็นคนดีนะลูก เขาช่วยเราไว้มากจริง ๆ พ่ออยากให้โรสดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่เมียคนหนึ่งจะทำได้นะ”
คำว่าดูแลให้ดีที่สุดดังวนเวียนอยู่ในหัว แต่เธอจะดูแลเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคยอนุญาตให้เธอเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ในบ้านที่อาศัยอยู่ด้วยกันมาหนึ่งสัปดาห์ เธอก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแขกที่มาพักอาศัยชั่วคราว มากกว่าจะเป็นภรรยาของเขาอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
“เป็นอะไรไปจ๊ะยัยโรส ถอนหายใจซะร้านแทบจะปลิว มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า หรือว่าสามีทำการบ้านหนักเกินไปจนเพลีย” แมนดี้เดินเข้ามาตบไหล่เบา ๆ
“เปล่าค่ะพี่แมนดี้ โรสแค่คิดเรื่องงานออกแบบชุดใหม่น่ะค่ะ กลัวจะทำออกมาไม่ถูกใจลูกค้า”
“ระดับแกแล้ว ไม่มีคำว่าไม่ถูกใจหรอก ขนาดชุดเจ้าสาวแกลูกค้ายังชมกันทั้งเมืองว่าสวยอย่างกับเจ้าหญิง” เฌอแตมเดินมาสมทบอีกคน
‘เจ้าหญิง’ นัสรินทวนคำในใจ เจ้าหญิงในนิทานมักจะได้ครองรักกับเจ้าชายอย่างมีความสุขชั่วนิรันดร์ แต่เจ้าหญิงอย่างเธอ กลับเหมือนถูกขังอยู่ในกรงทอง ต้องทำตัวมีความสุขทั้งที่ในความจริง ความอ้างว้างในห้องหอมันกำลังกัดกินหัวใจของเธอไปทีละน้อย เธอยังคงพยายามมองโลกในแง่ดีว่า การที่ณัฐวุฒิสุภาพกับเธอจนเกินไป อาจเป็นเพราะเขาเป็นสุภาพบุรุษตัวจริงที่อยากจะรอให้เธอพร้อมหรืออยากจะสร้างความผูกพันทางใจก่อนจะเริ่มความสัมพันธ์ทางกาย
“อย่าเครียดไปเลย ลูกค้าไม่ได้เร่งสักหน่อย นี่ก็ใกล้เวลาปิดร้านแล้วรีบกลับไปทำหน้าที่เมียดีกว่า” แพรวาพูดพลางหัวเราะโดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนของตนยังไม่เคยได้ทำหน้าที่นั้นเลย
“วันนี้พี่ณัฐมีประชุมน่ะ คงจะกลับค่ำหน่อย”
“งั้นเราไปหากินอะไรกันดีไหมล่ะ สามีแกคงไม่ว่านะ”
“ไม่หรอกแพรวา พี่ณัฐเขาให้อิสระน่ะ”
จากนั้นเพื่อนซี้ทั้งสี่คนก็ช่วยกันปิดร้านก่อนจะพากันไปทานอาหารและขากลับก็ผ่านโรงพยาบาลของณัฐวุฒิพอดนัสรินเลยให้พี่แมนดี้จอดรถส่งเธอที่นี่ หญิงสาวอยากมาเชอร์ไพรส์และกลับบ้านพร้อมกับเขา
หญิงสาวเดินเข้าในโรงพยาบาลด้วยท่าทางมั่นใจ หลายคนยิ้มให้เพราะรู้ว่าเธอคือภรรยาของณัฐวุฒิ เธอกดลิฟต์ไปยังชั้นบริหารซึ่งตอนนี้ทั้งชั้นก็เงียบสนิท หญิงสาวเดาว่าทุกคนน่าจะอยู่ในห้องประชุมจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะเพราะคิดว่าเขาก็อยู่ในห้องประชุมเหมือนกับคนอื่น
แต่เมื่อประตูเปิดออกเธอก็ต้องตกใจจนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นชายหนุ่มผิวขาวในชุดกาวน์ที่เธอจำได้แม่นว่าเขาชื่อ หมอสรวิชย์ หรือ หมอวิชย์ เพื่อนสนิทที่สามีเคยแนะนำให้รู้จัก กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักของณัฐวุฒิ แขนของหมอหนุ่มโอบรอบคอสามีของเธอไว้อย่างแนบแน่น ขณะที่ใบหน้าของทั้งคู่คลอเคลียซุกไซ้กันอย่างลึกซึ้งท่าทางนั้นไม่ใช่แค่การหยอกล้อของเพื่อน แต่มันคือการแสดงออกของความรักที่เธอไม่เคยได้รับจากสามี
“พี่ณัฐ หมอวิชย์” นัสรินพึมพำออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ
ณัฐวุฒิสะดุ้งสุดตัว เขาหันมาสบตากับภรรยาด้วยสีหน้าตกใจก่อนจะผลักหมอวิชย์ให้ลุกขึ้นอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นเต็มความสูงเดินตรงไปยังประตูห้องที่เปิดกว้าง
คลิก!....
เขาล็อกประตูห้องทำงานทันที เพื่อกันไม่ให้ใครก็ตามเห็นว่าข้างในห้องเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“โรส ฟังพี่ก่อน” ณัฐวุฒิพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
“หมายความว่ายังไงคะพี่ณัฐ นี่มันเรื่องอะไรกัน พี่กับหมอวิชย์” น้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาที่ขอบตาของหญิงสาว ความสับสน ความอับอาย และความโกรธแล่นขึ้นมาพร้อมกัน
“ผมว่าเราคงต้องบอกความจริงเธอไปแล้วล่ะ” สรวิชย์พูดขณะเดินมานั่งยังโซฟาริมห้อง
“ความจริงอะไรคะ” นัสรินเดินตามมานั่งฝั่งตรงข้าม
“อย่างที่เห็นนั่นแหละโรส พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิง และพี่กับหมอวิชย์เราคบกันมานานแล้ว”
คำสารภาพตรง ๆ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ นัสรินส่ายศีรษะพลางมองทั้งสองคนสลับกันไปมา
“แล้วพี่มาแต่งงานกับโรสทำไมคะ พี่หลอกโรสทำไม”
“พี่ไม่ได้หลอกนะ พี่จำเป็นต้องแต่งเพื่อให้ได้หุ้นตามพินัยกรรม และพ่อของโรสเองก็ต้องการเงินสิบล้านใช้หนี้ พี่ว่าเราวิน-วินทั้งคู่ไม่ใช่หรือไง”
“ไม่ โรสไม่ต้องการแบบนี้ โรสจะหย่า”
“หย่าเหรอ ได้สิแต่ต้องหลังจากหนึ่งปีไปแล้ว พี่จ่ายหนี้ให้พ่อโรสไปแล้วสิบล้านบาทแล้วนะ โรสคิดว่าเงินจำนวนนั้นมันหากันง่าย ๆ เหรอ ถ้าโรสหย่าตอนนี้ พ่อของโรสต้องเข้าคุกและครอบครัวโรสจะพังพินาศยิ่งกว่าเดิม”
นัสรินร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร เธอเหมือนกุหลาบที่ถูกเด็ดมาวางไว้ในแจกันสวยหรู แต่กลับถูกทิ้งให้เน่าเปื่อยอยู่ข้างในโดยที่เจ้าของไม่เคยสนใจจะหยิบมันขึ้นมาดมเลยสักนิด
“ทนไปอีกแค่หนึ่งปีนะโรส” ณัฐวุฒิโน้มตัวลงมาพูดใกล้ ๆ แต่อบอวลไปด้วยความห่างเหิน
“หนึ่งปีเหรอคะ โรสต้องทนอยู่แบบนี้นานหนึ่งปีเลยเหรอคะ”
“เอาน่า ระหว่างนี้พี่จะให้เงินโรสใช้ไม่อั้น โรสอยากได้อะไรพี่จะให้ทุกอย่าง และเพื่อเป็นการตบตาผู้ใหญ่ ทริปฮันนีมูนดูแสงเหนือที่นอร์เวย์สัปดาห์หน้า เราจะไปตามกำหนดเดิม” เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่หมอวิชย์ที่ยืนจัดเสื้อผ้าอยู่มุมห้อง
“แต่อาจจะต้องรบกวนให้หมอวิชย์ไปด้วยนะ เพราะพี่ไม่อยากไปเที่ยวกับผู้หญิงแค่สองคนนาน ๆ มัน น่าเบื่อ”
คำว่าน่าเบื่อจากปากชายที่เป็นสามีถูกต้องตามกฎหมาย บดขยี้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของนัสรินจนไม่เหลือชิ้นดี เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่เมียแต่งเพื่อบังหน้า แต่เธอยังเป็นเพียงเบี้ยในกระดานที่เขาใช้เพื่อบังบังความสัมพันธ์ต้องห้ามของตัวเอง
นัสรินไม่มีทางเลือกเลยเธอต้องยอมทำตามเพราะภาระหนี้สินของครอบครัว
ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา ณัฐวุฒินั่งเคียงข้างกับหมอสรวิชย์ โดยมีคุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ส่วนอัคคีและนัสรินนั่งอยู่ถัดไป ทั้งหมดกำลังพูดคุยถึงแผนการในอนาคตด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง“ผมขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะโรส ขอบคุณที่ยอมอดทนและช่วยปิดบังเรื่องของผมมาตลอด หลังจากนี้ผมอยากให้โรสมีความสุขกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ เสียที” ณัฐวุฒิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและสำนึกผิด แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกผิดที่เคยดึงเธอเข้ามาเกี่ยวพันในวังวนที่ซับซ้อนนี้“โรสก็ต้องขอบคุณพี่ณัฐเหมือนกันค่ะ ที่ช่วยเหลือพ่อของโรส โรสดีใจที่เห็นพี่ณัฐมีความสุขนะคะ”“ผมก็ขอบคุณโรสด้วยนะครับ” หมอสรวิชย์พูดเสริมขึ้น“ย่าเองก็ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เรื่องข่าวคราวข้างนอกไม่ต้องห่วงนะ ณัฐจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ต่อไปนี้อัคคีก็ดูแลหนูโรสให้ดี ๆ ล่ะ อย่าให้ย่าต้องผิดหวังในตัวลูกอีกนะ”“ผมสัญญาครับคุณย่า ผมจะดูแลโรสด้วยชีวิตของผม” อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พร้อมกับกุมมือนัสรินไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่เอ่
เพราะความลับไม่มีในโลก แม้ว่าจะพยายามปกปิดมันมากแค่ไหนแต่วันหนึ่งความลับมันก็จะต้องเปิดเผยออกมา เหมือนกับเรื่องของณัฐวุฒิและหมอสรวิชย์วันนี้ภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีข่าวลือที่พูดกันไปทั่วทุกแผนก ภาพถ่ายหลายใบที่ถูกแอบถ่ายในมุมหนึ่งของรีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง ถูกส่งต่อกันในกลุ่มไลน์อย่างรวดเร็ว ในภาพนั้นคือณัฐวุฒิรองประธานบริหารหนุ่มที่แสดงออกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับหมอสรวิชย์ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลของโรงพยาบาล“แกเห็นรูปหรือยัง ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณณัฐวุฒิเพิ่งแต่งงานกับคุณโรสไปไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ”“สงสารคุณโรสแย่เลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจอสามีนอกใจไปหาผู้ชายด้วยกันแบบนี้เป็นฉันคงอกแตกตาย”“นั่นสิ หน้าตาก็ดี โปรไฟล์ก็เลิศ ที่แท้ก็พวกเสือไบคบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่งงานบังหน้าแล้วยังแอบนอกใจภรรยามาเสพสุขกับหมอในโรงพยาบาลตัวเองอีก หน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ”คำนินทาที่เผ็ดร้อนและสายตาของหลายคนที่มองมายังณัฐวุฒิและคุณหมอหนุ่มทำให้ทั้งสองรู้อึดอัดมาก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องผู้บริหาร มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความ
ความลับของอัคคีและนัสรินยังคงเป็นความลับต่อไปแม้ว่าหญิงสาวจะหย่าขาดจากสามีนานมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามอัคคีไม่อยากเร่งรีบและไม่อยากให้นัสรินถูกคนอื่นมองไม่ดีแต่ลึก ๆ ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดกับความลับนี้มากขึ้นทุกวัน พอมาวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะสารภาพเรื่องทุกอย่างกับมารดาเพราะปลายเดือนนี้เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันและอยากพานัสรินไปกับเขาด้วยเรื่องนี้อัคคีไม่ได้บอกนัสรินไว้ก่อนเขาคิดว่าถ้าพูดออกไปหญิงสาวก็คงจะห้ามแต่สำหรับเขาแล้วคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องสภาพความจริงกับมารดา ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้แล้วว่า เมื่อบอกความจริงไปแล้วเขาจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับท่านรวมถึงทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อไม่อยากให้นัสรินถูกมองว่าแต่งงานกับหลานแล้วยังมาแต่งงานกับอาอีก เขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารักหลังจากทานอาหารค่ำกับมารดาตามลำพังแล้วอัคคีก็เดินตามท่านมายังห้องนั่งเล่น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดจนทำให้คุณวิไลพอจะมองออกว่าลูกชายคนเล็กของตนเองน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง“เป็นอะไรหรือเปล่าไฟ” คุณวิไลถามลูกชายคนเล็กถึงแม้เธอจะไม่ได้คลอดเข
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรับแขกเมื่อนัสรินพูดถึงเรื่องหย่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย“แกพูดอะไรยัยโรส นี่ไม่อยากให้พ่อไปขอเงินผัวแกถึงกับต้องบอกว่าหย่ากันเลยเหรอ” ทรงพลไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวพูด“นั่นสิ อย่าลืมนะว่าที่ได้แต่งงานกับคนรวยล้นฟ้าแบบนี้เพราะใคร” พิมพ์พาพูดเสริมขึ้น“โรสจะโกหกทำไมคะ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็รอไปดูได้เลย บ่ายวันศุกร์นี้เราก็จะหย่ากัน”“แกเพิ่งแต่งงานเองนะ”“พ่อคะ คนเราไม่ได้รักกัน เข้ากันไม่ได้จะทนอยู่กันไปทำไม รีบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตอิสระดีกว่าไหม”“ถ้าขอไม่ได้ก็ฟ้องหย่าขอค่าเลี้ยงดูสิ คนอย่างคุณณัฐวุฒิคงยอมจ่ายแน่ เผลอ ๆ จะได้มากกว่าห้าล้านนะคะคุณพี่”“จริงสิ พี่ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” ทรงพลยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำจากภรรยา“ถ้าพ่อฟ้องหย่าเขาอาจจะทวงเงินคืนจากพ่อก็ได้นะคะ”“ทำไมแกต้องหย่ากับเขาด้วยนะ พ่อขอสั่งให้แกยกเลิกการหย่า ถ้าทำอะไรผิดกับเขาหรือเขาไม่พอใจเรื่องอะไรแกก็ต้องปรับปรุงตัว ทำยังไงก็ได้ให้เขาไม่หย่า”“ไม่ค่ะพ่อ โรสตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะหย่า ส่วนเรื่องเงินพ่อเลิกคิดไปเลยค่ะ”“แกนี่มันลูกเนรคุณ ถ้าแกหย่าแล้วฉันจะเงินที่ไหนมาหมุนในบริษัท ฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนเมือ
อัคคีลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่คิดไว้เพราะยังไงเสียมารดาก็คงคิดว่าเขาเมาจนนอนค้างที่อื่น สายตาคมมองใบหน้าหวานของนัสรินที่กำลังหลับสนิท เขายังคงโอบกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของเขาและเธอชายหนุ่มขยับลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของคนรัก เขาก้าวเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วกดสั่งอาหารเช้าจากร้านโปรดผ่านแอปพลิเคชันก่อนจะลงไปและเตรียมไว้รอหญิงสาวที่เขาได้ยินเสียงเธอกำลังอาบน้ำอยู่“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ อาไฟทำอาหารเหรอคะ” หญิงสาวทำจมูกฟุตฟิตก่อนจะเดินมายังโต๊ะอาหาร“อาสั่งมาครับ ถ้าให้อาทำก็กลัวว่าจะเสร็จช้าอากลัวโรสหิว”“ขอบคุณค่ะ กินเลยนะคะหนูกลัวไปทำงานสาย”อาหารเช้าง่าย ๆ อย่างข้าวต้มกุ้งกับน้ำคั้นสดแต่รสชาติกลับอร่อยจนทั้งสองทานหมดชามในเวลารวดเร็ว จากนั้นกันมายังรถที่จอดอยู่“อาไฟจะตอบคุณย่ายังไงคะ ถ้าคุณย่าถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน”“ท่านไม่ถามหรอกแค่ท่านเห็นว่าอาปลอดภัยท่านก็สบายใจแล้วล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาไม่กลับไปนอนที่บ้าน”“แล้วอาไฟไปนอนที่ไหนคะ ไ
นราวดียิ้มร่าเมื่อเห็นเขาเดินลงไปจากรถแต่เธอคิดว่าแผนยั่วยวนของตนเองนั้นได้ผล เธอยิ้มเมื่ออัคคีเปิดประตูให้เธอ“ลงมาได้เลย”“ไม่เห็นต้องใจร้อนเลยค่ะพี่ไฟ ยังไงคืนนี้เหมียวก็มีเวลาให้พี่ทั้งคืน” หญิงสาวลงจากรถแล้วยิ้มก่อนจะใช้แขนคล้องคอชายหนุ่มไว้และเบียดกายเข้าหาอย่างเชิญชวน“พอเถอะเหมียว” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะแกะมือของหญิงสาวออก“พี่ไฟ” หญิงสาวมองอย่างขัดใจ“เราจบกันแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน พี่ขอพูดอย่างชัดเจนเลยนะว่าต่อให้เหมียวพยายามแค่ไหนเราก็กลับมาคบกันไม่ได้ ต่อให้พี่ไม่มีแฟนพี่ก็ไม่คิดจะกลับไปคบกับเหมียวหรอกนะ”“วันนี้พี่ไฟอาจยังไม่ใจอ่อน แต่เหมียวรอพี่ไฟได้นะคะ”“อย่าทำอะไรที่มันเสียเวลาเลยนะ” คำพูดของอัคคีทำให้นราวดีหน้าชา เธอสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปในคอนโดอัคคีมองตามหลังเธอไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากชั้นบนของคอนโดนั้น กำลังมองลงมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานใสด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปที่บ้านตามความตั้งใจเติมแต่เขาขับไปยังคอนโดมิเนียมของนัสรินแทนชายหนุ่มเปิดประตูห้องลงเบา ๆ สายตากวาดไปทั้งห้องที
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกลำเลียงขึ้นสู่รถหรูเพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ คุณย่าวิไลที่กลับมาอยู่ที่บ้านหลังจากที่ไปอยู่กับลูกสาวมาหนึ่งสัปดาห์ ท่านมายืนส่งคู่บ่าวสาวเพื่อไปฮันนีมูนที่ประเทศนอร์เวย์ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผู้สูงวัยคือสามีที่แสนดีโอบไหล่ภรรยาสาวอย่างทะนุถนอม ณัฐวุฒิสวมบทบาทสามีได้อ
นัสรินก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างด้วยความรู้สึกสับสน หญิงสาวชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างสูงของณัฐวุฒิเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดนอนสีเข้ม ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นสบู่หอมสดชื่นโชยมา แต่เธอไม่ได้รู้สึกสดชื่นตามเลย“กลับมาแล้วเหรอ” ณัฐวุฒิเอ่ยทักโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เข
สองเดือนก่อนหน้าความเงียบหรูหราและกว้างขวางของห้องทำงานในของโรงพยาบาลเอกชน แต่กลับทำให้ชายวัยห้าสิบเศษอย่าง ทรงพล รู้สึกอึดอัด เขานั่งกุมมือตัวเองแน่นจนเหงื่อซึมตามง่ามนิ้ว สายตามองจ้องไปที่ชายหนุ่มรุ่นลูกที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ณัฐวุฒิกำลังอ่านเอกสารสัญญาจ้างนิ่ง ๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาแม้แต
ภายในห้องโถงโรงแรมเต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมงานแต่งงานของ นัสริน หรือ โรส หญิงสาววัย 22 ปี ผู้มีใบหน้าสวยตามแบบฉบับลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสล้อไปกับแสงไฟระยิบระยับของโคมไฟบนเพดานวันนี้ควรเป็นวันที่ผู้หญิงทุกคนมีความสุขที่สุด แต่มันกลับเป็นวันที่นัสรินรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โลกอีกใบ







