เข้าสู่ระบบนัสรินยังคงนั่งดื่มอย่างต่อเนื่องเพราะหวังให้ความเมาช่วยลบความเจ็บปวดออกจากไปจากใจ
“เหล้าแรง ๆ มันไม่เหมาะกับคนสวย ๆ ที่ต้องมานั่งร้องไห้คนเดียวหรอกนะครับ”
เสียงทุ้มต่ำและนิ่งลึกดังขึ้นข้างกาย นัสรินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปัดน้ำตาออกจากแก้ม เธอหันไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามานั่งข้าง ๆ เธอจำได้ว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“แล้วต้องเหมาะกับคนแบบไหนล่ะคะ”
“ไม่รู้สิ ผมรู้แค่ไม่เหมาะกับคุณ มาเที่ยวเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ”
“การมาที่นี่ส่วนใหญ่เขาจะออกดูแสงเหนือกันนะครับ แต่คุณกลับมานั่งดื่มคนเดียวแบบนี้ ถ้าผมเดาคงอกหักใช่ไหมล่ะ”
“ไม่เชิงหรอกค่ะ ฉันแค่มาดื่มคลายหนาวค่ะ” เธอตอบเสียงอู้อี้ด้วยภาษาอังกฤษและพยายามจะวางตัวให้ปกติที่สุด
“คลายหนาวหรือคลายทุกข์กันแน่ ผมชื่ออัคคีครับ ผมเห็นคุณนั่งดื่มคนเดียวมาสักพักแล้ว เลยอยากมาทำความรู้จักในฐานะคนไทยเหมือนกัน” เขาตอบมาด้วยภาษาเดียวกัน
“คุณรู้เหรอคะ” หญิงสาวถามกลับด้วยภาษาไทย ใบหน้าของเธอตื่นเต้นนิดหน่อยที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน
“บังเอิญเมื่อกี้เดินผ่านแล้วได้ยินคุณบ่นเป็นภาษาไทยนะครับ”
“อ๋อ....”
“จะไม่แนะนำตัวเองหน่อยเหรอครับ”
“ฉันชื่อโรสค่ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณโรส”
“ยินดีเช่นกันค่ะคุณอัคคี”
ด้วยความที่ความอัดอั้นมันมีมากเกินไป ประกอบกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เริ่มเข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน นัสรินที่ปกติเป็นคนเก็บตัวกลับเริ่มระบายความในใจออกมาให้คนแปลกหน้าฟังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
“คุณอัคคีคะ คุณเคยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอากาศธาตุไหม” เธอถามพลางแค่นหัวเราะ
“ยังไงล่ะครับ”
“ฉันมาฮันนีมูนค่ะ แต่กลับต้องมานั่งดื่มคนเดียว”
“แล้วสามีของคุณล่ะครับ”
“หึ หึ สามีของฉันเขาพาคนรักของเขามาฮันนีมูนด้วย ฉันเลยต้องเหงาอยู่คนเดียว”
“เขาพาคนรักมาด้วยในทริปฮันนีมูนเหรอ” อัคคีถามพลางขมวดคิ้วเพราะมันฟังดูไม่เมคเซ้นส์เลย
“ใช่ค่ะ ฮันนีมูนสามคน ช่างเป็นการจัดการที่ลงตัวจนฉันอยากจะอ้วก สิบล้านคือราคาที่เขาจ่ายเพื่อแลกกับการเป็นเมียบังหน้าหนึ่งปี หนึ่งปีที่ต้องเห็นเขารักกัน กอดกัน หัวเราะกัน ในขณะที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะได้รับการกอดจากเขาเลยสักครั้ง ฉันเคยคิดว่าการแต่งงานคือการเริ่มต้นชีวิตที่แสนหวาน แต่ฉันว่ามันขมชะมัด มีใครบ้างที่เจอแบบฉัน”
“คุณรักเขาเหรอ”
“เปล่าหรอกค่ะ ฉันกับเขารู้จักกันไม่นาน ฉันยังไม่มีแฟน ไม่มีคนรักและคิดว่าฉันกับเขาจะรักกันได้ ฉันผิดหวังและเสียใจเพราะคาดหวังว่าจะมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคู่แต่งงานอื่น ๆ” ความเมาเริ่มทำให้คำพูดของเธอไหลลื่นและตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ เธอเริ่มพูดถึงความลับที่น่าอับอายที่สุด
“เขาทิ้งฉันไว้อีกห้อง แล้วเขาก็ไปนอนด้วยกัน คุณรู้ไหม ฉันยังไม่เคยรู้เลยว่าความรู้สึกที่ถูกผู้ชายกอดด้วยความรัก ความรู้สึกที่สามีภรรยาควรจะมีต่อกันมันเป็นยังไง” เธอยังระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง
อัคคีขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ของเขาอบอวลอยู่รอบตัวจนนัสรินรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็น
“อยากรู้จริง ๆ เหรอว่าความสุขมันเป็นแบบไหน” อัคคีถามเสียงทุ้ม สายตาคมกริบกวาดมองไปตามริมฝีปากอิ่ม
“อยากสิคะ แต่ชีวิตฉันมันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ฉันคงต้องรอให้ครบหนึ่งปีเสียก่อน รอให้สัญญาสกปรกนั่นจบลง แล้วฉันจะไปหาความสุขให้ตัวเองที่ไหนก็ได้” เธอถอนหายใจยาว
“ทำไมต้องรอให้ครบปี ในเมื่อสามีคุณเขามีความสุขกับคนรักของเขาได้ แล้วทำไมคุณต้องรอล่ะ”
“เพราะฉันยังอยู่ในฐานะภรรยาของเขา”
“การแต่งงานของคุณมันก็แค่ฉากบังหน้า มันไม่มีความรักและความรับผิดชอบ มันก็คือโซ่ตรวนที่ไร้ความหมาย ในเมื่อเขามีความสุขได้ คุณก็ควรจะมีความสุขบ้าง และผมจะทำให้คุณลืมความขมของฮันนีมูนให้หมด”
“คุณจะทำยังไง”
“อยากรู้เหรอ” อัคคีโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินผิวแก้มของเธอ
คำพูดของเขาเหมือนมนต์สะกด นัสรินมองดวงตาที่ลุกโชนด้วยประกายไฟของอัคคี ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดเริ่มปะทุขึ้น
“ฉัน....”
“โอกาสที่เราจะเจอกันอีกครั้งมันน้อยมาก หลังจากคืนนี้เราจะเป็นเพียงคนแปลกหน้าสองคนที่มอบความสุขและความอบอุ่นให้กันในคืนที่หนาวที่สุด คุณจะไปกับผมไหม” อัคคีเสนอพลางลูบไล้ปลายนิ้วไปบนเรียวแขนของเธอ
สมองของนัสรินสั่งการให้ปฏิเสธ แต่หัวใจที่บอบช้ำและร่างกายที่โหยหาความอบอุ่นกลับทรยศ เธอคิดถึงภาพณัฐวุฒิที่เดินโอบเอวหมอสรวิชย์ไปต่อหน้าต่อตา
ในเมื่อเขาเลือกจะมีความสุขบนความทุกข์ของเธอ ทำไมเธอจะเลือกมีความสุขบนความต้องการของตัวเองบ้างไม่ได้
“ฉัน...” นัสรินเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่
“ว่าไงครับ”
“ฉันจะไปกับคุณค่ะ”
อัคคีไม่รอช้า เขาคว้ามือบางของเธอแล้วเดินนำออกจากบาร์ มุ่งหน้าไปยังที่พักของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก
เมื่อประตูห้องพักปิดลง ความเงียบงันในห้องกลับกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผ่กระจายออกมาจากคนทั้งคู่ อัคคีไม่รอช้าเขาดึงร่างของนัสรินเข้ามาสวมกอด สัมผัสแรกที่แผ่นหลังและเอวของเธอถูกโอบรัดด้วยอ้อมแขนกำยำนั้นทำให้นัสรินสั่นสะท้านไปทั้งตัว นี่คือไออุ่นที่เธอถวิลหามาตลอด
“คุณแน่ใจนะ....โรส” เขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจครั้งสุดท้าย
“แน่ใจค่ะ....ได้โปรด ทำให้ฉันลืมทุกอย่างไปให้หมดซะที”
สิ้นคำขอร้อง อัคคีก็มอบจุมพิตที่เร่าร้อนและรุนแรงราวกับเปลวเพลิงที่เผาไหม้
นัสรินตอบรับจูบนั้นด้วยความโหยหา เธอไม่เคยรู้เลยว่าการถูกจูบด้วยความเสน่หาและความต้องการมันจะทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกได้ขนาดนี้
อัคคีค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นอย่างใจเย็น สายตาของเขาที่มองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหลและชื่นชม เขาปฏิบัติกับเธอราวกับเธอเป็นของล้ำค่า
บทรักในคืนนั้นยาวนานและเต็มไปด้วยความซาบซ่านที่นัสรินไม่เคยคาดฝัน อัคคีสอนให้เธอรู้จักสัมผัสของความเป็นหญิง รู้จักความต้องการที่พลุ่งพล่าน และรู้จักความสุขสมที่เกิดจากความปรารถนาอย่างแท้จริง ทุกตารางนิ้วบนร่างกายของเธอถูกไฟของเขาเผาไหม้จนร้อนรุ่มไปหมด
ในอ้อมกอดของคนแปลกหน้า นัสรินหลับไปพร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความสุขที่ปนเปไปกับความเจ็บปวดที่เจือจางลง เธอไม่ได้รู้สึกผิดที่ทรยศสามีที่ไม่มีใจให้ แต่เธอรู้สึกเหมือนตัวเองได้พบกับโลกที่ไม่เคยมาเยือน
หญิงสาวลืมตาขึ้นอีกครั้งในช่วงเช้า ความทรงจำของค่ำคืนทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เธอค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนที่ว่างเปล่าอัคคีไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว หญิงสาวมองบนโต๊ะข้างเตียงมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ วางทับอยู่บนปึกธนบัตรสกุลเงินโครนจำนวนมาก
นัสรินหยิบมันขึ้นมานับ 30,000 โครน (ประมาณหนึ่งแสนบาทไทย) กับข้อความในโน้ตเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ
“สำหรับกุหลาบที่สวยที่สุดที่ผมเคยพบ ขอบคุณสำหรับคืนที่วิเศษที่สุดครับ”
หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ และรู้สึกสับสนกับจำนวนเงินที่เขาให้มา มันดูเหมือนเป็นการซื้อขาย แต่ความรู้สึกที่เขาให้เธอนั้น มันมีค่ามากกว่าเงินจำนวนนี้
ภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นและผ่อนคลายกว่าที่เคยเป็นมา ณัฐวุฒินั่งเคียงข้างกับหมอสรวิชย์ โดยมีคุณย่าวิไลนั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม ส่วนอัคคีและนัสรินนั่งอยู่ถัดไป ทั้งหมดกำลังพูดคุยถึงแผนการในอนาคตด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง“ผมขอบคุณทุกคนจริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะโรส ขอบคุณที่ยอมอดทนและช่วยปิดบังเรื่องของผมมาตลอด หลังจากนี้ผมอยากให้โรสมีความสุขกับชีวิตของตัวเองจริง ๆ เสียที” ณัฐวุฒิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและสำนึกผิด แววตาของเขาสื่อถึงความรู้สึกผิดที่เคยดึงเธอเข้ามาเกี่ยวพันในวังวนที่ซับซ้อนนี้“โรสก็ต้องขอบคุณพี่ณัฐเหมือนกันค่ะ ที่ช่วยเหลือพ่อของโรส โรสดีใจที่เห็นพี่ณัฐมีความสุขนะคะ”“ผมก็ขอบคุณโรสด้วยนะครับ” หมอสรวิชย์พูดเสริมขึ้น“ย่าเองก็ดีใจที่ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี เรื่องข่าวคราวข้างนอกไม่ต้องห่วงนะ ณัฐจัดการทุกอย่างไว้ดีแล้ว ต่อไปนี้อัคคีก็ดูแลหนูโรสให้ดี ๆ ล่ะ อย่าให้ย่าต้องผิดหวังในตัวลูกอีกนะ”“ผมสัญญาครับคุณย่า ผมจะดูแลโรสด้วยชีวิตของผม” อัคคีตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พร้อมกับกุมมือนัสรินไว้แน่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรักที่เอ่
เพราะความลับไม่มีในโลก แม้ว่าจะพยายามปกปิดมันมากแค่ไหนแต่วันหนึ่งความลับมันก็จะต้องเปิดเผยออกมา เหมือนกับเรื่องของณัฐวุฒิและหมอสรวิชย์วันนี้ภายในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังมีข่าวลือที่พูดกันไปทั่วทุกแผนก ภาพถ่ายหลายใบที่ถูกแอบถ่ายในมุมหนึ่งของรีสอร์ตส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง ถูกส่งต่อกันในกลุ่มไลน์อย่างรวดเร็ว ในภาพนั้นคือณัฐวุฒิรองประธานบริหารหนุ่มที่แสดงออกถึงความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนกับหมอสรวิชย์ศัลยแพทย์หนุ่มอนาคตไกลของโรงพยาบาล“แกเห็นรูปหรือยัง ไม่น่าเชื่อเลยนะ คุณณัฐวุฒิเพิ่งแต่งงานกับคุณโรสไปไม่กี่เดือนเองไม่ใช่เหรอ”“สงสารคุณโรสแย่เลย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ต้องมาเจอสามีนอกใจไปหาผู้ชายด้วยกันแบบนี้เป็นฉันคงอกแตกตาย”“นั่นสิ หน้าตาก็ดี โปรไฟล์ก็เลิศ ที่แท้ก็พวกเสือไบคบได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง แต่งงานบังหน้าแล้วยังแอบนอกใจภรรยามาเสพสุขกับหมอในโรงพยาบาลตัวเองอีก หน้าเนื้อใจเสือชัด ๆ”คำนินทาที่เผ็ดร้อนและสายตาของหลายคนที่มองมายังณัฐวุฒิและคุณหมอหนุ่มทำให้ทั้งสองรู้อึดอัดมาก ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องผู้บริหาร มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้อนิ้วซีดขาว ไม่ใช่เพราะความ
ความลับของอัคคีและนัสรินยังคงเป็นความลับต่อไปแม้ว่าหญิงสาวจะหย่าขาดจากสามีนานมาแล้วหนึ่งเดือนก็ตามอัคคีไม่อยากเร่งรีบและไม่อยากให้นัสรินถูกคนอื่นมองไม่ดีแต่ลึก ๆ ในใจเขากลับรู้สึกอึดอัดกับความลับนี้มากขึ้นทุกวัน พอมาวันนี้เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะสารภาพเรื่องทุกอย่างกับมารดาเพราะปลายเดือนนี้เขาจะต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเยอรมันและอยากพานัสรินไปกับเขาด้วยเรื่องนี้อัคคีไม่ได้บอกนัสรินไว้ก่อนเขาคิดว่าถ้าพูดออกไปหญิงสาวก็คงจะห้ามแต่สำหรับเขาแล้วคิดว่ามันถึงเวลาที่ตัวเองจะต้องสภาพความจริงกับมารดา ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้แล้วว่า เมื่อบอกความจริงไปแล้วเขาจะคืนหุ้นทั้งหมดให้กับท่านรวมถึงทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลมาใช้นามสกุลของมารดาเพื่อไม่อยากให้นัสรินถูกมองว่าแต่งงานกับหลานแล้วยังมาแต่งงานกับอาอีก เขาพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องคนที่เขารักหลังจากทานอาหารค่ำกับมารดาตามลำพังแล้วอัคคีก็เดินตามท่านมายังห้องนั่งเล่น สีหน้าของชายหนุ่มค่อนข้างเครียดจนทำให้คุณวิไลพอจะมองออกว่าลูกชายคนเล็กของตนเองน่าจะมีเรื่องไม่สบายใจอะไรบางอย่าง“เป็นอะไรหรือเปล่าไฟ” คุณวิไลถามลูกชายคนเล็กถึงแม้เธอจะไม่ได้คลอดเข
ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องรับแขกเมื่อนัสรินพูดถึงเรื่องหย่าออกมาอย่างหน้าตาเฉย“แกพูดอะไรยัยโรส นี่ไม่อยากให้พ่อไปขอเงินผัวแกถึงกับต้องบอกว่าหย่ากันเลยเหรอ” ทรงพลไม่เชื่อสิ่งที่ลูกสาวพูด“นั่นสิ อย่าลืมนะว่าที่ได้แต่งงานกับคนรวยล้นฟ้าแบบนี้เพราะใคร” พิมพ์พาพูดเสริมขึ้น“โรสจะโกหกทำไมคะ ถ้าพ่อไม่เชื่อก็รอไปดูได้เลย บ่ายวันศุกร์นี้เราก็จะหย่ากัน”“แกเพิ่งแต่งงานเองนะ”“พ่อคะ คนเราไม่ได้รักกัน เข้ากันไม่ได้จะทนอยู่กันไปทำไม รีบหย่าแล้วไปใช้ชีวิตอิสระดีกว่าไหม”“ถ้าขอไม่ได้ก็ฟ้องหย่าขอค่าเลี้ยงดูสิ คนอย่างคุณณัฐวุฒิคงยอมจ่ายแน่ เผลอ ๆ จะได้มากกว่าห้าล้านนะคะคุณพี่”“จริงสิ พี่ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง” ทรงพลยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำจากภรรยา“ถ้าพ่อฟ้องหย่าเขาอาจจะทวงเงินคืนจากพ่อก็ได้นะคะ”“ทำไมแกต้องหย่ากับเขาด้วยนะ พ่อขอสั่งให้แกยกเลิกการหย่า ถ้าทำอะไรผิดกับเขาหรือเขาไม่พอใจเรื่องอะไรแกก็ต้องปรับปรุงตัว ทำยังไงก็ได้ให้เขาไม่หย่า”“ไม่ค่ะพ่อ โรสตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะหย่า ส่วนเรื่องเงินพ่อเลิกคิดไปเลยค่ะ”“แกนี่มันลูกเนรคุณ ถ้าแกหย่าแล้วฉันจะเงินที่ไหนมาหมุนในบริษัท ฉันอุตส่าห์ส่งแกไปเรียนเมือ
อัคคีลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่คิดไว้เพราะยังไงเสียมารดาก็คงคิดว่าเขาเมาจนนอนค้างที่อื่น สายตาคมมองใบหน้าหวานของนัสรินที่กำลังหลับสนิท เขายังคงโอบกอดเธอเอาไว้หลวม ๆ ชายหนุ่มยิ้มเมื่อนึกถึงค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนของเขาและเธอชายหนุ่มขยับลุกจากเตียงอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากกวนเวลาพักผ่อนของคนรัก เขาก้าวเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นแล้วกดสั่งอาหารเช้าจากร้านโปรดผ่านแอปพลิเคชันก่อนจะลงไปและเตรียมไว้รอหญิงสาวที่เขาได้ยินเสียงเธอกำลังอาบน้ำอยู่“กลิ่นหอมจังเลยค่ะ อาไฟทำอาหารเหรอคะ” หญิงสาวทำจมูกฟุตฟิตก่อนจะเดินมายังโต๊ะอาหาร“อาสั่งมาครับ ถ้าให้อาทำก็กลัวว่าจะเสร็จช้าอากลัวโรสหิว”“ขอบคุณค่ะ กินเลยนะคะหนูกลัวไปทำงานสาย”อาหารเช้าง่าย ๆ อย่างข้าวต้มกุ้งกับน้ำคั้นสดแต่รสชาติกลับอร่อยจนทั้งสองทานหมดชามในเวลารวดเร็ว จากนั้นกันมายังรถที่จอดอยู่“อาไฟจะตอบคุณย่ายังไงคะ ถ้าคุณย่าถามว่าทำไมไม่กลับบ้าน”“ท่านไม่ถามหรอกแค่ท่านเห็นว่าอาปลอดภัยท่านก็สบายใจแล้วล่ะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาไม่กลับไปนอนที่บ้าน”“แล้วอาไฟไปนอนที่ไหนคะ ไ
นราวดียิ้มร่าเมื่อเห็นเขาเดินลงไปจากรถแต่เธอคิดว่าแผนยั่วยวนของตนเองนั้นได้ผล เธอยิ้มเมื่ออัคคีเปิดประตูให้เธอ“ลงมาได้เลย”“ไม่เห็นต้องใจร้อนเลยค่ะพี่ไฟ ยังไงคืนนี้เหมียวก็มีเวลาให้พี่ทั้งคืน” หญิงสาวลงจากรถแล้วยิ้มก่อนจะใช้แขนคล้องคอชายหนุ่มไว้และเบียดกายเข้าหาอย่างเชิญชวน“พอเถอะเหมียว” เขาพูดเสียงเข้มก่อนจะแกะมือของหญิงสาวออก“พี่ไฟ” หญิงสาวมองอย่างขัดใจ“เราจบกันแล้วตั้งแต่เมื่อหกปีก่อน พี่ขอพูดอย่างชัดเจนเลยนะว่าต่อให้เหมียวพยายามแค่ไหนเราก็กลับมาคบกันไม่ได้ ต่อให้พี่ไม่มีแฟนพี่ก็ไม่คิดจะกลับไปคบกับเหมียวหรอกนะ”“วันนี้พี่ไฟอาจยังไม่ใจอ่อน แต่เหมียวรอพี่ไฟได้นะคะ”“อย่าทำอะไรที่มันเสียเวลาเลยนะ” คำพูดของอัคคีทำให้นราวดีหน้าชา เธอสะบัดหน้าใส่ก่อนจะเดินเข้าไปในคอนโดอัคคีมองตามหลังเธอไปอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะรีบขับรถออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งจากชั้นบนของคอนโดนั้น กำลังมองลงมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกบานใสด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ชายหนุ่มไม่ได้กลับไปที่บ้านตามความตั้งใจเติมแต่เขาขับไปยังคอนโดมิเนียมของนัสรินแทนชายหนุ่มเปิดประตูห้องลงเบา ๆ สายตากวาดไปทั้งห้องที
ภายในรถคันหรูที่มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ความเงียบปกคลุมอยู่พักใหญ่ก่อนที่อัคคีจะทำลายมันลง“วันหยุดที่จะถึงนี้อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ”“แต่อาไม่อยากให้โรสเหงาอยู่บ้านคนเดียว”“คนเดียวที่ไหนคะ พี่ณัฐก็อยู่ค่ะ”“อย่าหลอกตัวเองเลย อาเดาว่าเขาก็คงเอาเวลาไปอยู่กับคนรักส่วนโรสก็คงต้อง
เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปตามปกติ คุณย่าวิไลนั่งยิ้มแย้มเตรียมแผนการเดินทางไปทำบุญใหญ่ที่ต่างจังหวัดเธอหวังว่าหลานชายและหลานสะใภ้จะได้อยู่กันตามลำพัง“ตกลงตาณัฐกับหนูโรสจะไม่ไปทำบุญกับย่าจริง ๆ ใช่ไหมลูก” คุณย่าวิไลเอ่ยถามพลางมองหน้าหลานชายและหลานสะใภ้“ครับคุณย่า พอดีผมมีที่ต้องรีบเคล
ภายในห้องนอนกว้างที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา แต่สำหรับนัสรินห้องนี้กลับดูอ้างว้างและหนาวเหน็บเกินกว่าใครจะนึกถึง เมื่อสามีของเธอมีแต่ความเย็นชานัสรินนั่งเล่นมือถืออยู่บนเตียง มันแบบนี้ทุกคืนที่เธอมีเพียงโทรศัพท์มือถือเป็นเพื่อนเสียงประตูห้องเปิดออกเบา ๆ ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย ณัฐวุฒิก้าวเข้ามาในห้องด
สองวันต่อมา 17.00 น.บรรยากาศภายในร้านของนัสรินและเพื่อนเพิ่งหายจากความวุ่นวายหลังจากที่ลูกค้าคนสุดท้ายเพิ่งก้าวออกจากร้านไป แมนดี้ แพรวา และเฌอแตม กำลังช่วยกันจัดระเบียบหุ่นโชว์และเก็บม้วนผ้าเตรียมตัวจะปิดร้านตามปกติ“เหนื่อยกันหน่อยนะจ๊ะเด็ก ๆ วันนี้ลูกค้าเยอะเป็นพิเศษเลย” แมนดี้เอ่ยพลางยืดเส้นยื







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)