LOGINค่ำคืนนั้นทุกอย่างบรรเลงไปอย่างนุ่มนวลบ้างเร่าร้อนบ้าง ชานนท์กระแทกกระทั้นไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ปารียาร้องครางเสียวจนแทบจะขาดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ตัวอีกทีคอนดอมมีอยู่ก็ใช้หมดไปแล้ว คนร่างใหญ่จึงยอมทิ้งตัวลงนอนอย่างอิ่มเอมถึงแม้ใจยังอยากเอาต่ออีกหลายครั้งก็ตาม
ปารียาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเพราะแสงที่สาดส่องเข้ามาในห้องรำไร บ่งบอกให้รู้ว่าสายมากแล้ว เธอเหลือบมองใบหน้าชายหนุ่มที่เธอกำลังนอนซบอยู่ที่อกเขาได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ บวกกับกลิ่นกายมันช่างเป็นกลิ่นที่หอมเย้ายวนแต่สบายจมูกเหลือเกิน ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดหน้าผากของเธออย่างสม่ำเสมอ หลังจากปารียาพิจารณาใบหน้าอย่างดีแล้ว
“อร้ายยย” เสียงกรีดร้องดังลั่นห้องหลังจากตื่นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่ข้างชายหนุ่มรูปงามอย่างท่านรองประธาน แถมซบหน้ากับอกกว้างอย่างไม่อาย
‘เมื่อคืนทุกอย่างเธอไม่ได้ฝันไปหรือนี่ แล้วฉันมานอนในห้องนี้ได้ยังไง’
ชานนท์ปรือตาขึ้นมาด้วยความตกใจ ปารียากระถดกายหนีจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม แล้วมองหาชุดที่ตนใส่มาเมื่อคืน คำถามหลายอย่างถาโถมเข้ามาในหัวของเธอ รู้สึกปวดศีรษะจนหัวแทบระเบิด ร่างกายปวดเมื่อยไปทั้งตัว รับรู้ได้ถึงจุดบอบบางของเธอมันเจ็บแสบระบมไปหมด ร่างเธอสั่นเทาด้วยความกลัวและตกใจทั้งยังประหม่าที่ตอนนี้ร่างเนียนเปลือยเปล่าไปทั้งตัว
‘เมื่อคืนฉันโดนกระทำอะไรไปบ้างเนี่ย สภาพฉันตอนนี้คงดูไม่ได้เลยสินะ’
“ผมจะรับผิดชอบคุณเอง คุณต้องการเท่าไหร่” ชานนท์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังปากที่ไวกว่าความคิดนั้นทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่เพราะไม่รู้จะแสดงความรับผิดชอบออกไปแบบไหนดี ถ้าจะขอเธอแต่งงานปารียาก็คงจะไม่ยอม โดยชานนท์ไม่รู้ว่าคำถามนั้นมันบาดลึกลงไปข้างในหัวใจของหญิงสาวมากเพียงใด ทำไมชีวิตเธอต้องมาเจอเรื่องร้ายซ้ำๆ แบบนี้ เรื่องเก่ายังไม่ทันได้เคลียร์ เรื่องใหม่ดันเข้ามาแทรกอีก
“ฉันไม่ต้องการ” ปารียาตอบเสียงเรียบ น้ำตาที่กำลังคลออยู่เบ้าตาทั้งสองข้าง เธออดกลั้นและกลืนมันกลับเข้าไปไม่ยอมให้มันไหลออกมา ชานนท์มองร่างเล็กที่กำลังสวมเดรสอย่างเงอะงะด้วยสายตาที่มีแต่คำถามเต็มอยู่ในหัว
“ถ้าคุณต้องการให้ผมช่วยอะไรก็บอกผมแล้วกัน” ปารียาไม่รอฟังฝ่ายนั้นพูดอีก ทั้งกระดากอายทั้งโกรธทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาในเวลาเดียวกันจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูก ปารียาหยิบกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกจากห้องนั้นทันที ปลายทางคือคอนโดของเธอ ดีนะที่วันนี้เป็นวันเสาร์ที่ไม่ต้องทำงานเพราะบริษัทหยุดเสาร์เว้นเสาร์
ลับร่างสาวสวยแล้วชายหนุ่มก็ต่อสายหาเพื่อนรักทันที เพราะคนที่จะตอบคำถามเขาได้ทุกอย่างตอนนี้ก็คือรามิลเพียงคนเดียว
ภายในตึกแถวสองชั้น สภาพกลางเก่ากลางใหม่ ปารียาช่วยแม่เก็บกวาดร้านจนเรียบร้อย ปัทมาเปิดร้านขายข้าวแกงตั้งแต่ลูกสาวคนโตเรียนจบปริญญา เธอมีผู้ช่วยชื่อแจ่มแต่วันนี้เธอขอลางานรวมกับหยุดวันอาทิตย์ด้วยรวมเป็นสองวัน รายได้ก็พอจะแบ่งเบาเธอได้บ้าง ที่จริงแล้วครอบครัวของเธอก็ไม่ถือว่าลำบากมากนักเพียงแต่ยังไม่ถึงกับเหลือเก็บ ปารียารอแค่น้องชายของเขาเรียนจบปริญญาตรีก็เพียงพอแล้ว ถ้าน้องชายอยากเรียนต่อปริญญาโทก็ให้น้องขวนขวายเอง ส่วนเธอจะตั้งหน้าตั้งตาสร้างฐานะครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบาย
ตั้งแต่พ่อของเธอจากไปเมื่อสิบปีก่อนตอนนั้นปารียาอายุได้ยี่สิบปีบริบูรณ์ ปารียาอายุห่างจากน้องชายแปดปี เพราะปัทมาไม่คิดว่าตัวเองจะท้องได้อีก แต่กลับมีลูกชายเพิ่มมาอีกหนึ่งคน และภาระครอบครัวทุกอย่างก็ตกอยู่ที่ปารียากับแม่เพียงสองคน ส่วนพ่อของเธอนั้นเอาแต่กินเหล้าและหาเรื่องตบตีลูกเมียไปวันๆ แม่ของเธอมีญาติพี่น้องอยู่สองคนซึ่งทำมาหากินอยู่ต่างจังหวัดและไม่เคยติดต่อกันอีกเลย หลังจากที่ปัทมาได้พบรักกับหนุ่มรุ่นน้องอย่างชัยยศพ่อของเธอ
ในเวลาไม่กี่ปีที่อยู่ร่วมกันมาหลังจากที่ปัทมาคลอดลูกคนแรกชัยยศก็ไม่ยอมทำมาหากินอะไรอีกเลย มีแต่ปัทมาเทียวรับจ้างและขายของตามตลาดนัดเพื่อจุนเจือครอบครัว นั่นจึงกลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปารียาไม่อยากมีแฟนที่เด็กกว่า เพราะภาพของพ่อที่ไม่เอาไหนมันผุดขึ้นมาย้ำเตือนเธอตลอดเวลา
ทุกวันนี้เงินที่หามาได้จากงานประจำและงานแปลเอกสารทั้งหมดก็ใช้เกือบจะเดือนชนเดือน เพราะหลังจากที่เธอเรียนจบคณะศิลปศาสตร์เอกภาษาจีนเธอได้ทำงานเป็นล่ามให้กับผู้จัดการฝ่ายคลังสินค้าที่เป็นคนเชื้อสายจีนจนได้เรียนรู้งานด้านคลังสินค้าจากเจ้านายเก่าเป็นเวลาสี่ปี
แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อน้องชายของเธอเริ่มเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยค่าใช้จ่ายก็เริ่มสูงขึ้น ในเวลาต่อมาธเนศ รุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธอจึงชวนเธอมาทำงานที่บริษัท AKP ด้วยเพราะค่าตอบแทนดีกว่า บวกกับการรับงานมาแปลที่บ้านจนทำให้เธอสามารถผ่อนคอนโดได้ นั่นจึงเป็นสมบัติชิ้นแรกที่เธอมี ทำให้เธอสามารถเลี้ยงดูแม่และน้องชายได้โดยไม่ขาดตกบกพร่องแต่เธอก็มีหนี้สินที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
“กลับมาแล้วคร้าบบ คิดถึงพี่แบมจัง” ปฐวีน้องชายสุดที่รักคนเดียวโผเข้ากอดพี่สาวด้วยความคิดถึง เขาเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสี่ อาศัยอยู่กับแม่สองคน ส่วนพี่สาวจะกลับบ้านเฉพาะสัปดาห์ไหนที่หยุดสองวันติดคือเสาร์และอาทิตย์นั่นเอง
“เย็นนี้เรากินหมูกระทะกันดีกว่า แม่อยากกินไม่ได้กินนานละ เดี๋ยวนี้กินอะไรเข้าไปนิดเดียวก็รู้สึกจุกเสียดแน่นท้องไปหมด”
“ก็ดีเหมือนกันครับ ผมก็อยากกินเหมือนกัน พี่แบมว่าไง” ปฐวีถามพี่สาวด้วยท่าทางตื่นเต้น
“พี่ยังไงก็ได้จ้ะ” ปารียาพูดเสียงเนือยๆ เหมือนไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่แม่กับน้องชายกำลังสนทนากันอยู่ แววตาเหม่อลอยจนผู้เป็นแม่สังเกตเห็นตั้งแต่ตอนที่ลูกสาวช่วยล้างจานชาม
“ไม่ค่อยสบายหรือเปล่าลูกวันนี้แม่เห็นแบมดูเหนื่อยๆ นะ” ปัทมามองใบหน้าซีดเซียวของลูกสาวด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ พอดีเมื่อคืนงานเลี้ยงบริษัทเลิกดึกไปหน่อยแบมเลยพักผ่อนน้อยน่ะค่ะ” ปารียาตอบขณะที่ทุกคนกำลังนั่งรอหมูกะทะที่กำลังจะมาส่ง
“งั้นวันนี้กินแล้วรีบไปพักผ่อนนะ พรุ่งนี้ตื่นสายหน่อยก็ไม่เป็นไร”
“ค่ะแม่”
“ชาร์ล” เธอไม่คิดว่าเขาจะพูดจริง “จ๋า” ขานรับแฟนเสียงแหบเครือแววตาฉ่ำวาว บ่งบอกอารมณ์ว่าเขาเริ่มจะทนไม่ไหว มือแกร่งลูบไล้ไปตามสะโพกขาวไล่ไปยังต้นขาและวกกลับขึ้นมาสีข้าง สอดมือเข้าใต้ชุดนอนตัวบางลูบคลำผิวเนียนอย่างย่ามใจ ใช้มือเกี่ยวรั้งชุดนอนให้พ้นศีรษะของเธอ ส่วนเขาก็ถอดกางเกงออกโดยเร็ว กายอุ่น ๆ ทาบกับแผ่นหลังเนียนขาวของเธอโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น เสียดสีแก่นกายร้อนกับก้นงามงอนเบา ๆ ในคราแรก แล้วเพิ่มแรงกดสะโพกเธอให้สัมผัสกับตัวตนของเขาแรงขึ้น “ขอข้างหลังก่อนนะคะ” คนตัวสูงเอ่ยเสียงแหบพร่า อะไรกันขอข้างหลังก่อนแสดงว่าต้องมีอย่างหลังอีกอย่างนั้นหรือ ว่าจบก็เคลื่อนกายใหญ่ลงต่ำ จับขาข้างขวาเธอยกขึ้นแล้วแทรกใบหน้าหล่อเข้าไปกลางหว่างขาเนียนสวยจากทางด้านหลัง “ชาร์ลคะ” “จ๋า เรียกทำไม หืม” เขาชอบจังเวลาที่ปารียาครางเรียกชื่อเขาในยามนี้ ปลายลิ้นร้ายโลมเลียผิวนวลตั้งแต่ปลายเท้า ไล่มาตามปลีน่องเนียนขาวไปถึงต้นขาด้านใน ปัดป่ายผ่านจุดอ่อนไหวไปยังขาอีกข้างแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลทำให้ร่างเนียนสั่นระริก รู้ว่าเขากำลังทำใ
วันหยุดช่วงเทศกาลบริษัท AKP ได้จัดวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ชานนท์จึงถือโอกาสนี้พาทั้งสองครอบครัวไปเที่ยวด้วยกันที่ต่างจังหวัด เขาเลือกที่จะไปบ้านพักตากอากาศริมทะเลที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตอนเย็นทุกคนชวนกันกินปิ้งย่างอาหารทะเลกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสองครอบครัวต่างยินดีที่ได้มาเที่ยวด้วยกันครั้งแรก มีเสียงเพลงไทยสากลเปิดคลอเบา ๆ เคล้าอารมณ์ชวนให้เกิดความโรแมนติก ดูญาดาแม่ของชานนท์จะเป็นปลื้มกว่าใครเพื่อน ปีนี้ได้ลูกเขย ปีหน้าก็จะได้ลูกสะใภ้ อีกไม่นานก็จะมีหลานน้อยมาวิ่งเล่นในคฤหาสน์อันแสนกว้างขวางของเธอแล้ว เธอก็จะได้เป็นทั้งคุณย่าทั้งคุณยายสมใจ ถ้าสามีของเธอยังมีชีวิตอยู่เขาก็คงมีความสุขเช่นเดียวกันกับเธอในตอนนี้ ญาดานั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วยิ้มกว้างออกมา ความสุขมันเอ่อล้นออกมาทางสายตา ไม่คิดว่าจะมีบรรยากาศแบบนี้ให้เห็น ปัทมาเห็นญาดาเอาแต่นั่งยิ้มก็เดินมานั่งลงข้าง ๆ เธอก็ดีใจเช่นกันที่จะได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาชีวิตนี้สั้นนัก ที่เธอผ่านความเป็นความตายมาได้ก็บุญมากแล้ว ถึงลูกชายคนเล็กของเธอจะมีคนรักเป็นเพศเดียวกันแต่นัธทวัฒน์ก็เป็นคนดีและเป็นเพื่
ลิ้นสากลากไล้อยู่บนผิวเนียนสวยเลื่อนมาหน้าท้องแบนราบ ขบดูดหมุนวนอยู่บริเวณสะดืออย่างเมามัน หน้าท้องเนียนหดเกร็งเพราะความสยิว มือเล็กจับศีรษะยีผมชายหนุ่มเบาๆ“ถอดกางเกงให้หน่อย” มือเล็กเลื่อนไปที่ขอบกางเกงผ้านิ่ม ชานนท์ยกสะโพกขึ้นให้เธอรั้งขอบกางเกงลงได้อย่างง่ายดาย ปารียาใช้มือกอบกุม รูดรั้งเจ้ามังกรยักษ์อย่างช่ำชอง“อื้อ แบบนั้นแหละแบม เก่งมาก”“แบมอยากใช้ปากให้” เสียงเล็กหวานเอ่ยขึ้นชานนท์ไม่รอช้านอนราบลงกับเตียงนุ่มแล้วดึงสะโพกกลมกลึงให้มาอยู่ตรงใบหน้าคมคาย ลิ้นเรียวเล็กห่อม้วนดูดดึงหยอกเย้ากับแก่นกายอย่างหลงใหล ชานนท์สอดลิ้นร้อนเข้าไปในกลีบกุหลาบขยับเข้าดูดดึงกลีบหวานด้วยความหื่นกระหาย สองร่างครางประสานเสียงกันดังระงม ท้องน้อยเนียนสวยเสียววูบวาบ ชานนท์รัวลิ้นบดเน้นปุ่มกระสันจนส่งเธอจนไปถึงฝั่งฝัน“อื้อ เสียวจัง” คนร่างเล็กหุบขาเข้าหากันขาสั่นระริก ชานนท์หยัดกายขึ้นนั่งคุกเข่ากดสะโพกนวลเนียนเข้าเบียดกับแก่นกายแข็งขึง ปลายบานบดเบียดบดขยี้อยู่ทางเข้าร่องรักแคบ มือหนาจับท่อนร้อนสอดแทรกเข้าไปจนสุด“อ้า ตอดดีจัง” ร่างแกร่งเริ่มกระแทกเข้าออกสุด เนิบนาบบ้าง รัวเร็วบ้าง สองมือนวดเฟ้นบั้นท้
“แม่ได้ปรึกษากับคุณปัทมาแล้วว่าจะหาฤกษ์หมั้นให้ชาร์ลกับหนูแบม ลูกทั้งสองจะว่ายังไง” ปารียาทำตาโตนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ “แม่!” ชาร์ลร้องออกมาเสียงดังทำท่าทางตกใจแล้วหันหน้าไปมองพี่สาว เชอร์ลีนยิ้มและยักคิ้วให้น้องชายไปหนึ่งกรุบ แสดงให้เห็นว่าความคิดของแม่เจ๋งสุด ปารียามองหน้าผู้เป็นแม่แบบงงๆ ปัทมาเลิกคิ้วสูงยักไหล่แบบกวนๆแต่ก็ไม่พูดอะไร ปฐวีได้แต่นั่งอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าแม่จะรู้สาเหตุของการมาบ้านนี้เชอร์ลีนกับภูมิพัฒน์ได้แต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะรู้อยู่แล้วว่าญาดากำลังจะทำอะไร รู้สึกสมน้ำหน้าน้องชายเบาๆที่ชอบเก็บความลับไว้ดีนัก “ทำไมแม่ไม่ปรึกษาผมกับแบมก่อน” ชานนท์พูดออกมาแก้เขิน ในใจอยากจะกระโดดกอดแม่แล้วยิ้มให้แก้มแตก “ก็ทีลูกทำอะไรยังไม่ปรึกษาแม่เลย แล้วเอาผู้หญิงเขาไปอยู่ด้วยมันเสียหายไม่รู้รึไง ถึงสมัยนี้เขาจะเปิดกว้างเรื่องนี้แล้วก็เถอะ เราก็ต้องให้เกียรติผู้หญิง ไม่ใช่ว่าถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจแล้วจะทำอะไรก็ได้” ญาดาร่ายยาวให้กับลูกชาย ชานนท์มองหน้าปารียาด้วยความเป็นห่วง ลำพังตัวเขาเองก็ไม่เท่าไหร่ ดีใจด้วยซ้ำที่แม่เขาทำแบบนี้ “แต่ว่า
แกร้ก เสียงประตูเปิดออกร่างสูงโปร่งเดินพรวดพราดเข้ามา “เข้ามาไม่รู้จักเคาะประตู” ชานนท์ทำเสียงเข้มแต่ใบหน้าเจือความอิ่มเอมเอาไว้ในแววตา “ไมเหรอ ซ่อนเด็กไว้รึไง” เชอร์ลีนทำหน้าตาทะเล้นใส่น้องชายกวาดสายตาไปทั่วห้อง “เสาร์นี้แม่ให้กลับบ้านนะ ถ้าไม่ไปจะตัดแม่ตัดลูกเชียว” ชานนท์จ้องหน้าพี่สาว เขาทำอะไรผิดทำไมต้องถึงขั้นตัดแม่ตัดลูก “ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว” ชานนท์เลิกคิ้วสูงถามพี่สาว“พาเด็กไปด้วย”??? ชานนท์ทำหน้างงๆ เชอร์ลีนจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า คลี่ออกและส่งให้ชานนท์อ่าน ชานนท์อ่านแล้วจึงรีบคว้ากระดาษที่มือพี่สาวแต่เชอร์ลีนชักมือกลับได้ทันพอดี ชานนท์ใบหน้าซีดเผือดไม่คิดว่าสัญญานี้จะไปตกอยู่ในมือของพี่สาวได้ ‘ต้องเป็นวันที่แม่ไปหาเขาที่คอนโดแน่นอน” เชอร์ลีนพูดแค่นั้นก็เดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก ชานนท์ได้แต่ทำท่าทางอึดอัดกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยทำอะไรให้แม่เขาจับได้สักครั้ง หรือแม่ของเขาจะรู้แล้วแค่ไม่พูดออกมา เช้าวันเสาร์ชานนท์รู้สึกลำบากใจถ้าจะบอกกับปารียาไปตามตรง เธ
ปารียาเดินเข้าห้องน้ำ เตียงนอนยุบยวบลงเมื่อมีร่างใหญ่ทิ้งตัวลงนอน ชานนท์ไม่รู้ว่าที่แม่ไปหาเขาที่คอนโดนั้นพูดอะไรกับปารียาบ้าง แต่เท่าที่เขารู้จักแม่เขาไม่ใช่คนที่ไม่มีเหตุผล และไม่เคยบังคับลูกให้ทำตามใจตัวเอง ถ้าแม่ห้ามเขาไม่ให้คบกับปารียาจริงๆเขาก็คงต้องใช้ความเด็ดขาดบ้าง ปารียากำลังเดินออกจากห้องน้ำ เห็นร่างคนตัวโตที่ตอนนี้ไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นนอนอยู่บนเตียงก็แทบจะกรีดร้องออกมา จนชานนท์ต้องดีดตัวลุกขึ้นกระโจนเข้าหาร่างเล็กเอามือปิดปากเธอไว้ “ชาร์ล…คุณขึ้นมาได้ยังไงคะ” ปารียาพูดเสียงกระชิบและหายใจหอบ ร่างที่มีเพียงผ้าขนหนูพันร่างถูกวงแขนแข็งแรงโอบกอดไว้ “ก็เดินขึ้นมาสิคะ” ชานนท์พูดหน้าตาเฉย ทำหน้าตาเหมือนเด็กดื้อที่ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิด ปารียาได้แต่ทำท่าละเหี่ยใจ ไม่อยากจะเถียงกับเด็กดื้อ “เบื่อคนปากหวาน ทำผิดแล้วอย่ามาพูดมาก จะมาทำไมไม่บอก แล้วรู้ได้ยังไงว่าแบมอยู่บ้าน” “โทรหาพี่นัธ” “เดี๋ยวนี้สนิทกันแล้วนี่ แบมก็กลายเป็นหมาหัวเน่า” “ก็แบมไม่รับสายผม” “ตัวหอมจัง” ชานนท์พูดพลางดอมดมร่







