Home / โรแมนติก / ก่อนที่ใจจะหมดรัก / ตอนที่ 6 คำแนะนำจากคนหวังดี

Share

ตอนที่ 6 คำแนะนำจากคนหวังดี

last update Last Updated: 2026-03-08 12:38:55

“นิพาถามจริง ๆ นะคะ คุณไตรรักตังเมไหม” จะมองว่าละลาบละล้วงเจ้านายก็ได้นิพาไม่กลัว เธอมีความหวังดีและอยากเห็นเจ้านายตัวเองมีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขบ้าง

“ผมเป็นพ่อนะครับ เรื่องแบบนี้ต้องถามด้วยเหรอ”

เขายอมรับว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้เด็กคนนี้เกิดมา เป็นความคิดที่ทุเรศแต่มันก็คือความจริง และเขายอมรับความจริงว่าพลาดทำให้มินตราท้อง เธอไม่ได้ผิดที่ปล่อยตัวเองตั้งครรภ์ตอนนั้นเราสองคนคบ ๆ กันอยู่เธอมอบหัวใจและร่างกายให้กับเขา หากจะท้องก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเพราะเธอรักเขาและฝันถึงการสร้างครอบครัว  แต่...มันผิดที่เขาเองที่ไม่บอกให้เธอรู้ว่าเขาไม่พร้อมที่จะมีลูก

“เอ้า ก็ต้องถามสิคะ มันหนึ่งปีแล้วนะคะที่คุณไตรไม่ไปหาตังเมกับมินเลย” เรื่องภายในครอบครัวของเจ้านายนิพาไม่ได้อยากจะยุ่งถ้าไม่จำเป็น และครั้งนี้เธอมองว่าพอจะพูดเรื่องนี้ได้เพราะไตรรัตน์ไม่ได้กำลังเครียดกับงานก็ถ้าเห็นว่าคิ้วขมวดติดกันเธอจะไม่กล้าพูดเด็ดขาด เธอรักเจ้านายนะแต่ก็รักอนาคตตัวเองมากกว่า

“ก็แค่ไม่ได้ไปหาเองครับ”

“หูย พูดแบบนั้นไม่ได้นะคะคุณไตร การไปหาลูก ไปอยู่กับลูก นั่นคือสิ่งมีค่ามากกว่าสิ่งของที่คุณไตรให้นิพาส่งไปให้น้องมินอีกนะคะ”

นิพาเองก็เป็นแม่และมีครอบครัวเธอรู้ดีว่าลูกต้องการอะไร ‘ความอบอุ่นในครอบครัว’ เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรมีในทุกครอบครัว ไตรรัตน์ไม่พบหน้าลูกหนึ่งปีแล้ว ถ้าการห่างกันเป็นเพราะความจำเป็นอันนี้ก็เข้าใจได้ แต่นี่คือการห่างกันเพราะตั้งใจให้เป็น

“ผมเข้าใจครับ” ไตรรัตน์เข้าใจดี เพียงแต่ระหว่างเขากับมินตรามันเหมือนมีอะไรบางอย่างขวางกั้นเอาไว้ ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร อาจจะเป็นช่องว่างเหมือนที่มารดาของเขาเคยบอกไว้ก็ได้ ช่องว่างที่ให้เราสองคนเชื่อมต่อกันไม่ได้

“คุณไตรควรไปนะคะ” นิพาชี้ไปที่ตั๋วเข้างาน 2 ใบนั้นที่เธออยากกระตุ้นให้เขาคิดถึงเรื่องครอบครัว ไหนจะสรรหาเอาบัตรฟรีมาให้ก็เพราะเห็นแก่ตังเมด้วย เด็กทุกคนต้องการพ่อ และตังเมไม่ควรเป็นข้อยกเว้นในการไม่มีพ่อหรือไม่ได้รับความรักจากพ่อ

“ผมจะเก็บไปพิจารณานะครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับตั๋วนี้” ไตรรัตน์ชูตั๋วสองใบขึ้นให้นิพาเห็นว่าเขาถืออยู่ในมือนะและขอบคุณมากที่มีน้ำใจให้กัน

“ด้วยความยินดีค่ะเจ้านาย หวังว่าจะไม่ทำให้ตั๋วของนิพานอนเฉาจนปลวกกินนะคะ”

“ครับ ครับ” ไตรรัตน์รับคำปนเสียงหัวเราะให้กับคำพูดของลูกน้อง ทั้งบริษัทเห็นจะมีคุณนิพาคนเดียวที่กล้าพูดต่อปากต่อคำกับเขา ส่วนพนักงานคนอื่นไม่มีใครกล้าทำแบบนี้ ด้วยความเกรงใจและเคารพเพราะเขาเป็นเจ้านายเป็นทั้งเจ้าของบริษัทเลยไม่กล้าพูดเล่นพูดหัวด้วยคงกลัวเขาจะไล่ออก

‘กิจกรรมคล้องใจปลูกรัก’ พลิกตั๋วดูถึงได้เห็นว่าด้านหลังของตั๋วเข้างานมีรายละเอียดโดยย่อเกี่ยวกับกิจกรรมที่จัดภายในงานด้วย

“ปลูกต้นไม้ลงกระถางเพื่อรับกล่องสุ่มพวงกุญแจรักษ์โลก”

“มีกล่องสุ่มด้วย ฮึ” เป็นงานที่จัดได้เข้ากับค่านิยมในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ‘กล่องสุ่ม กล่องจุ่ม’ เดี๋ยวนี้มีไปทั่ว กลืนไปกับทุกสายธุรกิจและไตรรัตน์ก็ยอมรับว่าการเอาคำว่ากล่องสุ่มมาล่อเป็นการทำการตลาดที่ฉลาดมาก

“ของหลอกเด็ก” รวมถึงหลอกผู้ใหญ่ที่เป็นทาสการตลาดซึ่งดูเหมือนว่าจะหลอกผู้ใหญ่ได้ประสบความสำเร็จเสียด้วย เพราะเด็กต่อให้อยากได้มากแค่ไหนหากผู้ใหญ่ไม่อนุญาตหรือมองไม่เห็นถึงประโยชน์ต่อของชิ้นนั้นความต้องการของเด็กก็จะถูกปฏิเสธในทันที

ในมุมกลับกัน...หากผู้ใหญ่เป็นฝ่ายอยากได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ‘อยากได้ต้องได้’ นั่นเพราะผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองมีกำลังทรัพย์ที่หามาได้ด้วยตัวเองและมองว่าการซื้อสิ่งที่ตัวเองพอใจคือการ ‘ให้รางวัลตัวเอง’ แต่ก็นั่นแหละใช่ว่าจะเป็นแบบนี้ทุกคนเสียที่ไหน

“ครอบครัวที่อบอุ่นอย่างนั้นเหรอ” คำพูดพื้นฐาน คำพูดง่าย ๆ ที่ได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ ทว่า วัยเยาว์ของไตรรัตน์เป็นเงื่อนที่ผูกรัดความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญตั้งแต่ลืมตาดูโลก ‘ลูกที่พ่อไม่ต้องการ’ ถ้ามีจะใครสักคนที่รู้ซึ้งถึงคำว่าเกิดมาพร้อมกับความเกลียดชังที่ได้รับจากพ่อบังเกิดเกล้า ก็คงเป็นไตรรัตน์คนนี้แหละ

ครอบครัวที่อบอุ่นใครเล่าจะไม่อยากมี ครอบครัวที่มีความสุขใครบ้างจะไม่อยากได้ เขาเองก็ผ่านช่วงชีวิตที่ทุกข์ระทมจากคนเป็นพ่อและไม่อยากให้ลูกตัวเองต้องมาเจอเหมือนที่เขาเคยเจอมา

คิดมันง่ายแต่จะกระทำมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เขาไม่เคยได้รับความรักจากพ่อ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเป็นพ่อที่ดีควรจะทำยังไง พอมีโอกาสได้เป็นพ่อก็เกิดจากความไม่ตั้งใจและเป็นพ่อได้เพียงแค่ 3 ปีก็สร้างความทรงจำร้าย ๆ ให้กับลูกไปแล้ว การเป็นพ่อที่ดี คนอื่นอาจจะง่ายแต่สำหรับไตรรัตน์มันยากมาก ยากเสียจนเขาคิดว่าปล่อยให้ตัวเองอยู่ห่างตังเมอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาให้ลูกก็ได้...

ฉันจ่ายค่าเทอมให้ทุกปีก็มากพอแล้ว นี่แกยังจะมาขอเงินเพิ่มอีกเหรอ”

“ผมขอโทษครับ ตะ แต่อันนี้เป็นเงินไปทัศนศึกษาของโรงเรียนครับคุณพ่อ”

“ก็ไม่ต้องไป ฉันให้เงินแกไปเรียนไม่ใช่ให้ไปเที่ยวเล่น” เสียงเข้มดุพูดพร้อมชี้หน้าเด็กผู้ชายวัย 9 ขวบ เด็กที่มีสถานะเป็นลูกแท้ ๆ และเป็นลูกชายคนแรก

ทว่า เด็กชายไตรรัตน์กลับไม่ได้รับความรักความเมตตาจากบิดาเลยมีเพียงค่าเทอมที่เขาได้รับจากคนเป็นพ่อ ที่ได้รับเพียงเพราะต้องการแสดงความรับผิดชอบเพื่อไม่ให้ถูกสังคมตราหน้าว่าทำผู้หญิงท้องแล้วทิ้ง ทำเพราะต้องการรักษาหน้าตาในสังคมเพื่อผลประโยชน์ต่อหน้าที่การงานและคะแนนเสียงของตัวเอง

“กิจ...กิจกรรมนี้โรงเรียนบังคับต้องไปครับ”

ก้มหน้าพูดเสียงแผ่วเบา กลั้นก้อนสะอื้นเอาไว้ไม่ให้คนเป็นพ่อเห็น เขาเกิดมาเป็นลูกผู้ชายก็ต้องเข้มแข็งจะมาอ่อนแอร้องไห้งอแงต่อหน้าพ่อไม่ได้

“งั้นฉันจะพาแกไปลาออก ไม่ต้องลงต้องเรียนมันแล้ว!!”

“คุณพ่อ...”

“แกมันเศษสวะในชีวิตของฉัน ก็เหมือนกับแม่ของแก หึ แค่มีลูกกับฉันก่อนแล้วคิดว่าจะได้เป็นเมียแต่ง ฝันสูงนัก”

นิ้วที่เคยชี้หน้าไตรรัตน์ถูกย้ายมาจิ้มที่กลางศีรษะ น้ำหนักที่นิ้วนั้นแรงเสียจนสัมผัสได้ถึงความเจ็บ คมเล็บจิกเข้าที่ผิวเนื้อ จิกซ้ำ ๆ ราวกับอยากย้ำให้ไตรรัตน์จำใส่กะโหลก ว่าเขามันคือเด็กที่เกิดจากความไม่ต้องการ เกิดจากผู้หญิงที่มีสถานะเหมือนคู่นอน มารดาของเขาไม่ได้รับความรักจากผู้ชายคนนี้ ไม่ได้ถูกรับผิดชอบโดยการแต่งงานอย่างที่ควรเป็น แต่ถูกรับผิดชอบด้วยการส่งเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะการศึกษาของเขาเพียงเท่านั้น

ไตรรัตน์ก้มหน้ามองพื้นสองมือกำเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้นแทนมารดา ชายคนนี้ไม่เคยรักหนำซ้ำยังย่ำยีความรักที่แม่ของเขามอบให้

“ไป! ออกไปจากบ้านของฉันซะ ฉันไม่อยากให้ครอบครัวของฉันต้องมาเห็นแก ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าแกเป็นลูกของฉัน”

ไตรรัตน์เงยหน้าขึ้นมองสบสายตาชิงชังของคนเป็นพ่อ อยากถามสักครั้งว่าเขาทำผิดอะไรนักหนาพ่อถึงได้จงเกลียดจงชังเขาถึงขนาดนี้ เขาเลือกเกิดได้เสียที่ไหน ลูกที่ไม่ต้องการ หากเลือกเกิดได้ ก็คงไม่มีใครอยากเกิดมาอยู่กับพ่อที่ไม่รักหรอกจริงไหม

เพราะอดีตแสนเจ็บปวดทำให้ไตรรัตน์ไม่คิดสร้างครอบครัว เขาอาจจะเป็นหัวหน้าที่ดีได้แต่การเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีของลูก ไตรรัตน์ไม่คิดว่าเขาจะทำมันออกมาได้ดี และสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อนก็เป็นเรื่องยืนยันได้ดีว่าเขาเป็นพ่อที่แย่ “พ่อ...ไตร” เสียงเรียกชื่อเบาหวิวทั้งสั่นทั้งสะอื้นของลูกน้อย ใช่ว่าเขาไม่เจ็บไม่รู้สึกอะไร แต่เขาไม่รู้ว่าต้องจัดการกับสถานการณ์นั้นอย่างไร การที่เราแยกกันอยู่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งปีต่อมา“สวยครับลูก สวยมาก” คำชมที่ออกมาจากปากของไตรรัตน์ไม่หยุดเพราะลูกและเมียของเขาสวยจริง ๆ และวันนี้ต้องชมตังเมเป็นพิเศษสักหน่อย เนื่องในโอกาสลูกสาวของเขาเรียนจบอนุบาล 3 แล้ว ตังเมตื่นเต้นมาก ๆ ที่ตัวเองได้ใส่ชุดบัณฑิตน้อย“พ่อไตรขา ตังเมอยากถ่ายรูปรวมค่ะ” เห็นคนอื่นได้ถ่ายรวมกับพ่อแม่ ตังเมเลยอยากจะถ่ายรวมบ้างและเรื่องนี้ไตรรัตน์กับมินตราก็ต้องการเหมือนกัน ก็แหม ลูกสาวของเราไม่ได้จะเรียนจบอนุบาล 3 บ่อย ๆ นี่นา เรื่องน่ายินดีแบบนี้ก็ต้องเก็บภาพความทรงจำเอาไว้และรูปนี้จะต้องได้ติดอยู่บนฝาผนังบ้านด้วย“มา ๆ เดี๋ยวป้าหวีคนนี้จะถ่ายรูปให้เอง” คุณฉวีคุณป้าบ้านตรงข้ามที่ไตรรัตน์ไหว้วานให้คอยดูแลมินตราและตังเม วันนี้ไตรรัตน์เลยถือโอกาสชวนคุณฉวีมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวของเขาด้วย“ป้าละเสียดายที่งานนี้จัดเร็วไปหน่อย ถ้าเลื่อนไปอีกสักสามเดือนได้คงจะดี เจ้าตัวน้อยในท้องหนูมินจะได้ออกมาถ่ายรูปรวมด้วยกัน” คุณฉวีแอบบ่นขณะที่ช่วยกดถ่ายภาพครอบครัวน่ารัก ๆ ให้ตังเม“มินก็เสียดายค่ะ” มินตรายกมือขึ้นมาลูบที่ท้องของตัวเองโดยมีมือของไตรรัตน์มาประกบทับด้านบน ทั้งสองมองไปยังท้องกลมโตที่ในนั้นมี

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 5

    “ตังเมอายุเท่าไหร่ลูก” โทนเสียงที่แจ่มชัดขึ้น เมื่อได้เห็นหน้าหลานใกล้ ๆ และได้คุยกับหลานทำให้หัวใจของไตรภพกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากนี่จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เขาก็พร้อมแล้วที่จะจากไป“ตังเมอายุ 4 ขวบค่ะ” ภูมิใจกับอายุของตัวเองมากเพราะนี่เป็นการบอกว่าตังเมโตขึ้นแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก 3 ขวบแล้วค่ะ“คุณปู่อายุเท่าไหร่คะ”โถลูก ทั้งมินตราและไตรรัตน์ต่างพากันฉีกยิ้มออกกว้างเพราะเอ็นดูคำถามของลูกสาว ดูสิ มีถามปู่กลับด้วยนะว่าอายุเท่าไหร่ แล้วปู่จะจำได้ไหมนะ“ปู่ จำไม่ได้แล้วลูก” หากจำได้ก็เก่งแล้ว ล่าสุดที่ไตรภพรู้คือเขาอายุ 60 ปี แต่ก็ไม่รู้ว่าอายุ 60 มากี่ปีแล้วเรื่องนี้คงต้องถามยอดคนที่ดูแลเขาทุกวัน“คุณปู่ต้องอายุเยอะมาก ๆ แน่เลยค่ะ” เป็นการสันนิษฐานที่ถูกต้องมาก ก็นะ ปู่ต้องอายุมากกว่าตัวเองอยู่แล้วแหละตังเม“ตังเมชอบบ้านหลังนี้ไหม”คนเป็นปู่ที่โดนหลานสาวตกเข้าให้ ตอนนี้อยากยกทุกอย่างให้ตังเมทั้งหมด เสียดายนะที่ไม่มีเวลาเหลือให้เขาได้เฝ้าดูตังเมเติบโต แต่แค่วันนี้ก็มากพอแล้ว ขอบคุณไตรรัตน์ที่ยังมีเมตตาให้พ่อคนนี้บ้าง ขอบคุณที่พาหลานมาพบเขา“อืม...” ต้องขอเวลาคิดสักหน่อย“ถ้ามีพ่อไตรกั

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 4

    “เราจะผ่านช่วงเวลานั้นไปด้วยกันค่ะพี่ไตร เราทั้งสามคน” ความน่ารักของเธอทำให้ไตรรัตน์อดไม่ได้ที่จะดึงร่างบางเข้ามากอด เขากอดเธอแนบแน่นซุกใบหน้าเข้าหากลุ่มผมนุ่มหอม ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เธอเป็นเมีย“พี่รักมินนะ ขอบคุณที่อยู่กับพี่เสมอ”บ้านไตรภพเสียงเปียโนที่ถูกอัดเป็นไฟล์คลิปเสียงในสมัยที่ครั้งหนึ่งเจ้าของบ้านอย่างไตรภพมักจะชอบเล่นเปียโนยามที่เขาว่าง เล่นเพื่อความผ่อนคลายและพักสมองจากการเล่นการเมือง ทุกเพลงที่เขาเล่นได้ถูกสั่งให้พ่อบ้านบันทึกเสียงเก็บเอาไว้เพื่อใช้เปิดในช่วงเวลาที่คฤหาสน์หลังนี้เงียบเหงาและคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้เปิดใช้บ่อยมากกว่าที่คิดไตรรัตน์มองภาพถ่ายคฤหาสน์หลังใหญ่โต ซึ่งก็เป็นหลังที่เขากำลังยืนอยู่ข้างเตียงเจ้าของบ้านอยู่ตอนนี้ ในใจก็คิดนะ ว่าผู้ป่วยบนเตียงหรูหรานอนมองภาพนี้ทั้งวันไปเพื่ออะไร หรือว่าภาพนี้คือความภูมิใจที่สุดในชีวิต ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นเพราะมันคือหลักฐานแสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวยและการมีอำนาจของไตรภพทว่า ไตรรัตน์มองว่ามันคือภาพตลกร้ายเสียมากกว่า แทนที่จะมีความสุขไฉนเลยถึงเห็นแต่คนนอนอมทุกข์แสนเดียวดายไร้ลูกหลานที่เขารักนักหนามาดูแล“คุณปู่” เสียง

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 3

    “เขาเป็นอะไรครับ” ไตรรัตน์เริ่มถาม ครั้งสุดท้ายที่เขารู้เกี่ยวกับชีวิตผู้ชายคนนั้นคือตอนที่ไตรภพประกาศลาออกจากตำแหน่งในพรรคการเมือง เหมือนจะให้เหตุผลว่าต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบที่บ้าน หึ สงสัยจะไม่ใช้การเกษียณที่เต็มใจคงเป็นเพราะความจำเป็นเสียมากกว่า“นายท่านป่วยครับ ตรวจพบเนื้องอกในสมอง ด้วยขนาดที่ใหญ่เท่าลูกกอล์ฟทีมแพทย์เกรงว่านายท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็พากันยื้อไว้จนสุดความสามารถแล้วครับ” ความโศกเศร้าสะท้อนผ่านดวงตาทั้งสองข้างของยอด ชายคนนี้คงเป็นคนที่บิดาของไตรรัตน์ไว้ใจมากและได้อยู่ใกล้ชิดมากแน่ ไม่งั้นคงไม่มีความผูกพันจนคนนอกอย่างมินตราสัมผัสได้ขนาดนี้“นายท่านมีเรื่องอยากพูดกับคุณไตรรัตน์จริง ๆ นะครับ” ครั้งนี้ยอดแทบจะไหว้ขอร้องไตรรัตน์อยู่แล้วเพราะกลัวบุตรชายของเจ้านายจะรั้นไม่ยอมไป“เอาเป็นว่าผมรับทราบเรื่องที่คุณมาแจ้งแล้วครับ ขอบคุณมาก ส่วนเรื่องที่เขาอยากให้ผมไปพบนั้น ขอไม่รับปากนะครับ ผมของพิจารณาก่อน”“แต่คุณไตรรัตน์ครับ นายท่านอยากพบคุณมากจริง ๆ นะครับ ถือว่าเห็นแก่...”“ก็เห็นแก่เขาอยู่นี่ไงครับ ผมถึงได้ยังใจเย็นยอมรับฟังเรื่อ

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 2

    มินตราเองก็ยังตามสถานการณ์ไม่ทันแต่คิดว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ อีกทั้งชายคนนั้นก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ทำไมสามีของเธอถึงได้มีท่าทีต่อต้าน ทำเหมือนกับว่าไม่ต้องการสนทนากับผู้ชายคนนี้อีก แล้วที่เกิดความสงสัยอีกเรื่องนั้นก็คือ...ไตรภพคือใคร ชื่อคล้องจองกับชื่อของไตรรัตน์มาก“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ไตร” มินตราขืนมือของตัวเองเอาไว้และเปลี่ยนเป็นจับแขนของไตรรัตน์แทน เธอต้องการรั้งให้เขาหยุดเดินก่อนและไตรรัตน์ก็ยอมหยุด เขาเงยหน้าขึ้นหลับตาแล้วผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ เมื่อรู้ตัวว่าต้องตอบความสงสัยของภรรยา ต่อให้ไม่อยากเอ่ยถึงบุคคลนั้นแต่ถ้าเป็นความต้องการที่จะรู้ของมินตราเขาก็ต้องยอมตอบ“คนที่ชื่อไตรภพ คือใครเหรอคะ” เพราะชื่อนี้ทำให้สามีของเธอมีอารมณ์ขุ่นมัวแทบจะทันที แปลว่าคนที่ชื่อไตรภพต้องมีผลต่อความรู้สึกของไตรรัตน์แน่ และเธอจะขอคิดไปเองก่อนเลยว่าไตรภพต้องเป็นพ่อสามีของเธอ“พ่อของพี่ คุณปู่ของตังเม” ไตรรัตน์ตอบความจริงออกไป และแอบรู้สึกผิดต่อเมียและลูกอยู่ในใจเพราะเขาไม่ค่อยได้เอ่ยถึงบิดาของเขาให้มินตราได้รู้มากนัก แม้กระทั่งชื่อเขาก็ไม่เอ่ยออกมา และสงสารตังเมที่ไม่รู้ว่าตัวเองก็มีคุณปู่เหมือนเด็กคนอื

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ

    “สวัสดีค่ะ บูธของแยมตัวมัมยินดีต้อนรับคุณลูกค้าค่า วันนี้วันสุดท้ายแล้วน้าค้า ตังเมแจกกุหลาบด้วยค่ะ”เสียงแม่ค้าตัวน้อยถือธงสีชมพูน่ารักโบกไปมาอยู่ที่หน้าบูธของตัวเอง โดยมีแม่มินยืนยิ้มมองดูยัยลูกสาวคึกอยากจะเป็นแม่ค้าใจดี ลด แลก แจก แถมในวันสุดท้ายของงานพฤกษศาสตร์นอกจากแม่ที่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างหลังยังมีพ่อไตรที่ทำหน้าที่ไลฟ์สดโชว์ความน่ารักของลูกสาว ในไลฟ์มีผู้ชมเข้ามากดติดตามเพจสวนกุหลาบของมินตราและตังเมคาเฟ่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ต่างก็พากันชมว่าแม่ค้าตัวน้อย เสียงใสแจ๋วขายของก็เก่งแถมยังน่ารักอีก อ้อนลูกค้าก็เป็น น่ารักน่าเอ็นดูมากอยากขอสมัครเป็นFC“ซื้อครบทุกรส แจกกุหลาบ 1 ต้นเลยน้าค้า”ตังเมวิ่งไปที่กลุ่มต้นกุหลาบที่ปลูกในกระถาง ซึ่งตอนนี้มีเหลือเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น ชี้นิ้วให้ท่านผู้ชมในไลฟ์สดได้เห็นความสวยงามของกุหลาบที่แม่มินเป็นคนปลูกเองทุกต้น“ตังเมรดน้ำพี่กุหลาบเองด้วยค่ะ” แม่มินปลูกส่วนตังเมเป็นคนรดน้ำต้นกุหลาบก็เลยสวยงามอย่างที่เห็น‘ก็ต้องยกความดีให้ลูกหน่อยแหละเนาะ’มินตราคิดอย่างขบขันในใจ เริ่มกลัวว่ากุหลาบจะน้อยเกินไปซะแล้วสิเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานมินตราจึงนำก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status