เข้าสู่ระบบพัสดุถึงผู้รับ
คุณมินตรา วิสุทธ์ภิบูลย์เจริญ บ้านเลขที่...
มินตราหยุดมองกล่องพัสดุกล่องใหญ่ที่วางอยู่หน้าประตูบ้าน สายตาของเธอเรียบเฉยต่อสิ่งที่ถูกส่งมาให้ เธอไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นหรือดีใจกับของสิ่งนั้นแม้แต่น้อยเพราะเธอไม่ได้เป็นคนสั่งด้วยตัวเอง และก็รู้ว่ากล่องพัสดุกล่องนี้ใครเป็นคนส่งมา
“แม่มิน ๆ ตังเมขอรดน้ำต้นนี้ได้ไหมคะ” เสียงสดใสของลูกสาวดังขึ้นทำให้มินตราละสายตาจากกล่องพัสดุแล้วหันไปหาตังเม เห็นยัยตัวเล็กเดินถือบัวรดน้ำเข้ามาหาก็อดเอ็นดูไม่ได้ ตังเมชอบมากเรื่องรดน้ำต้นไม้กับช่วยคุณแม่ตัดดอกกุหลาบไปจัดแจกัน
“ได้ค่ะ แต่ตังเมต้อง...”
“ใส่บูทก่อน ตังเมใส่แล้วค่ะแม่มิน คิก ๆ” เด็กรู้ทันรีบพูดออกมาก่อนที่คุณแม่ของตัวเองจะพูดจบ
“เก่งมากค่ะ” ลูกรู้เรื่องก็ต้องชมหน่อย ตังเมเป็นเด็กความจำดีมินตราสอนอะไรก็จำได้หมด อย่างเรื่องรดน้ำต้นไม้มินตราก็ไม่เคยห้ามลูกเพราะเด็กอายุ 4 ขวบ อยู่ในวัยกำลังอยากรู้อยากลองและเธอก็พร้อมสนับสนุนตังเมเต็มที่คอยดูอยู่ใกล้ ๆ และที่ให้สวมรองเท้าบูทเพราะกลัวลูกรักจะลื่นล้ม พอบอกให้ใส่ทุกครั้งที่จะเดินเข้าสวนหย่อมหน้าบ้านตังเมก็เริ่มจำได้ว่าถ้าเธอจะรดน้ำต้นไม้ก็ต้องสวมรองเท้าบูทก่อน
“ตังเมไปเติมน้ำก่อนนะคะ”
“จ้ะ แล้วอย่าลืมปิดน้ำด้วยนะลูก”
“รับทราบค่ะ” หันมาฉีกยิ้มให้แม่แล้วหมุนตัววิ่งไปหาก๊อกน้ำเพื่อเติมน้ำใส่บัวรดน้ำอันเล็กของตัวเอง
มินตรายืนมองตามหลังลูกสาว เห็นความน่ารักความสดใสของลูกเธอก็มีความสุขและไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ตังเมเป็นความสดใสและเป็นโลกทั้งใบของเธอจริง ๆ ต้องของคุณสวรรค์ที่มอบเด็กคนนี้ให้เธอ ลูกสาวของเธอเข้มแข็งมากแม้จะเคยเจอเรื่องที่เสียใจแต่ตังเมก็ยังเป็นเด็กที่ยิ้มเก่งและมองสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องที่ดีเสมอ
‘รูปของพ่อ’ วันนี้มินตราสัญญากับลูกสาวไว้ว่าจะเอารูปพ่อไตรให้ตังเมดู พอมานึกย้อนกลับไปมันก็เป็นเวลานานถึงหนึ่งปีที่ตังเมไม่ได้เจอหน้าพ่อแท้ ๆ ของตัวเองเลย มินตราไม่เคยห้ามถ้าลูกจะอยากโทรหาพ่อหรืออยากพูดคุยกับเธอเกี่ยวกับพ่อ แต่ตังเมก็ไม่เคยถามเพราะลึก ๆ ยังกลัวพ่อไตรอยู่ มินตราเข้าใจถ้าลูกจะไม่กล้าเอ่ยถึงพ่อเพราะกลัว แต่ที่เธอไม่เข้าใจและรับไม่ได้คือคนเป็นพ่อไม่เคยโทรมาหา ไม่เคยเดินทางมาหา ไม่เคยสนใจมาดูดำดูดีลูกของตัวเองเลยสักครั้ง
“การส่งของมาให้ ไม่ได้แปลว่าเป็นห่วงนะคะ”
กล่องพัสดุกล่องใหญ่นี้ถูกส่งมาจากไตรรัตน์ คนที่ยังอยู่ในสถานะสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเธอ และเขาคือพ่อผู้ให้กำเนิดตังเม สำหรับไตรรัตน์มันคือความผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เด็กคนนี้เกิดมาแต่สำหรับมินตรา ลูกคือของขวัญไม่ใช่ความผิดพลาดและการที่เธอรักเขาในวันนั้นก็ไม่ใช่ความผิดพลาดเช่นกัน...
“บ้านตุ๊กตา ว้าว” เสียงตื่นเต้นของตังเมทำเอาคนเป็นแม่ต้องฉีกยิ้มกว้างตามลูกสาวไปด้วย ตังเมดีใจมากเมื่อรู้ว่าของชิ้นนี้เป็นของตัวเองแต่ดีใจมากกว่าที่รู้ว่าคนที่ส่งบ้านตุ๊กตามาให้คือพ่อไตร คนที่ลูกคิดถึงแต่ไม่กล้าเอ่ยชื่อพ่อของตัวเองออกมา ไม่กล้าแม้แต่จะคุยกับพ่อ
“ตังเมชอบไหมคะ”
“ชอบมากค่ะแม่มิน” ยิ้มจนตาหยีขนาดนั้นไม่ต้องบอกมินตราก็พอจะมองออกว่าตังเมชอบของเล่นชิ้นนี้มาก
“ตังเมอยากดูรูปพ่อไตรไหมคะ”
“...” เด็กน้อยที่กำลังเล่นสนุกกับของเล่นชิ้นใหม่ต้องชะงักทุกอย่างเอาไว้เมื่อได้ยินคำถามจากแม่มิน ตังเมนิ่งใช้ความคิดก่อนจะพยักหน้าออกมาแทนคำตอบ เธอกำลังเห่อของเล่นชิ้นใหม่แต่การอยากเห็นหน้าของพ่อกลับมีมากกว่า ของเล่นเอาไว้ก่อนก็ได้เพราะยังไงของเล่นก็คงไม่หนีเธอไปไหนหรอก
“โอเคค่ะ” มินตรานั่งขัดสมาธิแล้วตบมือลงบนตักของตัวเองเพื่อเป็นการบอกให้ตังเมมานั่งบนตักของแม่ ทางด้านลูกสาวก็รู้งานรีบวางตุ๊กตาลงแล้วเดินมาหย่อนตัวนั่งบนตักเอนหลังพิงหน้าอกของแม่ตามความเคยชิน
การได้อยู่กับลูกแบบนี้คือความใกล้ชิดที่แผ่กระจายความอบอุ่นออกมาล้อมรอบสองแม่ลูกเอาไว้ แม้ตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาตังเมจะไม่ได้คุยกับพ่อ ไม่ได้เจอหน้าพ่อ แต่มินตรามั่นใจว่าลูกไม่เคยขาดความอบอุ่น เพราะเธอจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างและเป็นพื้นที่ปลอดภัยของตังเมจะไม่ยอมให้อะไรมาทำร้ายความรู้สึกของลูก
“คนนี้พะ...” นิ้วชี้เล็ก ๆ จิ้มไปที่รูปผู้ชายใส่ชุดสูทและยืนอยู่ข้าง ๆ แม่มิน
“พ่อไตร ใช่แล้วค่ะ” มินตราช่วยพูดเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตังเมว่าเธอเข้าใจถูกแล้ว คนนี้คือพ่อไตรและอยากเสริมความกล้าให้ลูกสาวเอ่ยชื่อของคนเป็นพ่อออกมา
นานนับปีที่ตังเมไม่กล้าพูดชื่อพ่อของตัวเองเต็ม ๆ เหมือนกับว่าขาดความมั่นใจในการพูดคำว่าพ่อ ความกลัวในวันนั้นยังอยู่ ความเสียใจที่ได้ยินพ่อบอกว่าไม่ใช่ลูกยังสร้างบาดแผลให้ตังเม บาดแผลที่วันนี้ได้เลือนรางลงไปมากแล้วแต่ความรู้สึกที่ฝังอยู่ในใจยังไม่เลือนหาย
มินตราเจ็บปวดทุกครั้งที่เห็นตังเมค้างคำว่าพ่อเอาไว้ ลูกเจ็บแล้วเธอจะไม่เจ็บไปกับลูกได้ยังไง ไม่รักเธอยังพอทน แต่เขาพูดเหมือนกับว่าไม่รักลูกเธอไม่สามารถทนได้จริง ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอขอแยกทางกับไตรรัตน์
“ตังเมจำหน้าพ่อไตรได้แล้วใช่ไหมคะ” เอ่ยถามลูกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและปล่อยให้ตังเมถือโทรศัพท์ของเธอเอาไว้ ลูกคงอยากมองหน้าพ่อนาน ๆ
“จำได้แล้วค่ะ หล่อนะคะ”
“หือ? รู้ด้วยเหรอคะว่าแบบไหนเรียกว่าหล่อ”
“รู้สิคะ แม่มินคือคนสวย แล้วนี่” ใช้นิ้วจิ้มที่รูปของไตรรัตน์ “แบบนี้คือคนหล่อค่ะ”
“แม่เข้าใจแล้วค่ะ แม่มินสวย พ่อไตรหล่อ อย่างนี้ใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ คิก ๆ” แน่ะ ตอบใช่แล้วหัวเราะแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่เจ้าตัวเล็ก แต่เอาเถอะมินตราเข้าใจความหมายที่ตังเมต้องการจะสื่อ ลูกของเธอตอนนี้อายุ 4 ขวบแล้วและก็คงเหมือนเด็กคนอื่น ๆ ที่ไม่ว่าจะมีอีกกี่ล้านคนบนโลกใบนี้ก็ตาม พ่อและแม่คือคนที่สวยที่สุดหล่อที่สุดเสมอ เป็นที่สุดในทุกอย่างของลูก
หนึ่งปีต่อมา“สวยครับลูก สวยมาก” คำชมที่ออกมาจากปากของไตรรัตน์ไม่หยุดเพราะลูกและเมียของเขาสวยจริง ๆ และวันนี้ต้องชมตังเมเป็นพิเศษสักหน่อย เนื่องในโอกาสลูกสาวของเขาเรียนจบอนุบาล 3 แล้ว ตังเมตื่นเต้นมาก ๆ ที่ตัวเองได้ใส่ชุดบัณฑิตน้อย“พ่อไตรขา ตังเมอยากถ่ายรูปรวมค่ะ” เห็นคนอื่นได้ถ่ายรวมกับพ่อแม่ ตังเมเลยอยากจะถ่ายรวมบ้างและเรื่องนี้ไตรรัตน์กับมินตราก็ต้องการเหมือนกัน ก็แหม ลูกสาวของเราไม่ได้จะเรียนจบอนุบาล 3 บ่อย ๆ นี่นา เรื่องน่ายินดีแบบนี้ก็ต้องเก็บภาพความทรงจำเอาไว้และรูปนี้จะต้องได้ติดอยู่บนฝาผนังบ้านด้วย“มา ๆ เดี๋ยวป้าหวีคนนี้จะถ่ายรูปให้เอง” คุณฉวีคุณป้าบ้านตรงข้ามที่ไตรรัตน์ไหว้วานให้คอยดูแลมินตราและตังเม วันนี้ไตรรัตน์เลยถือโอกาสชวนคุณฉวีมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวของเขาด้วย“ป้าละเสียดายที่งานนี้จัดเร็วไปหน่อย ถ้าเลื่อนไปอีกสักสามเดือนได้คงจะดี เจ้าตัวน้อยในท้องหนูมินจะได้ออกมาถ่ายรูปรวมด้วยกัน” คุณฉวีแอบบ่นขณะที่ช่วยกดถ่ายภาพครอบครัวน่ารัก ๆ ให้ตังเม“มินก็เสียดายค่ะ” มินตรายกมือขึ้นมาลูบที่ท้องของตัวเองโดยมีมือของไตรรัตน์มาประกบทับด้านบน ทั้งสองมองไปยังท้องกลมโตที่ในนั้นมี
“ตังเมอายุเท่าไหร่ลูก” โทนเสียงที่แจ่มชัดขึ้น เมื่อได้เห็นหน้าหลานใกล้ ๆ และได้คุยกับหลานทำให้หัวใจของไตรภพกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากนี่จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เขาก็พร้อมแล้วที่จะจากไป“ตังเมอายุ 4 ขวบค่ะ” ภูมิใจกับอายุของตัวเองมากเพราะนี่เป็นการบอกว่าตังเมโตขึ้นแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก 3 ขวบแล้วค่ะ“คุณปู่อายุเท่าไหร่คะ”โถลูก ทั้งมินตราและไตรรัตน์ต่างพากันฉีกยิ้มออกกว้างเพราะเอ็นดูคำถามของลูกสาว ดูสิ มีถามปู่กลับด้วยนะว่าอายุเท่าไหร่ แล้วปู่จะจำได้ไหมนะ“ปู่ จำไม่ได้แล้วลูก” หากจำได้ก็เก่งแล้ว ล่าสุดที่ไตรภพรู้คือเขาอายุ 60 ปี แต่ก็ไม่รู้ว่าอายุ 60 มากี่ปีแล้วเรื่องนี้คงต้องถามยอดคนที่ดูแลเขาทุกวัน“คุณปู่ต้องอายุเยอะมาก ๆ แน่เลยค่ะ” เป็นการสันนิษฐานที่ถูกต้องมาก ก็นะ ปู่ต้องอายุมากกว่าตัวเองอยู่แล้วแหละตังเม“ตังเมชอบบ้านหลังนี้ไหม”คนเป็นปู่ที่โดนหลานสาวตกเข้าให้ ตอนนี้อยากยกทุกอย่างให้ตังเมทั้งหมด เสียดายนะที่ไม่มีเวลาเหลือให้เขาได้เฝ้าดูตังเมเติบโต แต่แค่วันนี้ก็มากพอแล้ว ขอบคุณไตรรัตน์ที่ยังมีเมตตาให้พ่อคนนี้บ้าง ขอบคุณที่พาหลานมาพบเขา“อืม...” ต้องขอเวลาคิดสักหน่อย“ถ้ามีพ่อไตรกั
“เราจะผ่านช่วงเวลานั้นไปด้วยกันค่ะพี่ไตร เราทั้งสามคน” ความน่ารักของเธอทำให้ไตรรัตน์อดไม่ได้ที่จะดึงร่างบางเข้ามากอด เขากอดเธอแนบแน่นซุกใบหน้าเข้าหากลุ่มผมนุ่มหอม ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เธอเป็นเมีย“พี่รักมินนะ ขอบคุณที่อยู่กับพี่เสมอ”บ้านไตรภพเสียงเปียโนที่ถูกอัดเป็นไฟล์คลิปเสียงในสมัยที่ครั้งหนึ่งเจ้าของบ้านอย่างไตรภพมักจะชอบเล่นเปียโนยามที่เขาว่าง เล่นเพื่อความผ่อนคลายและพักสมองจากการเล่นการเมือง ทุกเพลงที่เขาเล่นได้ถูกสั่งให้พ่อบ้านบันทึกเสียงเก็บเอาไว้เพื่อใช้เปิดในช่วงเวลาที่คฤหาสน์หลังนี้เงียบเหงาและคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้เปิดใช้บ่อยมากกว่าที่คิดไตรรัตน์มองภาพถ่ายคฤหาสน์หลังใหญ่โต ซึ่งก็เป็นหลังที่เขากำลังยืนอยู่ข้างเตียงเจ้าของบ้านอยู่ตอนนี้ ในใจก็คิดนะ ว่าผู้ป่วยบนเตียงหรูหรานอนมองภาพนี้ทั้งวันไปเพื่ออะไร หรือว่าภาพนี้คือความภูมิใจที่สุดในชีวิต ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นเพราะมันคือหลักฐานแสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวยและการมีอำนาจของไตรภพทว่า ไตรรัตน์มองว่ามันคือภาพตลกร้ายเสียมากกว่า แทนที่จะมีความสุขไฉนเลยถึงเห็นแต่คนนอนอมทุกข์แสนเดียวดายไร้ลูกหลานที่เขารักนักหนามาดูแล“คุณปู่” เสียง
“เขาเป็นอะไรครับ” ไตรรัตน์เริ่มถาม ครั้งสุดท้ายที่เขารู้เกี่ยวกับชีวิตผู้ชายคนนั้นคือตอนที่ไตรภพประกาศลาออกจากตำแหน่งในพรรคการเมือง เหมือนจะให้เหตุผลว่าต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบที่บ้าน หึ สงสัยจะไม่ใช้การเกษียณที่เต็มใจคงเป็นเพราะความจำเป็นเสียมากกว่า“นายท่านป่วยครับ ตรวจพบเนื้องอกในสมอง ด้วยขนาดที่ใหญ่เท่าลูกกอล์ฟทีมแพทย์เกรงว่านายท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็พากันยื้อไว้จนสุดความสามารถแล้วครับ” ความโศกเศร้าสะท้อนผ่านดวงตาทั้งสองข้างของยอด ชายคนนี้คงเป็นคนที่บิดาของไตรรัตน์ไว้ใจมากและได้อยู่ใกล้ชิดมากแน่ ไม่งั้นคงไม่มีความผูกพันจนคนนอกอย่างมินตราสัมผัสได้ขนาดนี้“นายท่านมีเรื่องอยากพูดกับคุณไตรรัตน์จริง ๆ นะครับ” ครั้งนี้ยอดแทบจะไหว้ขอร้องไตรรัตน์อยู่แล้วเพราะกลัวบุตรชายของเจ้านายจะรั้นไม่ยอมไป“เอาเป็นว่าผมรับทราบเรื่องที่คุณมาแจ้งแล้วครับ ขอบคุณมาก ส่วนเรื่องที่เขาอยากให้ผมไปพบนั้น ขอไม่รับปากนะครับ ผมของพิจารณาก่อน”“แต่คุณไตรรัตน์ครับ นายท่านอยากพบคุณมากจริง ๆ นะครับ ถือว่าเห็นแก่...”“ก็เห็นแก่เขาอยู่นี่ไงครับ ผมถึงได้ยังใจเย็นยอมรับฟังเรื่อ
มินตราเองก็ยังตามสถานการณ์ไม่ทันแต่คิดว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ อีกทั้งชายคนนั้นก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ทำไมสามีของเธอถึงได้มีท่าทีต่อต้าน ทำเหมือนกับว่าไม่ต้องการสนทนากับผู้ชายคนนี้อีก แล้วที่เกิดความสงสัยอีกเรื่องนั้นก็คือ...ไตรภพคือใคร ชื่อคล้องจองกับชื่อของไตรรัตน์มาก“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ไตร” มินตราขืนมือของตัวเองเอาไว้และเปลี่ยนเป็นจับแขนของไตรรัตน์แทน เธอต้องการรั้งให้เขาหยุดเดินก่อนและไตรรัตน์ก็ยอมหยุด เขาเงยหน้าขึ้นหลับตาแล้วผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ เมื่อรู้ตัวว่าต้องตอบความสงสัยของภรรยา ต่อให้ไม่อยากเอ่ยถึงบุคคลนั้นแต่ถ้าเป็นความต้องการที่จะรู้ของมินตราเขาก็ต้องยอมตอบ“คนที่ชื่อไตรภพ คือใครเหรอคะ” เพราะชื่อนี้ทำให้สามีของเธอมีอารมณ์ขุ่นมัวแทบจะทันที แปลว่าคนที่ชื่อไตรภพต้องมีผลต่อความรู้สึกของไตรรัตน์แน่ และเธอจะขอคิดไปเองก่อนเลยว่าไตรภพต้องเป็นพ่อสามีของเธอ“พ่อของพี่ คุณปู่ของตังเม” ไตรรัตน์ตอบความจริงออกไป และแอบรู้สึกผิดต่อเมียและลูกอยู่ในใจเพราะเขาไม่ค่อยได้เอ่ยถึงบิดาของเขาให้มินตราได้รู้มากนัก แม้กระทั่งชื่อเขาก็ไม่เอ่ยออกมา และสงสารตังเมที่ไม่รู้ว่าตัวเองก็มีคุณปู่เหมือนเด็กคนอื
“สวัสดีค่ะ บูธของแยมตัวมัมยินดีต้อนรับคุณลูกค้าค่า วันนี้วันสุดท้ายแล้วน้าค้า ตังเมแจกกุหลาบด้วยค่ะ”เสียงแม่ค้าตัวน้อยถือธงสีชมพูน่ารักโบกไปมาอยู่ที่หน้าบูธของตัวเอง โดยมีแม่มินยืนยิ้มมองดูยัยลูกสาวคึกอยากจะเป็นแม่ค้าใจดี ลด แลก แจก แถมในวันสุดท้ายของงานพฤกษศาสตร์นอกจากแม่ที่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างหลังยังมีพ่อไตรที่ทำหน้าที่ไลฟ์สดโชว์ความน่ารักของลูกสาว ในไลฟ์มีผู้ชมเข้ามากดติดตามเพจสวนกุหลาบของมินตราและตังเมคาเฟ่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ต่างก็พากันชมว่าแม่ค้าตัวน้อย เสียงใสแจ๋วขายของก็เก่งแถมยังน่ารักอีก อ้อนลูกค้าก็เป็น น่ารักน่าเอ็นดูมากอยากขอสมัครเป็นFC“ซื้อครบทุกรส แจกกุหลาบ 1 ต้นเลยน้าค้า”ตังเมวิ่งไปที่กลุ่มต้นกุหลาบที่ปลูกในกระถาง ซึ่งตอนนี้มีเหลือเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น ชี้นิ้วให้ท่านผู้ชมในไลฟ์สดได้เห็นความสวยงามของกุหลาบที่แม่มินเป็นคนปลูกเองทุกต้น“ตังเมรดน้ำพี่กุหลาบเองด้วยค่ะ” แม่มินปลูกส่วนตังเมเป็นคนรดน้ำต้นกุหลาบก็เลยสวยงามอย่างที่เห็น‘ก็ต้องยกความดีให้ลูกหน่อยแหละเนาะ’มินตราคิดอย่างขบขันในใจ เริ่มกลัวว่ากุหลาบจะน้อยเกินไปซะแล้วสิเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานมินตราจึงนำก







![ตามรักคืนใจ [ลูกแฝด]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)