Home / โรแมนติก / ก่อนที่ใจจะหมดรัก / ตอนที่ 3 ความทรงจำสีจาง ๆ ของลูก

Share

ตอนที่ 3 ความทรงจำสีจาง ๆ ของลูก

last update Last Updated: 2026-03-08 12:37:18

“แปลงนี้พร้อมส่งสัปดาห์หน้านะคะ มินรบกวนลุงเอี่ยมเฝ้าระวังแปลงนี้เป็นพิเศษให้มินทีค่ะ”

ความสวยงามของผลผลิตที่มินตราเฝ้าประคบประหงมดูแลด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ วันที่ดอกกุหลาบสายพันธุ์ชัวร์เอมมานูเอลพร้อมส่งให้ลูกค้า ดอกกุหลาบเชื้อสายฝรั่งเศส มีสีชมพูสดน่ารักนอกจากความสวยงามแล้วยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ สร้างความสดชื่นได้อีกด้วย  

กุหลาบสายพันธุ์นี้เป็นลูกรักของมินตราเจ้าของสวนกุหลาบ TM Rose (ทีเอ็มโรส) จุดเริ่มต้นที่ทำให้มินตราอยากมีสวนกุหลาบเป็นของตัวเองก็เพราะเจ้าชัวร์เอมมานูเอล ดอกสีชมพูน่ารักที่ทำให้เธอตกหลุมรักตั้งแต่ความน่ารักของช่อดอกไปจนถึงกลิ่นหอม ๆ ของมัน

“ได้ครับคุณมิน แล้วกระถางนี้ให้ลุงเอาไปตั้งที่ตังเมคาเฟ่ไหมครับ หรือคุณมินจะเอากลับไปที่บ้าน”

ลุงเอี่ยมเอ่ยถามอย่างรู้ใจและรู้ว่ามินตราชอบดอกกุหลาบสายพันธุ์นี้มาก เวลาเจอต้นที่ถูกใจและกำลังผลิยอดดอกตูมออกมามินตรามักจะนำกลับไปลงดินที่บ้าน หรือบางครั้งก็จะนำไปตกแต่งตังเมคาเฟ่ร้านกาแฟที่มินตราเป็นเจ้าของ

ลุงเอี่ยมทำงานในสวนกุหลาบของมินตรามาตั้งแต่เจ้านายคนสวยริเริ่มอยากทำสวนกุหลาบเป็นของตัวเอง เดิมทีที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินของญาติลุงเอี่ยมมาก่อน แต่ด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจทำให้เจ้าของเดิมจำใจขายที่ดินตรงนี้ในราคาที่เรียกว่าถูกจนอีกนิดเดียวก็จะยกให้ฟรี ๆ แล้ว และเป็นจังหวะที่มินตราเดินทางมาพบเข้า เพียงแค่แว๊บเดียวที่ได้เห็นมินตราก็รู้สึกถูกชะตาที่ดินตรงนี้มากและตัดสินใจใช้เงินเก็บที่ตัวเองเหลือติดตัวซื้อที่ดินผืนนี้เอาไว้ สิ่งแรกที่มินตราตั้งใจทำคือเปิดคาเฟ่และเธอก็ทำสำเร็จ

หลังจากเปิดตังเมคาเฟ่ได้ระยะหนึ่ง มินตราเห็นพื้นที่ยังพอเหลือที่จะทำสวนกุหลาบเล็ก ๆ เอาไว้ชมเองและให้ลูกค้าที่มาใช้บริการในคาเฟ่ได้ชมหวิวสวย ๆ จากดอกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ นอกจากจะจัดสวนให้สวยเพื่อลูกค้าแล้วเธอก็ยังเปิดขายต้นกุหลาบราคาน่ารักให้ลูกค้าด้วย จากขายให้ลูกค้าในคาเฟ่ก็เริ่มขยับขยายส่งให้ตามร้านค้าปลีกและบริษัทจัดแต่งสวนต่างๆ

เหตุนี้เองจึงทำให้เธอได้ทำความรู้จักกับลุงเอี่ยมมากยิ่งขึ้นเพราะลุงเอี่ยมปลูกบ้านอยู่ใกล้ ๆ ที่ดินของเธอและลุงเอี่ยมยังมีความรู้เรื่องการเพาะชำเป็นอย่างดีจะเรียกว่าชำนาญเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ มินตราจึงได้ขอร้องให้ลุงเอี่ยมช่วยให้ความรู้เรื่องการเพาะชำการดูแลกุหลาบกับเธอ จากขอความรู้ก็เป็นขอจ้างให้ลุงเอี่ยมเข้ามาทำงานเป็นคนดูแลสวนให้ตัวเองซะเลย

“กระถางนี้ช่อดอกสวยมาก ๆ เลยลุงเอี่ยม อืม...มินว่าเอาไปตั้งที่คาเฟ่ดีกว่าค่ะ เผื่อลูกค้าสนใจ”

“โอเคครับ เดี๋ยวลุงเอาไปจัดมุมให้สวย ๆ แล้วก็จะเอาต้นอื่นติดไปด้วยสักสี่ห้ากระถาง” ลุงเอี่ยมเป็นแบบนี้เสมอ นอกจากจะเป็นคนดูแลสวนที่เก่งแล้วยังเป็นผู้แนะนำที่ดีให้กับมินตรา อะไรที่ลุงเอี่ยมมองว่าดีก็จะรีบเสนอส่วนมินตราจะเก็บไปพิจารณาต่อหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้านายคนเก่งจะตัดสินใจ

“ขอบคุณค่ะลุง อ้อ มินฝากเอาแคคตัสกระถางละ 20 บาทไปเติมที่ชั้นหน้าคาเฟ่หน่อยนะคะ เมื่อวานตอนปิดร้านมีลูกค้ามาเหมาไปเกือบหมดเลยค่ะ”

“รับทราบครับ เดี๋ยวลุงจัดการให้เรียบร้อยคุณมินวางใจได้”

“จ้า ขอบคุณค่ะลุงเอี่ยม” มินตรายิ้มรับพร้อมโบกมือให้ลุงเอี่ยมที่ขอตัวกลับไปทำงานของตัวเองต่อ รอยยิ้มแห่งความสบายใจเกิดขึ้นทุกครั้งที่เธอกำลังมีความสุขกับปัจจุบัน แม้จะผ่านเหตุการณ์แย่ ๆ มาแต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก

“ตังเมขา ทำอะไรอยู่คะ”

หลังจัดแจงงานเรียบร้อยก็ได้เวลาที่เธอต้องพาลูกสาวขับรถเข้าเมืองไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน ทว่า ท่าทางของตังเมดูแปลกไปจากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนมาก ตอนแรกมินตรายังเห็นตังเมวิ่งเล่นกับผีเสื้อในสวนอยู่เลยแล้วเกิดอะไรขึ้นลูกสาวของเธอถึงได้ยืนมองพื้นดินนิ่ง ในมือกำไม้ก้านเล็ก ๆ เอาไว้

“ตังเมคะ” เดินเข้าไปหาลูกสาวแล้วย่อตัวนั่งชันเข่าเพื่อให้ระดับความสูงอยู่เท่ากับตัวของตังเม

“เป็นอะไรไปคะคนเก่งของแม่”

“ตังเมจำไม่ได้ค่ะแม่มิน” หันมาตอบคนเป็นแม่ด้วยดวงตาเศร้าสร้อยแล้วหันกลับไปมองที่พื้นอีกครั้ง มินตราที่ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเข้าใจสิ่งที่ลูกบอกจึงมองตามสายตาของตังเม

“วาดรูปอะไรเหรอคะ”

สิ่งที่ลูกสาวของเธอกำลังมองอยู่นั้นทำให้มินตราได้คำตอบแล้วว่าตังเมทำอะไรอยู่ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาหา บนพื้นดินมีรอยขีด ๆ เขียน ๆ เหมือนว่าตังเมใช้ก้านไม้จากกิ่งไม้แห้ง ๆ ที่เธอถืออยู่ใช้แทนดินสอแล้วให้พื้นดินแทนกระดาษ ลูกสาวของเธอกำลังวาดรูป

“ตังเมวาดภาพครอบครัวค่ะ คนนี้ตังเม คนนี้แม่มิน คนนี้...” ขณะที่บอกว่ารูปที่วาดนั้นเป็นตัวแทนของใครบ้าง มือน้อย ๆ ก็จับไม้ชี้ไปที่รูปนั้นด้วย เริ่มจากรูปคนที่ตัวเล็กสุด ซึ่งตังเมตั้งใจวาดออกมาเป็นตัวแทนของเธอและคนที่ยืนอยู่ข้างขวาเป็นมินตรา แน่นอนว่าต้องหมายถึงแม่เพราะตังเมวาดกระโปรงให้ด้วย

แต่แล้วไม้ที่ชี้ไปยังอีกคนที่ยืนอยู่ข้างซ้ายของตังเมก็ต้องค้างไว้แน่นิ่ง ริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างคนไม่มั่นใจว่าเธอเข้าใจถูกหรือไม่หรือควรจะเปล่งคำนั้นออกมาหรือเปล่า ดวงตากลมทอดมองไปยังรูปวาดที่เป็นตัวแทนของคนที่ตังเมกำลังคิดถึง คนที่ติดอยู่ในความทรงจำ

“พะ พะ...” คำสั้น ๆ ที่เอ่ยออกมาแสนยากเย็นและซ่อนเร้นความเจ็บปวดราวกับมีของแหลม ๆ ทิ่มแทงทุกครั้งเมื่อตังเมคิดถึงและอยากจะพูดคำนั้นออกมา เด็กน้อยยังไม่รู้ประสา ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ตัวเองเป็นทุกครั้งเรียกว่าความเจ็บปวด ความเสียใจที่เกิดจากคำพูดเพียงไม่กี่คำของคนที่พูดโดยไม่คิด ความทรงจำเมื่อหนึ่งปีที่แล้วทำให้เธอกลัวและยังเกาะติดฝังอยู่ในใจไม่ลืมเลือน

“พ่อไตร ใช่ไหมคะ” มินตราพูดกับลูกด้วยเสียงนุ่มนวล เธอระบายยิ้มทั้งดวงตาแม้ในหัวใจจะบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออกก็ตาม หยดน้ำตามากมายเกิดขึ้นภายในจิตใจแต่ต้องห้ามเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมาต่อหน้าลูกสาว สงสารตังเมเหลือเกิน

“ค่ะ” เด็กน้อยพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหันกลับไปมองที่รูปนั้นอีกครั้งแล้วหันกลับมาหาคนเป็นแม่

“ตังเมคิดถึงได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ” คำตอบนี้ได้สร้างรอยยิ้มกว้างออกมาจากใบหน้าจิ้มลิ้มของตังเม

‘โถลูกสาวของแม่’ คำถามที่ใสซื่อนั้นทำให้มินตราอดที่จะดึงลูกเข้ามาสู่อ้อมกอดของเธอไม่ได้ อ้อมกอดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักของเธอจะเป็นของตังเมเสมอและมินตราก็รู้ว่ามันยังไม่พอในความต้องการของลูก

ต่อให้เธอทุ่มเทความรักให้ตังเมมากเพียงใด มินตราก็รู้อยู่เสมอว่าตังเมต้องการความรักจากพ่อ เพราะลูกรู้ว่ายังมีพ่ออยู่บนโลกใบนี้และตังเมก็ไม่เคยร้องขอให้เธอพาไปหาพ่อเลยสักครั้ง แม้จะคิดถึงพ่อมากแต่ก็ยังกลัวสายตาที่เคยมองด้วยความโกรธอยู่

ทำเพียงครั้งเดียวแต่สร้างความทรงจำที่เลวร้ายไม่มีวันลืม

“ตังเมจำหน้า...ไม่ได้ แม่มินมีรูปไหมคะ”

“มีค่ะ เดี๋ยวเรากลับบ้านไปดูรูปกันนะคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 6

    หนึ่งปีต่อมา“สวยครับลูก สวยมาก” คำชมที่ออกมาจากปากของไตรรัตน์ไม่หยุดเพราะลูกและเมียของเขาสวยจริง ๆ และวันนี้ต้องชมตังเมเป็นพิเศษสักหน่อย เนื่องในโอกาสลูกสาวของเขาเรียนจบอนุบาล 3 แล้ว ตังเมตื่นเต้นมาก ๆ ที่ตัวเองได้ใส่ชุดบัณฑิตน้อย“พ่อไตรขา ตังเมอยากถ่ายรูปรวมค่ะ” เห็นคนอื่นได้ถ่ายรวมกับพ่อแม่ ตังเมเลยอยากจะถ่ายรวมบ้างและเรื่องนี้ไตรรัตน์กับมินตราก็ต้องการเหมือนกัน ก็แหม ลูกสาวของเราไม่ได้จะเรียนจบอนุบาล 3 บ่อย ๆ นี่นา เรื่องน่ายินดีแบบนี้ก็ต้องเก็บภาพความทรงจำเอาไว้และรูปนี้จะต้องได้ติดอยู่บนฝาผนังบ้านด้วย“มา ๆ เดี๋ยวป้าหวีคนนี้จะถ่ายรูปให้เอง” คุณฉวีคุณป้าบ้านตรงข้ามที่ไตรรัตน์ไหว้วานให้คอยดูแลมินตราและตังเม วันนี้ไตรรัตน์เลยถือโอกาสชวนคุณฉวีมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวของเขาด้วย“ป้าละเสียดายที่งานนี้จัดเร็วไปหน่อย ถ้าเลื่อนไปอีกสักสามเดือนได้คงจะดี เจ้าตัวน้อยในท้องหนูมินจะได้ออกมาถ่ายรูปรวมด้วยกัน” คุณฉวีแอบบ่นขณะที่ช่วยกดถ่ายภาพครอบครัวน่ารัก ๆ ให้ตังเม“มินก็เสียดายค่ะ” มินตรายกมือขึ้นมาลูบที่ท้องของตัวเองโดยมีมือของไตรรัตน์มาประกบทับด้านบน ทั้งสองมองไปยังท้องกลมโตที่ในนั้นมี

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 5

    “ตังเมอายุเท่าไหร่ลูก” โทนเสียงที่แจ่มชัดขึ้น เมื่อได้เห็นหน้าหลานใกล้ ๆ และได้คุยกับหลานทำให้หัวใจของไตรภพกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากนี่จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เขาก็พร้อมแล้วที่จะจากไป“ตังเมอายุ 4 ขวบค่ะ” ภูมิใจกับอายุของตัวเองมากเพราะนี่เป็นการบอกว่าตังเมโตขึ้นแล้วนะ ไม่ใช่เด็ก 3 ขวบแล้วค่ะ“คุณปู่อายุเท่าไหร่คะ”โถลูก ทั้งมินตราและไตรรัตน์ต่างพากันฉีกยิ้มออกกว้างเพราะเอ็นดูคำถามของลูกสาว ดูสิ มีถามปู่กลับด้วยนะว่าอายุเท่าไหร่ แล้วปู่จะจำได้ไหมนะ“ปู่ จำไม่ได้แล้วลูก” หากจำได้ก็เก่งแล้ว ล่าสุดที่ไตรภพรู้คือเขาอายุ 60 ปี แต่ก็ไม่รู้ว่าอายุ 60 มากี่ปีแล้วเรื่องนี้คงต้องถามยอดคนที่ดูแลเขาทุกวัน“คุณปู่ต้องอายุเยอะมาก ๆ แน่เลยค่ะ” เป็นการสันนิษฐานที่ถูกต้องมาก ก็นะ ปู่ต้องอายุมากกว่าตัวเองอยู่แล้วแหละตังเม“ตังเมชอบบ้านหลังนี้ไหม”คนเป็นปู่ที่โดนหลานสาวตกเข้าให้ ตอนนี้อยากยกทุกอย่างให้ตังเมทั้งหมด เสียดายนะที่ไม่มีเวลาเหลือให้เขาได้เฝ้าดูตังเมเติบโต แต่แค่วันนี้ก็มากพอแล้ว ขอบคุณไตรรัตน์ที่ยังมีเมตตาให้พ่อคนนี้บ้าง ขอบคุณที่พาหลานมาพบเขา“อืม...” ต้องขอเวลาคิดสักหน่อย“ถ้ามีพ่อไตรกั

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 4

    “เราจะผ่านช่วงเวลานั้นไปด้วยกันค่ะพี่ไตร เราทั้งสามคน” ความน่ารักของเธอทำให้ไตรรัตน์อดไม่ได้ที่จะดึงร่างบางเข้ามากอด เขากอดเธอแนบแน่นซุกใบหน้าเข้าหากลุ่มผมนุ่มหอม ช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เธอเป็นเมีย“พี่รักมินนะ ขอบคุณที่อยู่กับพี่เสมอ”บ้านไตรภพเสียงเปียโนที่ถูกอัดเป็นไฟล์คลิปเสียงในสมัยที่ครั้งหนึ่งเจ้าของบ้านอย่างไตรภพมักจะชอบเล่นเปียโนยามที่เขาว่าง เล่นเพื่อความผ่อนคลายและพักสมองจากการเล่นการเมือง ทุกเพลงที่เขาเล่นได้ถูกสั่งให้พ่อบ้านบันทึกเสียงเก็บเอาไว้เพื่อใช้เปิดในช่วงเวลาที่คฤหาสน์หลังนี้เงียบเหงาและคาดไม่ถึงเลยว่าจะได้เปิดใช้บ่อยมากกว่าที่คิดไตรรัตน์มองภาพถ่ายคฤหาสน์หลังใหญ่โต ซึ่งก็เป็นหลังที่เขากำลังยืนอยู่ข้างเตียงเจ้าของบ้านอยู่ตอนนี้ ในใจก็คิดนะ ว่าผู้ป่วยบนเตียงหรูหรานอนมองภาพนี้ทั้งวันไปเพื่ออะไร หรือว่าภาพนี้คือความภูมิใจที่สุดในชีวิต ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นเพราะมันคือหลักฐานแสดงถึงความมั่งคั่งร่ำรวยและการมีอำนาจของไตรภพทว่า ไตรรัตน์มองว่ามันคือภาพตลกร้ายเสียมากกว่า แทนที่จะมีความสุขไฉนเลยถึงเห็นแต่คนนอนอมทุกข์แสนเดียวดายไร้ลูกหลานที่เขารักนักหนามาดูแล“คุณปู่” เสียง

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 3

    “เขาเป็นอะไรครับ” ไตรรัตน์เริ่มถาม ครั้งสุดท้ายที่เขารู้เกี่ยวกับชีวิตผู้ชายคนนั้นคือตอนที่ไตรภพประกาศลาออกจากตำแหน่งในพรรคการเมือง เหมือนจะให้เหตุผลว่าต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบที่บ้าน หึ สงสัยจะไม่ใช้การเกษียณที่เต็มใจคงเป็นเพราะความจำเป็นเสียมากกว่า“นายท่านป่วยครับ ตรวจพบเนื้องอกในสมอง ด้วยขนาดที่ใหญ่เท่าลูกกอล์ฟทีมแพทย์เกรงว่านายท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็พากันยื้อไว้จนสุดความสามารถแล้วครับ” ความโศกเศร้าสะท้อนผ่านดวงตาทั้งสองข้างของยอด ชายคนนี้คงเป็นคนที่บิดาของไตรรัตน์ไว้ใจมากและได้อยู่ใกล้ชิดมากแน่ ไม่งั้นคงไม่มีความผูกพันจนคนนอกอย่างมินตราสัมผัสได้ขนาดนี้“นายท่านมีเรื่องอยากพูดกับคุณไตรรัตน์จริง ๆ นะครับ” ครั้งนี้ยอดแทบจะไหว้ขอร้องไตรรัตน์อยู่แล้วเพราะกลัวบุตรชายของเจ้านายจะรั้นไม่ยอมไป“เอาเป็นว่าผมรับทราบเรื่องที่คุณมาแจ้งแล้วครับ ขอบคุณมาก ส่วนเรื่องที่เขาอยากให้ผมไปพบนั้น ขอไม่รับปากนะครับ ผมของพิจารณาก่อน”“แต่คุณไตรรัตน์ครับ นายท่านอยากพบคุณมากจริง ๆ นะครับ ถือว่าเห็นแก่...”“ก็เห็นแก่เขาอยู่นี่ไงครับ ผมถึงได้ยังใจเย็นยอมรับฟังเรื่อ

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ 2

    มินตราเองก็ยังตามสถานการณ์ไม่ทันแต่คิดว่าเรื่องนี้มันแปลก ๆ อีกทั้งชายคนนั้นก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่ทำไมสามีของเธอถึงได้มีท่าทีต่อต้าน ทำเหมือนกับว่าไม่ต้องการสนทนากับผู้ชายคนนี้อีก แล้วที่เกิดความสงสัยอีกเรื่องนั้นก็คือ...ไตรภพคือใคร ชื่อคล้องจองกับชื่อของไตรรัตน์มาก“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ไตร” มินตราขืนมือของตัวเองเอาไว้และเปลี่ยนเป็นจับแขนของไตรรัตน์แทน เธอต้องการรั้งให้เขาหยุดเดินก่อนและไตรรัตน์ก็ยอมหยุด เขาเงยหน้าขึ้นหลับตาแล้วผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ เมื่อรู้ตัวว่าต้องตอบความสงสัยของภรรยา ต่อให้ไม่อยากเอ่ยถึงบุคคลนั้นแต่ถ้าเป็นความต้องการที่จะรู้ของมินตราเขาก็ต้องยอมตอบ“คนที่ชื่อไตรภพ คือใครเหรอคะ” เพราะชื่อนี้ทำให้สามีของเธอมีอารมณ์ขุ่นมัวแทบจะทันที แปลว่าคนที่ชื่อไตรภพต้องมีผลต่อความรู้สึกของไตรรัตน์แน่ และเธอจะขอคิดไปเองก่อนเลยว่าไตรภพต้องเป็นพ่อสามีของเธอ“พ่อของพี่ คุณปู่ของตังเม” ไตรรัตน์ตอบความจริงออกไป และแอบรู้สึกผิดต่อเมียและลูกอยู่ในใจเพราะเขาไม่ค่อยได้เอ่ยถึงบิดาของเขาให้มินตราได้รู้มากนัก แม้กระทั่งชื่อเขาก็ไม่เอ่ยออกมา และสงสารตังเมที่ไม่รู้ว่าตัวเองก็มีคุณปู่เหมือนเด็กคนอื

  • ก่อนที่ใจจะหมดรัก   ตอนพิเศษ

    “สวัสดีค่ะ บูธของแยมตัวมัมยินดีต้อนรับคุณลูกค้าค่า วันนี้วันสุดท้ายแล้วน้าค้า ตังเมแจกกุหลาบด้วยค่ะ”เสียงแม่ค้าตัวน้อยถือธงสีชมพูน่ารักโบกไปมาอยู่ที่หน้าบูธของตัวเอง โดยมีแม่มินยืนยิ้มมองดูยัยลูกสาวคึกอยากจะเป็นแม่ค้าใจดี ลด แลก แจก แถมในวันสุดท้ายของงานพฤกษศาสตร์นอกจากแม่ที่ยืนให้กำลังใจอยู่ข้างหลังยังมีพ่อไตรที่ทำหน้าที่ไลฟ์สดโชว์ความน่ารักของลูกสาว ในไลฟ์มีผู้ชมเข้ามากดติดตามเพจสวนกุหลาบของมินตราและตังเมคาเฟ่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ต่างก็พากันชมว่าแม่ค้าตัวน้อย เสียงใสแจ๋วขายของก็เก่งแถมยังน่ารักอีก อ้อนลูกค้าก็เป็น น่ารักน่าเอ็นดูมากอยากขอสมัครเป็นFC“ซื้อครบทุกรส แจกกุหลาบ 1 ต้นเลยน้าค้า”ตังเมวิ่งไปที่กลุ่มต้นกุหลาบที่ปลูกในกระถาง ซึ่งตอนนี้มีเหลือเพียงไม่กี่ต้นเท่านั้น ชี้นิ้วให้ท่านผู้ชมในไลฟ์สดได้เห็นความสวยงามของกุหลาบที่แม่มินเป็นคนปลูกเองทุกต้น“ตังเมรดน้ำพี่กุหลาบเองด้วยค่ะ” แม่มินปลูกส่วนตังเมเป็นคนรดน้ำต้นกุหลาบก็เลยสวยงามอย่างที่เห็น‘ก็ต้องยกความดีให้ลูกหน่อยแหละเนาะ’มินตราคิดอย่างขบขันในใจ เริ่มกลัวว่ากุหลาบจะน้อยเกินไปซะแล้วสิเพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานมินตราจึงนำก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status