Share

ตอนที่ 2 ความหวังที่เลือนลาง

last update Last Updated: 2026-01-14 12:13:57

ภายในห้องโถงกว้างของเรือนสกุลเสิ่น ช่างอาภรณ์ฝีมือดีที่สุดในเมืองหลวงกำลังบรรจงทาบแถบผ้าไหมลงบนกายระหงของเสิ่นอวี๋ซินอย่างระมัดระวัง

“คุณหนูสามเสิ่นช่างมีวาสนา รูปร่างของท่านช่างรับกับอาภรณ์ยิ่งนัก เอวบางคอดกิ่ว ช่วงไหล่ตั้งตรงงดงาม หากสวมชุดสีแดงในวันปักปิ่น ข้าเชื่อเหลือเกินว่าแม้แต่บุปผาทั้งเมืองหลวงก็ต้องหลบรัศมีให้แก่ความงามล่มเมืองของท่าน” ช่างอาภรณ์เอ่ยชมจากใจจริง พลางจดบันทึกสัดส่วนที่ไร้ที่ติลงในสมุด

เสิ่นอวี๋ซินเพียงแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายความสุขประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม คำชมเหล่านั้นหาได้ทำให้นางลำพองใจ แต่นางกลับนึกไปถึงใบหน้าคมคายของใครบางคน หากเขามองว่านางงดงามและเติบโตเป็นสตรีเต็มตัวแล้ว เขาจะเลิกมองว่านางน่ารำคาญบ้างหรือไม่

‘แต่ถึงตอนนั้นแล้วจะมีประโยชน์อันใด หากท่านไร้ใจ ข้าก็ต้องทำตามกฎตระกูล เลือกผู้อื่นมาเป็นคู่หมาย’ นางได้แต่คิดอย่างโศกเศร้า

เมื่อการวัดตัวเสร็จสิ้น เสิ่นอวี๋ซินก็มิอาจเก็บกักความตื่นเต้นไว้ได้ นางรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วชวนสาวใช้คนสนิทออกไปนอกเรือนทันที

“คุณหนูจะไปที่โรงน้ำชาอีกแล้วหรือเจ้าคะ” ฉ่งเอ๋อร์ถามพลางเร่งฝีเท้าตามเจ้านาย

“ข้าเพียงอยากเห็นว่าวันนี้เขาสบายดีไหมเท่านั้นเอง” เสิ่นอวี๋ซินตอบพร้อมรอยยิ้ม

ทว่าเมื่อไปถึงโรงน้ำชาที่หลี่หานสือมักจะไปนั่งเป็นประจำ กลับพบเพียงความว่างเปล่า ความผิดหวังพาดผ่านดวงตาคู่สวยเพียงครู่ ก่อนที่นางจะตัดสินใจเดินเที่ยวชมตลาดเพื่อคลายความเศร้า

ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่าน สายตาของนางพลันไปสะดุดเข้ากับเงาร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคยในชุดอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มดูสุขุมในวัยย่างสิบแปด หลี่หานสือกำลังเดินเคียงคู่มากับไป๋ซู่อิง คุณหนูในตระกูลสูงศักดิ์และพร้อมด้วยกิริยามารยาทเรียบร้อย

ภาพที่เขาก้มลงสนทนากับนางด้วยท่าทีอบอุ่นผิดจากที่ปฏิบัติต่อตน ทำให้เสิ่นอวี๋ซินรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

“อ๊ะ นั่นคุณหนูเสิ่นนี่นา” ไป๋ซู่อิงเป็นฝ่ายทักขึ้นก่อนพร้อมรอยยิ้มละมุน นางเดินเข้ามาหาเสิ่นอวี๋ซินอย่างเป็นมิตร ในขณะที่หลี่หานสือเมื่อเห็นว่าเด็กสาวที่เขาพยายามหลบหน้ามายืนอยู่ตรงนี้ก็พ่นลมหายใจคล้ายจะหงุดหงิด

“ขอบใจเจ้ามากนะคุณหนูเสิ่น เรื่องปิ่นหยกวันก่อน หลี่ซื่อจื่อบอกข้าว่าเจ้าเป็นคนอาสาไปส่งให้ด้วยตนเอง เจ้าช่างมีน้ำใจนัก” คุณหนูไป๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและเป็นมิตร กิริยาของนางสำรวม สมแล้วกับที่เกิดมาในตระกูลผู้ดี

เสิ่นอวี๋ซินพยายามฝืนยิ้ม ย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย แต่อย่างไรก็คงเทียบกับกิริยางดงามของไป๋ซู่อิงที่เป็นธรรมชาติของนางไม่ติด หากหลี่หานสือจะชอบกุลสตรีที่เพียบพร้อมเช่นนางก็ไม่แปลก

“คุณหนูไป๋เกรงใจไปแล้วเจ้าค่ะ สิ่งใดที่พี่หานสือต้องการ ข้ายินดีทำให้เสมอ” นางเรียกสรรพนามนั้นอย่างสนิทสนม ด้วยความเป็นเด็กที่ยังไม่ได้มีความคิดมาก จึงอยากอวดว่าตนสนิทสนมกับเขามากเพียงใด

แต่เมื่อเบนสายตาไปมองหลี่หานสือ เขากลับมองนางด้วยสายตาตำหนิ ราวกับคำเรียกขานเมื่อครู่นั้นทำให้เขาไม่พอใจนัก นางจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะถามเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมสรรพนามที่ดูเป็นทางการขึ้น

“หลี่ซื่อจื่อ วันนี้มาเดินเที่ยวชมตลาดหรือเจ้าคะ” นางหันไปถามเสียงแผ่ว จำได้ว่าเขาเคยบอกว่าไม่ชอบที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน

“ข้ามาทำธุระกับคุณหนูไป๋ เรื่องของผู้ใหญ่เด็กเช่นเจ้าไม่ควรมาก้าวก่ายถามไถ่ให้มากความ”

ประโยคที่เน้นย้ำความเป็นเด็ก ทำให้เสิ่นอวี๋ซินยืนแข็งทื่อ รอยยิ้มที่พยายามปั้นแต่งเอาไว้แทบพังทลายลงในพริบตา ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมไปชั่วขณะ เขาจะเอ่ยทำลายมันด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนคำสั่งมากกว่าคำขอ

“จริงสิ เจอเจ้าก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ทำขนมกุ้ยฮวามาให้ข้าที่จวนด้วย” เพียงประโยคนั้นเพียงประโยคเดียว ความเจ็บปวดที่ท่วมท้นเมื่อครู่พลันมลายหายไปราวกับปาฏิหาริย์

เสิ่นอวี๋ซินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับกลับมาอีกครั้ง นางรีบพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว

“เจ้าค่ะ อวี๋ซินจะตั้งใจทำสุดฝีมือ พรุ่งนี้จะรีบนำไปส่งให้ที่จวนแต่เช้าเลยเจ้าค่ะ”

หลี่หานสือไม่ได้ตอบอะไรเพียงพยักหน้ารับ แล้วเดินนำไป๋ซู่อิงจากไปพร้อมกับผู้ติดตามของพวกเขาที่เดินตามอยู่ห่างๆ ทิ้งให้คุณหนูเสิ่นยืนมองตามหลังไปด้วยหัวใจที่พองโต

“คุณหนู ท่านยังจะดีใจอีกหรือเจ้าคะ ซื่อจื่อเฉิงโหวพูดจาใจร้ายใส่ท่านขนาดนั้น” ฉ่งเอ๋อร์บ่นกระปอดกระแปดด้วยความสงสารเจ้านาย

“ไม่เป็นไรหรอกฉ่งเอ๋อร์ อย่างน้อยเขาก็ยังนึกถึงขนมที่ข้าทำ นั่นหมายความว่าในใจของเขายังมีข้าอยู่บ้าง ใช่ไหม” เสิ่นอวี๋ซินเอ่ยพลางหมุนตัวเดินกลับเรือนด้วยฝีเท้าที่ก้าวอย่างร่าเริง

นางเก็บงำความเศร้าก่อนหน้าไว้ภายใต้ความหวังอันน้อยนิด เชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าความทุ่มเททั้งหมดที่มีจะสามารถหลอมละลายน้ำแข็งในใจของบุรุษผู้นั้นได้ในสักวัน

สาวใช้วัยสิบแปดที่ผ่านโลกมามากกว่าก็ถึงกับมองตามด้วยสายตาห่วงใย ทั้งที่เขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่มีใจให้แล้วยังมากับสตรีอื่นให้เห็น ก็ยังไม่ยอมถอดใจง่ายๆ คุณหนูของตนยังเยาว์เกินกว่าจะรู้ว่าความรักไม่ได้งดงามอย่างที่นางคิด การไขว่คว้าหัวใจบุรุษที่ไม่มีใจ ก็ไร้ค่ายิ่งกว่าฝุ่นผงเสียอีก

************************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 7 หัวเสีย

    ในจวนเฉิงโหวสกุลหลี่ ขณะที่หลี่ซื่อจื่อกำลังจมอยู่ในความคิดที่ว้าวุ่น บ่าวอีกคนก็ก้มหน้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมชูซองจดหมายสีนวลในมือ“ซื่อจื่อ มีจดหมายมาถึงท่านขอรับ”หลี่หานสือลุกพรวดขึ้นทันที เขารีบฉวยจดหมายฉบับนั้นมาด้วยความรวดเร็ว หัวใจที่เคยกดทับด้วยความขุ่นมัวพองโตขึ้นวูบหนึ่ง เขาคิดว่าในที่สุดนางก็ยอมสยบ แต่เมื่อฉีกซองออกแล้วกวาดสายตาอ่าน แววตาที่สุกใสกลับมืดหม่นลงกว่าเดิมจดหมายฉบับนั้นหาได้มาจากสกุลเสิ่น แต่เป็นจดหมายจากไป๋ซู่อิง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพ่นออกมาอย่างแรงจนไหล่หนาสั่นกระเพื่อม จดหมายในมือถูกกำจนยับย่น“เตรียมรถม้า” เขาตะโกนสั่งเสียงดังลั่นจนบ่าวรับใช้สะดุ้งสุดตัวอินเหยาบ่าวรับใช้คนสนิทที่คอยสังเกตอาการของเจ้านายมาตลอด รีบก้าวเข้ามาถามด้วยความฉงน“ซื่อจื่อจะไปที่ใดหรือขอรับ หากจะไปจวนสกุลเสิ่นตอนนี้”“ใครบอกว่าข้าจะไปที่นั่น” หลี่หานสือสวนกลับทันควัน แววตาแข็งกร้าวทว่าแฝงไปด้วยความรุ่มร้อนใจ“ข้าจะไปจวนสกุลไป๋” เขาเดินสะบัดชายอาภรณ์ออกไปจากห้องด้วยท่าทางขัดเคืองใจอย่างยิ่งอินเหยามองตามหลังเจ้านายแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจยาว เขาสัมผัสได้ถึงความสับสนวุ่นวาย

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 6 คนปากแข็ง

    สามวันก่อนถึงพิธีปักปิ่น บรรยากาศภายในจวนเฉิงโหวของสกุลหลี่กลับดูอึดอัดอย่างประหลาดหลี่หานสือนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ มือหนึ่งถือตำรา ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องที่ตัวอักษรแม้แต่น้อยเขาลอบมองไปยังประตูรั้วจวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับกำลังรอคอยเงาร่างของใครบางคน หรืออย่างน้อยก็เทียบเชิญที่ส่งมาให้เขา“หานสือ เจ้าดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยนะ” หวังเจี๋ยที่นั่งดื่มสุราอยู่ข้างๆ เอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะกล่าวประโยคที่หยอกเย้าให้อารมณ์ของอีกฝ่ายยิ่งขุ่นมัว“เหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญของคุณหนูเสิ่นแล้ว จวนข้าได้รับเทียบเชิญ น้องสาวของข้าเป็นสหายของนาง แล้วเจ้าได้รับเทียบเชิญหรือยัง”หลี่หานสือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งพลิกหน้าตำราด้วยท่าทีเรียบเฉย“ยัง และข้าก็ไม่ได้คาดหวังจะได้รับมัน”“จริงหรือ” หวังเจี๋ยเลิกคิ้วสูง ก่อนจะเย้าแหย่ต่อ“ปกติคุณหนูเสิ่นจะวิ่งโร่มาหาเจ้าล่วงหน้าเป็นสิบวัน แต่นี่เงียบกริบไปเลย หรือว่านางจะถอดใจเพราะวาจาเชือดเฉือนของเจ้าที่โรงน้ำชาวันนั้นเสียแล้ว”“หากนางถอดใจได้จริงก็นับว่าเป็นเรื่องดี ข้าจะได้ไม่ต้องคอยหลบเลี่ยงความวุ่นวาย” หลี่หานส

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 5 ถึงเวลาตัดใจ

    สิบวันก่อนพิธีปักปิ่น เสิ่นอวี๋ซินพาหัวใจที่บอบช้ำมายืนดักรอหลี่หานสือที่โรงน้ำชาแห่งเดิม ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้ดูหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา นางจึงรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เข้าไปร้องขอเพื่อสนทนากับเขาเป็นการส่วนตัวที่ห้องดื่มชาที่เงียบสงัดของชั้นสอง“พี่หานสือ อีกสิบวันจะถึงงานปักปิ่นขอข้าแล้วนะเจ้าคะ ข้า...”“หากจะพูดเรื่องไร้สาระก็จงหยุดเสีย” หลี่หานสือพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงตวาดกร้าว ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง“ข้ามาที่นี่เพื่อพักผ่อน อย่าได้นำเรื่องหยุมหยิมของเจ้ามาขัดความสุนทรีย์ของข้า รีบพูดเข้าเรื่องมาเสียทีว่าเจ้ามีธุระอันใด” ประโยคนั้นทำให้เสิ่นอวี๋ซินสะดุ้งสุดตัว ไหล่บางสั่นเทา นางสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยคำที่เก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของใจ“อวี๋ซินมีใจให้ท่านเจ้าค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าทุ่มเททุกอย่างก็เพื่อท่าน ข้าอยากขอร้องในวันปักปิ่นนี้ ท่านช่วยส่งปิ่นมาหมั้นหมายข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”เมื่อสิ้นประโยค หลี่หานสือพลันก้าวถอยห่างออกไป เขารีบขยับกายหลบเลี่ยงไม่ยอมให้นางเข้าใกล้แม้เพียงชายอาภรณ์ เพราะลึกๆ ในใจเขายังห่ว

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 4 ความทุ่มเทที่ไร้ค่า

    ท่ามกลางย่านการค้ากลางเมืองหลวงที่คึกคัก เสิ่นอวี๋ซินบังเอิญพบกับไป๋ซู่อิงอีกครั้ง คุณหนูผู้สูงศักดิ์ยิ้มให้ด้วยความอ่อนโยนพลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน“คุณหนูเสิ่น ขนมกุ้ยฮวาที่เจ้าทำรสชาติดียิ่งนัก ข้าต้องขอบใจเจ้าจริงๆ ที่ลำบากทำมาให้”“ท่านได้ชิมขนมนั้นด้วยหรือเจ้าค่ะ” เสิ่นอวี๋ซินชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ“อืม หลี่ซื่อจื่อบอกว่าเจ้าตั้งใจทำมาเพื่อข้า เขาเห็นว่าข้าชอบขนมนี้จึงไหว้วานให้เจ้าช่วยจัดการให้ ครั้งก่อนที่เจ้าไปส่งให้ เขาก็นำมาให้ข้าถึงจวน ครั้งนี้เขาก็สั่งให้บ่าวรีบนำมาส่งให้ข้าทันทีที่เจ้าเอาไปให้ที่จวนเฉิงโหว” ไป๋ซู่อิงเอ่ยด้วยสีหน้าซาบซึ้งจากใจจริง มิใช่การโอ้อวด โดยไม่เห็นเลยว่าใบหน้าของคนฟังซีดเผือดลงจนไร้สีเลือดหยาดน้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมาในวินาทีนั้น ขนมที่นางตื่นแต่เช้ามานวดแป้งด้วยความรัก ขนมที่นางเฝ้าถนอมทุกขั้นตอนเพื่อให้เขาได้ลิ้มรส แท้จริงแล้วเขามองมันเป็นเพียงเครื่องมือเอาอกเอาใจสตรีอื่นที่เขาพึงใจ เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองความตั้งใจของนางเลยแม้แต่นิดเดียวนางเดินใจลอยกลับเรือนราวกับคนไร้วิญญาณ ฝีเท้าหนักอึ้งจนฉ่งเอ๋อร์ต้องคอยประคอง เมื่อเดินผ่านหน้าโรงน้ำชาท

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 3 คำสอนมารดา

    เช้าวันต่อมา เสิ่นอวี๋ซินตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสที่หาได้ยากยิ่ง นางรีบรุดไปที่ครัวด้วยตนเอง ไม่ยอมหยิบยืมมือสาวใช้คนใด แม้แต่ฉ่งเอ๋อร์ก็ทำได้เพียงช่วยเตรียมฟืนและน้ำสะอาดเท่านั้นร่างบางที่มัดผมมวยทรงซาลาเปาในชุดลำลองสีเขียวอ่อนขยับกายอย่างคล่องแคล่ว นางบรรจงนวดแป้งอย่างใจเย็น ใส่ใจในทุกสัดส่วนเพื่อให้ได้เนื้อขนมที่นุ่มนวลที่สุด ทุกครั้งที่ลงแรงกด นางจะเผลอยิ้มน้อยๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลี่หานสือยามที่ได้ลิ้มรสขนมของนาง“คุณหนูพักบ้างเถอะเจ้าค่ะ เหงื่อซึมเต็มหน้าผากหมดแล้ว” ฉ่งเอ๋อร์เอ่ยด้วยความเป็นห่วง พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าซับหน้าผากให้“ไม่ได้หรอกฉ่งเอ๋อร์ พี่หานสือเป็นคนปากหนัก หากข้าทำไม่อร่อยจริง เขาคงไม่เอ่ยปากขอเป็นรอบที่สอง” เด็กสาวปาดเหงื่อพลางยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขนมกุ้ยฮวาที่ทำเสร็จถูกจัดวางลงในกล่องไม้อย่างประณีต นางตรวจสอบไม่ให้มีข้อผิดพลาดใด จากนั้นเสิ่นอวี๋ซินก็รีบมุ่งหน้าไปยังจวนเฉิงโหวของสกุลหลี่ทันทีทว่าเมื่อไปถึงหน้าประตูใหญ่ ทหารยามกลับยืนขวางไว้ด้วยท่าทีขึงขัง“ซื่อจื่อสั่งไว้ว่าวันนี้ห้ามผู้ใดเข้าพบ โดยเฉพาะ...” ทหารยามชะงักคำพูดพลางเห

  • ก่อนรักสะบั้น มิใช่ท่านหรือที่ผลักไส   ตอนที่ 2 ความหวังที่เลือนลาง

    ภายในห้องโถงกว้างของเรือนสกุลเสิ่น ช่างอาภรณ์ฝีมือดีที่สุดในเมืองหลวงกำลังบรรจงทาบแถบผ้าไหมลงบนกายระหงของเสิ่นอวี๋ซินอย่างระมัดระวัง“คุณหนูสามเสิ่นช่างมีวาสนา รูปร่างของท่านช่างรับกับอาภรณ์ยิ่งนัก เอวบางคอดกิ่ว ช่วงไหล่ตั้งตรงงดงาม หากสวมชุดสีแดงในวันปักปิ่น ข้าเชื่อเหลือเกินว่าแม้แต่บุปผาทั้งเมืองหลวงก็ต้องหลบรัศมีให้แก่ความงามล่มเมืองของท่าน” ช่างอาภรณ์เอ่ยชมจากใจจริง พลางจดบันทึกสัดส่วนที่ไร้ที่ติลงในสมุดเสิ่นอวี๋ซินเพียงแย้มยิ้มบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายความสุขประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้ม คำชมเหล่านั้นหาได้ทำให้นางลำพองใจ แต่นางกลับนึกไปถึงใบหน้าคมคายของใครบางคน หากเขามองว่านางงดงามและเติบโตเป็นสตรีเต็มตัวแล้ว เขาจะเลิกมองว่านางน่ารำคาญบ้างหรือไม่‘แต่ถึงตอนนั้นแล้วจะมีประโยชน์อันใด หากท่านไร้ใจ ข้าก็ต้องทำตามกฎตระกูล เลือกผู้อื่นมาเป็นคู่หมาย’ นางได้แต่คิดอย่างโศกเศร้าเมื่อการวัดตัวเสร็จสิ้น เสิ่นอวี๋ซินก็มิอาจเก็บกักความตื่นเต้นไว้ได้ นางรีบผลัดเปลี่ยนอาภรณ์แล้วชวนสาวใช้คนสนิทออกไปนอกเรือนทันที“คุณหนูจะไปที่โรงน้ำชาอีกแล้วหรือเจ้าคะ” ฉ่งเอ๋อร์ถามพลางเร่งฝีเท้าตามเจ้านาย“ข้าเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status