로그인พัชรินทร์เดินทางมาถึงร้าน The Tree ก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาทีเช่นเคย เธอเป็นคนที่รักษาเวลาอย่างเคร่งครัด และมักเป็นฝ่ายมาถึงก่อนเสมอ ทว่าในวันนี้... กลับมีใครบางคนมาถึงก่อนเธอเสียอีก
เขานั่งอยู่ที่โต๊ะที่นัดไว้ หันหลังให้เธอ ท่าทางสงบ เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจ
หญิงสาวเดินเข้าไปทักทายอย่างสุภาพ และเมื่อชายหนุ่มหันหน้ากลับมา…
หัวใจของเธอเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขา… ดวงตาของเขา… รอยยิ้มของเขา…
เขาคือผู้ชายคนนั้น คนที่เธอเฝ้าจดจำมาตลอดสองปี!
“คุณพัชรินทร์ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ค่ะ... คุณณธีพัฒน์” เสียงเธอแผ่วลงเล็กน้อยอย่างคนที่พยายามควบคุมความรู้สึกประหลาดที่ตีขึ้นมาในอก
“สั่งอะไรทานก่อนไหมครับ?”
“ก็ดีค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ พลางเหลือบมองแก้วกาแฟของเขาที่ว่างเปล่า
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?” เธอถามพลางมองเขาด้วยแววตาสงสัยปนชื่นชม
“ก่อนคุณประมาณครึ่งชั่วโมงครับ พอดีผมมีธุระแถวนี้ เลยแวะมารอก่อนน่ะครับ”
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง ปกติไม่มีใครมาก่อนหลินเลยค่ะ หลินมักจะเป็นฝ่ายนั่งรอทุกที วันนี้เห็นคุณมารอก่อนก็ตกใจนิดหน่อยค่ะ”
“ถ้างั้นบริษัทของผมขอคะแนนพิเศษหน่อยได้ไหมครับ อุตส่าห์มาก่อนเวลา” เขาพูดติดตลก พร้อมรอยยิ้มที่ชวนให้หัวใจอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
“คงให้คะแนนพิเศษไม่ได้หรอกค่ะ เพราะหลินตัดสินใจแล้วว่าจะทำโฆษณากับบริษัทคุณณธีพัฒน์แน่นอน... แต่อาจจะขอต่อราคาหน่อยนะคะ” เธอยิ้มตาหยี แอบเล่นเชิงการค้ากลับเล็กน้อย
“จริงเหรอครับ? ขอบคุณมากเลยครับ คุณหลิน เรียกผมว่าซันก็ได้ครับ สั้น ๆ ง่าย ๆ”
“แน่นอนสิคะ คุณซัน... หลินจะโกหกคุณทำไมล่ะ”
ณธีพัฒน์ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ เขาหันไปเรียกพนักงานทันที
“คุณหลินจะดื่มอะไรดีครับ เดี๋ยวผมสั่งให้”
“โอวัลตินเย็นค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า กวักมือเรียกพนักงานแล้วสั่งโอวัลตินเย็นให้เธออย่างใส่ใจ
ในห้วงขณะนั้น หัวใจของพัชรินทร์พลันรู้สึกอบอุ่น… บางอย่างเริ่มกลับมาอีกครั้ง บางอย่างที่เธอเคยปิดไว้...
แต่วันนี้… มันค่อย ๆ แง้มออกมาเบา ๆ
ไม่นานนัก โอวัลตินที่สั่งก็มาเสิร์ฟ กลิ่นหอมหวานของเครื่องดื่มอุ่นๆ ลอยแตะจมูก ชวนให้อารมณ์คลายลง
"คุณหลินนี่เก่งจังเลยนะครับ ผมได้ยินมาว่าบริษัทของคุณใช้เวลาแค่สองปีเอง โตได้ขนาดนี้ แถมยังกลายเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดแล้วด้วย" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชมจริงใจ
หญิงสาวยิ้มบางอย่างสุภาพ ก่อนจะตอบด้วยเสียงนุ่ม
"ก็ไม่ได้เก่งอะไรหรอกค่ะ... อาจจะเป็นเพราะดวงดี หรือไม่ก็แค่บังเอิญเท่านั้นเอง"
"ไม่ใช่ดวงหรือความบังเอิญหรอกครับ เป็นเพราะความสามารถของคุณต่างหาก"
เธอหัวเราะนิดหนึ่ง ดวงตาเป็นประกายอ่อนโยน "คุณนี่ยังเป็นคนที่พูดให้กำลังใจคนเก่งเหมือนเดิมเลยนะคะ"
"พูดให้กำลังใจเก่งเหมือนเดิม? หมายความว่า... เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอครับ?" เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงความสงสัยจริงจัง
"จะว่ารู้จักก็ไม่ใช่นะคะ...แต่เราเคยคุยกันครั้งหนึ่ง คุณคงจำไม่ได้"
"จริงเหรอครับ?" เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย "แต่ถ้าผมเคยคุยกับใคร ผมไม่น่าจะลืมได้นะครับ"
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่ซ่อนอยู่
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ สภาพตอนนั้นของฉัน... ไม่มีใครจำได้หรอกค่ะ ฉันเองยังแทบจะจำตัวเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
ณธีพัฒน์นิ่งไป ดวงตาฉายแววฉงน เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูกกับสิ่งที่เธอกำลังพูด
พัชรินทร์ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงภาพในวันนั้น ความขมขื่นที่เคยเจ็บปวดกลับกลายเป็นเพียงเงาลางๆ ของอดีต
"ตอนนั้นฉันอกหักค่ะ สภาพดูไม่ได้เลย เดินเรื่อยเปื่อยอยู่บนสะพานลอย ...คุณคิดว่าฉันเป็นขอทาน แล้วก็ให้เงินฉันมายี่สิบบาทด้วยนะคะ" เธอพูดทั้งหัวเราะ ทั้งเขิน แต่แฝงความจริงใจอยู่เต็มเปี่ยม
"คุณคือ... ผู้หญิงคนนั้น?" ณธีพัฒน์ถามอย่างไม่แน่ใจนัก เพราะภาพของเธอในวันนี้ช่างแตกต่างจากวันนั้นราวฟ้ากับเหว
"ใช่ค่ะ ฉันก็คือผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละ"
"จริงเหรอครับ?" เขาอุทานเบาๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
"จริงสิคะ ฉันจะล้อคุณเล่นทำไม"
"แต่ตอนนั้นกับตอนนี้มัน..."
"ก็แน่นอนล่ะค่ะ ตอนนั้นฉันเพิ่งอกหัก แถมยังไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่บาทเดียว ทำตัวเหมือนคนบ้า ไม่เห็นค่าตัวเองเลยสักนิด ต้องขอบคุณคุณนะคะ... คำพูดของคุณในวันนั้นมันช่วยฉันไว้จริงๆ"
เธอมองเขาด้วยสายตาจริงจัง
"คุณบอกว่าซักวันฉันจะย้อนกลับมาถามตัวเองว่าฉันเคยรักผู้ชายคนนั้นไปได้ยังไง ...มันเป็นเรื่องจริงเลยค่ะ ทุกวันนี้ฉันถามตัวเองแบบนั้นทุกวัน"
ชายหนุ่มหัวเราะยิ้มๆ ดวงตาอ่อนโยนอย่างห้ามไม่อยู่
"ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ...อันที่จริง วันนั้นผมก็เพิ่งผิดหวังจากการหางานมาพอดี สัมภาษณ์หลายที่แล้วไม่ได้สักที่ ที่ได้ก็กดเงินเดือนซะแทบจะจมดิน สุดท้ายเลยตัดสินใจขอยืมเงินพ่อมาทำธุรกิจ ...ได้เจอคุณในวันนั้น มันก็ทำให้ผมได้คิดเหมือนกัน จากสิ่งที่ผมบอกคุณนั่นแหละ ไม่มีอะไรที่มนุษย์เราทำไม่ได้"
พัชรินทร์ยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเป็นประกาย
"ดีจังเลยนะคะที่วันนั้นเราได้เจอกัน ต่างคนต่างก็มี ‘วันนี้’ ของตัวเอง"
"ครับ... แล้วตอนนี้คุณเจอคนที่ดีกว่าเขาคนนั้นหรือยังครับ?" เขาถามด้วยน้ำเสียงเบาลงเล็กน้อย
"ยังเลยค่ะ ฉันไม่คิดจะหาบ่วงมาผูกคอแล้วล่ะ ชีวิตทุกวันนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว"
"อย่างน้อย... การมีใครสักคนเป็นเพื่อน มันก็ดีเหมือนกันนะครับ"
พัชรินทร์แกล้งทำหน้าขึงขัง "คุณคงไม่ได้จะจีบฉันหรอกนะคะ?"
"ไม่ใช่แบบนั้นครับ อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดนะ ผมไม่ใช่พวกชอบ ‘หน้าหม้อ’ นะครับ" เขาหัวเราะ พลางยกมือยอมแพ้ "ผมมีแฟนแล้วครับ ก็แค่... คิดว่าการมีใครสักคนมันดีจริงๆ ทำงานเหนื่อยๆ ได้เห็นรอยยิ้มของเขา แค่นั้นก็ทำให้ผมหายเหนื่อยเลยครับ"
พัชรินทร์หัวเราะน้อยๆ ในจังหวะที่อบอุ่น และจริงใจ
"คุณเจอคนที่คุณรักเข้าจริงๆ แล้วล่ะค่ะ คุณรู้ไหมคะ เวลาเล่าเรื่องเขาน่ะ ...แววตาคุณมันฟ้องเลยว่าคุณรักเขามากแค่ไหน"
"ครับ... ผมรักเธอมากจริงๆ" เขาตอบพลางยิ้มกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะรีบเบนประเด็นด้วยความเขิน
"ว่าแต่...เรากลับมาเข้าเรื่องงานกันดีกว่าครับ ถ้าให้ผมคุยเรื่องแฟนต่อนี่ คงยาวแน่เลย" เขาหัวเราะกลบเกลื่อน
พัชรินทร์หัวเราะตาม ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยอย่างอารมณ์ดี
“คุยเล่นกันตั้งครึ่งชั่วโมง แต่พอเข้าเรื่องงานจริง ๆ แค่สิบนาทีเองนะคะ” พัชรินทร์พูดติดตลก พร้อมกลั้นหัวเราะเบา ๆ หลังจากทั้งสองคนตกลงเรื่องค่าบริการ และวันเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว
“นั่นน่ะสิครับ” ณธีพัฒน์ยิ้มบาง แล้วเอ่ยถามต่อ “ว่าแต่คุณหลินจะกลับยังไงครับวันนี้ เอารถมาหรือเปล่า?”
“ไม่ได้เอามาค่ะ” เธอส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ปกติหลินมีรถอยู่คันเดียว แต่น้องเซลล์ที่ออฟฟิศต้องใช้ไปหาลูกค้า ก็เลยให้น้องเขาใช้แทนน่ะค่ะ”
“อ้าว แล้วคุณหลินมาทำงานยังไงครับเนี่ย?”
“นั่งมอเตอร์ไซค์มาค่ะ ออฟฟิศอยู่ใกล้ ๆ แค่กดแอปฯ แป๊บเดียวก็มีคนมารับแล้ว มีแอปฯ พวกนี้ เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ”
“ก็จริงครับ แต่ผมว่าให้ผมไปส่งดีกว่านะครับ บริษัทคุณอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่เอง ผมก็จะกลับบ้านพอดี ไม่ได้รีบไปไหน มอเตอร์ไซค์มันอันตรายนะครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ วันนี้จะกลับบ้านเลย ไม่แวะออฟฟิศแล้ว”
“อ้าว เหรอครับ แล้วบ้านคุณอยู่แถวไหนเหรอครับ?”
“นนทบุรีค่ะ”
“บังเอิญจังเลยครับ!” เขายิ้มออกมาอย่างแปลกใจ “บ้านผมก็อยู่นนทบุรีเหมือนกัน”
“จริงเหรอคะ?” เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ “บ้านคุณอยู่แถวไหนคะ?”
“เกาะเกร็ดครับ”
“บังเอิญกว่านั้นอีก! บ้านหลินก็อยู่เกาะเกร็ดเหมือนกันเลย!”
“บ้านอยู่ใกล้กันแท้ ๆ แต่ไม่เคยเจอกันเลยนะครับ”
“ก็เคยเจอแล้วไงคะ ครั้งนึง บนสะพานลอยไง” เธอยิ้มอย่างนึกขำ
“อ้อ! จริงด้วยสิครับ” เขาหัวเราะตาม “ไหนๆ ก็ทางเดียวกัน งั้น… ให้ผมไปส่งคุณดีกว่านะครับ”
“งั้นก็ดีเลยค่ะ ไม่เกรงใจแล้วนะคะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ...คุณลูกค้า” เขายิ้มกว้าง พลางทำเสียงล้อเลียนคำว่า คุณลูกค้า อย่างขี้เล่น
ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร ก่อนจะพากันเดินออกไปยังลานจอดรถ
“ใครเหรอลูก แฟนหรือเปล่า?” หญิงชราหรี่ตามองชายหนุ่มพลางเอ่ยถามลูกสาวอย่างติดตลก“ไม่ใช่ค่ะแม่... เพื่อนหลินเองค่ะ ชื่อคุณซัน” พัชรินทร์ตอบยิ้ม ๆ“สวัสดีครับ” ณธีพัฒน์กล่าวพลางยกมือไหว้อย่างสุภาพหญิงชราพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมาทางเขาแล้วพูดเสียงดังฟังชัด“สวัสดีจ้ะลูก ถ้าสนใจเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟนก็บอกแม่นะ แม่พร้อมเชียร์เต็มที่!”ณธีพัฒน์หัวเราะออกมาเบา ๆ“ครับคุณแม่... เสียดายจังที่ผมมีแฟนแล้ว” คำตอบของเขาทำให้หญิงชราหันไปจ้องลูกสาวด้วยสีหน้าผสมผสานระหว่างแซวกับเอาจริง“เห็นไหม ใครเขาก็มีแฟนกันหมดแล้ว แล้วเมื่อไหร่หนูจะมีกับเขาบ้างล่ะ?”“โถ่... แม่คะ เลิกพูดเรื่องนี้เถอะค่ะ ทานข้าวกันดีกว่า” พัชรินทร์รีบเบี่ยงประเด็น ก่อนจะตักกับข้าวใส่จานให้แม่หญิงชราหัวเราะเบา ๆ รับอาหารจากลูกสาวอย่างเอ็นดูระหว่างมื้ออาหาร บทสนทนาเบา ๆ เกิดขึ้นสลับกับเสียงหัวเราะบ้างเป็นระยะ ความอบอุ่นในบรรยากาศค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาแทนที่ความตึงเครียดในใจของณธีพัฒน์เขารู้ตัวอีกที... ก็หัวเราะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ และลืมความรู้สึกหม่นหมองของตัวเองไปชั่วขณะหลังอาหาร ณธีพัฒน์อาสาขับรถไปส่งพัชรินทร์ และแม่ของ
ณธีพัฒน์เปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารให้พัชรินทร์ เธอกล่าวขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่ง เขาปิดประตูอย่างสุภาพแล้วเดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับ ก่อนจะขับรถออกจากลานจอด“บริษัทอยู่กรุงเทพฯ แต่บ้านอยู่นนท์ แบบนี้คงเดินทางลำบากน่าดูเลยนะครับ?” เขาถามขึ้นหลังจากรถแล่นมาได้สักพัก“ไม่ลำบากหรอกค่ะ เพราะปกติไม่ค่อยได้กลับบ้านอยู่แล้ว” พัชรินทร์หัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี“หมายถึง… นอนที่บริษัทเลยเหรอครับ?”“อ้าว ทำไมคุณมองฉันในแง่ดีขนาดนั้นล่ะคะ? ทำไมไม่คิดว่าหลินออกไปเที่ยวทุกคืน จนไม่ได้กลับบ้านบ้างล่ะ?”“ดูจากบุคลิกคุณหลินแล้ว ไม่น่าใช่ผู้หญิงเที่ยวหรอกครับ ผมว่า... คุณเป็นคนบ้างานมากกว่าด้วยซ้ำ ไม่งั้นบริษัทจะโตเร็วขนาดนี้ได้ยังไงครับ”“คุณมองฉันถูกแล้วล่ะค่ะ” เธอยิ้มพลางพยักหน้า “งานเยอะจนไม่มีเวลากลับบ้านจริง ๆ แต่ถ้าวันไหนน้องเซลล์ไม่ใช้รถ ต่อให้ดึกแค่ไหน ฉันก็ขับรถกลับบ้านนะคะ”“งั้นถ้าวันไหนผมผ่านแถวนั้น ผมจะโทรถามนะครับ ว่าจะกลับบ้านไหม ถ้ากลับ เดี๋ยวผมรับกลับด้วยเลย ถือว่าผมเป็นสารถีประจำให้คุณ”“แหม… ขอบคุณมากเลยนะคะ แต่เกรงใจคุณ แล้วก็... เกรงใจแฟนคุณด้วยค่ะ”“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ” เขาหั
พัชรินทร์เดินทางมาถึงร้าน The Tree ก่อนเวลานัดเกือบยี่สิบนาทีเช่นเคย เธอเป็นคนที่รักษาเวลาอย่างเคร่งครัด และมักเป็นฝ่ายมาถึงก่อนเสมอ ทว่าในวันนี้... กลับมีใครบางคนมาถึงก่อนเธอเสียอีกเขานั่งอยู่ที่โต๊ะที่นัดไว้ หันหลังให้เธอ ท่าทางสงบ เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจหญิงสาวเดินเข้าไปทักทายอย่างสุภาพ และเมื่อชายหนุ่มหันหน้ากลับมา…หัวใจของเธอเต้นแรงโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของเขา… ดวงตาของเขา… รอยยิ้มของเขา…เขาคือผู้ชายคนนั้น คนที่เธอเฝ้าจดจำมาตลอดสองปี!“คุณพัชรินทร์ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มกล่าวทักด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ค่ะ... คุณณธีพัฒน์” เสียงเธอแผ่วลงเล็กน้อยอย่างคนที่พยายามควบคุมความรู้สึกประหลาดที่ตีขึ้นมาในอก“สั่งอะไรทานก่อนไหมครับ?”“ก็ดีค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ พลางเหลือบมองแก้วกาแฟของเขาที่ว่างเปล่า“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?” เธอถามพลางมองเขาด้วยแววตาสงสัยปนชื่นชม“ก่อนคุณประมาณครึ่งชั่วโมงครับ พอดีผมมีธุระแถวนี้ เลยแวะมารอก่อนน่ะครับ”“อ๋อ แบบนี้นี่เอง ปกติไม่มีใครมาก่อนหลินเลยค่ะ หลินมักจะเป็นฝ่ายนั่งรอทุกที วันนี้เห็นคุณมารอก่อนก็ตกใจนิดหน่อยค่ะ”“ถ้างั้นบริษัทของผมขอคะแนนพิเศษหน่อย
"คนบ้าหรือเปล่า เห็นเดินไปเดินมาหลายรอบแล้วนะนั่น""นั่นน่ะสิ ฉันเห็นตั้งแต่ตอนที่เดินเข้าห้าง จนตอนนี้จะเดินกลับอยู่แล้ว ก็ยังเห็นอยู่เลย... เดินวนไปวนมาอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมงได้แล้วมั้ง""ติดยารึเปล่า... น่ากลัวจังเลย ถ้าเกิดนางคลั่ง หยิบมีดขึ้นมาวิ่งไล่ฟันพวกเราจะทำยังไง""นั่นน่ะสิ...""อุ๊ย ๆ นั่น ๆ นั่งแล้ว ๆ ... ดูสิ ไปนั่งลงข้างขอทานนั่นแล้ว""ไหน ๆ ... เออ ใช่จริงด้วย""สงสัยจะเลิกคลั่งแล้วล่ะมั้งน่ะ""เฮ้อ... โล่งอกซะที"เสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่บนสะพานลอยค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงความเงียบงัน กับเสียงถอนหายใจของใครบางคนที่เฝ้ามองด้วยความระแวงร่างบางของ พัชรินทร์ ทรุดตัวลงช้า ๆ นั่งแผ่หลาไปกับพื้นสะพานลอย ใกล้ ๆ กับสองแม่ลูกขอทานที่ปูเสื่อนั่งอยู่ก่อนแล้ว เหมือนกับเธอหมดแรง... หรืออาจหมดหนทางในใจแม่ลูกขอทานทั้งสองคนเงยหน้าขึ้น หันมามองพัชรินทร์ด้วยแววตากล้า ๆ กลัว ๆ เพราะตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมา พวกเธอก็เห็นหญิงสาวคนนี้เดินไปเดินมาอยู่ตรงหน้าเกือบจะครบหนึ่งร้อยรอบเห็นจะได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อย ๆ หันหน้ากลับไปทางเดิม แล้วก้มหน้าลงตามปกติพัชรินทร์ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ดวงตาแ



![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



