Share

บทที่ 4

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2025-05-19 19:42:27

เมื่อตามตัวน้องชายได้แล้วหลินเหม่ยเหยาก็ตั้งใจว่าจะพาน้องชายของตนกลับ แต่มู่เปียวผู้ดูแลสำนักคุ้มภัยคนปัจจุบันกลับรั้งให้นางอยู่ต่อเพื่อพูดคุยเรื่องการแบ่งปันผลกำไรจากกิจการในช่วงนี้ นอกจากสำนักคุ้มภัยแล้วมารดาของนางยังทิ้งร้านค้าเอาไว้ให้นางอีกหลายร้าน แต่เพราะนางไม่ค่อยจะได้สนใจเรื่องการค้าชีวิตในชาติก่อนของนางจึงได้ขัดสนเรื่องเงินทองในยามที่ตนเองต้องประสบกับความยากลำบาก

ในชาติที่แล้วพอนางแต่งเข้าจวนสกุลซ่งบรรดาร้านค้าเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ล้วนไม่ค่อยจะทำเงินให้นางจนผลสุดท้ายนางก็ขายทอดตลาดในที่สุด เงินที่ได้มาเป็นเงินจำนวนน้อยนิดที่นางพกติดตัวเอาไว้ ในยามที่บิดาต้องโทษมารดาเลี้ยงและน้องชายถูกคุมขัง นางแทบจะไม่มีเงินพอที่จะติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าไปเยี่ยมเยียนพวกเขาได้จนผลสุดท้ายนางจำต้องขายเครื่องประดับทั้งหมดของตนเอง จึงสามารถไปเยี่ยมเยียนได้แค่เพียงมารดาเลี้ยงและน้องชายเพียงเท่านั้น ส่วนบิดากว่านางจะรวบรวมเงินได้เขาก็ถูกประหารที่ลานประหารไปเสียแล้ว

มาชาตินี้นางรู้แล้วว่าชีวิตของนางไม่อาจจะขาดเงิน ดังนั้นยามที่มู่เปียวเชิญนางเข้าไปฟังเขารายงานผลกำไรทางการค้า นางจึงได้ให้ความสนใจกับเรื่องนี้

“อิงจื่อ เจ้ากลับไปรายงานแม่เล็กของข้าด้วยตนเองว่าพบคุณชายน้อยแล้ว เขาอยู่ในสำนักคุ้มภัยและปลอดภัยดี ข้าขออยู่ที่นี่เพื่อฟังรายงานผลประกอบการจากท่านผู้ดูแลมู่ก่อน แล้วหลังจากนั้นข้าจึงจะพาคุณชายเล็กกลับ” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้อิงจื่อก็รับคำแล้วรีบกลับจวนไปพร้อมกับสาวใช้รุ่นเล็กอีกสองคน

แล้วหลังจากนั้นหลินเหม่ยเหยาก็ไปนั่งฟังรายงานผลประกอบการที่ห้องรับรองของสำนักคุ้มภัยอย่างตั้งอกตั้งใจ นางทั้งนั่งฟังและนั่งซักถามเขาอย่างตั้งใจ หากร้านค้าใดกิจการไม่ดีนางก็สอบถามถึงสาเหตุที่กิจการไม่ทำเงิน แล้วก็นั่งจดรายการปัญหาเอาไว้ เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้หาหนทางในการปรับปรุงและแก้ไขต่อไป ส่วนหลินโม่วนั้นในเมื่อพี่สาวติดพันเรื่องการค้าเขาจึงได้ถือโอกาสใช้ช่วงเวลานี้ฝึกเพลงทวนในลานฝึกซ้อมของสำนักคุ้มภัยสกุลมู่ต่อ

“ขอบคุณท่านผู้ดูแลมู่มากที่คอยช่วยดูแลสำนักคุ้มภัยและคอยดูแลบรรดาร้านค้าต่างๆ ให้ข้า” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางย่อกายคารวะขอบคุณชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขารีบโบกมือพลางเบี่ยงกายเพื่อหลบการคารวะของนางในทันที

“อั๊ยหยา คุณหนูเหตุใดจึงต้องเกรงอกเกรงใจกันด้วย มันเป็นหน้าที่ของข้า ข้าย่อมจะต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ เพียงแต่ช่วงนี้ข้าก็อายุมากแล้วท่านควรจะหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาคอยช่วยดูแลที่นี่แทนข้าได้แล้ว” เมื่อมู่เปียวพูดเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็พลันนิ่วหน้า ในชาติที่แล้วนางไม่เคยได้พูดคุยเรื่องนี้กับเขา อีกทั้งตอนที่มู่เปียวตายนางก็แค่เพียงประกาศรับผู้ดูแลไปประจำแต่ละร้านอย่างไม่ใส่ใจ แต่ชาตินี้นางไม่คิดจะเป็นดังเช่นในชาติที่แล้วนางจึงรีบเอ่ยปากไหว้วานชายชราตรงหน้าในทันที

“ถ้าเช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านมู่หาผู้ดูแลที่เหมาะสมให้ข้าด้วย ข้าเชื่อสายตาของท่านว่าท่านจะต้องหาคนที่เหมาะสมได้ดีกว่าข้าแน่” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้มู่เปียวยิ้มออกมาในทันที

“ในเมื่อคุณหนูเชื่อใจข้าก็จะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง ข้าจะเร่งหาคนที่ไว้ใจได้มาเรียนรู้งานกับข้าในเร็ววัน” เมื่อเขาพูดเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็เอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้ง

“ขอบคุณท่านมาก ข้าออกนอกจวนมานานแล้วสมควรจะกลับเสียที ดังนั้นข้าคงต้องขอตัวกลับจวนก่อน” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้มู่เปียวจึงได้ขยับตัวลุกขึ้นแล้วอาสาว่าจะพานางไปส่ง แต่นางกลับส่ายหน้าปฏิเสธและบอกกับเขาว่ารถม้าสกุลหลินรอนางอยู่ที่หน้าสำนักคุ้มภัยแล้ว เขาจึงไม่ได้คะยั้นคะยอจะขออาสาไปส่งนางอีก

“แล้วน้องชายคนดีของข้าหายไปไหนอีกแล้ว” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วในทันที มู่เปียวจึงได้หัวเราะออกมาแล้วชี้ไปทางป่ารกร้างทางด้านหลังของสำนักคุ้มภัย

“คุณชายน้อยน่าจะแอบหนีไปให้อาหารลูกสุนัขบริเวณชายป่าด้านหลังสำนักคุ้มภัยอีกแล้ว ให้ข้าส่งคนไปตามคุณชายนะขอรับ” เมื่อมู่เปียวพูดเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็ส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวข้าไปตามเขาเอง ข้าเองก็อยากจะรู้แล้วว่าลูกสุนัขที่เขามักจะบ่นถึงมีหน้าตาเช่นไร” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางยิ้มออกมา ในชาติที่แล้วต่อให้น้องชายของนางเลี้ยงลูกสุนัขอีกสักกี่ตัวก็ไม่มีตัวไหนเทียบเทียมลูกสุนัขที่อยู่หลังสำนักคุ้มภัยได้เลย ทำให้นางรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้พอสมควรเพราะคนที่ห้ามไม่ให้เขานำลูกสุนัขกลับไปเลี้ยงที่จวนก็คือนางเอง

“หลินโม่ว!” หลินเหม่ยเหยาส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นว่าน้องชายของนางกำลังลูบหัวลูกสุนัขจิ้งจอกอยู่ บรรดาผู้คุ้มกันที่ติดตามนางมาทางด้านหลังถึงกับพากันชักกระบี่ออกมาในทันที ลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนั้นก็พากันหันมาแยกเขี้ยวใส่ผู้คุ้มกันในทันที

“โก่วต้า เสี่ยวโก่ว พวกเจ้าอย่าทำอะไรพวกเขานะ” หลินโม่วส่งเสียงห้ามปรามลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนั้น แต่พวกมันกลับไม่ได้ฟังเขา ยังคงแยกเขี้ยวแล้วก็เห่าใส่ผู้คุ้มกันและหลินเหม่ยเหยาในทันที

“โม่วเอ๋อ ออกมา” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยเรียกน้องชายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง นางเอาแต่กังวลว่าถ้าลูกสุนัขสองตัวนั้นหันกลับไปเล่นงานน้องชายของนางแล้วบรรดาผู้คุ้มกันของนางจะสามารถช่วยเหลือน้องชายของนางได้ทันหรือไม่

“พี่หญิงท่านพาคนของท่านถอยออกไปก่อน พวกมันกำลังโกรธท่านไม่เห็นหรือ” คำพูดของน้องชายทำให้หลินเหม่ยเหยาขมวดคิ้ว นางโบกมือให้คนของนางถอย แต่ลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนั้นกลับขยับตามติดมาพร้อมทั้งทำท่าว่าจะกระโจนใส่นาง ยามที่มู่จิ่นเตรียมจะแทงปลายกระบี่ไปที่พวกมัน พวกมันก็พุ่งเป้าหมายมาที่นางในทันที

“พี่หญิง!” หลินโม่วร้องออกมาด้วยความตกใจ มู่เหอและมู่จิ่นต่างขยับปลายกระบี่เพื่อจะคุ้มกันเจ้านายของตนแต่กลับช้าไปกว่าการลงมือของหลินเหม่ยเหยา ทันทีที่ลูกสุนัขจิ้งจอกทั้งสองถูกผงสีขาวที่นางสาดออกไปพวกมันก็ชะงักงันและแน่นิ่งไปในเฉียบพลัน

“พี่หญิงท่านฆ่าพวกมันทำไม” หลินโม่วเอ่ยพลางวิ่งเข้าไปพลิกร่างกายของลูกสุนัขสองตัวนั้นด้วยความเสียใจ แต่มู่เหอกับว่องไวกว่าเขารีบเข้าไปอุ้มร่างของเด็กชายให้พ้นจากวิถีโจมตีของแม่สุนัขจิ้งจอกที่กระโจนเข้ามาแล้วเห่ากรรโชกด้วยความดุร้าย แล้วมันก็เห่าหอนออกมาอย่างโหยหวนเมื่อเห็นว่าลูกๆ ของมันนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“เป็นผู้ใดกันที่กล้าทำร้ายลูกสุนัขจิ้งจอกของข้า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอำมหิตของคนที่เดินเข้ามาทำให้แม่สุนัขที่กำลังเห่าหอนอย่างบ้าคลั่งพลันตัวสั่นแล้วร้องครางออกมา หลินเหม่ยเหยาจ้องมองคนผู้นั้นด้วยสายตาตกตะลึงในใจก็ได้แต่ร่ำร้องว่า

'แย่แล้ว! ข้าล่วงเกินคนที่ไม่ควรจะล่วงเกินเข้าเสียแล้ว'

“ข้าไม่ได้ฆ่าพวกมัน ก็แค่สาดยาสลบใส่พวกมันเพียงเท่านั้น” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้หยางเจี้ยนก็หันไปส่งสายตาให้คนของตนเข้าไปตรวจสอบลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนั้นในทันที

“เรียนคุณชายใหญ่ พวกมันแค่สลบไปจริงๆ ขอรับ” เมื่อคนของเขาเอ่ยเช่นนี้หยางเจี้ยนก็จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาพินิจพิจารณาในทันที

“เจ้าเป็นคุณหนูของจวนใด เหตุใดจึงได้พกยาสลบติดตัวเช่นนี้” คำถามของเขาทำให้หลินเหม่ยเหยาเม้มปากแน่น ในชาติที่แล้วนางกับเขาแทบจะไม่เคยพบหน้ากัน แม้ว่าจะเคยได้พบกันแต่เขากลับมองเมินนางไปด้วยนางนับเป็นสหายสนิทของหยางสุ่ยเซียนผู้เป็นน้องสาวต่างมารดาที่หยางเจี้ยนเกลียดชัง ดังนั้นนางจึงได้กลายเป็นบุคคลที่เขาเกลียดชังไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 100

    ‘เจ้าบ่าวของฉางเจียจะต้องเป็นข้าเพียงเท่านั้น’สวีหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากนั้นเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้แต่งงานกับฉางเจีย พอนางตัดสินใจว่าจะแต่งให้กับผู้อื่นแล้วนางก็มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เขาบอกว่าเขายินดีที่จะแต่งงานกับนาง แต่นางกลับคิดแค่เพียงว่าเขารู้สึกสงสารนางเพียง

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 99

    คุณหนูสกุลฉางกำลังจะแต่งงาน ข่าวนี้ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันแตกตื่นและก็พากันสงสัยว่าใครกันที่จะเป็นเจ้าบ่าวผู้โชคร้ายคนนั้น ที่น่าประหลาดใจก็คือใกล้จะถึงวันมงคลอยู่แล้วแต่จวนสกุลฉางกลับไม่ได้จัดเตรียมงานมงคล แต่จวนที่จัดเตรียมงานมงคลกลับเป็นจวนสกุลหยาง จึงมีหลายคนต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 98

    “บัดซบ! หลินเหม่ยเหยาถ้าเจ้ากล้าเป็นอะไรไป ข้าจะตามไปเอาเรื่องเจ้าในปรโลกแน่ๆ” ฉางเจียเอ่ยพลางวิ่งอย่างสุดฝีเท้าไปที่จวนสกุลหยางโดยมีอิงเถาวิ่งตามนางมา“คุณหนูฉาง ข้าเอารถม้ามารับท่านด้วยนะเจ้าคะ” แม้ว่าจะวิ่งสุดฝีเท้าแต่ฉางเจียก็วิ่งไปไกลแล้ว อิงเถาได้แต่หลังน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้ววิ่งกลับไปที่รถม้า

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 97

    ‘ข้าเคยพูดว่าเขาเป็นคนหน้าตาธรรมดาหรือ ข้าเคยพูดตอนไหนกันนะ’ นี่คือความคิดของฉางเจียหลังจากที่นางมอบถุงผ้าปักของตนเองให้สวีหย่วนเพื่อเป็นของแทนใจแต่กลับถูกเขาส่งคืนมาให้แถมยังบอกกับนางว่า“คุณหนูเคยเอ่ยกับข้าว่าข้าเป็นคนที่มีหน้าตาธรรมดา ดังนั้นคนที่มีหน้าตาธรรมดาเช่นข้าจึงไม่คู่ควรที่คุณหนูฉางจะมาช

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 96

    “จิ่นหลันเป็นถึงนายกองหญิงของทัพอู่ติ้ง ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้นางคือกุนซือของกองทัพ หากนางคิดมากถึงเพียงนั้นเหตุใดจึงไม่คิดบ้างเล่าว่า ข้าไม่เคยทุ่มเทความสนใจของข้าให้กับสตรีอื่น และข้าก็เชื่อว่าลูกเหยียนของข้าคงจะไม่ต่างจากข้ามากนัก ส่วนลูกเยว่เจ้าไม่ต้องกังวล ขนาดข้ายังตกหลุมรักเจ้าได้ คงจะมีสักวั

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 95

    ซ่งเสวี่ยหรงและกัวไป๋จิ้งถูกตัดสินประหารชีวิตในวันเดียวกัน คนสกุลกัวทั้งสกุลพลอยติดร่างไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในสกุลซ่งได้รับการอภัยโทษและถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต หวังจื่อเถียนทนรับความลำบากไม่ไหวแขวนคอตนเองตายไปในที่สุด หลินเหม่ยเหยารับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยจิตใจอันว่างเปล่า บุญคุณความแค้นในชาต

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 5

    แม้ว่ายามนี้หยางเจี้ยนจะยังเป็นแค่เพียงคุณชายใหญ่ของจวนสกุลหยาง ยังไม่ใช่พระมาตุลาผู้สำเร็จราชการแผ่นดินดังเช่นในชาติที่แล้ว แต่รอบกายของเขากลับมีพลังอำนาจคุกคามบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาแล้วทำให้ทุกคนต่างก็เกรงขามและหวาดกลัว สายตาอันคมกล้าคู่นั้นของเขาทำให้หลายคนไม่กล้าสบตา แต่คนที่เคยผ่านความเป็นคว

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 3

    เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหลินเหม่ยเหยาสิ่งแรกที่หลินเหม่ยเหยาตั้งใจจะทำก็คือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบให้เต็มที่ เดิมทีนางมีความเย็นชาต่อชุยอวี้หลันอยู่เป็นนิจ ต่อต้านทุกสิ่งที่ชุยอวี้หลันชี้นำให้นางทำ แต่ยามนี้สิ่งที่นางทำก็คือการทำตัวเป็นลูกเลี้ยงที่ดีเชื่อฟังคำชี้แนะของชุยอวี้หลันโดยไม่โต้เถียง

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 2

    ยามที่หลินเหม่ยเหยาลืมตาตื่นขึ้นมา นางก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงนอนของตนเองในสกุลหลิน สภาพแวดล้อมภายในห้องล้วนมีสภาพเหมือนตอนที่นางยังไม่ได้ปักปิ่น ในยามนั้นหลินเจวี๋ยผู้เป็นบิดาของนางยังคงเข้าออกห้องของนางโดยไม่ได้ถือสาเรื่องธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น“เหยาเหยา เจ้าดูนี่สิพ่อได้ฟู่จื่อมามากมาย เจ้า

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 1

    ท่ามกลางลมพายุโหมที่กระหน่ำ สายลมและสายฝนที่โปรยปรายลงมาตกกระทบหลังคาและหน้าต่าง ส่งเสียงดังราวกับธรรมชาติกำลังโกรธเกรี้ยว แม้ว่าจะอยู่ภายใต้ลมพายุที่โหมกระหน่ำแต่หัวใจของหลินเหม่ยเหยากลับสงบนิ่งเป็นอย่างยิ่ง ความเจ็บปวดความรวดร้าวตามร่างกายไม่ได้ส่งผลต่อใดๆ ต่อ นางอีกต่อไปแล้ว หยาดน้ำตาบนใบหน้าของน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status