Share

บทที่ 3

Penulis: BigM00N
last update Tanggal publikasi: 2025-05-19 19:41:53

เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหลินเหม่ยเหยาสิ่งแรกที่หลินเหม่ยเหยาตั้งใจจะทำก็คือใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบให้เต็มที่ เดิมทีนางมีความเย็นชาต่อชุยอวี้หลันอยู่เป็นนิจ ต่อต้านทุกสิ่งที่ชุยอวี้หลันชี้นำให้นางทำ แต่ยามนี้สิ่งที่นางทำก็คือการทำตัวเป็นลูกเลี้ยงที่ดีเชื่อฟังคำชี้แนะของชุยอวี้หลันโดยไม่โต้เถียง

“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดช่วงนี้คุณหนูใหญ่จึงได้ทำตัวผิดแปลกไปเช่นนี้เล่า” เมื่อชุยอวี้หลันเอ่ยถามเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็ส่งยิ้มให้พลางเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ข้าเปลี่ยนไปมากเลยหรือ ข้าก็หลงคิดว่าการเปลี่ยนแปลงของข้าน่าจะทำให้แม่เล็กพึงพอใจได้เสียอีก” นางเอ่ยพลางก้มหน้าลงคัดอักษรตามบทคัดลอกที่ชุยอวี้หลันหามาให้

“คุณหนูใหญ่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียินดีเชื่อฟังข้าเช่นนี้ข้าย่อมดีใจ เพียงแต่อยู่ๆ ท่านก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันเช่นนี้มันทำให้ข้าอดรู้สึกกังวลใจไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน มีผู้ใดพูดจาล่วงเกินท่านหรือว่ามีใครทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจหรือเปล่า” เมื่อมารดาเลี้ยงของนางเอ่ยถามเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็ส่ายหน้า

“ไม่มีหรอกเจ้าค่ะ ข้าก็แค่คิดว่าสิ่งที่แม่เล็กสอนสั่งอีกทั้งยังเข้มงวดกับข้าล้วนเป็นเพราะหวังดีต่อข้า ข้าจึงคิดได้ว่าจะพยายามต่อต้านท่านไปทำไม” เมื่อหลินเหม่ยเหยาพูดเช่นนี้ชุยอวี้หลันก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดี

“ท่านคิดได้เช่นนี้ข้าก็ดีใจ ดังนั้นวันนี้คัดบทคัดลอกนี้ให้เสร็จแล้วท่านก็สามารถพักผ่อนได้ตามสบาย ท่านสามารถทำทุกอย่างได้ตามใจยกเว้นการออกไปหาคุณหนูจวนสกุลหยาง” เมื่อชุยอวี้หลันพูดเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาก็พยักหน้า

“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านวางใจเถิดข้าไม่คิดจะดื้อรั้นออกไปพบหยางสุ่ยเซียนอีกแล้ว” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้ชุยอวี้หลันยิ้มออกมา

“ดีแล้วเจ้าค่ะ สหายของท่านผู้นั้นนางเติบโตในจวนสกุลใหญ่ความคิดความอ่านซับซ้อนเป็นอย่างยิ่งท่านตามนางไม่ทันหรอก” เมื่อชุยอวี้หลันพูดจบก็มีสาวใช้วิ่งเข้ามาหานางในทันที

“ชุยอี๋เหนียง คุณชายน้อยหลบหนีออกไปนอกจวนอีกแล้วเจ้าค่ะ” คำพูดของสาวใช้ทำให้ชุยอวี้หลันพลันมีโทสะขึ้นมาในทันที

“เจ้าลูกคนนี้ทำไมวันๆ ถึงได้หาแต่เรื่องกันนะ สั่งการลงไปเกณฑ์คนออกไปจับตัวคุณชายน้อยกลับมา ผู้ใดพาเขากลับมาได้ข้าจะตกรางวัลอย่างงาม” เมื่อชุยอวี้หลันเอ่ยเช่นนี้สาวใช้ผู้นั้นก็รีบรับคำแล้วออกไปจัดการเกณฑ์ผู้คนเพื่อออกไปตามหาหลินโม่วในทันที

“คอยดูนะตามเขากลับมาได้เมื่อไหร่ข้าจะตีเขาให้ขาหักเลย” เมื่อชุยอวี้หลันพูดเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาที่คัดลอกอักษรเสร็จแล้วก็พลันเงยหน้าขึ้นสีหน้าของมารดาเลี้ยงทำให้หลินเหม่ยเหยาพลันส่ายหน้าปฏิเสธแล้วจึงได้เอ่ยปากขออาสาด้วยน้ำเสียงออดอ้อนในทันที

“แม่เล็ก ข้ากับน้องชายรู้ใจกันดี เขาหนีออกไปเช่นนี้ข้ารู้ว่าจะไปตามเขาได้ที่ไหน อีกทั้งหากข้าเป็นคนไปตามเขาย่อมจะต้องยินดีกลับมาพร้อมข้าโดยไม่ต้องเปลืองกำลังแน่” คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้ชุยอวี้หลันได้แต่ส่ายหน้า

“โม่วเอ๋อออกจากจวนไปเพียงคนเดียวข้าก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว หากให้คุณหนูใหญ่ออกจากจวนไปด้วยอีกคนในใจของข้าคงจะร้อนรนมากขึ้นกว่าเดิม ให้บ่าวไพร่ออกไปตามหาเถิด ส่วนเรื่องที่ว่าเขาจะยอมกลับมาหรือไม่ ขอเพียงมีคนอ้างชื่อข้าเขาก็คงจะยินยอมกลับมาแต่โดยดี... กระมัง” เมื่อเอ่ยมาถึงประโยคท้ายชุยอวี้หลันพลันมีน้ำเสียงไม่แน่ใจ บุตรชายของนางทั้งเอาแต่ใจและดื้อรั้น ยิ่งเมื่อได้พี่สาวและบิดาคอยให้ท้ายเขาก็ยิ่งซุกซนและไม่เชื่อฟังนางเข้าไปใหญ่

“แม่เล็กให้ข้าไปเถิด ข้าจะพาคนไปด้วยอีกหลายคน อีกทั้งข้ายังมีผงยาสำหรับใช้ป้องกันตัวอีกมากมาย ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้าหรอกเจ้าค่ะ” หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางชี้ให้มารดาเลี้ยงของตนมองดูสาวใช้และผู้ติดตามของนาง มารดาแท้ๆ ของนางทิ้งคนของตนเองให้บุตรสาวไว้หลายคน มีอยู่สองคนที่มีวิชายุทธ์สูงส่ง เมื่อชุยอวี้หลันเห็นว่าหลินเหม่ยเหยาจะพาคนเหล่านั้นติดตามไปด้วยนางก็พลันรู้สึกวางใจ

“เช่นนั้นก็ตามใจท่านเถิด เพียงแต่หากพบโม่วเอ๋อแล้วท่านต้องรีบกลับจวนนะ หากนายท่านกลับมาถึงจวนแล้วไม่ได้พบท่าน เขาจะต้องเกณฑ์คนทั้งจวนออกไปตามหาท่านเป็นแน่”

“แม่เล็กวางใจเถิด พบโม่วเอ๋อเมื่อไหร่ข้าจะรีบพาเขากลับจวนในทันที” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้ชุยอวี้หลันก็พยักหน้าแล้วไม่ได้เอ่ยวาจาคัดค้านหลินเหม่ยเหยาอีก

หลังจากนั้นหลินเหม่ยเหยาก็พาคนของนางออกจากจวน นางรู้ดีว่าน้องชายของนางไปอยู่ที่ไหน หลินโม่วคนนี้เป็นเด็กที่ถูกนางกับบิดาตามใจจนเสียคน แม้ว่าจะเกิดในสกุลแพทย์แต่เขากลับให้ความสนใจเรื่องวิชายุทธ์ ทุกครั้งที่ว่างเขามักจะมาเรียนรู้วิชาการป้องกันตนเองกับมู่เหอและมู่จิ่น สองผู้คุ้มกันที่มารดาของนางทิ้งเอาไว้ให้ หากวันไหนมู่เหอและมู่จิ่นไม่ว่างเขาก็มักจะมาที่สำนักคุ้มภัยสกุลมู่เพื่อจะได้ใช้ลานฝึกของสำนักคุมภัยเป็นที่ฝึกซ้อมฝีมือของตนเอง

สกุลมู่เป็นสกุลเดิมของมารดาแท้ๆ ของนาง ท่านตาของนางเคยเป็นอดีตแม่ทัพใหญ่ของแคว้น พอสิ้นท่านตาสกุลมู่ก็ไร้ผู้สืบทอด เมื่อไร้ผู้สืบทอดตราแม่ทัพก็ถูกส่งคืนราชสำนัก เมื่อสิ้นท่านตาบรรดาแม่ทัพนายกองหลายคนก็ล้วนลาออกจากกองทัพ มารดาของนางกังวลว่าพอพวกเขาไร้เบี้ยหวัดที่เคยได้รับจากในกองทัพแล้วจะใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก นางจึงได้ก่อตั้งสำนักคุ้มภัยสกุลมู่ขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มคนที่เคยเป็นอดีตลูกน้องของท่านตามีอาชีพที่สามารถหาเงินเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้

“โม่วเอ๋อ!” เสียงของหลินเหม่ยเหยาทำให้หลินโม่วที่กำลังฝึกเพลงทวนอยู่ชะงักงันไปในทันที เขารีบส่งทวนให้มู่เปียวแล้ววิ่งมาหาพี่สาวของตนเองในทันที

“พี่หญิง ท่านมาทำอะไรที่นี่” คำถามของน้องชายทำให้หลินเหม่ยเหยาขึงตาใส่น้องชายในทันที

“ก็มาตามเจ้ากลับจวนอย่างไรเล่า ร้ายกาจนักนะเดี๋ยวนี้กล้าหลบหนีออกจากจวนแล้วหรือ” เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินโม่วก็ยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อนในทันที

“ก็ท่านแม่ห้ามไม่ให้ข้าฝึกยุทธ์ภายในจวนนี่นา ข้าก็เลยต้องแอบลักลอบออกจากจวนมาฝึกที่นี่” คำพูดของน้องชายทำให้หลินเหม่ยเหยาได้แต่ส่ายหน้า

“แต่ถึงอย่างไรการหลบหนีออกจากจวนโดยไม่บอกกล่าวกับผู้ใด ก็เป็นเรื่องที่ผิดอยู่ดี ดังนั้นเจ้ารีบเดินทางกลับจวนเสียเดี๋ยวนี้ไม่เช่นนั้นวันนี้เจ้าอาจจะถูกแม่เล็กลงมือเฆี่ยนตีจนเนื้อตัวปริแตกไปเลยก็ได้นะ” คำพูดของพี่สาวทำให้หลินโม่วพลันมีสีหน้าซีดเซียวในทันที

“พี่หญิงท่านต้องช่วยข้านะ ไม่เช่นนั้นท่านแม่จะต้องลงมือเฆี่ยนตีข้าด้วยตนเองหรือไม่ก็ส่งข้าไปที่หอลงทัณฑ์เพื่อรับโทษโบยเป็นแน่” คำพูดของน้องชายทำให้หลินเหม่ยเหยาพลันยิ้มออกมาในทันที น้องชายผู้นี้ของนางแม้ว่าจะดื้อรั้นอยู่บ้าง แต่ก็ยังรู้จักเกรงกลัวการต้องรับโทษทัณฑ์อยู่ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะถ้าหากว่าเขาไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใดเลยคงยากที่จะควบคุมความประพฤติของเขาได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 100

    ‘เจ้าบ่าวของฉางเจียจะต้องเป็นข้าเพียงเท่านั้น’สวีหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากนั้นเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากกว่าจะได้แต่งงานกับฉางเจีย พอนางตัดสินใจว่าจะแต่งให้กับผู้อื่นแล้วนางก็มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เขาบอกว่าเขายินดีที่จะแต่งงานกับนาง แต่นางกลับคิดแค่เพียงว่าเขารู้สึกสงสารนางเพียง

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 99

    คุณหนูสกุลฉางกำลังจะแต่งงาน ข่าวนี้ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันแตกตื่นและก็พากันสงสัยว่าใครกันที่จะเป็นเจ้าบ่าวผู้โชคร้ายคนนั้น ที่น่าประหลาดใจก็คือใกล้จะถึงวันมงคลอยู่แล้วแต่จวนสกุลฉางกลับไม่ได้จัดเตรียมงานมงคล แต่จวนที่จัดเตรียมงานมงคลกลับเป็นจวนสกุลหยาง จึงมีหลายคนต่างพากันพูดเป็นเสียงเดียวกันว

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 98

    “บัดซบ! หลินเหม่ยเหยาถ้าเจ้ากล้าเป็นอะไรไป ข้าจะตามไปเอาเรื่องเจ้าในปรโลกแน่ๆ” ฉางเจียเอ่ยพลางวิ่งอย่างสุดฝีเท้าไปที่จวนสกุลหยางโดยมีอิงเถาวิ่งตามนางมา“คุณหนูฉาง ข้าเอารถม้ามารับท่านด้วยนะเจ้าคะ” แม้ว่าจะวิ่งสุดฝีเท้าแต่ฉางเจียก็วิ่งไปไกลแล้ว อิงเถาได้แต่หลังน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้ววิ่งกลับไปที่รถม้า

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 97

    ‘ข้าเคยพูดว่าเขาเป็นคนหน้าตาธรรมดาหรือ ข้าเคยพูดตอนไหนกันนะ’ นี่คือความคิดของฉางเจียหลังจากที่นางมอบถุงผ้าปักของตนเองให้สวีหย่วนเพื่อเป็นของแทนใจแต่กลับถูกเขาส่งคืนมาให้แถมยังบอกกับนางว่า“คุณหนูเคยเอ่ยกับข้าว่าข้าเป็นคนที่มีหน้าตาธรรมดา ดังนั้นคนที่มีหน้าตาธรรมดาเช่นข้าจึงไม่คู่ควรที่คุณหนูฉางจะมาช

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 96

    “จิ่นหลันเป็นถึงนายกองหญิงของทัพอู่ติ้ง ได้ยินมาว่าหลายปีมานี้นางคือกุนซือของกองทัพ หากนางคิดมากถึงเพียงนั้นเหตุใดจึงไม่คิดบ้างเล่าว่า ข้าไม่เคยทุ่มเทความสนใจของข้าให้กับสตรีอื่น และข้าก็เชื่อว่าลูกเหยียนของข้าคงจะไม่ต่างจากข้ามากนัก ส่วนลูกเยว่เจ้าไม่ต้องกังวล ขนาดข้ายังตกหลุมรักเจ้าได้ คงจะมีสักวั

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 95

    ซ่งเสวี่ยหรงและกัวไป๋จิ้งถูกตัดสินประหารชีวิตในวันเดียวกัน คนสกุลกัวทั้งสกุลพลอยติดร่างไปด้วย ส่วนคนอื่นๆ ในสกุลซ่งได้รับการอภัยโทษและถูกเนรเทศไปอยู่ชายแดนตลอดชีวิต หวังจื่อเถียนทนรับความลำบากไม่ไหวแขวนคอตนเองตายไปในที่สุด หลินเหม่ยเหยารับฟังเรื่องราวเหล่านี้ด้วยจิตใจอันว่างเปล่า บุญคุณความแค้นในชาต

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 44

    การพูดความจริงกับบิดาทำให้หลินเหม่ยเหยารู้สึกราวกับว่าตนเองได้ยกหินออกจากอก นางรู้ดีว่าหากบอกเร็วกว่านี้บิดาก็จะไม่เชื่อ แต่หากบอกช้าไปกว่านี้ก็จะเป็นการกระทำที่สายเกินไป ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ไม่เพียงมีเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นไปได้ในอนาคตแต่ในมือของนางยังมีหลักฐานที่สามารถชี้ความผิดไปที่ฉิ

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 43

    เมื่อคิดได้ว่าตนเองเกือบจะต้องแต่งเข้าจวนอ๋องไปเป็นสตรีของคนที่เคยทำร้ายครอบครัวของตนในชาติก่อนหลินเหม่ยเหยาก็พลันรู้สึกสั่นไหวในจิตใจ นางจ้องมองบิดาอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้เอ่ยกับบิดาตามตรง“รบกวนท่านพ่อไปรอข้าที่ห้องหนังสือของท่านได้ไหมเจ้าคะ ข้าขอไปนำของบางอย่างมาให้ท่านดูสักครู่” เมื่อหลินเหม่ยเห

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 42

    “จะว่าไปก็แปลก อาการป่วยของฝ่าบาทเกิดจากพระปัปผาสะมีความผิดปกติจนลุกลามไปที่พระหทัยบางครั้งก็ทรงประชวรพระวาโยจนต้องฝังเข็มเพื่อทำการแก้ไขพระอาการอยู่นานกว่าจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ ยิ่งช่วงนี้ก็ยิ่งทรงประชวรพระวาโยบ่อยขึ้นจนพ่อคิดว่าพระอาการน่าจะทรงเข้าขั้นวิกฤตแล้ว” เมื่อหลินเจวี๋ยเอ่ยเช่นนี้หลินเหม่ย

  • ขยะผู้นี้ข้ายกให้เจ้า   บทที่ 41

    เมื่อออกจากหน้าประตูวังแล้วคนของหยางเจี้ยนก็นำรถม้ามารับ เขาส่งสัญญาณให้หลินเหม่ยเหยาเข้าไปนั่งในรถม้า ส่วนเขาขี่ม้าอีกตัวเคียงคู่ไปกับรถม้า การกระทำเช่นนี้ของเขาก็เพื่อป้องกันคำครหาของผู้คน หลินเหม่ยเหยาลอบพึงพอใจกับการกระทำเช่นนี้ของเขา เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้ไม่สนใจคำพูดของผู้อื่น แต่การที่เขาป้องก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status