แชร์

บทที่ 4 : เหยื่อ

ผู้เขียน: มาตารดา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-17 18:56:32

บทที่ 4 : เหยื่อ

เสียงดนตรีบีตหนักหน่วงที่ดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน ผสมผสานกับแสงไฟเลเซอร์หลากสีที่สาดส่องตัดกันไปมากลางความมืด คือบรรยากาศอันคุ้นเคยของ ‘Viper Club’ คลับหรูระดับวีไอพีที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านทองหล่อ สถานที่เริงรมย์ยามราตรีที่ต้อนรับเฉพาะลูกค้าระดับไฮเอนด์และเหล่าเซเลบริตี้กระเป๋าหนักเท่านั้น

‘มิลิน’ หรือ มินนี่ สาวสวยเจ้าของใบหน้าเฉี่ยวคมในชุดเดรสรัดรูปสีแดงสดที่เว้าลึกจนเห็นเนินอกอวบอิ่ม นั่งไขว่ห้างจิบมาร์ตินี่อยู่บนโซฟาหนังสีดำกำมะหยี่ในโซน VVIP ชั้นลอย ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถมองเห็นฟลอร์เต้นรำด้านล่างได้อย่างชัดเจน

สายตาของเธอมองตรงไปยังร่างระหงของเพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำส่วนตัวของคลับ

"พระเจ้าช่วย! นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!" มิลินผิวปากแซวเสียงดัง "ในที่สุดฉันก็ได้เห็นยัยป้าเลขาเจ้าระเบียบ ถอดคราบแม่ชีมาใส่ชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสักที! แกควรรู้นะพรีมมี่ ว่าหุ่นแกมันซ่อนรูปขนาดไหน"

พรีมมี่ เดินกอดอกหน้ามุ่ยเข้ามานั่งแหมะลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยหวานที่ปกติมักจะเรียบตึงอยู่เสมอ บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำที่มิลินยัดเยียดทาให้ ชุดสูททำงานแสนเชยถูกพับเก็บลงกระเป๋า แทนที่ด้วยเดรสซาตินสายเดี่ยวสีดำขลับที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาหลายคืบ เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนเร้นมาตลอดทั้งวัน

"ก็แกเล่นบังคับขู่เข็ญฉันนี่ ถ้ารู้ว่ามาแล้วต้องโดนจับแต่งตัวโป๊ขนาดนี้ ฉันหนีกลับไปนอนอ่านหนังสือที่คอนโดดีกว่า" พรีมมี่บ่นอุบ ยกมือขึ้นพยายามดึงชายกระโปรงที่ร่นขึ้นมาให้ปิดหน้าขา แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นผลนัก

"โอ๊ย เลิกดึงได้แล้วยะ! ชุดนี้ราคาหลักแสนจากปารีสเลยนะเว้ย ฉันให้แกยืมใส่ฟรีๆ ก็บุญแค่ไหนแล้ว" มิลินกลอกตาบน ก่อนจะดันแก้วไวน์แดงวินเทจราคาแพงระยับไปตรงหน้าเพื่อนรัก "เอ้า ดื่มซะ จะได้เลิกทำหน้าเป็นตูด แล้วก็เล่ามาให้หมดว่าอีตาบอสจอมกวนประสาทของแก วันนี้มันทำวีรกรรมอะไรให้แกปวดหัวอีก"

คำถามของเพื่อนสนิททำเอาภาพเหตุการณ์หน้าลิฟต์เมื่อเย็นวาบเข้ามาในหัว สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าว และคำขู่ที่ชวนให้ขนลุกซู่... ‘ถ้าผมก้าวเข้าไปแล้วล่ะก็... ผมจะไม่มีวันถอยออกมาจนกว่าจะได้ขย้ำคุณจนจมเตียง’

พรีมมี่สลัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รสชาติฝาดเถื่อนทว่านุ่มลึกของแอลกอฮอล์ไหลลื่นลงคอ ช่วยให้ความตึงเครียดที่เกาะกินมาทั้งวันเริ่มคลายลง

"เขาไม่ใช่แค่กวนประสาทหรอกมินนี่... หมอนั่นมันโรคจิตชัดๆ" พรีมมี่ถอนหายใจยาว ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์สงครามประสาทใต้โต๊ะประชุม ไปจนถึงการถูกต้อนหน้าตู้เอกสารให้เพื่อนฟังอย่างออกรสออกชาติ

มิลินเบิกตากว้าง สลับกับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างสะใจ "โอ๊ยยย ฉันล่ะอยากจะกราบงามๆ ที่อกอีตาบอสของแกสักที! รุกแรงเวอร์! นี่มันไม่ใช่หมาหยอกไก่แล้วพรีมมี่ นี่มันเสือหิวที่กำลังจ้องจะตะครุบเหยื่อชัดๆ!"

"แกยังจะมาขำอีก ฉันเครียดจะตายอยู่แล้ว! ฉันพยายามสร้างกำแพงทุกอย่าง แต่เขาก็หาทางพังมันเข้ามาได้ตลอด"

"ก็ใครใช้ให้แกทำตัวน่าแกล้งล่ะ" มิลินยื่นมือมาหยิกแก้มเพื่อนเบาๆ "ผู้ชายสายล่าแต้มอย่างตานั่นน่ะ ยิ่งเห็นผู้หญิงที่ทำตัวหยิ่งๆ เย็นชา ลุคป้าๆ แบบแก เขาก็ยิ่งอยากเอาชนะไงล่ะ ยิ่งแกหนี เขาก็ยิ่งตาม... เชื่อฉันสิ"

"แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ ลาออกหนีไปเลยดีไหม?"

"บ้าเหรอ! เงินเดือนเลขาตำแหน่งนี้ครึ่งแสนเลยนะเว้ย แกจะทิ้งไปง่ายๆ ได้ยังไง" มิลินจิ๊ปาก "แกก็แค่ต้องเปลี่ยนเกม... ในเมื่อเขาชอบแหย่ แกก็ต้องหัด 'ยั่ว' กลับบ้างสิ ทำให้เขารู้ว่าแกไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือที่จะให้เขาบีบเล่นง่ายๆ"

"ยั่ว? อย่างฉันเนี่ยนะ?" พรีมมี่ชี้หน้าตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ

"เออ! อย่างแกนั่นแหละ เริ่มจากคืนนี้เลย ดื่มเข้าไปเยอะๆ ปลดปล่อยตัวเองซะบ้าง!"

การพูดคุยของสองสาวดำเนินต่อไปพร้อมกับปริมาณแอลกอฮอล์ที่พร่องลงไปเรื่อยๆ พรีมมี่ที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการดื่มหนัก เริ่มรู้สึกถึงความร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ดวงตาคู่สวยเริ่มฉ่ำเยิ้ม กิริยาท่าทางที่เคยระแวดระวังและสงวนสงวนท่าที เริ่มผ่อนคลายและเย้ายวนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลย

ท่ามกลางแสงสีและเสียงดนตรี ความสวยสะดุดตาของพรีมมี่ในชุดเดรสซาตินสีดำ ดึงดูดสายตาของหนุ่มๆ ในโซนวีไอพีหลายคนให้มองมาอย่างสนใจ

"ขอโทษนะครับคนสวย..."

เสียงทุ้มของชายแปลกหน้าคนหนึ่งดังขึ้นแทรกเสียงเพลง พรีมมี่เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า เขายืนถือแก้ววิสกี้พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้เธอ

"พอดีผมเห็นคุณนั่งดื่มอยู่ตรงนี้นานแล้ว สนใจจะไปชนแก้วที่โต๊ะผมไหมครับ? พวกเรามีแชมเปญตัวท็อปเพิ่งเปิดใหม่..." ชายหนุ่มพยายามหว่านล้อม สายตาโลมเลียเรือนร่างของเธออย่างไม่ปิดบัง

พรีมมี่ขมวดคิ้ว กำลังจะอ้าปากปฏิเสธอย่างสุภาพ ทว่า...

หมับ!

มือแกร่งของใครบางคนเอื้อมมาจากด้านหลัง คว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของพรีมมี่ แล้วรั้งร่างบางให้ถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่แข็งแกร่ง

"ขอโทษทีนะครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนสยบเสียงดนตรีรอบข้าง ดังขึ้นเหนือศีรษะของหญิงสาว "แต่ผู้หญิงคนนี้ 'เจ้านาย' ไม่อนุญาตให้รับแก้วจากคนอื่น"

พรีมมี่เบิกตากว้าง หันขวับไปมองเจ้าของท่อนแขนที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสผสมเปลือกไม้หอมที่คุ้นเคย กระแทกเข้าจมูกอย่างจัง

ปกรณ์!

เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง! แถมยังไม่ได้มาในชุดทำงานเมื่อตอนเย็น แต่เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีเลือดหมูปลดกระดุมลึกถึงกลางอก จับคู่กับกางเกงสแล็กสีดำเข้ารูป ดูหล่อร้ายและอันตรายจนสาวๆ โต๊ะข้างๆ พากันกรี๊ดสลบ

ชายหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาจีบถึงกับหน้าถอดสี เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันของปกรณ์ สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้เขารีบก้มหัวขอโทษแล้วเผ่นหนีกลับโต๊ะตัวเองไปอย่างรวดเร็ว

"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ ท่านรอง!" พรีมมี่ได้สติ รีบสะบัดตัวดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมแขนรัดรึง แต่ยิ่งดิ้น แขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอเบียดชิดกับหน้าท้องแกร่งของเขา

"หนีผมมาทำตัวเซ็กซี่อยู่ที่นี่เองเหรอครับ คุณเลขา" ปกรณ์ก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนที่คอของเธอสแตนด์อัพ "บอกแล้วไงว่าผมไม่ชอบให้คุณใส่ชุดที่มัน 'เปิดเผย' ขนาดนี้... ยิ่งมาให้ผู้ชายคนอื่นมองด้วยแล้ว... ผมยิ่งไม่ชอบ"

"นี่มันนอกเวลางาน และนี่ก็ร่างกายของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง!" พรีมมี่แหวใส่ แม้เสียงจะสั่นเพราะความประหม่าที่ใกล้ชิดกันมากเกินไป

มิลินที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่นาน ผิวปากเบาๆ ด้วยความถูกใจ "ว้าว... ตัวจริงหล่อกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี่ย คุณปกรณ์ใช่ไหมคะ? ฉันมิลินค่ะ เพื่อนสนิทของยัยพรีมมี่ และก็เป็นเจ้าของคลับนี้ด้วย"

ปกรณ์ละสายตาจากพรีมมี่ หันไปพยักหน้าทักทายมิลินด้วยรอยยิ้มการค้า "ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณมิลิน คลับคุณบรรยากาศดีมาก... โดยเฉพาะโซนนี้"

"เชิญนั่งก่อนสิคะ มายืนกอดเพื่อนฉันอยู่แบบนั้น เดี๋ยวคนอื่นก็เข้าใจผิดหรอกว่ายัยพรีมมี่มีผัวแล้ว" มิลินจงใจเน้นคำว่า 'ผัว' อย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาพรีมมี่หน้าแดงแปร๊ด หันไปหยิกแขนเพื่อนรักใต้โต๊ะ

"ถ้าทุกคนจะเข้าใจแบบนั้น ผมก็ไม่ติดขัดอะไรนะครับ" ปกรณ์ยิ้มกริ่ม ยอมปล่อยเอวพรีมมี่ แต่กลับทิ้งตัวลงนั่งเบียดประกบข้างๆ เธอแทน พื้นที่โซฟาที่กว้างขวางกลับดูแคบลงไปถนัดตา เมื่อชายหนุ่มจงใจวางแขนพาดไปบนพนักพิงด้านหลังร่างบาง ราวกับกำลังประกาศความเป็นเจ้าของ

พรีมมี่เกร็งตัวแข็งทื่อ พยายามเขยิบหนี แต่ปกรณ์ก็ขยับตามมาเบียดจนต้นขาของทั้งคู่แนบชิดกัน ความร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกเหมือนจะละลาย

ในขณะที่พรีมมี่กำลังทำตัวไม่ถูก สายตาของมิลินกลับเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังโซฟา

เตชิน บอดี้การ์ดหน้าน้ำแข็ง ยืนเอามือไพล่หลัง กวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังภัย ท่าทางของเขาดูขัดกับบรรยากาศสนุกสนานของคลับอย่างสิ้นเชิง

"แล้วนั่น... รูปปั้นหินแกะสลักที่ไหนคะบอสคุณพรีมมี่? ทำไมมายืนทำหน้าดุทะลุไฟนีออนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ" มิลินลุกขึ้นยืน กรีดกรายเดินเข้าไปหาเตชินด้วยความสนใจ สายตาแพรวพราวราวกับแม่เสือสาวที่เจอของเล่นชิ้นใหม่

เตชินหลุบตามองหญิงสาวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่มายืนเกาะขอบโซฟาตรงหน้าเขา ใบหน้าคมคายยังคงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ "ผมเตชิน เป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของบอสครับ... กรุณาถอยออกไปด้วยครับคุณผู้หญิง คุณกำลังอยู่ในระยะประชิดเกินไป"

"แหม... ดุจังเลยนะคะ" มิลินยิ้มหวาน จงใจโน้มตัวไปข้างหน้าจนเนินอกอวบอิ่มแทบจะชนกับแผงอกกว้างของเขา "ถ้าฉันไม่ถอย... คุณการ์ดสุดหล่อจะทำยังไงคะ? จะจับฉันใส่กุญแจมือไหม?"

เตชินขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบที่เคยมองทะลุทุกสิ่งกลับต้องเบือนหนีร่องอกขาวเนียนตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้ "นี่เป็นคำเตือนครั้งที่หนึ่งครับ"

"อุ๊ยตาย... มีนับครั้งด้วย น่ากลัวจังเลย" มิลินหัวเราะร่วน ถอยกลับมานั่งที่เดิม แต่สายตายังคงจับจ้องไปที่เตชินอย่างไม่วางตา ผู้ชายอะไร ตายด้านชะมัด! น่าจับมายั่วให้ตบะแตกจริงๆ!

ตัดกลับมาที่โซฟาฝั่งของคู่หลัก พรีมมี่ที่พยายามหาจังหวะหนีมาตลอด หันไปกระซิบเสียงเขียวใส่คนข้างๆ

"คุณตามฉันมาที่นี่ทำไมคะ ท่านรอง? เราไม่ได้มีนัดคุยงานกันเสียหน่อย"

"ผมก็แค่มาตรวจดูความเรียบร้อย... ว่าเลขาของผม แอบมาเถลไถลที่ไหน" ปกรณ์ตอบหน้าตาเฉย มือหนาที่เคยวางพาดอยู่บนพนักพิง ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาวางแหมะลงบนเอวคอดบางของเธออย่างหน้าไม่อาย!

"ทะ... ท่านรอง! เอามือออกไปนะคะ" พรีมมี่สะดุ้งเฮือก พยายามแกะมือปลาหมึกของเขาออก แต่เขากลับฝืนแรงรัดแน่นขึ้น มือใหญ่เริ่มลูบไล้ไปมาบนเนื้อผ้าซาตินลื่นมือ สัมผัสถึงความนุ่มหยุ่นของผิวเนื้อภายใต้ชุดเดรสบางเบา

"ตอนอยู่บริษัทใส่ซะมิดชิดตั้งแต่คอหอยจรดตาตุ่ม... แต่พอออกนอกบริษัท กลับใส่สายเดี่ยวโชว์ไปถึงไหนต่อไหน" ปกรณ์ก้มลงกระซิบ น้ำเสียงพร่าพร่าเจือไปด้วยแรงอารมณ์คุกรุ่น "รู้ตัวไหมว่าชุดนี้... มันทำให้ผมอยากจะ 'ฉีก' มันทิ้งให้ขาดคามือ"

ถ้อยคำหยาบโลนที่กระซิบชิดริมหู ทำเอาพรีมมี่เบิกตากว้าง หัวใจเต้นกระหน่ำราวกับรัวกลอง สัมผัสวาบหวามที่เอวทำให้เธอเริ่มควบคุมสติไม่อยู่ แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปเริ่มออกฤทธิ์ ทำให้ร่างกายของเธอร้อนรุ่มและอ่อนไหวต่อการสัมผัสของเขามากขึ้น

"คุณมันบ้าไปแล้ว..." พรีมมี่กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาฉ่ำน้ำช้อนมองเขาอย่างตัดพ้อปนขุ่นเคือง "อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉันตรงนี้นะคะ คนมองกันหมดแล้ว"

"ใครแคร์ล่ะครับ?" ปกรณ์ยิ้มร้าย ดวงตาของเขาวาวโรจน์ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ "ถ้าคุณไม่อยากให้ผมทำรุ่มร่ามตรงนี้... งั้นเราเปลี่ยนที่กันดีไหม?"

"ไปไหนคะ?"

"กลับคอนโดคุณ... หรือไม่ก็เพนต์เฮาส์ผม" ปกรณ์ไม่รอคำตอบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับออกแรงดึงรั้งข้อมือบางให้ลุกตามขึ้นมาด้วยอย่างเผด็จการ

"ปล่อยนะ! ฉันยังไม่อยากกลับ มินนี่ ช่วยด้วย!" พรีมมี่หันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนรัก

แต่มิลินกลับทำเพียงแค่โบกมือหยอยๆ ส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ "โชคดีนะยะเพื่อนรัก พรุ่งนี้ถ้าลุกไปทำงานไม่ไหว ก็ฝากลาป่วยกับบอสแกเลยแล้วกัน!"

"ยัยเพื่อนทรยศ!" พรีมมี่สบถ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงมหาศาลของปกรณ์ได้ ชายหนุ่มกึ่งลากกึ่งจูงเธอเดินฝ่าฝูงชนออกจากโซนวีไอพีไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเตชินเดินตามหลังมาติดๆ เพื่อเปิดทางให้

ลมหนาวยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าเมื่อทั้งสองก้าวออกมาพ้นประตูคลับ พรีมมี่พยายามสะบัดมือออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ปกรณ์กลับดันร่างของเธอให้ไปชิดกับประตูรถซูเปอร์คาร์คันหรูของเขาที่จอดเทียบรออยู่แล้ว

แสงไฟนีออนจากริมถนนสาดกระทบใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป ปกรณ์ใช้แขนทั้งสองข้างกักขังเธอเอาไว้ ไม่ให้มีทางหนีรอด

"คุณ... คุณจะทำอะไร" พรีมมี่เสียงสั่น มองเขาด้วยความหวาดหวั่นผสมความตื่นเต้นที่อธิบายไม่ถูก

ปกรณ์โน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมอยู่ รินรดลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ

"ผมเคยเตือนคุณแล้วใช่ไหมพรีมมี่..." เขาพึมพำเสียงพร่า สายตาจับจ้องที่ริมฝีปากของเธอราวกับคนหิวโหย "ว่าถ้าผมก้าวเข้าไป... ผมจะขย้ำคุณให้จมเตียง"

"แต่เราตกลงกันแล้วว่า..."

"ชู่ว..." ปกรณ์แตะปลายนิ้วลงบนริมฝีปากของเธอเพื่อห้ามคำพูด "คืนนี้... ไม่มีกฎของเจ้านายกับเลขาอีกต่อไป มีแค่ 'ผู้ชาย' คนหนึ่ง... ที่กำลังจะคลั่งตายเพราะอยากได้คุณ"

สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากหยักลึกก็โฉบลงมาบดขยี้ริมฝีปากอวบอิ่มของพรีมมี่อย่างดุดันและเอาแต่ใจ!

การกระทำที่รวดเร็วและรุนแรงราวกับพายุทอร์นาโด ทำเอาพรีมมี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือบางยกขึ้นดันแผงอกแกร่งตามสัญชาตญาณ แต่ปกรณ์กลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ด้วยมือเดียว แล้วกดมันแนบกับหลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ของรถ

จูบของเขาไม่ใช่การหยอกล้อเหมือนที่ผ่านมา แต่มันคือการลงทัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและแรงปรารถนาที่อัดอั้น ริมฝีปากร้อนผ่าวดุดันบดคลึง ดูดดึงความหวานจากกลีบปากนุ่มอย่างตะกละตะกลาม ก่อนจะอาศัยจังหวะที่หญิงสาวเผลอเผยอปากรับอากาศ สอดแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในอย่างจาบจ้วง

พรีมมี่ครางอืออาในลำคอ ร่างกายของเธออ่อนระทวย สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อถูกโจมตีด้วยรสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเรียกร้องจนแทบหลอมละลาย แอลกอฮอล์ในเลือดบวกกับความวาบหวามที่ไม่เคยพานพบ ทำให้มือบางที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น

ปกรณ์ครางฮึ่มในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับที่ไร้เดียงสาของเธอ เขากดจูบให้ลึกล้ำยิ่งขึ้น ฝ่ามือร้อนผ่าวอีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนมาจับที่ท้ายทอย ทะนุถนอมให้เธอรับจูบของเขาได้อย่างถนัดถนี่

นี่เป็นเพียงแค่ 'จุดเริ่มต้น' ของการขย้ำเหยื่อเท่านั้น

คืนนี้ยังอีกยาวไกล... และเขาจะสอนให้เลขาแสนพยศคนนี้รู้ว่า การเล่นกับไฟอย่างเขานั้น... มันจะเผาไหม้ให้เร่าร้อนได้ถึงขีดสุดขนาดไหน!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • "ขย้ำรักเลขาแสนพยศ"   ตอนพิเศษ 9 : เริงรักในเรือนกระจกกลางสวน... (NC-18+)

    ตอนพิเศษ 9 : เริงรักในเรือนกระจกกลางสวน... (NC-18+)แสงจันทร์นวลผ่องสาดส่องลงมาอาบไล้ ‘ศาลาเรือนกระจกสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก’ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางคฤหาสน์วรโชติเมธากุล พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบและจัดวางภูมิทัศน์ใหม่อย่างพิถีพิถัน ต้นไม้นานาพันธุ์ถูกจัดวางตามหลักศิลปะแห่งพื้นที่เพื่อให้เกิดความโปร่งโล่งและรับพลังงานบวก แสงไฟซ่อนตามพุ่มไม้และโขดหินส่องประกายเรืองรอง ขับให้สวนพฤกษศาสตร์ส่วนตัวแห่งนี้ดูงดงามราวกับดินแดนในฝันภายในเรือนกระจกที่แอร์เย็นฉ่ำ พรีมมี่ กำลังยืนชื่นชมผลงานการจัดสวนที่เธอเป็นคนลงมือออกแบบและคุมงานด้วยตัวเอง หญิงสาวสวมเพียงชุดสลิปเดรสผ้าไหมสีงาช้างตัวยาวพลิ้วไหว สายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วรับกับเนินอกอวบอิ่มที่โน้มถ่วงตามธรรมชาติโดยไร้บราเซียปกปิด เรือนผมสีเข้มปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังขาวเนียนสวบ... สวบ...เสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำลงบนแผ่นหินทางเดิน ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกเลื่อนเปิดออก ปกรณ์ ในชุดสูททำงานที่เพิ่งกลับจากการเจรจาธุรกิจต่างประเทศ ก้าวเข้ามาภายในเรือนกระจก ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อสูทออกด้วยความเหนื่อยล้า ทว่านัยน์ตาสีนิลกลับทอประกายอ่อนโยนและร้อนแรงขึ้นมาทันทีที

  • "ขย้ำรักเลขาแสนพยศ"   ตอนพิเศษ 8 : เกมรักสวมบทบาท...  (NC-18+)

    ตอนพิเศษ 8 : เกมรักสวมบทบาท... (NC-18+)เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงคลอเบาๆ เคล้ากับแสงไฟสลัวบนรูฟท็อปบาร์สุดหรูชั้น 60 ใจกลางมหานคร ค่ำคืนนี้คลาคล่ำไปด้วยแวดวงไฮโซและนักธุรกิจที่มาร่วมงานกาล่าการกุศล ทว่าท่ามกลางฝูงชน มีเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หยุดมองพรีมมี่ ปรากฏตัวในชุดเดรสกำมะหยี่สีแดงเบอร์กันดีเข้ารูป คัตติ้งเว้าลึกอวดแผ่นหลังขาวเนียนจรดบั้นท้าย กระโปรงผ่าสูงถึงโคนขาเผยให้เห็นเรียวขาเสลาทุกครั้งที่ก้าวเดิน ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงสดขับให้ใบหน้าสวยหวานดูเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกันคืนนี้ เธอและ ปกรณ์ ตกลงกันว่าจะเล่น 'เกมสวมบทบาท' เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ กติกาคือ... พวกเขาคือคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และเขาต้อง 'จีบ' เธอให้ติดพรีมมี่ยืนจิบมาร์ตินี่อยู่ที่มุมบาร์ แอบปรายตามองสามีหนุ่มที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ปกรณ์ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทดูหล่อเหลา ดุดัน และทรงอำนาจจนสาวๆ ในงานต่างพากันส่งสายตาทอดสะพานให้เขาไม่หยุดหย่อน ทว่านัยน์ตาสีนิลคมกริบของเขากลับจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียวราวกับราชสีห์ที่กำลังล็อกเป้าหมายเหยื่อแต่ก่อนที่ราชสีห์จะทันได้ขยับตัว ชายห

  • "ขย้ำรักเลขาแสนพยศ"   ตอนพิเศษ 7 : คืนวันศุกร์กับไออุ่นใต้ผ้าห่ม...  (NC-18+)

    ตอนพิเศษ 7 : คืนวันศุกร์กับไออุ่นใต้ผ้าห่ม... (NC-18+)สายฝนโปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่องในค่ำคืนวันศุกร์สิ้นเดือน การจราจรที่ติดขัดสาหัสของกรุงเทพฯ ทำให้กว่าที่รถยุโรปคันหรูจะแล่นเข้ามาจอดในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวได้ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปแล้วสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่หนักหน่วงสำหรับ P.K. Enterprise ทั้งการประชุมบอร์ดบริหารและการวางแผนไตรมาสสุดท้ายทันทีที่ประตูห้องนอนใหญ่เปิดออก พรีมมี่ ในชุดทำงานที่ยับย่นเล็กน้อยก็ทิ้งกระเป๋าถือลงบนโซฟาปลายเตียง หญิงสาวถอดรองเท้าส้นสูงออกอย่างหมดสภาพ ทิ้งตัวลงนอนหงายแผ่หลาบนเตียงหนานุ่ม หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าเต็มทนยวบ...ฟูกเตียงด้านข้างยุบตัวลงตามน้ำหนักของร่างสูง ปกรณ์ ที่เพิ่งปลดเนกไทและถอดเสื้อสูทพาดไว้บนเก้าอี้ ขยับเข้ามานั่งเคียงข้าง ชายหนุ่มสอดมือเข้าไปใต้ท้ายทอยของภรรยา ออกแรงรั้งเบาๆ ให้ศีรษะทุยสวยหนุนลงบนตักแกร่งของเขาแทนหมอน มือหนาที่มีรอยสัมผัสหยาบกร้านจากการทำงาน ค่อยๆ คลึงนวดขมับและศีรษะให้เธออย่างอ่อนโยน"ปวดหัวไหมคนดี... วันนี้คุณนั่งหน้าจอตลอดทั้งบ่ายเลยนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริง"นิดหน่อยค่ะพี่กรณ์... พรี

  • "ขย้ำรักเลขาแสนพยศ"   ตอนพิเศษ 6 : รสเมรัย(NC-18+)

    ตอนพิเศษ 6 : รสเมรัย(NC-18+)คฤหาสน์วรโชติเมธากุลยามค่ำคืนเงียบสงัด ภายนอกมีเพียงเสียงสายลมพัดผ่านแมกไม้ ทว่าลึกลงไปเบื้องล่างใน ‘ห้องเก็บไวน์ใต้ดิน’ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างโอ่อ่าด้วยผนังอิฐเปลือยและชั้นไม้มะฮอกกานี อุณหภูมิถูกควบคุมให้เย็นเฉียบเพื่อรักษารสชาติของไวน์วินเทจราคาแพงนับพันขวด แสงไฟสีอำพันสลัวส่องกระทบขวดแก้วเกิดเป็นประกายลึกลับและเย้ายวนพรีมมี่ ในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าซาตินสีแชมเปญบางเบาแนบเนื้อ คัตติ้งเว้าหลังลึกจรดบั้นท้าย ไร้ซึ่งบราเซียหรือแพนตี้ใดๆ ปกปิดอยู่ภายใน เธอกำลังยืนเขย่งปลายเท้าอยู่หน้าชั้นไม้วินเทจ มือเรียวเอื้อมหยิบไวน์แดงปีลึกขวดหนึ่งเพื่อนำไปดื่มฉลองครบรอบการแต่งงานเดือนที่หกกับสามีบนห้องนอนหมับ...ความเย็นเฉียบของห้องใต้ดินถูกแทนที่ด้วยไออุ่นร้อนระอุ เมื่อวงแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วจากด้านหลัง แผ่นหลังเนียนละเอียดสัมผัสเข้ากับแผงอกเปลือยเปล่าของ ปกรณ์ ที่สวมเพียงกางเกงนอนผ้าไหมสีดำตัวหลวมโพรก"ลงมาหาไวน์ไกลถึงนี่เลยเหรอครับคนดี..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหู ปลายจมูกโด่งคมสันซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สูดกลิ่นหอมกรุ่นของครีมอาบน

  • "ขย้ำรักเลขาแสนพยศ"   ตอนพิเศษ 5 : สรวงสวรรค์บนเรือยอชต์กลางทะเลเปิด...  (NC-18+)

    ตอนพิเศษ 5 : สรวงสวรรค์บนเรือยอชต์กลางทะเลเปิด... (NC-18+)ค่ำคืนอันเงียบสงัดกลางทะเลอันดามันอันกว้างใหญ่ เรือเมกะยอชต์ส่วนตัวสามชั้นสุดหรูของตระกูลวรโชติเมธากุล ทอดสมอนิ่งสนิทอยู่กลางทะเลเปิดที่ตัดขาดจากแสงไฟชายฝั่งอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าเบื้องบนมืดสนิทราวกับกำมะหยี่สีดำ ประดับประดาไปด้วยทางช้างเผือกและหมู่ดาวนับล้านดวงที่ส่องประกายระยิบระยับ สายลมทะเลอุ่นๆ พัดพริ้วพาเอากลิ่นอายความสดชื่นและเสียงคลื่นกระทบกราบเรือแผ่วเบาบนดาดฟ้าเรือชั้นบนสุด ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สวีทส่วนตัวแบบเปิดโล่ง ไร้หลังคาบดบังทัศนียภาพ มีเพียงเตียงเดย์เบดทรงกลมขนาดคิงไซซ์ที่ปูด้วยฟูกหนานุ่มและผ้าปูซาตินสีดำขลับ รอบข้างจุดเทียนหอมอโรมากลิ่นกระดังงาและวานิลลาที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนรัญจวนใจพรีมมี่ ยืนเกาะราวกระจกใสนิรภัยริมดาดฟ้าเรือ เธอสวมเพียงเสื้อคลุมผ้าไหมแก้วโปร่งแสงสีแดงทับทิมตัวบางเฉียบ ชายเสื้อยาวจรดข้อเท้า ทว่าความบางเบาของเนื้อผ้ากลับเปิดเผยเรือนร่างไร้อาภรณ์ใดๆ ภายในให้เห็นอย่างแจ่มชัด ผิวขาวผ่องนวลเนียนสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายสีเงินยวง ทรวดทรงอกอิ่มสะบึมตั้งเต้าชูชัน ยอดปทุมถันสีชมพูสดดุนดันผ้า

  • "ขย้ำรักเลขาแสนพยศ"   ตอนพิเศษ 4 : บทสวาทหน้าเตาผิงกลางวิลล่าหิมะ...  (NC-18+)

    ตอนพิเศษ 4 : บทสวาทหน้าเตาผิงกลางวิลล่าหิมะ... (NC-18+)เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายเหนือยอดเขาแอลป์ในเมืองเซอร์แมท ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อุณหภูมิภายนอกติดลบสิบองศาเซลเซียส ทัศนียภาพรอบด้านถูกปกคลุมไปด้วยม่านหิมะขาวโพลนตัดกับยอดเขามัทเทอร์ฮอร์นตระหง่านฟ้าทว่า ภายใน ‘ลักชัวรี ชาเลต์ส่วนตัว’ ที่ปกรณ์เหมาปิดทั้งหลังเพื่อพรีมมี่ บรรยากาศกลับอบอุ่นและอวลไปด้วยกลิ่นไม้สนแห้งที่กำลังลุกไหม้อยู่ในเตาผิงหินโบราณขนาดใหญ่ เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชติช่วง ส่งเสียงแตกเปรี๊ยะเบาๆ ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลาสสิกที่เปิดคลอแผ่วเบาหน้าเตาผิงหิน ปูลาดด้วย พรมขนแกะสีขาวผืนหนานุ่มขนาดใหญ่พิเศษพรีมมี่ ในชุดบิกินีขนเฟอร์กำมะหยี่สีแดงสดสำหรับฤดูหนาว ตัวบราสามเหลี่ยมเส้นจิ๋วปิดเพียงยอดปทุมถันอวบอิ่มเอาไว้แทบไม่มิด ท่อนล่างเป็นจีสตริงสายเดี่ยวเส้นบางเฉียบที่รั้งสูงอยู่เหนือสะโพกผาย ผิวขาวผ่องอมชมพูตัดกับสีแดงเพลิงของชุดอย่างเด่นชัด เธอกำลังนอนคว่ำหน้าหนุนหมอนใบใหญ่ มือเรียวถือแก้วไวน์แดงอุ่น ปลายเท้าขยับขึ้นลงตามจังหวะเพลงอย่างอารมณ์ดีสวบ... สวบ...เสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำลงบนพรมขนสัตว์ ปกรณ์ ในสภาพเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status