Share

บทที่ 6

ขวัญรดาลองหลับตาลง พยายามตั้งสมาธิไปที่ระบบแมวกวักที่เคยปรากฏขึ้นมาพร้อมกับลองเรียกในใจ

'ระบบ... มีวิธีหาเงินอย่างสุจริตที่ลงทุนน้อยที่สุดสำหรับครอบครัวเราตอนนี้ไหม' เธอตั้งคำถาม

ติ๊ง!

ราวกับตอบรับคำขอของเธอ หน้าต่างแสงสีทองพลันปรากฏขึ้นในม่านตาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้แสดงภารกิจใหม่ มันกลับแสดงหน้าต่างสถานะความสุขปัจจุบันขึ้นมาเหมือนเดิม...แต่มีบางอย่างต่างออกไป

ข้อความสถานะของแม่ช่อฟ้ามีแถบสีเขียวกะพริบอยู่ที่บรรทัดใหม่ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามา

[แม่ช่อฟ้า: 30/100 ความสุขเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทักษะที่ซ่อนเร้น: การทำอาหารระดับสูง]

'ทักษะที่ซ่อนเร้น? การทำอาหาร?' ขวัญรดาขมวดคิ้ว... จริงอยู่ว่าแม่ทำอาหารอร่อย แต่ก็เป็นเพียงกับข้าวบ้าน ๆ ธรรมดา จะเอาไปสร้างเป็นอาชีพได้อย่างไร?

แต่แล้วในวินาทีนั้นเอง ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดจากชาติภพแรกก็ฉายซ้อนขึ้นมาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ภาพของเธอเอง แต่เป็นภาพที่เธอในวัยเจ็ดขวบนั่งฟังลุงระบายความคับแค้นใจให้ยายฟังด้วยความโกรธเกรี้ยว...

มันคือช่วงเวลาหลังจากที่ครอบครัวของเธอแตกสลาย... หลังจากที่แม่หอบหิ้วเธอกับมนัสหนีกลับไปอยู่บ้านตายายที่นครสวรรค์...ในตอนที่เธออายุห้าขวบ 'จะว่าไปไม่ใช่ตอนนี้หรอกหรือ' เธอคิดอย่างหวาดหวั่น

ก่อนที่คำพูดของลุงจะดังก้องอยู่ในหัวของเธอ "ก็เพราะผัวมันนั่นแหละแม่!" เสียงของลุงในความทรงจำแสดงความเกรี้ยวกราด "พอถูกหวยได้เงินมาหน่อยก็ทำตัวใหญ่โต!"

ในตอนนี้ดูเหมือนว่าขวัญรดาจะจำคำพูดของลุงได้แม่นว่า...ป๊าถูกรางวัลที่ห้าเป็นเงินถึงหนึ่งหมื่นบาทเลยทีเดียว! ซึ่งเงินหนึ่งหมื่นบาท! ในยุคที่ค่าแรงรายวันอยู่ที่หลักสิบมันคือเงินก้อนมหาศาล มากพอที่จะพลิกชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้นได้อย่างสบาย ๆ หรือจะเป็นการทำลายให้ย่อยยับอีกก็ได้เหมือนกัน

ก่อนที่ภาพความทรงจำของจิตวิญญาณของหญิงชรานั้นจะเริ่มชัดเจนขึ้นราวกับเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นไม่มีผิด... ภาพของป๊าที่เริ่มกลับบ้านผิดเวลา กลิ่นน้ำหอมแปลก ๆ ที่ติดมาตามเสื้อ และแววตาที่ว่างเปล่าของแม่ที่นั่งรอสามีกลับบ้านทุกคืน...ไม่ว่าอาม่าจะห้ามปรามอย่างไรป๊าก็ดูเหมือนว่าจะกู่ไม่กลับ

สุดท้ายในที่สุดแม่ของเธอจึงได้หอบเธอกับน้องหนีไปอยู่บ้านตายายที่นครสวรรค์ หลังจากที่แม่ร้องไห้มาหลายวัน แม่ก็ได้ฮึดขึ้นสู้และประกาศว่า "ฉันจะเลี้ยงลูกสองคนด้วยลำแข้งของตัวเอง"

เมื่อขวัญรดาคิดมาถึงตรงนี้เธอก็เห็นภาพของแม่ที่ยืนหยัดหาบขนมจีนขายด้วยตัวเองอย่างอดทนจนทำให้มีเงินเก็บก้อนหนึ่ง...และหลังจากนั้นไม่นานที่ป๊าหมดตัวและถูกทิ้งหรือส่วนหนึ่งอาจจะมาเพราะอาม่า ก็เลยทำให้เขาไปง้อแม่ของเธอและสัญญาว่าจะทำตัวใหม่

'ดูเหมือนว่าเหตุการณ์การเป็นลูกแม่ค้าของเราจะเริ่มจากตรงนั้นสินะ' เด็กหญิงครุ่นคิด ก่อนจะดีดนิ้วของตัวเองดังเป๊าะด้วยแววตาลุกโชน 'ขนมจีนน้ำยาฝีมือแม่ ไหนจะแกงเขียวหวานคั่วฟักเขียว...แม่ของเราทำอร่อยที่สุดแล้ว!'

เมื่อคิดได้ดังนี้ เธอก็ตั้งใจว่าจะต้องนำเรื่องนี้ไปคุยกับแม่อย่างจริงจังให้ได้ แต่ก่อนอื่น...เธอต้องจัดการกับระเบิดเวลาที่ชื่อว่าเงินหนึ่งหมื่นบาทนั้นเสียก่อน!

และแล้วแผนการหยิบยืมสลากกินแบ่งรัฐบาลมาให้แม่ก็ได้ถูกคิดขึ้นมาอย่างเร่งด่วน 'เราต้องห้ามแม่ด้วยว่าห้ามบอกใคร แต่เราจะทำอย่างไรให้แม่ทำตามดี' ขวัญรดารู้สึกว่าเหมือนเธอจะประสบปัญหาใหม่อีกแล้ว เนื่องจากแม่ของเธอนั้นรักครอบครัวมาก อีกทั้งยังจะเป็นเหมือนผู้หญิงยุคเก่าทั่วไปที่เป็นเหมือนช้างเท้าหลัง

'เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน...คงต้องลองเสี่ยงดูสักหน' เด็กหญิงครุ่นคิดก่อนจะเหม่อมองไปทางเจ้าทองตัวน้อย 'ใช้วิธีบอกว่ามีผีมาบอกก็แล้วกัน และให้ผีในฝันย้ำว่าหากแม่บอกป๊า บ้านของเราจะแตกเพราะป๊าจะมีผู้หญิงใหม่จากการแนะนำของเพื่อนที่โรงเชือด'

ในขณะที่ขวัญรดากำลังตกอยู่ในภวังค์ของตนเองอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของน้องชายดังขึ้น ทำให้เธอหลุดออกจากความคิดอันซับซ้อน

พร้อมกับมองไปยังน้องที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล และเห็นเขาทำท่าเหมือนกำลังยื่นของเล่นไม้ในมือให้ใครบางคนที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งหากมีคนเห็นก็อาจจะช็อกเนื่องจากจู่ ๆ ของเล่นก็ลอยขึ้นกลางอากาศได้เองราวกับมีคนรับไป

ขวัญรดามองภาพนั้นแล้วก็ยิ้มออกมา...ทั้งนี้เป็นเพราะเธอมองเห็นร่างโปร่งแสงของเจ้าทองที่กำลังทำหน้าทะเล้นแลบลิ้นปลิ้นตาเล่นกับน้องชายของตนอย่างสนุกสนาน ซึ่งดูเหมือนว่ากุมารน้อยกำลังทำหน้าที่เป็นพี่ชายเลี้ยงน้องได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

และแล้วภาพความสุขเล็ก ๆ ตรงหน้ายิ่งตอกย้ำความตั้งใจของเธอให้แน่วแน่มากยิ่งขึ้น...เธอจะต้องปกป้องรอยยิ้มนี้ของน้องและของครอบครัวเอาไว้ให้ได้ แม้ว่าต่อมาป๊าจะคิดได้ แต่ทุกสิ่งมันก็ไม่เหมือนเดิม เนื่องจากเธอรู้ดีว่าแม่ก็ยังคงระแวงป๊าอยู่ในเรื่องผู้หญิงตลอดเวลาจนกระทั่งเธอสิ้นลม

เมื่อแผนการทุกอย่างตกผลึกในใจ เจ้าตัวก็ไม่รอช้าเธอเพ่งสมาธิไปยังจุดที่เจ้าทองกำลังเล่นอยู่ แล้วส่งกระแสจิตไปหากุมารน้อยทันที

'เจ้าทอง...ฉันมีเรื่องสำคัญมาก ๆ จะให้ช่วย'

กุมารน้อยที่กำลังสนุกสนานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพยักหน้ารับรู้แล้วค่อย ๆ ลอยตัวมานั่งขัดสมาธิเคียงข้างพี่สาวคนใหม่ของตัวเอง

'พี่สาวมีอะไรให้หนูช่วยเหรอจ๊ะ'

'อีกไม่นาน...ก่อนตรุษจีน ป๊าของฉันจะไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล' ขวัญรดาเกริ่น 'ฉันอยากให้เธอช่วยไปสืบดูให้หน่อยว่าป๊าซื้อแล้วเก็บเอาไว้ที่ไหน'

เจ้าทองเอียงคอด้วยความสงสัย 'แล้วพี่สาวจะให้หนูทำอะไรต่อเหรอ...หรือจะให้หนูไปแอบหยิบสลากใบนั้นมาให้พี่สาวใช่ไหม...ว่าแต่แบบนั้นมันไม่เรียกว่าขโมยเหรอจ๊ะ' กุมารทองตัวน้อยถามอย่างพาซื่อ ทั้งนี้เพราะจำได้ว่าพี่สาวเคยพูดไว้

'สิ่งที่เราจะทำนี้ไม่เรียกว่าขโมยเพราะเราไม่ได้ไปลักของใคร แต่ว่าเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมต่างหาก' เธอเกริ่น ก่อนจะรีบอธิบายออกมาเพิ่มเติมเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของกุมารตัวน้อย 'เจ้าทอง...เธอรู้จักสุภาษิตไทยที่ว่าตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไหม' กุมารน้อยส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ

'มันหมายถึงการลงทุนลงแรงไปกับอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์เลย...เหมือนเราตั้งใจโขลกน้ำพริกอย่างดี แต่สุดท้ายก็เอาไปเททิ้งในแม่น้ำจนหมด ไม่ได้อะไรดี ๆ กลับคืนมา'

เธอกล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของกุมารน้อย และเมื่อเห็นว่าสีหน้าของเขาคล้ายเข้าใจมากขึ้น เธอจึงได้พูดขึ้นมาอีก

'ซึ่งก็เหมือนกับเงินที่ป๊าจะถูกหวยนั่นแหละ เพราะถ้าปล่อยให้ป๊าเก็บไว้ เงินก้อนนั้นก็จะหมดไปกับเพื่อนฝูงและผู้หญิงคนอื่น...เหมือนเราเอาเงินหนึ่งหมื่นบาทไปเททิ้งในแม่น้ำ มันไม่ได้ทำให้ครอบครัวเราดีขึ้นเลย แถมยังจะทำให้บ้านเราแตกอีกด้วย'

'หนูเข้าใจแล้วจ้ะ แบบว่าพ่อแม่ของพี่สาวก็จะทะเลาะกันแบบนี้ใช่ไหม และก็จะเสียงดัง ๆ ด้วย' กุมารน้อยพูดขึ้นตามที่ตัวเองเคยเห็น

'ใช่แล้วละ แต่ว่าถ้าฉันนำเงินก้อนนั้นมาให้แม่...มันก็เหมือนเรานำเงินของครอบครัวมาเป็นเงินทุนเพื่อสร้างอนาคตของเรา และมันก็จะไม่ได้หายไปไหน แต่ตรงข้ามเงินมันจะงอกเงยขึ้นมาให้เราได้อยู่ดีกินดีกันทุกคน...รวมถึงเธอด้วย'

เจ้าทองนิ่งฟังอย่างตั้งใจ...พร้อมกับจับใจความสำคัญทั้งหมดเอาไว้ว่าสิ่งที่พี่สาวกำลังจะทำนั้น ก็เพื่อทำให้ทุกคนในบ้านได้อิ่มท้องนั่นเอง

'เข้าใจแล้วพี่สาว!' เขาตอบกลับมาเสียงหนัก 'หนูจะไปสืบมาให้พี่สาวเอง! วางใจได้เลย!'

พูดจบ ร่างของเด็กชายก็สลายหายไป ทิ้งให้ขวัญรดานั่งอยู่กับน้องชายตามลำพัง แต่คราวนี้ ในใจของเธอไม่ได้มีแค่ความกังวลอีกต่อไป แต่กำลังมีแผนการบางอย่างที่จะเริ่มต้นขึ้นด้วย

เย็นวันเดียวกัน...เมื่อเธอเห็นว่าแม่อาบน้ำและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ในขณะที่หญิงสาวกำลังตากผ้าที่ซักสะอาดจากการเปรอะเปื้อนขี้หมูอยู่นั้น

ขวัญรดาก็เดินตรงเข้าไปหาเธอ "แม่จ๋า" เจ้าตัวเรียกขานแม่อย่างอ่อนหวาน

"ว่ายังไงลูก" ช่อฟ้าหันมาส่งยิ้มให้กับลูกสาวของตน แม้ว่าในแววตาจะอ่อนล้าจากการตื่นเช้าและทำงานหนัก

"แม่จ๋า เมื่อคืน" ท่าทางของลูกสาวที่ยืนบิดมือไปมาคล้ายลังเลทำให้ช่อฟ้าเกิดความสงสัย

"เมื่อคืนมีอะไรหรือลูก" คนเป็นแม่วางงานในมือลงก่อนจะเดินมาทางลูกสาวถามอย่างห่วงใย

"คือ เมื่อคืนหนูฝันจ้ะ ในฝันมีคุณยายท่านหนึ่งมาบอกว่า" ขวัญรดาไขว้นิ้วไว้ด้านหลัง พร้อมกับเล่าเรื่องของอนาคตออกมา ช่อฟ้านิ่งฟังลูกสาวด้วยปากอ้า ๆ หุบ ๆ

"แม่ว่าหนูคงจะฝันไปนั่นแหละจ้ะ ไม่มีอะไรหรอก" ช่อฟ้ายกมือขึ้นลูบหัวลูกสาวกล่าวปลอบอย่างอ่อนโยน

"แม่จ๋า แต่มันก็ไม่แน่นะจ๊ะ ถ้าเรามีเงินมากขนาดนั้นจริง ๆ หนูว่าแม่เชื่อไว้สักหน่อยก็ไม่เสียหาย เพราะเงินมันคมมากนะจ๊ะ" คำว่าเงินมันคมมาก ที่ไม่น่าจะออกมาจากปากของลูกน้อยวัยห้าปีทำให้ช่อฟ้านิ่งงันไป
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 149

    กาลเวลาผ่านไปดุจสายน้ำที่ไหลรินไม่เคยหวนกลับ... นับตั้งแต่วันที่ทองเอกลืมตาดูโลก ภายใต้ร่มเงาของบ้านสวนศิริเวชเจริญ... วันนี้ก็เวียนมาถึงวันที่เขามีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ชายหนุ่มกำลังจะก้าวเข้าสู่วัยย่างยี่สิบเอ็ดปีเต็ม เป็นช่วงเวลาที่ชายหนุ่มไทยถือว่าพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่พิธีอุปสมบท เพื่อสนองคุณบ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 148

    เขายิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นแววตาที่ลุกโชนของคนกลุ่มนี้ที่ทุกคนจะเป็นกำลังหลักในอนาคต ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้าย...“พิสูจน์ให้ทุกคนเห็น... ว่าพวกเธอไม่ใช่เด็กใหม่อีกต่อไปแล้ว”“ครับ/ค่ะ” เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงจากพวกเขาที่กำลังจะมีประสบการณ์อย่างเต็มตัวกับหน้าที่ในความรับผิดชอบอันสำคัญหนึ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 147

    เรื่องราวความสำเร็จของศิริเวชเจริญการช่างและการออกแบบไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยขวัญรดาและปฐพีเพียงสองคน... แต่มันยังถูกถักทอขึ้นจากหยาดเหงื่อ น้ำตาและเสียงหัวเราะของเหล่าน้องใหม่ไฟแรงที่ร่วมเดินทางกันมาตั้งแต่ต้น...ย้อนกลับไปในช่วงที่ขวัญรดากับกลุ่มเพื่อนขึ้นปีสองภายห้องสตูดิโอของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ในย

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 146

    หลังจากที่ทั้งสองตกลงคบหากันอย่างเป็นทางการ โลกของดวงเชฟขนมหวานผู้ถ่อมตนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีความรักที่งดงามและอบอุ่นเช่นนี้โดยเฉพาะเมื่อครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างก็ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขาอย่างเปิดใจ บ้านที่เคยคิดว่าอาจเป็นที่กดดัน กลับกลายเป็นที่พักใจที่อบอ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 145

    โดยที่ขวัญรดายังคงนั่งเคียงข้างกับปฐพี... ที่บนตักของชายหนุ่มก็มีเด็กชายทองเอกกำลังนั่งมองซ้ายขวาอย่างอยากรู้อยากเห็นผิดวิสัยเด็กทั่วไปที่มักจะตื่นสถานที่หรือกลัวคนแปลกหน้าส่วนปาปารัสซี่... ที่ถ่ายรูปพวกเขาวันนั้นตอนนี้กลับรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นภาพนี้ เพราะตอนนี้หัวใจของเขาคล้ายกับกำลังทำงาน

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 144

    “ผมว่าพวกเราควรไปสูดอากาศข้างนอกบ้างนะเจ๊... ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กนี่ เจ๊แทบไม่ได้ออกจากบ้านเลย วนเวียนอยู่แต่บริษัทและก็บ้าน” คำพูดของน้องชายดูมีเหตุมีผลไม่น้อย“ก็ดีเหมือนกัน นายขับรถนะ”“ได้เลยครับ นานครั้งจะได้รับใช้พี่สาวสุดสวยกับหลานชายสุดหล่อผมเต็มใจ” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความร่าเริง โดยมีทองเ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 142

    “เราต้องได้พบกันอีกครั้งนะ เจ้าทอง” ขวัญรดาอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาของตนนับจากคืนนั้น ขวัญรดาก็พยายามทำใจให้ผ่องใสเพื่อลูกน้อยในท้อง แม้ความกลัวในอดีตจะยังคงแทรกซึมเป็นระยะ แต่ทุกครั้งที่เธอลูบหน้าท้องเบา ๆ ความอบอุ่นบางเบาก็จะไหลวนอยู่ใต้ฝ่ามือ ราวกับเจ้าตัวเล็กตอบรับอยู่อย่าง

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 141

    หลังจากที่ขวัญรดาและปฐพีแต่งงานกัน... หนึ่งปีที่เต็มไปด้วยความสุขและความสำเร็จก็ได้ผ่านพ้นไป... ชีวิตของพวกเขาดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบในทุกด้าน... จนกระทั่งวันหนึ่ง...หัวใจของขวัญรดากลับเต็มไปด้วยคลื่นแห่งความหวั่นไหว... เมื่อหญิงสาวรู้ว่าตนกำลังตั้งครรภ์ นับตั้งแต่วินาทีนั้น ความยินดีและความกลัวก็ไหลบ

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 140

    แขกเหรื่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงดนตรีบรรเลงคลอ และกลิ่นอาหารอบอวลไปทั่ว... หลังจากการตัดเค้ก มนัสก็เดินขึ้นเวทีพร้อมกีตาร์โปร่ง เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น“เพลงนี้… ผมแต่งขึ้นมาเพื่อพี่สาวที่ผมรักที่สุด และพี่เขยที่เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกันกับผม”เสียงดนตรีดังขึ้นอย่างอ่อนหวาน เนื้

  • ขวัญรดาลูกแม่ค้า   บทที่ 139

    หลังจากที่ปฐพีเอ่ยปากขอขวัญรดาแต่งงาน เวลาก็หมุนผ่านไปหนึ่งปี และแล้ววันที่สิบสี่กุมภาพันธ์ วันแห่งความรักก็มาถึง...และในวันนี้ยังจะกลายเป็นวันที่เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ของคนทั้งคู่อีกด้วยภายในบ้านสวนศิริเวชเจริญที่ถูกออกแบบจนเสร็จสมบูรณ์ ทุกมุมเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรักและความอบอุ่น แสงแดดยาม

Bab Lainnya

Anda juga akan menyukai

Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status