Masukเมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัด พี่ต้นกับพี่อ้อที่ครองสติได้ก่อนใครเพื่อนก็รีบละล่ำละลักเอ่ยชวนเพื่อกู้สถานการณ์ทันที
“ฉะ...เชิญบอสร่วมงานกับพวกเราเลยครับ! พวกเราดีใจและยินดีมากจริงๆ ที่บอสให้เกียรติมาร่วมโต๊ะกับแผนกขายแบบนี้” พี่ต้นพูดยิ้มๆ พลางผุดลุกผุดนั่งอย่างประหม่า
“ใช่ค่ะบอส ถือว่าเป็นเกียรติของพวกเรามากเลยค่ะ” พี่อ้อรีบเสริมพร้อมกวาดสายตาบอกให้คนอื่นๆ ขยับที่ทางให้ท่านประธาน
มาร์ตินพยักหน้าตอบรับคำเชิญแผ่วเบา ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับไม่ละไปจากใบหน้าหวานที่กำลังแดงจัดของอลิซเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขามองท่าทางเลิ่กลั่กนั้นด้วยความพึงใจ ก่อนจะตวัดสายตาเย็นเยียบไปที่ ‘น้ำชา’ ซึ่งนั่งอยู่ข้างอลิซอีกฝั่ง
“ลุก...”
คำสั่งสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากเรียวหยักนั้นเยือกเย็นจนคนฟังใจหาย น้ำชาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเก้าอี้ เธอรีบกุลีกุจอเขยิบตัวลุกออกจากที่นั่งทันทีโดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตามาร์ตินทรุดตัวลงนั่งแทนที่ในตำแหน่งข้างกายอลิซอย่างสง่างาม เขาขยับท่านั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่ทรงอำนาจ ก่อนจะพาดแขนแกร่งลงบนพนักพิงเก้าอี้ของอลิซอย่างถือวิสาสะ เป็นท่วงท่าที่เหมือนว่าเขากำลังโอบไหล่เด็กสาวที่กำลังตัวแข็งทื่อไว้ในอ้อมกอด
ความตึงเครียดบนโต๊ะอาหารทวีคูณขึ้นทันที เมื่อ ‘นิล’ พนักงานสาวอีกคนที่เพิ่งตามมาสมทบเดินเข้ามาในวงล้อม แววตาของเธอเป็นประกายวาววับเมื่อเห็นร่างสูงสง่าของมาร์ตินนั่งอยู่ตรงนั้น โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดระดับประธานบริหารแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ เธอจึงไม่รีรอที่จะพุ่งเป้าไปที่จุดที่ใกล้ที่สุด นั่นคือที่นั่งของอลิซ
“สวัสดีค่ะบอส... นิลนะคะ พนักงานแผนกขายค่ะ”
นิลเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานพลางส่งยิ้มหวานให้มาร์ติน ก่อนที่เธอจะตวัดสายตาลงมองอลิซด้วยท่าทางไว้ตัวและออกคำสั่งแกมบังคับ“นี่น้อง... ลุกหน่อย พี่จะนั่งตรงนี้พอดีมีเรื่องงานจะปรึกษาบอส”
“อ๋อ..ได้ค่ะ” อลิซที่กำลังอึดอัดจนอยากจะหนีไปจากตรงนั้นอยู่แล้วรีบพยักหน้าตกลงทันที เธอทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นตามคำสั่งรุ่นพี่ ทว่า...
หมับ!ฝ่ามือหนาของมาร์ตินกลับกดลงบนหัวไหล่มนของอลิซไว้อย่างแรงจนตัวเธอกระแทกกลับลงไปนั่งที่เดิม แรงกดนั้นแรงและเด็ดขาดจนคนทั้งโต๊ะชะงักกึกไปตามๆ กัน มาร์ตินปรายสายตาเย็นเฉียบไปที่พนักงานสาว แววตาคมกริบนั้นไม่มีความเอ็นดูหรือความเป็นมิตรหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว“เธอ...ไปนั่งที่อื่น!”
“ค่ะ!” น้ำเสียงเรียบแต่น่าขนลุกทำให้นิลหน้าซีดเผือดลงทันที ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เธอรีบก้มหน้าเปลี่ยนทิศทาง ยอมไปนั่งเก้าอี้ที่ว่างห่างออกไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาอย่างสมเพช
พี่อ้อกับพี่ต้นที่เห็นท่าไม่ดีรีบพยายามทำลายความอึดอัดที่เริ่มก่อตัวจนหายใจลำบาก“เอ่อ... ชนแก้วกันหน่อยครับบอส! ถือว่าเป็นการต้อนรับที่บอสให้เกียรติมาดื่มกับพวกเรา” พี่ต้นรีบยกแก้วขึ้นนำ
มาร์ตินรับแก้วเครื่องดื่มที่มีน้ำสีอำพันตรงหน้าขึ้นมาถือไว้ เขาชนแก้วกับทุกคนพอเป็นพิธี ก่อนจะยกขึ้นจิบช้าๆ ทว่าทันทีที่รสชาติของของเหลวสัมผัสลิ้น คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันทันที เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังปึก“เหล้าเกรดต่ำ…”
พรวด—!อลิซพ่นน้ำผลไม้ที่เพิ่งจิบเข้าไปออกมาทันทีจนตัวโยน เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและอับอายสุดขีด
‘ตายแล้วอลิซ...! โอ๊ย...พูดแรงไปแล้ว พูดออกมาได้ยังไงว่าเหล้าเกรดต่ำต่อหน้าคนทั้งโต๊ะแบบนี้!’
“ขะ...ขอโทษค่ะ พอดีอลิซสำลักนิดหน่อย” เธอกุลีกุจอหยิบกระดาษทิชชู่มาซับคราบน้ำที่มุมปากวุ่นวาย
มาร์ตินเหลือบตามองอาการเลิ่กลั่กของคนข้างกายเพียงนิด แล้วหันไปสั่งพนักงานเสิร์ฟที่ยืน อยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ไปเอาเหล้าเกรดที่ดีที่สุดในร้านนี้มา... คืนนี้ฉันเลี้ยงเอง!”
“โหหห บอส! ใจป๋ามากครับ!”
“สุดยอดเลยครับบอส! รักบอสที่สุดเลยยย!”
เสียงเฮดังลั่นขึ้นพร้อมกันจนกลบความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่ไปจนมิด พนักงานทุกคนเปลี่ยนท่าทีจากความกลัวเป็นความเลื่อมใสในพริบตา ทันทีที่เครื่องดื่มขวดหรูราคาแพงลิบลิ่วถูกนำมาเสิร์ฟ บรรยากาศรอบโต๊ะก็กลับมาคึกคักชนิดฉุดไม่อยู่
อลิซลอบมองชายหนุ่มตัวโตข้างกายที่กำลังนั่งไขว่ห้างอย่างสง่าผ่าเผย ท่ามกลางเสียงชนแก้วที่ดังระงม เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเผลอปากเอ่ยถามสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
“คุณมาร์ติน... มาทำอะไรที่นี่คะ?”
มาร์ตินไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ โน้มใบหน้าคมคายเข้ามาจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดแก้มนวลของเธอ ก่อนจะยกยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจแต่มีเสน่ห์อย่างประหลาด“ผ่านมาเฉยๆ...”
อลิซขมวดคิ้วมุ่นพลางชักสีหน้าใส่เขาอย่างลืมตัว ‘ผ่านมาเฉยๆ อะไรกัน คลับนี้อยู่คนละทางกับบ้านเขาหรือบริษัทเลยนะ!’มาร์ตินหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีไม่เชื่อถือของยัยเด็กหน้าหวาน ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูจริงจังขึ้น“แต่อีกเหตุผล... คือวันนี้เธอไม่ได้เอาเอกสารที่สรุปมาคืนฉัน ‘ด้วยตัวเอง’ ตามที่ฉันสั่งไว้”
“คือ... อลิซคิดว่าสรุปเสร็จก็ส่งเอกสารเข้าตามระบบบริษัทตามปกติก็น่าจะพอนี่คะ” เธอพยายามแย้งเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อเขาส่งสายตาคาดคั้นมาให้
“มั่นใจเหรอ... ว่าคิดแบบนั้นจริงๆ?” มาร์ตินหรี่ตาลงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ราวกับจะจับผิดว่าเธอกำลังหาทางเลี่ยงพบหน้าเขา
“มะ...มั่นใจค่ะ อลิซแค่ทำตามระเบียบเฉยๆ”
เธอตอบกลับพลางหลบสายตา แต่มือหนาที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้กลับเลื่อนลงมาบีบไหล่เธอเบาๆ เหมือนเตือนว่าเขารู้ทันทุกความคิดของเธอ
“งั้นเหรอ... แต่ระบบของฉัน คือถ้าฉันสั่งให้มาคืนด้วยตัวเอง เธอก็ต้องมา...ไม่อย่างนั้นบทลงโทษมันจะไม่จบแค่ที่โต๊ะอาหารแน่ อลิซ”
“แล้ว...แล้วมันจะไปจบที่ตรงไหนล่ะคะ?”
อลิซย้อนถามกลับด้วยความประหม่าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นความดื้อรั้น เธอจ้องสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่ยอมลดละ ทว่ามาร์ตินกลับไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์มากกว่าเดิม ก่อนจะละสายตาจากเธอไปมองพี่อ้อกับพี่ต้นที่นั่งตัวเกร็งอยู่ฝั่งตรงข้าม“คุณทั้งสองคน... เทเหล้าให้เธอทีสิ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่งการอย่างผู้ทรงอำนาจ ทำเอาอลิซสะดุ้งรีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน “มะ...ไม่ต้องค่ะพี่อ้อ อลิซดื่มน้ำผลไม้ดีกว่า!”แต่มีหรือที่พนักงานชั้นผู้น้อยจะกล้าขัดคำสั่งประธานบริหาร พี่ต้นกับพี่อ้อหันมองหน้ากันอย่างรู้ชะตากรรม ก่อนจะรีบคว้าขวดเหล้าเกรดพรีเมียมที่มาร์ตินเพิ่งสั่งมา รินลงแก้วให้อลิซอย่างรวดเร็วพลางส่งยิ้มแห้งๆ ให้รุ่นน้อง
“ดื่มสักหน่อยนะอลิซ... บอสอุส่าห์เลี้ยงทั้งที เราต้องให้เกียรติบอสเขานะ” พี่อ้อรีบกล่อมด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
“ใช่ๆ แก้วเดียวเองอลิซ ไม่เป็นไรหรอกนะ” พี่ต้นรีบเสริมพลางยื่นแก้วที่มีน้ำสีทองอำพันมาตรงหน้าเธอ
อลิซมองแก้วในมือด้วยความลังเล หัวใจเต้นรัวอย่างกังวล ทว่าเสียงเชียร์ของพี่ต้นยังคงดังไม่หยุด “ลองดูสิอลิซ พี่รับรองว่าตัวนี้รสชาติดีมาก...หวานเจี๊ยบ!”
“ก็ได้ค่ะ!” เมื่อถูกกดดันจากรอบข้าง อลิซจึงตวัดสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งเท้าคางจ้องเธออยู่ด้วยแววตาของผู้ชนะ ความรู้สึกอยากประชดพุ่งขึ้นมาจุกอก เธอตัดสินใจยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนทั้งโต๊ะ!
“อืออ..” ฤทธิ์แอลกอฮอล์แผ่ซ่านไปทั่วลำคอ รสชาติมันนุ่มนวลกว่าที่คิดแต่ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน อลิซวางแก้วลงบนโต๊ะดังปึกพลางเชิดหน้าขึ้นมองมาร์ตินอย่างท้าทาย
“...หวานเจี๊ยบค่ะ!”
เธอเน้นคำสุดท้ายประชดประชันใส่หน้าเขา ทว่าแทนที่มาร์ตินจะโกรธ เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมจ้องมองริมฝีปากบางที่ชุ่มไปด้วยหยดเหล้าด้วยประกายตาที่วาวโรจน์กว่าเดิม“หึ... หวานจริงเหรอ?” เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ดวงตาคมกริบสบเข้ากับดวงตากลม
“งั้นถ้ามีโอกาส ขอฉันชิมดูหน่อยสิ...ว่ามันจะหวานเหมือนที่เธอพูดจริงหรือเปล่า”
“เฮ้อ... มองไปทางไหนก็มีแต่คนคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้เนอะว่าไหมคะที่รัก” เอลลี่ เอ่ยจิกกัดพลางขยับกายเต้นรำในอ้อมกอดของสามี เธอหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่แสนจะชุลมุนของคู่ตัวเองความรักของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความหวาน แต่มันเริ่มจากการที่แม่ของดีแลนพยายามหาคู่เดทมาประเคนให้ลูกชาย และเอลลี่ในตอนนั้นที่ไม่อยากจะคบหากับใครเลย ตัดสินใจส่งประวัติและรูปภาพที่ 'เชย' สะบัดและดูจืดชืดที่สุดไปให้ เพื่อหวังจะให้ฝ่ายชายปฏิเสธแต่ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดีแลน จะบุกมาพิสูจน์ถึงที่!“จำได้ไหมคะ... วันที่ที่รักบุกมาหาเอลถึงในคลับ แล้วพยายามแกล้งทำตัวเป็น 'คนดี' จนเอลเชื่อสนิทใจหัวใจจนหัวใจหวั่นไหว” เอลลี่หัวเราะร่าเมื่อนึกถึงภาพมาเฟียในคราบสุภาพบุรุษ“พี่ก็เลยต้องทุ่มทุนสร้างภาพหน่อยสิ” ดีแลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบาง“แต่สรุปเป็นยังไงคะ... สุดท้ายที่รักก็เผยธาตุแท้ว่า 'เลว' ไม่ใช่หรอไง”“หึๆ... ก็เอลบอกเองว่าชอบคนเลวพี่ก็เลยแค่เผยตัวตน ทั้งปล้ำทั้งฉุดจนได้มาเป็นเมียเนี่ยไง” ดีแลนก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้สาวน้อยในรู
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลากสไตล์ดังประสานกันขึ้นอย่างผ่อนคลาย เมื่อต้นแบบความคลั่งรักอย่างคาร์เตอร์นำพาความสุขมาให้พวกเขาทุกคน“เออ...” คาร์เตอร์ รับคำสั้นๆ อย่างขอไปที ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่ มิลิน ภรรยาสุดที่รักเพียงคนเดียว ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน“แด๊ดดี้จะไปไหนครับ?”“ไปหาแม่ไง... เราก็มากับพ่อสิ” คาร์เตอร์เอ่ยชวนลูกชาย ซึ่ง อาเธอร์ ก็พยักหน้ารับอย่างรู้ความ ทว่าทายาทมาเฟียตัวน้อยกลับเดินเลี่ยงไปยังจุดเปิดเพลง เขาเปลี่ยนท่วงทำนองให้กลายเป็นเพลงช้าหวานซึ้ง พร้อมกับกวักมือเรียกน้องๆ ให้เข้ามารวมกลุ่มกัน“ทุกคนมาหาพี่เร็ว”“ค่าาา / ค๊าบบบ!” เด็กๆ วิ่งกรูมาหาพี่ชายใหญ่ เปิดทางให้พื้นที่ตรงกลางชายหาดกลายเป็นฟลอร์เต้นรำสุดพิเศษ“อ๊ะ... แดดดี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มิลินหันมามองสามีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา“เต้นรำกันนะ...” คาร์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบจ้องมองภรรยาราวกับจะหลอมละลาย จนมิลินเผยรอยยิ้มหวานตราตรึงใจ“ได้สิคะ...”สิ้นคำตอบตกลงของภรรยาสาว มือหนาของคาร์เตอร์ก็รั้งเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด ทั้งคู่เริ่มขยับกายเต้
“ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเหมือนกันครับ” อาเธอร์ ที่ยืนนิ่งมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มและสายตาที่กดต่ำลงเฉกเช่นคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาบรรดาลุงๆ ถึงกับเงียบกริบ... เพราะดูท่าว่า ด่านพี่ชาย จะโหดกว่า ด่านพ่อ เสียแล้ว“คิกๆ ดูท่าปาร์ตี้คืนนี้จะกลายเป็นสงครามแย่งชิงลูกสาวไปซะแล้วนะคะ” อลิซ หัวเราะร่าพลางมองภาพความวุ่นวายของคุณพ่อมาเฟียแต่ละคนที่เริ่มโดนเด็กๆ ล้อมวงป่วนจนเสียอาการกันเป็นแถว“ลินว่า... เราอย่าเพิ่งไปเครียดเรื่องอนาคตลูกเขยลูกสะใภ้กันเลยค่ะ วันนี้เรามาเริ่มปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงกันดีกว่า!” มิลิน เอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี เรียกสติให้บรรดาคุณแม่ยังสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที“พูดดีมากยัยลิน! ในเมื่อพวกหนุ่มๆ เขาติดพันสงครามลูกกันอยู่... งั้นพวกเราเปิดเพลงฉลองเลยจ้า!” พริบพราว เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เริ่มงานปาร์ตี้ริมหาดที่ควรจะเป็นการพักผ่อน กลับกลายเป็นเวทีประชันความแซ่บของเหล่า "ตัวแม่" ทันทีที่เสียงบีทหนักๆ ของเพลงสากลจังหวะเร้าใจดังขึ้น“ถูกใจมากค่ะพี่ลินพี่พราว! ไปค่ะ... เราไปแดนซ์กันเถอะใบบัว อลิซแกก็ตามมาเร็ว!” เอลลี่ สาวสวยสุดมั่นไม่ร
“มากันครบสักทีนะ หายกันไปเป็นชาติ!”คาร์เตอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามสไตล์เจ้าพ่อผู้นัดหมาย ทว่าแววตาที่เขาก้มลงมอง มิลิน ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆ หมั่นไส้“แด๊ดดี๊อย่าทำเสียงดุสิคะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็กลัวหมดหรอก” มิลินเอ่ยปรามสามีพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายกลุ่มของอลิซ “ลินคิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ นานๆ ทีจะได้รวมตัวปาร์ตี้กันแบบนี้ เด็กๆ เองก็คงดีใจมากที่ได้วิ่งเล่นด้วยกัน”“เจ้าแฝดอาร์เดนกับอาร์เดลน่ารักมากเลยล่ะมิลิน เมื่อกี้พราวแอบเห็นตอนวิ่งไปรุมหอมแก้มเดลล่าด้วยนะ!” พริบพราว ที่ซบหน้าอยู่กับอกของ เซน รีบโผล่หน้ามาแจมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“น่ารักแต่แสบมากเลยล่ะค่ะพี่พราว ดูสิ... ทำเอาพี่ดีแลนหน้าเขียวปัดไปหมดแล้ว” อลิซตอบพลางหัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นอาการของพี่เขย“หึ... ถ้าไม่ใช่หลาน ฉันสั่งคนลากไปโยนทะเลให้ฉลามกินไปแล้ว” ดีแลน พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจที่ลูกสาวสุดที่รักโดนรุมจีบแต่เด็ก“แหม... คุณดีแลนคะ หลานแค่หยอกเล่นตามประสาเด็กเอง อย่าเพิ่งรีบสั่งฆ่าใครเลยค่ะ วันนี้วันดี... เรามาฉลองให้ครอบครัวมาร์ตินกันดีกว่า!” พริบพราวเอ่ยอย่างร่าเริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นทอแสงสีทองระยิบระยับบนผืนน้ำทะเลสีคราม หน้าคฤหาสน์พักตากอากาศสุดหรูริมชายหาดส่วนตัวถูกจัดเตรียมด้วยโต๊ะยาวสีขาวสะอาดตา กลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุยลอยมาตามลม ผสมกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนทรายขาวอลิซ ในชุดเดรสผ้าพริ้วสีขาวสะอาดตา กำลังตั้งอกตั้งใจปักดอกกุหลาบสีนวลลงในแจกันใบใหญ่เพื่อประดับมุมพักผ่อน เธออมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนสงบนี้ ทว่าเพียงครู่เดียว วงแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับจมูกโด่งที่ฝังลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ฟอด!“ชื่นใจจัง... เหนื่อยไหมคะเมียครับ จัดดอกไม้คนเดียวตั้งนานแล้วนะ” มาร์ติน กระซิบถามเสียงทุ้ม พลางเกยคางไว้บนไหล่บางอย่างออดอ้อน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่มาร์ติน เห็นทุกคนมาพร้อมหน้ากันแบบนี้ อลิซมีความสุขมากกว่า” เธอหันไปยิ้มหวานให้สามีที่ตอนนี้สลัดลุคมาเฟียจอมโหดทิ้ง เหลือเพียงคุณพ่อสายละมุนในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุม“แด๊ดดี๊! ปล่อยหม่ามี๊นะ!” เสียงเล็กๆ ของ อาร์เดน ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้ามากอดขาอลิซไว้แน่น ส่วน อาร์เดล ก็วิ่งเข้ามากอดขาของผู้เป็นแม่อีกข้างไว้แน่นเหมือนกัน“ดูสิ... หน่วยตรวจสอบมาอีก
มาร์ตินคำรามพร่าก่อนจะกระหน่ำกายเข้าใส่ความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ภายใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำทิ้งไว้จนเกิดเสียงซัดสาด สายน้ำที่เย็นเฉียบไหลรดผ่านสองร่างที่เปียกปอน ทว่ากลับไม่อาจชะล้างหรือดับเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังสุมทรวงของคนทั้งคู่ได้เลยเขารุกรานริมฝีปากบาง จูบกันอย่างนัวเนียสลับกับเสียงครางคำรามที่ดังระงมประสานไปทั่วห้องน้ำ มาร์ตินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือของอลิซด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะกระแทกกระทั้นกายเน้นย้ำลงไปจนสุดทาง“อ๊าาา…”“ผัวบอกแล้วไง... ว่าจะล้างให้ลึกๆ... ลึกจนถึงใจเมียเลย!”มาร์ตินคำรามพร่าพลางวางร่างอวบอิ่มลงที่พื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนเธอหันหลังให้ นิ้วแข็งแรงจุ่มจ้วงคว้านลึกเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงและหนักหน่วงสวบ!!“กรี๊ดด!” ทำให้อลิซถึงกับร้องเสียงหลงใบหน้าสวยเชิดสูง ตาเหลือกด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนากระสวกเข้าออกแรงๆ จนแขนกำยำสั่นสะท้าน ร่างบางโยกคลอนหัวแทบชนผนังห้องน้ำสวบ!!สวบ!! แจ๊ะ!! แจ๊ะ!!“อ๊ะๆ...มันเสียวเหลือเกิน…ตะ..ตรงนั้น...อ๊าาา” อลิซอ้าขากว้าง กระดกสะโพกรับฝ่ามือหนาด้วยความรัญจวนอย่างไม่ลดละ จนมาร์ตินทนไ
“อืม... กูก็เหมือนกัน ไม่สนหัวใครทั้งนั้น ยกเว้นเมียกูคนเดียว” มาร์โคพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นก็ดี...เพราะคนทีกูเลือกแล้ว กูก็ไม่คิดจะให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเหมือนกัน!” มาร์ตินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มร้ายที่ประดับบนมุมปาก ดวงตาคมวาววับดุจพยัคฆ์ยามเจอเหยื่อที่ถูกใจ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้
@ห้องประชุมชั้นสูงสุดบรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดทว่ามาร์ตินกลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายที่มุมปากขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ แววตาคมกริบวาววับราวกับกำลังเพลิดเพลินกับ 'เหยื่อ' ที่หลงเข้ามาในกับดัก มาร์โคและดีแลนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบสบตากันอย่างมีนัย ก
อลิซชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาหลบไปอีกทางอย่างลังเล เธอควรจะเล่าเรื่องที่มี ‘มาเฟีย’ แอบเข้าห้องนอนให้ใครฟังดีไหม? แต่สุดท้ายความหวาดระแวงก็ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบ “ไม่มีอะไรจริงๆ แค่ปัญหาเรื่องงานนิดหน่อยน่ะน้ำชา” อลิซยิ้มบางๆ ตัดบท ทว่ายังไม่ทันที่น้ำชาจะพูดอะไรต่อ เสียงแหลมสูงที่แฝงไปด้วยความจิกกั
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...เสียงนาฬิกาปลุกดังย้ำเตือนอย่างน่ารำคาญ อลิซขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะควานมือไปกดปัดมันอย่างงัวเงีย เธอพยายามจะบิดกายพลิกตัว ทว่าความเมื่อยขบกลับแล่นพล่านไปทั่วทั้งหัวไหล่ลามลงไปถึงแผ่นหลัง ราวกับว่าเมื่อคืนเธอนอนผิดท่ามาตลอดทั้งคืน “เอ๊ะ…!?”เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับเปิด ภาพเพดานห







