เข้าสู่ระบบ@ห้องประชุมชั้นสูงสุด
บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดทว่ามาร์ตินกลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ริมฝีปากหยักยกยิ้มร้ายที่มุมปากขณะจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ แววตาคมกริบวาววับราวกับกำลังเพลิดเพลินกับ 'เหยื่อ' ที่หลงเข้ามาในกับดัก
มาร์โคและดีแลนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามลอบสบตากันอย่างมีนัย ก่อนที่มาร์โคจะทนความสงสัยไม่ไหว ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันแล้วเอ่ยถามน้องชายเสียงห้วน“มึงยิ้มอะไรนักหนาวะ มาร์ติน?”
มาร์ตินละสายตาจากหน้าจอทันที รอยยิ้มจางๆ หายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เสือก!”
“เอ้าไอ้นี่! กูถามดีๆ นะโว้ย” มาร์โคสวนกลับอย่างหงุดหงิดกับท่าทียโสของน้องชาย
แต่มาร์ตินเพียงแค่ยักไหล่ให้อย่างไม่สะทกสะท้าน เมินเฉยต่ออารมณ์ของพี่ชายราวกับมันไร้ค่าเกินกว่าจะใส่ใจ แต่ดีแลนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ กลับกระตุกยิ้มบางๆ ราวกับจับสังเกตบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าตายด้านนั้นได้“กูว่า... กูพอจะเดาอาการของมึงออกนะ” ดีแลนเอ่ยขึ้นช้าๆ อย่างรู้ทัน
มาร์ตินเหลือบตามองดีแลน ดวงตาคมปะทะกับสายตาพิจารณาที่จ้องกลับมาอย่างท้าทาย“มึงกำลังเจอ... ‘เหยื่อ’ ชิ้นสำคัญอยู่ใช่ไหม?”
มาร์ตินไม่ตอบ เขาเพียงแค่คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงบนโต๊ะราคาแพงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะที่ชวนให้คนฟังรู้สึกกดดัน“ไม่ใช่เหยื่อ...” เขาพูดเสียงเรียบ นิ่งงันจนเดาอารมณ์ไม่ถูก
“แต่คือของของกู”
มุมปากของมาร์ตินยกขึ้นอีกครั้งอย่างเปิดเผย ประโยคประกาศความเป็นเจ้าของอย่างเผด็จการนั้นทำให้ดีแลนยิ้มกว้างขึ้นอย่างถูกใจ ขณะที่มาร์โคทำได้เพียงถอนหายใจยาวเหยียด เขารู้ดีว่าถ้ามาร์ตินเอ่ยคำว่า ของกู ออกมาเมื่อไหร่ เรื่องนี้ไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่
“หึ...ดีแลน มึงนี่ยังฉลาดกว่าพี่กูเสมอเลยนะ” มาร์ตินหัวเราะในลำคออย่างผู้เหนือกว่า
“เอ้าไอ้นี่! ลามปามนะมึง” มาร์โคสบถอย่างหัวเสีย แต่สีหน้ากลับไม่ได้ดูแปลกใจเท่าไรนัก เพราะเขาเริ่มต่อจิ๊กซอว์ในหัวได้แล้ว “แล้วสรุปว่าใครวะ?”
ดีแลนหัวเราะเบาๆ อย่างรู้ทัน เสียงหัวเราะนั้นดูสนุกสนานเกินกว่าจะเป็นเรื่องซีเรียส เขาเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะเฉลยความจริงที่ทำให้พี่ใหญ่ของตระกูลถึงกับนิ่งค้าง“ก็น้องเมียกูไง... อลิซ”
คำตอบนั้นทำให้มาร์โคชะงักกึก สายตาหันขวับไปมองดีแลนก่อนจะจ้องหน้าน้องชายตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อหู“มึงหมายถึง... อลิซ? ยัยเด็กหน้าหวานน้องสาวของเอลลี่น่ะเหรอ! ”
“เออ... น้องสาวสุดที่รักของเมียกูเองแหละ”
ดีแลนพยักหน้ารับหน้าตาย มาร์โคที่ได้ยินคำยืนยันชัดๆ ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางลอบถอนหายใจยาว ประมวลเรื่องราวที่ดูจะประจวบเหมาะจนน่าปวดหัว“กูควรจะห้ามมึงใช่ไหม?” มาร์โคพึมพำกับตัวเอง
“แล้วมึงเคยห้ามกูได้ตั้งแต่เมื่อไหร่?” มาร์ตินเหลือบตามองพี่ชายด้วยสายตานิ่งสนิทแต่ชัดเจนในเจตนา
ดีแลนหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นจิบอย่างรื่นรมย์ราวกับกำลังชมละครเวทีฉากเด็ดที่รู้บทตอนจบอยู่แล้ว“แต่อย่างน้อยกูก็ขอเตือนมึงไว้ก่อนนะมาร์ติน อลิซไม่ใช่คนประเภทที่มึงจะเอามาเล่นๆ ได้”
“กูไม่ได้คิดจะเล่น” มาร์ตินสวนกลับทันควัน
“งั้นก็อย่าทำให้มันพัง” มาร์โคจ้องตาน้องชายอย่างสื่อความหมาย
มาร์ตินไม่ตอบ เขาเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่ใช้มองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ รอยยิ้มของผู้ชนะที่ตัดสินใจเลือกหมากเดินเกมไปแล้วและไม่คิดจะถอยหลังกลับ“กูไม่เคยทำอะไรพัง... และมึง พี่เขย อย่ามายุ่งกับวิธีจัดการ ‘คนของกู’”
“มึงพูดออกมาได้ยังไงวะมาร์ติน” ดีแลนหัวเราะร่วนเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี มือเรียวหมุนแก้วไปมาอย่างใจเย็น “อลิซเป็นน้องสาวเมียกูนะ แถมยังเป็นกามเทพที่ช่วยให้กูกับเอลลี่ได้รักกันด้วย”
ถ้อยคำดูซาบซึ้งใจทว่าแววตาคมกริบของดีแลนกลับเย็นชาไร้ร่องรอยความรู้สึกนั้นโดยสิ้นเชิง“มึง... จะปกป้องเธอเหรอ?” มาร์ตินจับสังเกตได้ทันที มุมปากกระตุกขึ้นอย่างรู้ทันเหลี่ยม
“ฮ่าๆ มันก็ขึ้นอยู่กับ ‘ผลประโยชน์’ ที่กูจะได้จากมึงมากกว่า...ว่ากูควรจะปกป้อง หรือจะยอมหลับหูหลับตาทำเป็นมองไม่เห็น”
“ดีแลน... มึงนี่มันรักษามาตรฐานความเลวได้คงเส้นคงวาดีจริงๆ หึ! นั่นน้องเมียมึงนะไอ้ดีแลน ขนาดคนที่เคยช่วยชีวิตมึงไว้ มึงยังกล้าเอามาเป็นเงื่อนไขต่อรอง” มาร์โคส่ายหน้าขำๆ มองเพื่อนสนิทที่รู้ทันทุกเล่ห์เหลี่ยม
“มึงนี่มันเลวได้ใจกูดีจริงๆ ว่ะ”
“ฮ่าๆ ขอบคุณที่ชม” ดีแลนหัวเราะอย่างเพลิดเพลิน เขาไม่สะทกสะท้านกับคำด่าที่เหมือนคำชมนั้น ก่อนจะกระดกน้ำสีอำพันเข้าคออย่างสบายใจ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระต่อศีลธรรม
“น้องกับเมียมันคนละส่วนกัน... สำหรับกู คนเดียวที่ไม่กล้าแตะต้องและแตะไม่ได้ คือเมียกูเท่านั้น” ดีแลน
“เฮ้อ... มองไปทางไหนก็มีแต่คนคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้เนอะว่าไหมคะที่รัก” เอลลี่ เอ่ยจิกกัดพลางขยับกายเต้นรำในอ้อมกอดของสามี เธอหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่แสนจะชุลมุนของคู่ตัวเองความรักของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความหวาน แต่มันเริ่มจากการที่แม่ของดีแลนพยายามหาคู่เดทมาประเคนให้ลูกชาย และเอลลี่ในตอนนั้นที่ไม่อยากจะคบหากับใครเลย ตัดสินใจส่งประวัติและรูปภาพที่ 'เชย' สะบัดและดูจืดชืดที่สุดไปให้ เพื่อหวังจะให้ฝ่ายชายปฏิเสธแต่ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดีแลน จะบุกมาพิสูจน์ถึงที่!“จำได้ไหมคะ... วันที่ที่รักบุกมาหาเอลถึงในคลับ แล้วพยายามแกล้งทำตัวเป็น 'คนดี' จนเอลเชื่อสนิทใจหัวใจจนหัวใจหวั่นไหว” เอลลี่หัวเราะร่าเมื่อนึกถึงภาพมาเฟียในคราบสุภาพบุรุษ“พี่ก็เลยต้องทุ่มทุนสร้างภาพหน่อยสิ” ดีแลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบาง“แต่สรุปเป็นยังไงคะ... สุดท้ายที่รักก็เผยธาตุแท้ว่า 'เลว' ไม่ใช่หรอไง”“หึๆ... ก็เอลบอกเองว่าชอบคนเลวพี่ก็เลยแค่เผยตัวตน ทั้งปล้ำทั้งฉุดจนได้มาเป็นเมียเนี่ยไง” ดีแลนก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้สาวน้อยในรู
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลากสไตล์ดังประสานกันขึ้นอย่างผ่อนคลาย เมื่อต้นแบบความคลั่งรักอย่างคาร์เตอร์นำพาความสุขมาให้พวกเขาทุกคน“เออ...” คาร์เตอร์ รับคำสั้นๆ อย่างขอไปที ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่ มิลิน ภรรยาสุดที่รักเพียงคนเดียว ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน“แด๊ดดี้จะไปไหนครับ?”“ไปหาแม่ไง... เราก็มากับพ่อสิ” คาร์เตอร์เอ่ยชวนลูกชาย ซึ่ง อาเธอร์ ก็พยักหน้ารับอย่างรู้ความ ทว่าทายาทมาเฟียตัวน้อยกลับเดินเลี่ยงไปยังจุดเปิดเพลง เขาเปลี่ยนท่วงทำนองให้กลายเป็นเพลงช้าหวานซึ้ง พร้อมกับกวักมือเรียกน้องๆ ให้เข้ามารวมกลุ่มกัน“ทุกคนมาหาพี่เร็ว”“ค่าาา / ค๊าบบบ!” เด็กๆ วิ่งกรูมาหาพี่ชายใหญ่ เปิดทางให้พื้นที่ตรงกลางชายหาดกลายเป็นฟลอร์เต้นรำสุดพิเศษ“อ๊ะ... แดดดี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มิลินหันมามองสามีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา“เต้นรำกันนะ...” คาร์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบจ้องมองภรรยาราวกับจะหลอมละลาย จนมิลินเผยรอยยิ้มหวานตราตรึงใจ“ได้สิคะ...”สิ้นคำตอบตกลงของภรรยาสาว มือหนาของคาร์เตอร์ก็รั้งเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด ทั้งคู่เริ่มขยับกายเต้
“ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเหมือนกันครับ” อาเธอร์ ที่ยืนนิ่งมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มและสายตาที่กดต่ำลงเฉกเช่นคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาบรรดาลุงๆ ถึงกับเงียบกริบ... เพราะดูท่าว่า ด่านพี่ชาย จะโหดกว่า ด่านพ่อ เสียแล้ว“คิกๆ ดูท่าปาร์ตี้คืนนี้จะกลายเป็นสงครามแย่งชิงลูกสาวไปซะแล้วนะคะ” อลิซ หัวเราะร่าพลางมองภาพความวุ่นวายของคุณพ่อมาเฟียแต่ละคนที่เริ่มโดนเด็กๆ ล้อมวงป่วนจนเสียอาการกันเป็นแถว“ลินว่า... เราอย่าเพิ่งไปเครียดเรื่องอนาคตลูกเขยลูกสะใภ้กันเลยค่ะ วันนี้เรามาเริ่มปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงกันดีกว่า!” มิลิน เอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี เรียกสติให้บรรดาคุณแม่ยังสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที“พูดดีมากยัยลิน! ในเมื่อพวกหนุ่มๆ เขาติดพันสงครามลูกกันอยู่... งั้นพวกเราเปิดเพลงฉลองเลยจ้า!” พริบพราว เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เริ่มงานปาร์ตี้ริมหาดที่ควรจะเป็นการพักผ่อน กลับกลายเป็นเวทีประชันความแซ่บของเหล่า "ตัวแม่" ทันทีที่เสียงบีทหนักๆ ของเพลงสากลจังหวะเร้าใจดังขึ้น“ถูกใจมากค่ะพี่ลินพี่พราว! ไปค่ะ... เราไปแดนซ์กันเถอะใบบัว อลิซแกก็ตามมาเร็ว!” เอลลี่ สาวสวยสุดมั่นไม่ร
“มากันครบสักทีนะ หายกันไปเป็นชาติ!”คาร์เตอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามสไตล์เจ้าพ่อผู้นัดหมาย ทว่าแววตาที่เขาก้มลงมอง มิลิน ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆ หมั่นไส้“แด๊ดดี๊อย่าทำเสียงดุสิคะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็กลัวหมดหรอก” มิลินเอ่ยปรามสามีพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายกลุ่มของอลิซ “ลินคิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ นานๆ ทีจะได้รวมตัวปาร์ตี้กันแบบนี้ เด็กๆ เองก็คงดีใจมากที่ได้วิ่งเล่นด้วยกัน”“เจ้าแฝดอาร์เดนกับอาร์เดลน่ารักมากเลยล่ะมิลิน เมื่อกี้พราวแอบเห็นตอนวิ่งไปรุมหอมแก้มเดลล่าด้วยนะ!” พริบพราว ที่ซบหน้าอยู่กับอกของ เซน รีบโผล่หน้ามาแจมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“น่ารักแต่แสบมากเลยล่ะค่ะพี่พราว ดูสิ... ทำเอาพี่ดีแลนหน้าเขียวปัดไปหมดแล้ว” อลิซตอบพลางหัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นอาการของพี่เขย“หึ... ถ้าไม่ใช่หลาน ฉันสั่งคนลากไปโยนทะเลให้ฉลามกินไปแล้ว” ดีแลน พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจที่ลูกสาวสุดที่รักโดนรุมจีบแต่เด็ก“แหม... คุณดีแลนคะ หลานแค่หยอกเล่นตามประสาเด็กเอง อย่าเพิ่งรีบสั่งฆ่าใครเลยค่ะ วันนี้วันดี... เรามาฉลองให้ครอบครัวมาร์ตินกันดีกว่า!” พริบพราวเอ่ยอย่างร่าเริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นทอแสงสีทองระยิบระยับบนผืนน้ำทะเลสีคราม หน้าคฤหาสน์พักตากอากาศสุดหรูริมชายหาดส่วนตัวถูกจัดเตรียมด้วยโต๊ะยาวสีขาวสะอาดตา กลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุยลอยมาตามลม ผสมกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนทรายขาวอลิซ ในชุดเดรสผ้าพริ้วสีขาวสะอาดตา กำลังตั้งอกตั้งใจปักดอกกุหลาบสีนวลลงในแจกันใบใหญ่เพื่อประดับมุมพักผ่อน เธออมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนสงบนี้ ทว่าเพียงครู่เดียว วงแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับจมูกโด่งที่ฝังลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ฟอด!“ชื่นใจจัง... เหนื่อยไหมคะเมียครับ จัดดอกไม้คนเดียวตั้งนานแล้วนะ” มาร์ติน กระซิบถามเสียงทุ้ม พลางเกยคางไว้บนไหล่บางอย่างออดอ้อน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่มาร์ติน เห็นทุกคนมาพร้อมหน้ากันแบบนี้ อลิซมีความสุขมากกว่า” เธอหันไปยิ้มหวานให้สามีที่ตอนนี้สลัดลุคมาเฟียจอมโหดทิ้ง เหลือเพียงคุณพ่อสายละมุนในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุม“แด๊ดดี๊! ปล่อยหม่ามี๊นะ!” เสียงเล็กๆ ของ อาร์เดน ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้ามากอดขาอลิซไว้แน่น ส่วน อาร์เดล ก็วิ่งเข้ามากอดขาของผู้เป็นแม่อีกข้างไว้แน่นเหมือนกัน“ดูสิ... หน่วยตรวจสอบมาอีก
มาร์ตินคำรามพร่าก่อนจะกระหน่ำกายเข้าใส่ความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ภายใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำทิ้งไว้จนเกิดเสียงซัดสาด สายน้ำที่เย็นเฉียบไหลรดผ่านสองร่างที่เปียกปอน ทว่ากลับไม่อาจชะล้างหรือดับเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังสุมทรวงของคนทั้งคู่ได้เลยเขารุกรานริมฝีปากบาง จูบกันอย่างนัวเนียสลับกับเสียงครางคำรามที่ดังระงมประสานไปทั่วห้องน้ำ มาร์ตินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือของอลิซด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะกระแทกกระทั้นกายเน้นย้ำลงไปจนสุดทาง“อ๊าาา…”“ผัวบอกแล้วไง... ว่าจะล้างให้ลึกๆ... ลึกจนถึงใจเมียเลย!”มาร์ตินคำรามพร่าพลางวางร่างอวบอิ่มลงที่พื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนเธอหันหลังให้ นิ้วแข็งแรงจุ่มจ้วงคว้านลึกเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงและหนักหน่วงสวบ!!“กรี๊ดด!” ทำให้อลิซถึงกับร้องเสียงหลงใบหน้าสวยเชิดสูง ตาเหลือกด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนากระสวกเข้าออกแรงๆ จนแขนกำยำสั่นสะท้าน ร่างบางโยกคลอนหัวแทบชนผนังห้องน้ำสวบ!!สวบ!! แจ๊ะ!! แจ๊ะ!!“อ๊ะๆ...มันเสียวเหลือเกิน…ตะ..ตรงนั้น...อ๊าาา” อลิซอ้าขากว้าง กระดกสะโพกรับฝ่ามือหนาด้วยความรัญจวนอย่างไม่ลดละ จนมาร์ตินทนไ
“อืม... กูก็เหมือนกัน ไม่สนหัวใครทั้งนั้น ยกเว้นเมียกูคนเดียว” มาร์โคพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นก็ดี...เพราะคนทีกูเลือกแล้ว กูก็ไม่คิดจะให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเหมือนกัน!” มาร์ตินเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มร้ายที่ประดับบนมุมปาก ดวงตาคมวาววับดุจพยัคฆ์ยามเจอเหยื่อที่ถูกใจ เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาจับจ้
อลิซชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาหลบไปอีกทางอย่างลังเล เธอควรจะเล่าเรื่องที่มี ‘มาเฟีย’ แอบเข้าห้องนอนให้ใครฟังดีไหม? แต่สุดท้ายความหวาดระแวงก็ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบ “ไม่มีอะไรจริงๆ แค่ปัญหาเรื่องงานนิดหน่อยน่ะน้ำชา” อลิซยิ้มบางๆ ตัดบท ทว่ายังไม่ทันที่น้ำชาจะพูดอะไรต่อ เสียงแหลมสูงที่แฝงไปด้วยความจิกกั
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...เสียงนาฬิกาปลุกดังย้ำเตือนอย่างน่ารำคาญ อลิซขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะควานมือไปกดปัดมันอย่างงัวเงีย เธอพยายามจะบิดกายพลิกตัว ทว่าความเมื่อยขบกลับแล่นพล่านไปทั่วทั้งหัวไหล่ลามลงไปถึงแผ่นหลัง ราวกับว่าเมื่อคืนเธอนอนผิดท่ามาตลอดทั้งคืน “เอ๊ะ…!?”เปลือกตาบางค่อยๆ ขยับเปิด ภาพเพดานห
แกร็ก...เสียงกลไกประตูคอนโดถูกปลดล็อกอย่างง่ายดาย ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามาในความมืดมิด กลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลติดเสื้อสูทบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี ทุกฝีก้าวของมาร์ตินเต็มไปด้วยความแน่วแน่ มุ่งตรงไปยังห้องนอนเล็กๆ ที่เขาเคยเฝ้าสอดส่องมานับครั้งไม่ถ้วนเ






![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
