เข้าสู่ระบบ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่…’
อลิซนั่งตัวลีบอยู่บนเบาะหนังนุ่ม เธอหันไปมองร่างสูงโปร่งข้างกาย มาร์ตินโน้มตัวลงซบหน้าหลับคาพวงมาลัยไปเสียดื้อๆ ราวกับถ่านหมดกะทันหัน ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเขายังเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานมาถึงที่นี่อย่างคล่องแคล่ว
“เมื่อกี้...ยังขับรถมาได้อยู่เลยไม่ใช่เหรอคะ” เธอพึมพำเสียงอ้อมแอ้ม สายตาลอบมองขนตายาวที่ทอดเงาลงบนแก้มสาก ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขาลดความน่ากลัวลงไปกว่าครึ่ง
ก๊อก ก๊อก!
อลิซสะดุ้งตัวโยนจนเกือบตกเบาะ เธอรีบกดลดกระจกลงช้าๆ ก่อนจะพบชายชุดดำยืนหน้านิ่งอยู่ข้างรถ ท่าทางสุภาพ“นายเมามาก...ช่วยพานายเข้าไปในบ้านด้วยครับ” พูดจบเขาก็ผงกศีรษะให้หนึ่งครั้งแล้วเดินหายเข้าไปในเงามืดมิด
ปล่อยให้อลิซอ้าปากค้างกวักมือเรียกเก้อ “เดี๋ยวก่อนค่ะ—! อะไรของเขาเนี่ย ไม่ห่วงเจ้านายตัวเองเลยหรือไง!”อลิซบ่นงึมงำหันกลับมามองตัวปัญหาที่ยังหลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว ‘เขารู้ได้ยังไงว่าคุณเมามาก... แปลกทั้งนาย แปลกทั้งลูกน้องจริงๆ’ เธอถอนหายใจยาวพลางขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิด มือบางเอื้อมไปเขย่าแขนเสื้อสูทราคาแพงของเขาเบาๆ“คุณมาร์ติน... ตื่นหน่อยค่ะ ถึงบ้านแล้วนะคะ”
“........”
ไร้เสียงตอบสนอง ร่างสูงยังคงนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น อลิซเริ่มเพิ่มแรงเขย่ามากขึ้นจนไหล่หนาสั่นคลอน แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอจนน่าหมั่นไส้
“เฮ้อ...” อลิซถอนหายใจยาวอย่างคนจนปัญญา
เธอเอนหลังกลับไปนั่งที่เดิม สายตาเหลือบมองประตูบ้านสลับกับใบหน้าคมสัน ในความเงียบเชียบของรถคันหรู พลันทำให้เธอคิดได้ว่าไม่ว่าเขาจะตื่นหรือไม่ หน้าที่แบกมาเฟียตัวยักษ์เข้าบ้าน... ก็ตกมาอยู่ที่เธอเรียบร้อยแล้ว!อลิซรวบรวมความกล้า เอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เขาช้าๆ ทว่าจังหวะที่โน้มตัวผ่านอกแกร่งไปนั้น กลิ่นเหล้าเกรดพรีเมียมผสมกลิ่นน้ำหอมจางๆ ก็ทำให้เธอเริ่มเวียนหัวเสียเอง“ตัวหนักอย่างกับยักษ์...อลิซจะแบกไว้ได้ยังไงกันคะ”
เธอบ่นอุบพยายามจะดันตัวเขาให้พ้นจากพวงมาลัย แต่ทันทีที่มือเล็กแตะเข้าที่แผงอก ลำแขนแกร่งที่เคยนิ่งสนิทกลับตวัดกอดเอวเธอไว้แน่นจนตัวอลิซลอยไปกระแทกกับอกเขาเข้าอย่างจัง!“คุณมาร์ติน! ปล่อยค่ะ...ปล่อยอลิซก่อน!”
อลิซอุทานด้วยความตกใจ มือบางพยายามแกะลำแขนแกร่งออกจากเอวของเธอแต่ยิ่งเธอดิ้น แขาก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก จนตอนนี้อลิซแทบจะเกยขึ้นไปนั่งบนตักเขาอยู่แล้ว“อือ...”
เสียงทุ้มพึมพำงึมงำอยู่ในลำคอ แทนที่เขาจะปล่อย มาร์ตินกลับซุกใบหน้าคมสันลงที่ลาดไหล่บางของเธออย่างเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อนตรงซอกคอทำให้อลิซขนลุกซู่ไปทั้งตัว“คุณเมาแล้วนะคะ...ลุกขึ้นไปนอนดีๆ ในบ้านสิคะ” อลิซพยายามปลอบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือยังคงพยายามดันแผงอกเขาไว้ แต่เรี่ยวแรงของเด็กฝึกงานตัวเล็กๆ มีหรือจะสู้แรงมหาศาลของผู้ชายคนนี้ได้
“...อือ...”
หลายนาทีผ่านไป...
“หนักขนาดนี้...ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองเมาได้ขนาดนี้นะคุณมาร์ติน” อลิซบ่นอุบอิบพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายประคองร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มออกจากรถ เธอต้องสอดแขนเข้าพยุงเอวสอบไว้แน่น น้ำหนักมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนร่างบางเซถลา
มาร์ตินเอนซบลงมาอย่างคนไร้สติ แขนยาวพาดไหล่เธอไว้แน่นจนตัวแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ร่างสูงไถลตามแรงพยุงเหมือนของเหลว จนอลิซต้องกัดฟันยืนให้มั่น“เดี๋ยวล้ม... เดี๋ยวล้มแล้วนะคะ!”
เธอพาเขาก้าวเดินไปทีละนิดอย่างระมัดระวัง จนมาถึงประตูบ้านแต่แปลกที่มันเปิดอ้ารอเหมือนรู้เวลาการมาของเธอ“แล้วนี่...ไม่มีแม่บ้านหรือใครอยู่เลยหรือไงคะ” ปากอิ่มบ่นพึมพำพลางมองสาดส่องสายตาไปทั่ว
หญิงสาวพาร่างกำยำเดินฝ่าโถงทางเดินยาวเหยียด ใบหน้าของเขาซุกลงที่ข้างแก้มเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดลงที่ซอกคอตลอดเวลา และในที่สุด ความพยายามของเธอก็พามาหยุดอยู่ตรงหน้าโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น“ถึงแล้วนะคะ...” อลิซหอบหายใจเบาๆ เหงื่อซึมตามไรผม เธอค่อยๆ หย่อนร่างสูงใหญ่ลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง ไหล่เล็กเตรียมจะคลายแรงออกทันทีที่น้ำหนักหลุดจากแขน
โล่งสักที...
“ว้าย—!”
ทว่าความโล่งใจกลับอยู่ได้ไม่ถึงวินาที! เพราะแขนแกร่งที่คล้องคอเธออยู่ไม่ได้คลายออก แต่มันกลับกระชากร่างบางให้ล้มลงไปทับบนอกแกร่งของเขาอย่างแรง
อลิซเสียหลักล้มหน้าคะมำลงไปซุกกับแผงอกอุ่นๆ เธอพยายามยันตัวขึ้นแต่กลับพบว่าวงแขนหนาของมาร์ตินรัดเอวเธอไว้แน่น ตำแหน่งที่เธอนอนทับอยู่บนตัวเขามันช่างล่อแหลมจนหัวใจเต้นโครมคราม
“อือ... องศาเป๊ะเหมือนในละครเลย !”หญิงสาวนึกค้อนตัวเองพลางพยายามจะแกะมือหนาออก
ในจังหวะนั้นเอง มาร์ตินที่เคยหลับพริ้มกลับค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ แต่มันกลับฉายประกายวาวโรจน์และจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานของอลิซจนเธอลืมลมหายใจนิ้วแกร่งที่หยาบกร้านขยับขึ้นมาลูบไล้ไปตามกรอบหน้าสวยอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้ผิวหน้าของอลิซร้อนผ่าว ปากหยักได้รูปยกยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์ต่ทรงเสน่ห์จนน่ากลัว ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า“สวย...”
คำชมที่หลุดออกมา ทำให้อลิซใจสั่นสะท้าน รู้สึกเขินอายจนกะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงตอบกลับเสียงอ้อมแอ้ม“ขะ...ขอบคุณนะคะที่ชมอลิซสวย แต่...แต่ช่วยปล่อยอลิซก่อนนะคะ คุณมาร์ติน”
“ไม่ปล่อย...” เขาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงเผด็จการไม่มีเปลี่ยน
“ต้องปล่อยค่ะ! อือ... อย่ารัดอลิซแน่นสิคะ มันหายใจไม่ออก” เธอเริ่มดิ้นรนเมื่อรู้สึกว่าอ้อมกอดนั้นเริ่มรัดเธอแน่นขึ้น
“ถ้าไม่ปล่อย...แล้วเธอจะทำไม?” มาร์ตินเลิกคิ้วถามอย่างท้าทาย มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นที่เอวคอดกิ่วเบาๆ จนอลิซสะดุ้งโหยง
“ทำไมถึงพูดแบบ—อื้อออ!”
“เฮ้อ... มองไปทางไหนก็มีแต่คนคลั่งรักจนน่าหมั่นไส้เนอะว่าไหมคะที่รัก” เอลลี่ เอ่ยจิกกัดพลางขยับกายเต้นรำในอ้อมกอดของสามี เธอหวนคิดถึงจุดเริ่มต้นที่แสนจะชุลมุนของคู่ตัวเองความรักของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มจากความหวาน แต่มันเริ่มจากการที่แม่ของดีแลนพยายามหาคู่เดทมาประเคนให้ลูกชาย และเอลลี่ในตอนนั้นที่ไม่อยากจะคบหากับใครเลย ตัดสินใจส่งประวัติและรูปภาพที่ 'เชย' สะบัดและดูจืดชืดที่สุดไปให้ เพื่อหวังจะให้ฝ่ายชายปฏิเสธแต่ใครจะคิดว่ามาเฟียจอมเจ้าเล่ห์อย่าง ดีแลน จะบุกมาพิสูจน์ถึงที่!“จำได้ไหมคะ... วันที่ที่รักบุกมาหาเอลถึงในคลับ แล้วพยายามแกล้งทำตัวเป็น 'คนดี' จนเอลเชื่อสนิทใจหัวใจจนหัวใจหวั่นไหว” เอลลี่หัวเราะร่าเมื่อนึกถึงภาพมาเฟียในคราบสุภาพบุรุษ“พี่ก็เลยต้องทุ่มทุนสร้างภาพหน่อยสิ” ดีแลนแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางกระชับอ้อมกอดรัดเอวบาง“แต่สรุปเป็นยังไงคะ... สุดท้ายที่รักก็เผยธาตุแท้ว่า 'เลว' ไม่ใช่หรอไง”“หึๆ... ก็เอลบอกเองว่าชอบคนเลวพี่ก็เลยแค่เผยตัวตน ทั้งปล้ำทั้งฉุดจนได้มาเป็นเมียเนี่ยไง” ดีแลนก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ขอบคุณความเจ้าเล่ห์ของตัวเองจริงๆ ที่ไม่ปล่อยให้สาวน้อยในรู
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลากสไตล์ดังประสานกันขึ้นอย่างผ่อนคลาย เมื่อต้นแบบความคลั่งรักอย่างคาร์เตอร์นำพาความสุขมาให้พวกเขาทุกคน“เออ...” คาร์เตอร์ รับคำสั้นๆ อย่างขอไปที ก่อนจะเบนสายตาไปหยุดที่ มิลิน ภรรยาสุดที่รักเพียงคนเดียว ทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจลุกขึ้นยืน“แด๊ดดี้จะไปไหนครับ?”“ไปหาแม่ไง... เราก็มากับพ่อสิ” คาร์เตอร์เอ่ยชวนลูกชาย ซึ่ง อาเธอร์ ก็พยักหน้ารับอย่างรู้ความ ทว่าทายาทมาเฟียตัวน้อยกลับเดินเลี่ยงไปยังจุดเปิดเพลง เขาเปลี่ยนท่วงทำนองให้กลายเป็นเพลงช้าหวานซึ้ง พร้อมกับกวักมือเรียกน้องๆ ให้เข้ามารวมกลุ่มกัน“ทุกคนมาหาพี่เร็ว”“ค่าาา / ค๊าบบบ!” เด็กๆ วิ่งกรูมาหาพี่ชายใหญ่ เปิดทางให้พื้นที่ตรงกลางชายหาดกลายเป็นฟลอร์เต้นรำสุดพิเศษ“อ๊ะ... แดดดี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” มิลินหันมามองสามีด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นเขาเดินตรงเข้ามาหา“เต้นรำกันนะ...” คาร์เตอร์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบจ้องมองภรรยาราวกับจะหลอมละลาย จนมิลินเผยรอยยิ้มหวานตราตรึงใจ“ได้สิคะ...”สิ้นคำตอบตกลงของภรรยาสาว มือหนาของคาร์เตอร์ก็รั้งเอวบางเข้าหาตัวจนร่างกายแนบชิด ทั้งคู่เริ่มขยับกายเต้
“ผมก็จะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับน้องสาวเหมือนกันครับ” อาเธอร์ ที่ยืนนิ่งมานานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้มและสายตาที่กดต่ำลงเฉกเช่นคนเป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน ทำเอาบรรดาลุงๆ ถึงกับเงียบกริบ... เพราะดูท่าว่า ด่านพี่ชาย จะโหดกว่า ด่านพ่อ เสียแล้ว“คิกๆ ดูท่าปาร์ตี้คืนนี้จะกลายเป็นสงครามแย่งชิงลูกสาวไปซะแล้วนะคะ” อลิซ หัวเราะร่าพลางมองภาพความวุ่นวายของคุณพ่อมาเฟียแต่ละคนที่เริ่มโดนเด็กๆ ล้อมวงป่วนจนเสียอาการกันเป็นแถว“ลินว่า... เราอย่าเพิ่งไปเครียดเรื่องอนาคตลูกเขยลูกสะใภ้กันเลยค่ะ วันนี้เรามาเริ่มปาร์ตี้ให้สุดเหวี่ยงกันดีกว่า!” มิลิน เอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี เรียกสติให้บรรดาคุณแม่ยังสาวเห็นดีเห็นงามด้วยทันที“พูดดีมากยัยลิน! ในเมื่อพวกหนุ่มๆ เขาติดพันสงครามลูกกันอยู่... งั้นพวกเราเปิดเพลงฉลองเลยจ้า!” พริบพราว เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงร่าเริงพลางดีดนิ้วส่งสัญญาณให้เริ่มงานปาร์ตี้ริมหาดที่ควรจะเป็นการพักผ่อน กลับกลายเป็นเวทีประชันความแซ่บของเหล่า "ตัวแม่" ทันทีที่เสียงบีทหนักๆ ของเพลงสากลจังหวะเร้าใจดังขึ้น“ถูกใจมากค่ะพี่ลินพี่พราว! ไปค่ะ... เราไปแดนซ์กันเถอะใบบัว อลิซแกก็ตามมาเร็ว!” เอลลี่ สาวสวยสุดมั่นไม่ร
“มากันครบสักทีนะ หายกันไปเป็นชาติ!”คาร์เตอร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามสไตล์เจ้าพ่อผู้นัดหมาย ทว่าแววตาที่เขาก้มลงมอง มิลิน ที่ซุกตัวอยู่ข้างกายกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อนๆ หมั่นไส้“แด๊ดดี๊อย่าทำเสียงดุสิคะ เดี๋ยวเพื่อนๆ ก็กลัวหมดหรอก” มิลินเอ่ยปรามสามีพร้อมรอยยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปทักทายกลุ่มของอลิซ “ลินคิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ นานๆ ทีจะได้รวมตัวปาร์ตี้กันแบบนี้ เด็กๆ เองก็คงดีใจมากที่ได้วิ่งเล่นด้วยกัน”“เจ้าแฝดอาร์เดนกับอาร์เดลน่ารักมากเลยล่ะมิลิน เมื่อกี้พราวแอบเห็นตอนวิ่งไปรุมหอมแก้มเดลล่าด้วยนะ!” พริบพราว ที่ซบหน้าอยู่กับอกของ เซน รีบโผล่หน้ามาแจมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“น่ารักแต่แสบมากเลยล่ะค่ะพี่พราว ดูสิ... ทำเอาพี่ดีแลนหน้าเขียวปัดไปหมดแล้ว” อลิซตอบพลางหัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นอาการของพี่เขย“หึ... ถ้าไม่ใช่หลาน ฉันสั่งคนลากไปโยนทะเลให้ฉลามกินไปแล้ว” ดีแลน พ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจที่ลูกสาวสุดที่รักโดนรุมจีบแต่เด็ก“แหม... คุณดีแลนคะ หลานแค่หยอกเล่นตามประสาเด็กเอง อย่าเพิ่งรีบสั่งฆ่าใครเลยค่ะ วันนี้วันดี... เรามาฉลองให้ครอบครัวมาร์ตินกันดีกว่า!” พริบพราวเอ่ยอย่างร่าเริง
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นทอแสงสีทองระยิบระยับบนผืนน้ำทะเลสีคราม หน้าคฤหาสน์พักตากอากาศสุดหรูริมชายหาดส่วนตัวถูกจัดเตรียมด้วยโต๊ะยาวสีขาวสะอาดตา กลิ่นบาร์บีคิวหอมฉุยลอยมาตามลม ผสมกับเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บนทรายขาวอลิซ ในชุดเดรสผ้าพริ้วสีขาวสะอาดตา กำลังตั้งอกตั้งใจปักดอกกุหลาบสีนวลลงในแจกันใบใหญ่เพื่อประดับมุมพักผ่อน เธออมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบรรยากาศที่แสนสงบนี้ ทว่าเพียงครู่เดียว วงแขนแกร่งที่คุ้นเคยก็สวมกอดเธอจากทางด้านหลัง พร้อมกับจมูกโด่งที่ฝังลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ฟอด!“ชื่นใจจัง... เหนื่อยไหมคะเมียครับ จัดดอกไม้คนเดียวตั้งนานแล้วนะ” มาร์ติน กระซิบถามเสียงทุ้ม พลางเกยคางไว้บนไหล่บางอย่างออดอ้อน“ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่มาร์ติน เห็นทุกคนมาพร้อมหน้ากันแบบนี้ อลิซมีความสุขมากกว่า” เธอหันไปยิ้มหวานให้สามีที่ตอนนี้สลัดลุคมาเฟียจอมโหดทิ้ง เหลือเพียงคุณพ่อสายละมุนในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนปลดกระดุม“แด๊ดดี๊! ปล่อยหม่ามี๊นะ!” เสียงเล็กๆ ของ อาร์เดน ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวแสบที่วิ่งเข้ามากอดขาอลิซไว้แน่น ส่วน อาร์เดล ก็วิ่งเข้ามากอดขาของผู้เป็นแม่อีกข้างไว้แน่นเหมือนกัน“ดูสิ... หน่วยตรวจสอบมาอีก
มาร์ตินคำรามพร่าก่อนจะกระหน่ำกายเข้าใส่ความคับแน่นอย่างป่าเถื่อนและเอาแต่ใจ ภายใต้ฝักบัวที่เปิดน้ำทิ้งไว้จนเกิดเสียงซัดสาด สายน้ำที่เย็นเฉียบไหลรดผ่านสองร่างที่เปียกปอน ทว่ากลับไม่อาจชะล้างหรือดับเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่กำลังสุมทรวงของคนทั้งคู่ได้เลยเขารุกรานริมฝีปากบาง จูบกันอย่างนัวเนียสลับกับเสียงครางคำรามที่ดังระงมประสานไปทั่วห้องน้ำ มาร์ตินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฉ่ำปรือของอลิซด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะกระแทกกระทั้นกายเน้นย้ำลงไปจนสุดทาง“อ๊าาา…”“ผัวบอกแล้วไง... ว่าจะล้างให้ลึกๆ... ลึกจนถึงใจเมียเลย!”มาร์ตินคำรามพร่าพลางวางร่างอวบอิ่มลงที่พื้นห้องน้ำที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนเธอหันหลังให้ นิ้วแข็งแรงจุ่มจ้วงคว้านลึกเข้าไปในกายสาวอย่างรุนแรงและหนักหน่วงสวบ!!“กรี๊ดด!” ทำให้อลิซถึงกับร้องเสียงหลงใบหน้าสวยเชิดสูง ตาเหลือกด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนากระสวกเข้าออกแรงๆ จนแขนกำยำสั่นสะท้าน ร่างบางโยกคลอนหัวแทบชนผนังห้องน้ำสวบ!!สวบ!! แจ๊ะ!! แจ๊ะ!!“อ๊ะๆ...มันเสียวเหลือเกิน…ตะ..ตรงนั้น...อ๊าาา” อลิซอ้าขากว้าง กระดกสะโพกรับฝ่ามือหนาด้วยความรัญจวนอย่างไม่ลดละ จนมาร์ตินทนไ
แกร็ก...เสียงกลไกประตูคอนโดถูกปลดล็อกอย่างง่ายดาย ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามาในความมืดมิด กลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลติดเสื้อสูทบ่งบอกถึงตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี ทุกฝีก้าวของมาร์ตินเต็มไปด้วยความแน่วแน่ มุ่งตรงไปยังห้องนอนเล็กๆ ที่เขาเคยเฝ้าสอดส่องมานับครั้งไม่ถ้วนเ
ภายในลิฟต์ที่เงียบสงัด อลิซลอบเหลือบมองเสี้ยวใบหน้าหล่อเหลาอยู่ครู่หนึ่งพลางกำชายกระโปรงแน่นเพราะว่าตอนนี้ความสงสัยกำลังก่อตัวขึ้นในใจ... ‘เขารู้ได้ยังไงกัน…ว่าเราอยู่ชั้นไหน’ ติ๊ง! ประตูลิฟต์เปิดออก มาร์ตินก้าวนำออกไปทันทีด้วยจังหวะที่มั่นคงราวกับคุ้นเคยเส้นทางนี้เป็นอย่างดี อลิซเดินตามไปเงียบๆ
“...คุณมาร์ตินเหรอคะ?” “...อืม ห้องฉัน” “ห้องคุณ... ทำไมเหรอคะ?” อลิซถามกลับไปอย่างซื่อๆ ในใจแอบค้อนนิ่งๆ 'มาพูดสั้นๆ แค่นี้ ใครจะไปตรัสรู้ได้ว่าห้องคุณมันทำไม... แปลกคนจริงๆ' “คืออลิซไม่เข้าใจค่ะ”“มาที่ห้องฉันเดี๋ยวนี้”“แต่เอ๊ะ... ทำไมอลิซต้องไปด้วยคะ?”“แฟ้มที่เธอสรุป... มีหน้าหนึ่งหายไป” เข
ปัง! ปัง! ปัง!เสียงปืนแผดคำรามขึ้นฉับพลันทำให้อลิซสะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นรัวกระหน่ำราวกับจะทะลุออกจากอก ภาพรอบตัวพร่าเลือนไปในพริบตา ก่อนที่หมอกสีขาวหนาทึบจะกลืนกินทุกสิ่งจนไม่เหลือแม้แต่เส้นขอบของโลก“ที่นี่... ที่ไหน?” เสียงใสสั่นเครือขณะหมุนตัวมองไปรอบด้าน สถานที่ตรงหน้าดูคุ้นตาอย่างประหลาด ทว่า







