Masuk“ปิดเทอมอีกแล้ว!” เสียงใสๆ เอ่ยขึ้นเมื่อนั่งลงไม้หินอ่อนในมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง
“เสียใจขนาดนั้นเลย? เห็นบ่นๆ บ่นทั้งวัน ฉันฟังแกบ่นตั้งแต่เช้าแล้วนะยัยมุก” วีต้าเอ่ยขึ้นหลังจากฟังไข่มุกบ่นนับครั้งไม่ถ้วนว่าทำไมต้องมีปิดเทอมด้วย เรียนแบบไม่พักไม่ได้เหรอ คนบ้าไรจะอยากเรียนขนาดนั้น
“ก็ฉันเบื่อนี่ ไม่อยากให้มอปิด อยากมาเรียนมากกว่า” ไข่มุกบอกวีต้าออกไปด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
ไข่มุกเป็นนักศึกษาปี 3 กำลังขึ้นปี 4 ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าและวันนี้ก็เป็นวันสอบวันสุดท้าย ซึ่งเธอไม่อยากให้เป็นวันสุดท้ายเลยหรือไม่ก็ขอข้ามให้พรุ่งนี้เป็นวันเปิดเทอมปี 4 ได้ยิ่งดีใหญ่
สาเหตุที่เธอไม่อยากให้ปิดเทอมก็เพราะ มหาวิทยาลัยเป็นที่เดียวที่ทำให้เธอมีความสุข เป็นที่เดียวที่ไข่มุกจะทำอะไรก็ได้ และที่สำคัญไม่ต้องทำตามคำสั่งใคร…
“เอาน่า แค่เดือนเดียวเองทนๆ เอาหน่อย” วีต้ายังคงพูดปลอบไข่มุก
วีต้าคือเพื่อนสนิทคนเดียวของไข่มุก คนเดียวที่เธอสามารถระบายได้ทุกเรื่อง แต่ถามว่าคนอย่างไข่มุกมีเพื่ิอนแค่ยายวีต้าคนเดียวเหรอ
ตอบเลยค่ะ ไม่ใช่แน่นอน เพราะไข่มุกเป็นเด็กอัธยาศัยดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทุกคน ไม่ว่าจะคณะเดียวกันหรือต่างคณะก็เป็นเพื่อนไข่มุกไปทั่วแหละ
“นี่ฉันทนมาหลายเดือนแล้วน่ะโว้ย ฉันต้องทนอีกเท่าไหร่” เธอตอบวีต้าออกไป
และคนเดียวที่ทำให้ไข่มุกต้องทน ก็คือ ปอร์เช่ หรือ เฮียปอร์เช่ เป็นลูกเจ้าของบ้านที่เธออยู่ร่วมชายคาเดียวกันตั้งแต่เกิด แต่สถานะต่างกันมากเพราะไข่มุกเป็นแค่เด็กรับใช้ในบ้าน เป็นเด็กกำพร้า เมื่อก่อนพ่อไข่มุกก็เป็นคนสวนที่บ้านอนันต์พัฒน์ จนกระทั่งพ่อเธอเสียไปและเธอก็มีแค่พ่อ เมื่อไม่มีท่าน เด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูก็คงถูกส่งไปมูลนิธิเป็นแน่
แต่เจ้าสัววรรณก็ใจดีรับไข่มุกเลี้ยงไว้เป็นเด็กรับใช้ในบ้านแถมยังใจดีมาก ส่งไข่มุกเรียนจนตอนนี้ใกล้จะจบแล้ว
โชคดีก็มักจะมากับโชคร้ายเพราะถึงจะได้อยู่คฤหาสน์หรูแต่หาความสุขไม่ได้เลย ไหนจะเฮียปอร์เช่ลูกเจ้าสัววรรณที่แกล้งไข่มุกเช้าเย็นค่ำ ไม่เว้นวันพักให้ไข่มุกหายใจได้เลย และยังมีป้าแม่บ้านที่ชอบกระแนะกระแหนเป็นว่าเล่น
งื้ออออ ชีวิตนะชีวิตช่างเศร้าเอามากๆ
จนกระทั่งเฮียปอร์เช่ไปเรียนต่อ คฤหาสน์หลังงามก็น่าอยู่ขึ้นเยอะถึงจะมีใครค่อยกระแนะกระแหนแต่ก็ยังดีกว่าโดนกระทำจากเฮียปอร์เช่ตั้งเยอะ
แต่…
ความสุขสงบก็แค่พริบตาเดียวจริงๆ หลังจากเฮียปอร์เช่กลับมามันก็หายไปจนหาความสุขไม่ได้อีกเลย แต่ละวันจะต้องทนเป็นที่รองรับอารมณ์ของเขา วุ่นวายที่สุด
มีเพียงเฮียพอร์ชสุดหล่อลูกคนโตของตระกูลอนันต์พัฒน์คนเดียวที่เป็นเหมือนพี่ชายแท้ๆ เพราะเฮียพอร์ชไม่เคยแกล้ง แถมยังใจดีเป็นห่วงเป็นใยไข่มุกตลอด แต่เฮียพอร์ชก็ไม่ได้อยู่ค่อยช่วยไข่มุกจากเฮียปอร์เช่ตลอดเวลา ไข่มุกเลยต้องเลือดตกยางออกอยู่บ่อยๆ
“เฮ้อ!...” ไข่มุกถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เมื่อนึกถึงโชคชะตาตัวเอง
“...ไข่มุกน้อยกลอยใจ ทำไมชีวิตเจ้าต้องน่าสงสารเยี่ยงงี้”
“...” วีต้าที่นั่งฟังตั้งแต่ต้น ได้แต่กลอกตามองบน อุตส่าห์มีเพื่อนหน้าตาแต่ดันบ้า!
“เมื่อไหร่จะมีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยบางน้า” สองมือเท้าคาง ตาลอยจินตนาการไปไกล แต่ภาพนั้นถูกนางเพื่อนใจดำเรียกสติด้วยประกบมือสองข้างเข้าหากันเสียงดัง
เพี๊ยะ!!
“ตื่นค่าาาาาา!!” และยายวีต้าก็ทำความฝันของไข่มุกสลายลงในพริบตา~
แสงไฟสว่างสาดส่องไปทั่วห้องประกอบกับเพลงนุ่มนวลละมุนอารมณ์พร้อมโซฟานุ่มๆ ทำให้รู้สึกอบอุ่นสบายและที่สำคัญรอบข้างมีสิ่งชวนสะดุดตามากมาย จนไม่อาจจะถอนตัวลุกจากไปสถานที่แห่งนี่ได้ ใครที่หลงเข้ามาต่างก็ติดกับดักจนไม่อาจหาทางกลับบ้านได้เลย
แต่ต่างจากใครบางคนที่กลับอารมณ์ไม่ดีเหมือนวันแรกๆ ที่เหยียบเข้ามาที่นี่
“โธ่เว้ย!!” ปอร์เช่เริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ เวลาผ่านไปนับชั่วโมงความรุ่มร้อนในใจเหมือนเปลวไฟ
“เฮ้ย มึงไปแลกชิพให้กูหน่อย”
“ได้ครับ” เด็กในบ่อนเดินเข้ามารับเช็คเงินสดจากปอร์เช่ทันที
.
.
“ดื่มอะไรก่อนไหมครับ คุณปอร์เช่” บริกรในบ่อนพยายามบริการอย่างเอาใจ
“ไม่ กูต้องการชิพ ทำไมนานจังวะ” ยิ่งนั่งนานปอร์เช่ก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ตามฉบับผีพนันที่ต้องการถอนทุนคืน
ดูเหมือนว่าคืนนี้โชคจะไม่เข้าข้างเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา
ก็ตั้งแต่เขารู้จักสถานที่แห่งนี้ก็มักมาคลุกคลีอยู่จนเช้าและเป็นที่เดียวที่รู้สึกดวงขึ้น เล่นเท่าไหร่ก็มีแต่ชนะ จนวันนี้แค่วันเดียวกลับทำให้กำไรที่เล่นมาเริ่มหายไปในพริบตาเดียว
“ได้ยังวะ!”
“ใจเย็นสิคะ” เพื่อนในวงเอ่ยเสียงหวานเมื่อเห็นปอร์เช่ตวาดเสียงดังอย่างไม่เกรงใจใครหน้าไหน
“ได้แล้วครับ คุณปอร์เช่” เด็กหนุ่มถือถาดชิพมาบริการปอร์เช่ถึงโต๊ะ
เขารับมาแล้วลงมือถอนทุนด้วยอารมณ์อยากเอาคืน ทว่าเพียงไม่นานชิพมากมายก็หายไปในแวบตาเดียวอีกตามเคย
“แม่งเอ้ย อะไรวะ...” เขาขยี้ผมอย่างโมโห สมองประมวลผลจนได้คำตอบ
“...พวกมึงโกงกู!!” ปอร์เช่อาละวาดทันทีเมื่อไม่ได้ดั่งใจและเขาคิดว่ามีการโกงเกิดขึ้นแน่นอน
อะไรจะแพ้ยิบเกือบทุกตา
-อีกด้าน-
“นายครับ” หลุยส์เดินเข้ามาในห้องทำงานเอเดนเพื่อรายงานสถานการณ์เหยื่อรายใหม่ของเจ้านาย
“กูรู้แล้ว อารมณ์ร้อนฉิบหาย” เอเดนที่นั่งมองจอเอ่ยออกมาพร้อมแสยะยิ้มมุมปาก พอใจที่ได้เห็นอาการคนบ้าคลั่ง
“ครับ ตอนนี้มันไม่มีทุนแล้วครับ” หลุยส์เอ่ยบอกเจ้านายหนุ่มต่อ
“หึ ขนาดกูยังไม่ได้ให้ลูกน้องโกงนะ...” คืนนี้คนตัวสูงออกคำสั่งให้เจ้ามือเล่นตามน้ำปกติ ไม่เปิดทางให้มันเพราะเดี๋ยวจะดูรู้ว่าเขากำลังล่อเหยื่อ ทว่ายังไม่ทันทำอะไรเลยมันกลับโง่เอง
“...แม่ง! โคตรกระจอก” เอเดนส่ายหน้าเอือมระอา
“อารมณ์ร้อนแบบนี้ไม่น่าเป็นเหยื่อได้ ผมว่าเปลี่ยนดีกว่า” หลุยส์เมื่อเห็นโอกาสจึงรีบหาเรื่องให้เอเดนเปลี่ยนเป้าหมาย เพราะเขาไม่อยากให้เอเดนพัวพันกับตระกูลอนันต์พัฒน์เท่าไรนัก
“ถ้ามึงยังขัดใจกู...” เอเดนเหลือบไปมองมือขวาตัวเอง
“...กูจะไม่ให้มึงยุ่งเรื่องนี้อีก” ก่อนจะออกปากเสียงเข้ม
“ผมพูดจริงๆ ผมว่า...” แต่หลุยส์ยังคงขัดใจต่อไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่
“ไอ้หลุยส์!!” เสียงราบเรียบดุทันทีพร้อมใบหน้าที่เปลี่ยนอารมณ์ชัดเจน
“ครับๆ ตกลงนายจะเอายังไงกับมันต่อ” เมื่อเห็นว่ายังไงเจ้านายหนุ่มไม่มีทางเปลี่ยนใจจึงเปลี่ยนคำถามเพื่อให้เขาอารมณ์ดี
“สูตรเดิม…ปล่อยกู้”
.
.
.
“ไม่เล่นต่อเหรอครับ” เพื่อนร่วมโต๊ะในบ่อนเอ่ยชวนต่อเมื่อเห็นปอร์เช่ลุกขึ้น
“เสือก!” คนแพ้ไม่มีเงินเหลือติดตัวพาลหมดไม่สนใคร
ปอร์เช่สาวเท้าเตรียมตัวออกจากที่นี่ ไม่มีอารมณ์จะเล่นต่อถึงแม้ในใจอยากเล่นต่อก็ตาม เขาคงต้องกลับไปเอาเงินที่บ้านก่อนเพราะเงินในกระเป๋าที่เตรียมมากลับไม่เหลือสักบาท
ตึกตึก
ตึกตึก
“คุณปอร์เช่ครับ สนใจจะเล่นต่อไหม”
“วันนี้กูไม่มีอารมณ์” ปอร์เช่กำลังจะเดินออกไปแต่ก็หยุดชะงักหลังได้ฟังข้อเสนอของเด็กหนุ่ม
“ทางคาสิโนยินดีให้คุณปอร์เช่กู้ได้เต็มที่เพราะคุณคือลูกค้าวีไอพีของที่นี่ครับ”
เขาหมุนตัวกลับมองเด็กหนุ่มตาเป็นประกายเมื่อมีทุนจะเล่นต่อ ความจริงกลับบ้านไปก็ไม่รู้จะมีโอกาสเอาเงินออกมาได้ไหม
แต่...สมองกลับสั่งการให้กลับบ้านดีกว่า
ปอร์เช่หมุนตัวกลับทางออกเลือกที่จะเดินออกไป ไม่สนข้อเสนอนั้นเพราะคนอย่างปอร์เช่ไม่จำเป็นต้องกู้ยืมใคร
แต่…ให้เขายอมแพ้ ไม่มีทาง
ยังไงเขาก็ต้องมาเอาเงินกูคืน!!
“เฮียพอร์ช!” และเป็นไข่มุกเองที่ขำไม่ออกเพราะสายตาดันมองไปเห็นร่างหนาของพอร์ช“อย่าบอกน่ะว่า...” เมื่อได้ยินไข่มุกเรียกชื่อคู่อริทำให้พายุหันไปมองหน้าเอเดนทันทีก่อนจะพูดต่อ“...เป็นเด็กไอ้ปอร์เช่!?”เอเดนได้แต่นิ่งเพราะกลัวพายุจะแสดงท่าทีจนไข่มุกรู้เรื่องเกี่ยวกับพวกเขาและบ้านอนันต์พัฒน์“กูถาม” พายุตะคอกเสียงดังต้องการคำตอบเดี๋ยวนี้“อืม...มุกขึ้นไปรอเฮียบนห้องก่อนไป” เขาเลยหันไปบอกคนตัวเล็กให้ออกไปก่อน“ค่ะ” ไข่มุกพยักหน้ารับทันทีเพราะเธอเองก็อยากจะหนีไม่ให้พอร์ชเห็นจนความเเตกซะก่อนสิ้นเสียงปิดประตูพายุเปิดประเด็นกับเอเดนทันทีโดยที่มีหญิงสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้นั่งฟังอยู่ด้วย“กูเตือนมึงแล้วใช่ไหม เรื่องไอ้ปอร์เช่”“เออ!! กูรู้”“แล้วมึงก็ดันไปหลงกลมันเนี่ยนะ”“กูจะหลงกลได้ไงในเมื่อกูเป็นคนเริ่มให้มันมาเป็นหนี้กู” เอเดนตอบกลับเพราะคิดว่าตัวเองยังคงเหนือกว่าอีกฝ่ายเหมือนเดิม“เหรอวะ...แต่เท่าที่กูเห็นเป็นมึงนะที่จะแพ้ นอกจากเงินจะไม่ได้ผู้หญิงคนนั่น!! มึงไม่มีทางที่จะได้” คำพูดพายุเล่นเอาเอเดนถึงกับพูดไม่ออก แต่ถ้าตามที่เขาสืบมามันง่ายนิดเดียวแค่ให้ไข่มุกเลือกที่จะอยู่กั
“น้ำขิงนี่คะ” เสียงหวานๆ ของคนข้างกายพายุเอ่ยออกมาก่อนที่พวกเพื่อนๆ จะหันไปตามนิ้วเรียวของเธอที่ชี้ผ่านกระจกใสลงไปด้านล่างผับ ผู้หญิงสวยหวานเด่นมาแต่ไกลกำลังเดินเข้ามายังโถงผับพร้อมผู้ชายเคียงข้างที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพายุ“ไอ้พอร์ช!!” เสียงเรียบนิ่งหลุดจากปากพายุ“ควงใครมาวะ” คลาสถามขึ้นด้วยความสงสัย“กูจะไปรู้ไหมละ ถามไอ้พายุสิ” เอเดนจึงหันไปมองเพื่อนแต่กลับเห็นแววตาแข็งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจากพายุ ตอนแรกเอเดนเข้าใจว่าพายุคงไม่สบอารมณ์ที่เห็นคู่อริ ทว่าสายตาที่มองลงไปด้านล่างกลับไม่ได้จับจ้องร่างหนาของพอร์ชเลยสักนิด“เอาเหอะ!! ควงใครไม่สำคัญหรอกแต่มันกล้ามาถิ่นพวกกูได้ไง” คลาสยังคงเอ่ยต่อ“...” พายุกำหมัดแน่นแววตายังจับจ้องที่ร่างบางอยู่ไม่วางตา“ไอ้พายุ!!” คลาสที่ตะคอกเรียกสติให้เพื่อนกลับมา“คุณพายุคะ” เสียงหวานๆ จึงช่วยเรียกอีกราย“เอ่อ...ครับ!?” เมื่อได้ยินมะปรางนักศึกษาฝึกงานเรียกจึงตั้งสติและกลับมาสนใจรอบข้างแทน“เป็นไรของมึงวะ”“เปล่า” เสียงนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างเอ่ยออกมา แววตาไม่มั่นคงเหมือนน้ำเสียงที่เปล่งให้ได้ยิน“จะลงไปนั่งกับเพื่อนก็ได้นะ” พายุเลยหัน
-คฤหาสน์อนันต์พัฒน์-ปอร์เช่เดินเข้าในบ้านด้วยอารมณ์ดีกว่าปกติ หลังจากที่เครียดกับหนี้สินและสัญญาบ้าบอนั่นหลายวัน จนสุดท้ายก็หาทางออกให้ตัวเองจนได้ ทว่างานนี้จะสำเร็จได้ขึ้นอยู่กับน้องสาวบุญธรรมอย่างไข่มุกเพียงคนเดียว“ทำไมเพิ่งกลับเอาป่านนี้” เสียงทุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างหนาของปอร์เช่เดินผ่านห้องอาหาร“อะไรเฮียพอร์ช หาเรื่องอะไรผมแต่เช้า” ปอร์เช่หมุนตัวกลับไปคุยกับผู้เป็นพี่ทันที ทว่ายังคงแกล้งไม่รู้ไม่ชี้“หึ หมดสภาพมาหลายวัน...”“...ไปทำอะไรมาล่ะถึงได้อารมณ์ดี” พอร์ชเองที่สังเกตอาการน้องชายมาหลายวัน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าปอร์เช่ติดการพนันแต่ว่าเขาทำได้เพียงมองดูห่างๆ หากเรื่องที่น้องชายไปก่อไว้ไม่ร้ายแรงมาก“เฮียบ่นเก่ง ผมจะขึ้นไปนอนแล้ว” พูดจบก็เดินออกไปทันทีแต่...“ผกาจองตั๋วให้เรียบร้อยแล้วค่ะ ว่าแต่คุณพอร์ชจะไปคนเดียวแน่นะคะ” เสียงนุ่มนวลของเลขาพอร์ชเอ่ยขึ้น วันนี้มีงานสำคัญที่ต้องจัดการเลขาอย่างผกาเลยต้องแวะเข้ามาคุยงานที่คฤหาสน์หรูก่อนเวลางานจะเริ่ม“ครับ” พอร์ชตอบกลับเลขาสาววัยกลางคน“เฮียจะไปไหน!?” เมื่อได้ยินเรื่องการเดินทางทำให้ปอร์เช่ให้ความสนใจอย่างมาก“ทำไม!?” ทว่าท่าท
“ฉันอาจจะพูดไม่เก่ง แต่ฉันถนัดทำมากกว่า!!” พูดจบก็ยกคนตัวเล็กให้นอนราบไปกับเตียงก่อนที่จะขึ้นคร่อมเอาไว้ไข่มุกได้แต่นอนนิ่งๆ สับสนกับคนบนร่างเพราะตอนนี้เธอรู้ใจตัวเองแล้วว่าเอเดนคือคนที่เธอมอบหัวใจให้ไปแล้ว“เธออาจจะสงสัยในตัวฉัน แต่เธอจำไว้ว่าเธอคือความสุขของฉัน...ไข่มุก” คำพูดที่ออกจากความรู้สึกจริงๆ ของเอเดนเอ่ยออกมาจนทำให้ไข่มุกเขินอายหลังจากรับฟัง“เอเดน” เสียงหวานได้แต่เอ่ยชื่อเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างถ้าเธอต้องเลือกระหว่างอนันต์พัฒน์ที่เป็นเสมือนครอบครัวกับเอเดนสุดท้ายแล้วเธอต้องเลือกทางไหนกัน...มันเป็นคำตอบที่ยากที่สุดสำหรับไข่มุก ทว่าตอนนี้นาทีนี้ และวินาทีนี้ ไข่มุกรู้แค่ว่าเธออยากใช้เวลากับคนที่รู้สึกดีด้วยให้ได้มากที่สุดเพราะเอเดนคือความสุขของเธอ“ตกลงให้รางวัลฉันได้ยัง” เอเดนถามออกไป“รางวัล!?” แต่ไข่มุกกลับมีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ“หึ” เมื่อเห็นใบหน้าสงสัยของไข่มุกก็ทำให้เอเดนหลุดขำจนได้“รางวัลอะไรเหรอคะ” ไข่มุกยังคงถามต้องการคำตอบ“ก็เรื่องที่เธอเข้าใจผิดฉันเรื่องพิมพ์ไงละ” เขายอมเฉลยเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับรางวัล” ทว่าไข่มุกก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี“ราง
ภายในห้องยังคงมีแต่ความเงียบเกิดขึ้นเหมือนเดิม ไม่นานไข่มุกจึงเป็นฝ่ายทำลายมันก่อน“คุณเอเดน” เสียงใสๆ ของเธอเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าที่ยืนกำหมัดตัวเองแน่น ทว่าเอเดนไม่ได้หันกลับตามเสียงหมับ!ไข่มุกเอื้อมมือไปคลายกำมือเอเดนออกแล้วดึงให้เขาหันมา“เป็นอะไรรึเปล่า” เธอถามเขาเมื่อเห็นสีหน้าแววตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“...” แต่เอเดนไม่ได้เอ่ยตอบกลับเขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะไข่มุกแทนแล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที“เอ่อ...เอเดน” ไข่มุกตกใจมาก ไม่คิดว่าเอเดนจะกล้ากอดเธอต่อหน้าลูกน้อง“มันบังคับอะไรเธออีก” เอเดนถามในสิ่งที่คิดไว้และมั่นใจว่าไข่มุกไม่มีทางบอกเขา“เปล่า” เธอตอบเขาทันทีอย่างไม่ลังเลพึ่บ!“แน่ใจ?” เมื่อฟังคำตอบของคนตัวเล็กเอเดนจึงผละไข่มุกออกเพื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มสายตาจับผิดชัดเจน“อืม” สายตาที่แน่วแน่ของเธอทำให้เอเดนเปลี่ยนเรื่องเพราะเขาไม่อยากคาดกลั้นเธอ“กลับห้องไปรอฉัน”“ค่ะ” ไข่มุกตอบกลับอย่างว่าง่าย“ไอ้หลุยส์ไปบอกไอ้วินให้ไปส่งไข่มุก” เขาหันไปสั่งหลุยส์“ครับนาย”“ไม่เป็นไรหรอก มุกกลับเองได้” เธอเงยหน้าบอกเอเดน และห้ามไม่ให้หลุยส์ออกไปตาม“ไอ้หลุยส์!! กูสั่ง” เอเดนตะคอกเสียงดังขึ
“ยัยมุกมานั่งนี่เลย มา!!” หลังจากที่หลุยส์เดินออกไปปอร์เช่ก็ลากไข่มุกให้ไปนั่งข้างๆ เพื่อคุยได้สะดวกขึ้น“เฮียมีอะไรรึเปล่า” ไข่มุกจึงถามในสิ่งที่อยากรู้“เธอกับมันถึงไหนกันแล้ว” แล้วเฮียปอร์เช่ก็ยิงคำถามตรงๆ ตามที่ตั้งใจจากบ้าน กะระยะเวลาที่คิดไว้ว่ามันต้องคืบหน้าคำถามจากปอร์เช่ทำให้ไข่มุกถึงกับพูดไม่ออกทีเดียว มันจุกในอกอย่างอธิบายไม่ถูก“หึ เสร็จมันแล้วสิ” ก่อนที่ปอร์เช่จะหัวเราะออกมาเหมือนพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น“...” ไข่มุกมองปอร์เช่ด้วยแววตาผิดหวังกว่าเดิม แต่ทำไงได้ทุกอย่างมันเลยเถิดเกินจะแก้ไขแล้ว“ดีเลย ตามแผนเดะ!!” แล้วปอร์เช่ก็นั่งพิงโซฟาอย่างสบายใจ“นี่เฮียตั้งใจให้ฉันเสียตัวให้กับเขาเนี่ยนะ” ตอนแรกตั้งใจปล่อยผ่าน แต่พอคนเห็นแก่ตัวพูดแบบไม่ทุกข์ร้อนจึงโกรธจนควันออกหู“อืม!!” แต่คนตั้งใจส่งตัวประกันมาที่นี่ก็ตอบอย่างหน้าตาย ไม่ได้รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับไข่มุกเลยสักนิด“เฮียทำแบบนี้ได้ไงอะ แล้วถ้าเฮียพอร์ชรู้ขึ้นมาจะทำยังไง”“ไม่มีทาง!! ฉันไม่มีทางให้เรื่องนี้ถึงหูเฮียพอร์ชหรอก...ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิวะ” แล้วเขาก็หันมาดุไข่มุกทันที“ฉันจะไม่ยอมอยู่ที่นี่อีกต่อไป” พูดจบไข่







