เข้าสู่ระบบ“นี่คุณ เจ้าเตยังไม่ตื่นอีกเหรอ นี่มันจะบ่ายโมงแล้วนะ”
‘อันนพ’ชายแก่อายุวัยหกสิบกว่าปีวางแท๊บเลตในมือลงบนโต๊ะหลังจากอ่านข่าวสารบ้านเมืองจบแล้ว เขาเงยหน้าถาม‘คุณกชมนคน’เป็นภรรยาทันที
“ฉันจะไปรู้เหรอคะ แต่ก็ยังไม่เห็นเลยนะตั้งแต่เช้า”
กชมนวางของว่างลงบนโต๊ะพร้อมกับชะเง้อมองผ่านบันไดบ้าน ก็พอดีกับเตวิชน์ที่เดินลงมาพร้อมกับแต่งตัวลำลองสบายๆ
“ตายยากเสียจริงลูกชายคุณเดินมานั่นแล้ว” เธอพยักเพยิดหน้าไปยังเตวิชน์ที่กำลังจะเดินเข้าห้องรับแขกมา
“อะไรกันครับ กำลังนินทาอะไรผมกันอยู่หรือเปล่า”
ไม่พูดเปล่าแต่มือก็ยังคว้าไปที่ขนมเค้กที่กชมนเพิ่งวางไว้ให้คนเป็นสามีทานเป็นอาหารว่างยามบ่าย
“เขาไม่เรียกนินทาจ๊ะ เขาเรียกบ่นหา เมื่อคืนคงจะหนักเลยใช่ไหม แม่เห็นกลับมาเอาค่อนเช้า”
หญิงแก่ตวัดสายตามองคนเป็นลูกชาย
“นิดหน่อยครับ ก็วันนี้เป็นวันหยุดนี่ครับ ฉลองที่ไอ้ธีกลับมาโสด”
“อะไรกัน โสดอีกแล้ว เมื่อสองเดือนก่อนก็ฉลองที่ไม่โสด สมกับเป็นคาสโนว่าจริงๆเลยนะคะ”
ติววดีที่เดินมาทันได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูดเลยเอ่ยขึ้นมาพร้อมทำสีหน้าหมั่นไส้กลุ่มเพื่อนรักพี่ชายที่เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก ไม่รู้ว่าเห็นว่าผู้หญิงเป็นของเล่นตั้งแต่เมื่อไร ไม่ยอมลงหลักปักฐานกับใครจริงจังเสียที
“อย่ามาทำเป็นพูดมาก ใครเขาจะเกาะไม้คานไว้แบบแกล่ะ”
คราวนี้เป็นทีพี่ชายเหน็บน้องสาวคืนบ้าง
“หือ ถ้ามีแฟนแล้วเป็นคนเจ้าชู้แบบพี่เต ติวยอมขึ้นคานดีกว่า”
หญิงสาวบุ้ยปากให้คนเป็นพี่ชาย จนเตวิชน์อดหมั่นเขี้ยวไม่ได้จึงคว้าหมับเข้าที่แก้มป่องแล้วบีบเข้าหากัน
“ทำไม มีคนแบบพี่เป็นแฟนแล้วมันทำไม หะ!”
“โอ๊ยยย พี่เต ติวเจ็บนะ”
สองคนพี่น้องจิกกัดกันไปมาจนคนเป็นพ่อต้องเอ่ยปากห้ามปราม ทั้งคู่จึงหยุดสู้รบกันชั่วคราว
“เจ้าเต เรื่องที่พ่อจะส่งแกไปบริหารโรงแรมที่เพิ่งซื้อมาใหม่ชั่วคราว ตอนนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว”
“ผมให้ทางผู้บริหารที่นั่นส่งข้อมูล รายรับรายจ่ายของที่นั้นมาตรวจดูบ้างแล้วครับ การจัดการของที่นั่นค่อนข้างจะโอเครเลย แต่ขาดอยู่อย่างเดียวก็คือโปรโมทที่ไม่ค่อยได้คุณภาพเท่าไร ถ้าจะปรับก็ต้องปรับตรงนี้”
“อืม ถ้าตรงไหนที่ลูกเห็นว่าต้องปรับเปลี่ยนก็จัดการได้เลย พ่อให้สิทธิ์บริหารแกเต็มที่ เพราะอีกหน่อยพ่อก็จะเกษียณตัวเองให้แกเข้ามาจัดการทุกอย่างแล้ว”
“อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ผมยังอยากให้พ่อช่วยพยุงผมไปก่อน ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยผมจะเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่”
อันนพได้แต่พยักหน้าให้คนเป็นลูกชาย ความจริงแล้วเขาจะปล่อยให้ลูกชายทำงานเองเลยก็ได้เพราะจากที่เห็นเตวิชน์บริหารงานแล้วค่อนข้างจะดีเลย แถมยังดีกว่าที่เขาทำเสียด้วยซ้ำ
“พ่อคะ แม่คะ ไหน ๆ ติวก็ปิดเทอมแล้ว ติวขออนุญาตตามพี่เต ไปทำงานที่กระบี่ได้ไหมคะ ถือว่าเป็นการไปพักผ่อนไปในตัวก็ได้”
ติววดีหันมาทำหน้าออดอ้อนคนเป็นพ่อกับแม่ พร้อมกับทั้งส่งสายตาอ้อนวอนไปยังคนเป็นพี่ชาย ที่ทำหน้ายียวน ไม่รู้ไม่ชี้ เพื่อกวนประสาทคนเป็นน้องสาว
“ก็ดีเหมือนกันนะคะคุณ ลูกสาวเราจะได้ไปเรียนรู้งานกับเจ้าเตด้วย” กชมนหันไปถามความคิดเห็นคนเป็นสามี
“เรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่เจ้าเต เพราะตอนนี้คนที่จะเข้าไปบริหารงานที่นั้นไม่ใช่ผม”
ติววดีได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับทำหน้ามุ้ยเพราะเหมือนโดนตัดโอกาสทันที ยิ่งเห็นหน้าคนเป็นพี่ชายที่ยียวนแบบนั้นแล้วเธอก็รู้ได้ทันทีว่าไม่สมหวังแน่ ๆ
“ไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนคนชนะเลยพี่เต ไม่ให้ไป ติวไม่ไปก็ได้ ชิ”
เด็กสาวพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นยืน ด้วยความที่ไม่ทันได้ระวังพวงกุญแจรถที่ร้อยด้วยลูกปัดเป็นรูปหัวใจติดปีกก็ล่วงลงพื้น
สายตาของเตวิชน์มองตามพวงกุญแจนั้น ใบหน้าของแก้วขวัญก็ลอยเข้ามา รอยยิ้มของเธอไม่เคยหายไปจากความทรงจำเขาเลยสักนิด
“ยังเก็บไว้อีกเหรอ” เขาก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาแล้วส่งให้กับติววดี
“ก็ต้องเก็บไว้สิคะ มันเป็นของขวัญชิ้นแรกที่พี่แก้วเอาให้วันที่ติวสอบได้ที่หนึ่งเลยนะ อีกอย่างมันก็เป็นของชิ้นเดียวที่เอาไว้ดูต่างหน้า ก็อยู่พี่แก้วก็หายไปไม่บอกลาสักคำเลยนี่”
ติววดีมีสีหน้าสลดลงแล้วก็นั่งลงที่เดิมพร้อมกับยกพวงกุญแจขึ้นมองราวกับว่าคิดถึงคนที่ให้เสียเต็มประดา
“นั่นสิ ไม่รู้ว่าหนูแก้วจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง หายไปเลย นี่ก็ห้าปีแล้ว ว่าแต่แกเถอะตาเต ไม่ได้ยินข่าวคราวน้องเลยเหรอ”
“ไม่เลยครับ”
ชายหนุ่มตอบพร้อมกับหลบหน้าคนเป็นพ่อแม่ เพราะลึก ๆ แล้วเขารู้ดีว่าที่หญิงสาวหนีหายไปนั้นต้นเหตุก็เป็นเพราะเขาเอง
เขาได้แต่พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อห้าปีก่อนถูกคนรักบอกเลิกเพราะเธอไปมีคนอื่น แถมผู้หญิงที่เคยตามเขาต้อย ๆ ก็มาหนีหายไปเพราะตัวเขาเองอีก ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนทำสิ่งของสำคัญหล่นหาย
คนหนึ่งทั้งรัก ทั้งเกลียด ทั้งแค้น ส่วนอีกคนก็ผูกพันอย่างบอกไม่ถูก แต่ที่รู้ ๆ คือไม่ได้รัก แต่ก็ไม่อยากสูญเสีย
สองเดือนผ่านไปเตวิชน์จัดการย้ายตัวเองพร้อมกับเมียและลูกมาอยู่ที่กรุงเทพฯเหมือนเดิมโดยส่งมอบงานให้กับผู้บริหารที่ไว้ใจไปดูแลโรงแรมแทน ส่วนตัวเขาเองก็มาบริหารงานที่บริษัทใหญ่แทนเพราะการทำงานของเขาก็พิสูจน์ให้ผู้ถือหุ้นเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำได้“ต้นข้าว ทำไมหนูทำหน้าเหมือนไม่ได้นอนแบบนั้นล่ะลูก”คนเป็นย่าจับสังเกตอาการของหลานที่เอาแต่ยกมือปิดปากหาวไม่หยุดเลยตั้งแต่เดินลงมาร่วมโต๊ะอาหารเช้า“เมื่อคืนหนูไม่ได้นอนค่ะ เพราะหนูกลัว” หนูน้อยทำตาปริบ ๆ“ใครทำอะไรหนูลูก เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็นอนอยู่ด้วย หนูกลัวอะไรทำไมไม่บอก”เตวิชน์เอ่ยถามระคนสงสัยว่าลูกสาวเป็นอะไร“เมื่อคืนมีแผ่นดินไหวค่ะ เตียงนอนก็สั่น คุณพ่อไม่รู้สึกเหรอคะ”หนูน้อยหันไปถามคนเป็นพ่อที่เอาแต่ทำหน้าเลิ่กลัก ส่วนคนเป็นแม่ก็สำลักน้ำประโยคใสซื่อที่หนูน้อยถามออกมาสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนเป็นอา จนปู่กับย่าต้องเอ่ยปราม“เจ้าเต เรื่องแบบนี้แกไม่ควรทำตอนลูกอยู่นะ”“ผมขอโทษครับแม่ คราวหน้าผมจะระวัง” เขาก้มหน้ายอมรับผิด“คุณพ่อจะคอยระวังแผ่นดินไหวเหรอคะ”ต้นข้าวยังคงไม่คลายความสงสัยหันกลับไปถามคนเป็นพ่ออีกครั้ง“ใช่ครับ ต่อไปนี้พ่อจะระวัง
หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายผ่านพ้นไปทุกอย่างก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแต่ที่ไม่ปกติเห็นจะมีอยู่แค่อย่างเดียวก็คงจะเป็นเตวิชน์ที่คอยเอาแต่สอดส่องคนเป็นน้องสาวกับเพื่อนรัก“พี่เต ดูอะไรอยู่เหรอคะ แก้วเห็นพี่ยืนดูอยู่ตั้งนานแล้ว”ทันทีที่วางถ้วยกาแฟหอมกรุ่นลงบนโต๊ะหญิงสาวก็เดินไปหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังของชายหนุ่มพร้อมกับมองตามสายตาของเขาไป“จะดูอะไรได้ล่ะครับ ก็จับตาดูไอ้ธีร์นะสิ มันจะรุ่มร่ามกับยัยติวหรือเปล่า”“พี่เตจะไปจับตาดูเขาทำไมคะ ถ้าคนรักกันต่อให้เราเอาแม่น้ำมาขวางกั้นยังไงเขาก็หาวิธีข้ามผ่านไปได้อยู่ดี อีกอย่างพี่เองก็ต้องมั่นใจยัยติวสิคะ ทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ยังไงก็คุมพี่ธีร์ได้อยู่แล้ว”“ก็จริงอย่างที่แก้วว่า เหมือนกับพี่ตอนนี้ใช่ไหม” เขาหันมาหาพร้อมกับเอื้อมมือป้อม ๆ ขึ้นมากุม“เหมือนกับพี่เต เหมือนยังไงคะ” เธอขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด“ก็เหมือนตรงที่น้องแก้วคุมพี่เสียอยู่หมัดเลย ดูสิพี่ไปไหนไม่รอดแล้วเนี่ย”น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับย่อตัวเอาหัวซบไหล่ราวกับเด็กน้อยทำเอาแก้วขวัญถึงกับหัวเราะออกมา“อย่ามาทำเนียนค่ะ ไปกินกาแฟได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”เธอใช้มือผลักไปที่หัวเขาเบา ๆ
“หยุดนะ ลิน! ปล่อยต้นข้าว เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย”น้ำเสียงแข็งกร้าวตะโกนบอกมาตั้งแต่ไกลโดยมีแก้วขวัญเดินตามมาติด ๆ เมื่อเห็นลูกถูกกระชากลากถูแบบนั้นหัวใจเธอแทบแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ “เต คุณตามฉันมาถูกได้ยังไง”“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องรู้หรอก ปล่อยลูกผมมาเดี๋ยวนี้”“ไม่ ก็ดีเหมือนกันที่พวกแกมากันพร้อมหน้าจะได้ทรมาน ตอนที่ฉันฆ่ามันต่อหน้าต่อตาพวกแก”มิลินไม่พูดเปล่าแต่เลือกที่จะดึงปืนที่อยู่ในกระเป๋าออกมาจ่อไปที่หัวของเด็กน้อย แก้วขวัญกรีดร้องออกมาแทบขาดใจพร้อมกับทรุดเข่าลงยกมือขึ้นไหว้ขอร้องว่าอย่าทำอะไรลูกเธอเลย“ลิน อย่าทำแบบนี้เลยผมขอร้อง ปล่อยลูกผมไป ถ้าคุณจะทำอะไรให้ทำที่ผม แก้วกับลูกเขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”เห็นสายตาของลูกที่มองมาพร้อมกับเสียงสะอื้นร้องไห้ขอให้พ่อกับแม่ช่วยเธอด้วยแก้วขวัญทนเสียงลูกร้องไม่ไหวเธอลุกขึ้นกระโจนจะเข้าไปหาแต่ก็ช้ากว่ามิลินเธอยิงปืนขู่ไปที่พื้นหนึ่งครั้ง เตวิชน์วิ่งมากอดแก้วขวัญเพื่อเอาตัวเองบังเอาไว้“ท่าทางรักกันมากนี่ แล้วฉันล่ะ ฉันที่แกทำลายทุกอย่างจนไม่มีที่ยืนในสังคม ไปไหนก็มีแต่คนเกลียด....”เธอตวาดออกมาสุดเสียงด้วยความโกรธ เกลียด และน้อยใจในชะตาชีวิตของต
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นน้าของต้นข้าว แม่เขาให้มารับค่ะ”ร่างระหงที่พยายามปิดหน้าปิดตาด้วยหมวกและหน้ากากผ้าเดินเข้ามาบอกครูประจำชั้น“แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเลิกเรียนนะคะ”ครูสาวย่นคิ้วด้วยความสงสัยพยายามเพ่งมองใบหน้าเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน“พอดีว่าตอนนี้แก้วขวัญประสบอุบัติเหตุค่ะ เราเลยต้องมารับเด็กไปดูใจก่อน เรื่องนี้ด่วนมากจริง ๆ ค่ะ”“ตายจริง ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ”ครูสาวทำสีหน้าท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนจะเดินหายไปในห้องเรียน ก็ประจวบเหมาะกับที่ต้นข้าวเดินกลับมาจากเข้าห้องน้ำ“อะไรนะคะ ใครไปรับต้นข้าวนะคะ” เสียงหวานจากปลายสายถามกลับมาด้วยท่าทีร้อนใจ“ดิฉันก็ไม่ทราบค่ะ พอดีเห็นว่ามีผู้หญิงสวย ๆ ปิดหน้าปิดตาครูเองก็มองไม่ออกว่าเป็นใคร เธอบอกว่าคุณแม่เกิดอุบัติเหตุ ก็เลยมารับก่อนกำหนด ครูไม่ค่อยไว้ใจเลยโทรถามดูก่อน”ครูสาวคุยโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็เดินออกมายังหน้าห้องเพื่อที่จะดูหน้าผู้หญิงที่มากล่าวอ้างแต่ทว่าก็ไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้นเสียแล้ว แต่พอมองออกนอกอาคารไปยังถนนหน้าโรงเรียนก็เห็นว่าเธอกำลังจูงมือต้นข้าวขึ้นรถไป“ว้าย ตายแล้ว”“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ” แก้วขวัญที่ได้ย
[ สวัสดีครับ ผมเตวิชน์นะครับจากที่หลาย ๆ คนได้ติดตามอ่านข่าวในโลกออนไลน์หรือในช่องทางอื่นเกี่ยวกับเรื่องงานแต่งที่ล่มไปอาจจะมองว่าผมไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิง ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันมีเหตุผลมากกว่านั้นตามหลักฐานที่ทางสื่อได้รับไปและทุกท่านน่าจะได้เห็นกันบ้างแล้ว เรื่องนี้ผมไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกวันนี้ที่ผมต้องออกมาชี้แจงก็คือเรื่องรูปถ่ายของผมกับผู้หญิงที่นอนคู่กันบนเตียง ผมจะเรียนให้ทราบว่านั้นคือแม่ของลูกผมครับ เธอเป็นภรรยาของผม และตอนนี้เรามีลูกด้วยกันหนึ่งคน หวังว่าทุกท่านจะให้เกียรติและเคารพความเป็นส่วนตัวของครอบครัวผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ]บทความขนาดหน้ากระดาษถูกโพสต์เป็นภาพผ่านทาง IG ส่วนตัวของเตวิชน์เพื่อชี้แจงเรื่องต่าง ๆ ที่ทางสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ในขณะนี้ชายหนุ่มคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะบอกให้ทุกคนรับรู้ว่าแก้วขวัญคือแม่ของลูกเขา และเพื่อเป็นการให้เกียรติเธอ ไม่อยากให้เธอถูกกล่าวหาหรือนินทาไปมากกว่านี้โพสต์ดังกล่าวแก้วขวัญเห็นมันและได้อ่านทุกตัวอักษรที่เขาเขียน แม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่จริงแล้วเขาไม่ออกมาแ
รุ่งเช้าของวันใหม่หนูน้อยต้นข้าวลืมตาขึ้น เด็กน้อยหันหน้ามองซ้ายมองขวาแล้วก็ยิ้มออกมา อ้อมกอดข้างซ้ายคือแม่ที่เห็นมาตั้งแต่เกิด ส่วนด้านขวาคือพ่อที่เธออยากกอดมาตลอดหนูน้อยค่อย ๆ ขยับตัวออกจากอ้อมแขนให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะเกรงว่าพวกท่านจะตื่นโทรศัพท์หรูถูกยกขึ้นถ่ายภาพคนเป็นพ่อกับแม่ที่นอนก่ายกอดกันเองโดยไม่รู้ตัวโดยฝีมือของเจ้าแก้มป่องแถมยังถูกอัพลงโซเชียลผ่านบัญชีที่เป็นชื่อของแก้วขวัญอีกต่างหากภาพถ่ายเหล่านั้นถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วทุกคนต่างสงสัยว่าหญิงสาวร่างอวบที่หนุ่มหล่อทายาทเจ้าของโรงแรมกำลังนอนก่ายกอดนั้นเป็นใครกันแน่ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานยังมีข่าวร้อนงานวิวาห์ล่มสนั่นโลกออนไลน์อยู่เลย“พ่อคะ แม่คะ มาดูนี่เร็ว”ติววดีกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหากชมนและอันนพพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เธอยื่นหน้าข่าวออนไลน์ที่มีภาพของพี่ชายตัวเองให้ท่านดู“อุ้ยตาย ใครเอารูปลง ช่างรู้งานเสียจริง”กชมนยกมือขึ้นทาบอก แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มเสียจนออกนอกหน้า อันนพได้แต่ส่ายหัวที่คนเป็นภรรยาแทบจะไม่เก็บอาการเลยว่าอยากได้แก้วขวัญมาเป็นลูกสะใภ้“ภาพถ่ายมันหลุดมาจากfacebookของพี่แก้วค่ะ แต่ถ้าจะให้เดาติวคิดว่าน
ข่าวเรื่องความสัมพันธ์บนเตียงของเตวิชน์และมิลินถูกแพร่กระจายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว เรื่องราวดังกล่าวถูกเป็นที่พูดถึงในหมู่พนักงานทั้งวันแก้วขวัญซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ เธอเดินกลับบ้านด้วยท่าทีเหม่อลอย ก้อนเนื้อหัวใจข้างซ้ายเหมือนถูกเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงนับพันเล่ม“แม่แก้วกลับมาแล้ว”เสียงแหลมเล
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเป็นระยะ ๆ บ่งบอกว่าผู้มาเยือนนั้นยืนรออยู่นานแล้วจนกชมนที่กำลังนั่งทักผ้าไหมพรมต้องเงยหน้าชะเง้อมองแล้วรีบบอกแม่บ้านให้ไปเปิดประตูในทันทีเวลาเพียงชั่วครู่แม่บ้านก็เดินนำหน้าเข้ามาด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ จน กชมนต้องเอ่ยถามว่าใครมา แต่ทว่าเสียงตอบกลับกับเป็นอีกคน“หนูเองค่ะ คุณป้า
บ่ายแก่ๆ ตะวันเริ่มคล้อยลง ร่างอวบของแก้วขวัญเดินกลับไปกลับมาบริเวณถนนด้านหลังโรงแรมติดกับชายหาด สองมืออูมกุมเข้าหากันจนเหงื่อเปียกชุ่ม ส่วนคอก็คอยชะเง้อมองถนนเบื้องหน้าเพื่อรอใครสักคนไม่นานรถยนต์กึ่งเก่ากึ่งใหม่คันสีดำก็วิ่งเข้ามาจอดเทียบท่า กระจกรถถูกเลื่อนลงพร้อมกับรอยยิ้มสดใสของเมษยา“คิดถึ
“วันนี้คุณชานนท์ เรียกประชุมพนักงานทั้งหมดที่หน้าโรงแรมเห็นว่าท่านประธานคนใหม่อยากจะพบปะเพื่อแนะนำตัว”เช้าวันใหม่ป้าอ้อยเอ่ยบอกแผนกแม่บ้านที่มารวมตัวกันแต่เช้าเพราะพอจะรู้เรื่องนี้กันอยู่บ้างแล้ว“แล้วนี่ ยัยแก้วขวัญเป็นอะไร ถึงใส่ผ้าปิดปากมาเสียจำหน้าไม่ได้เลย”น้อยหน่าที่หันกลับไปเจอแก้วขวัญที่เ







