Masuk
@คอนโดมิลิน
มิลิน นักศึกษาสาววัยยี่สิบเอ็ดปี ผู้ที่มีใบหน้าน่ารักและไร้เดียงสา ที่ใครๆต่างเห็นก็พากันหลงไหลในรอยยิ้มของเธอ
เธอกำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวสะอาดด้วยความสบาย แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ก็ดังปลุกเธอตื่นจากนิทรา
Rrrrr Rrrrr
มิลินเอื้อมมือหาโทรศัพท์ ก่อนจะอ่านชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เธอตัดสินใจที่จะกดรับปลายสายอย่างไม่ลังเล
“คะ..พี่ริชชี่ โทรปลุกลินแต่เช้าเลย”
“เช้าอะไรของเธอยัยลิน นี่มันสิบโมงกว่าแล้วจ้า”
“คิก..คิก..เหรอคะ สงสัยเมือคืน...ลินดื่มเยอะไปหน่อย”
“เออ..พี่มีเรื่องอยากให้ลินช่วยน่ะ และต้องเป็นลินเท่านั้นนะที่จะช่วยพี่ได้”
“หืมมม อะไรหรือคะ”
“พอดีว่าวันนี้ MCที่พี่จ้างมาเปิดงาน รถยนต์ตัวใหม่ของบริษัท K เกิดอุบัติเหตุตกบันไดมาไม่ได้น่ะสิ พี่ก็ไม่รู้ว่าจะหาใครมาแทนได้ทัน พี่เลยอยากให้ลินมาช่วยพี่อีกสักครั้งจะได้ไหม พี่อยากได้คนเป็นงานเลย งานนี้สำคัญมากๆ ถ้ามีอะไรผิดพลาด พี่จะต้องโดนฆ่าตายแน่ๆ”
“คิกๆ ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่ริชชี่ เวอร์ไปรึเปล่าคะ ใครจะไปฆ่าพี่ริชชี่ คนสวยได้ลง”
“คุณ..คาร์เตอร์ ไง”
“คุณคาร์เตอร์..?”
มิลินทวนชื่อซ้ำด้วยน้ำเสียงแผ่วสับสน เพียงแค่ได้ยินชื่อเท่านั้น หัวใจก็ไหววูบเหมือนถูกสะกิดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก รู้สึกแปลกประหลาด คล้ายความคุ้นเคยที่ไม่ควรคุ้น หรือความหน่วงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน
และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งสติ เสียงของพี่สาวก็ดังแทรกขึ้นมา…
“ใช่ คุณคาร์เตอร์ นักธุรกิจหนุ่ม เจ้าของบริษัทK หล่อมากนะ กาวใจสุดๆ แต่พี่ขอบายค่ะ คนอะไรน่ากลัวเกิ๊น มิลินก็ต้องระวังด้วยนะ ไปทำงานก็อย่าเข้าไปยุ่งหรือทำอะไรขัดใจเชียว คนนี้ยิ่งไม่ชอบให้ผู้หญิงมาวอแวอยู่ด้วย”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“อืม...วงในเขาเมาส์กัน แต่พี่ไม่ได้พูดเวอร์นะ พี่พูดจริงๆ ลินก็ระวังๆ อย่าเข้าใกล้คุณคาร์เตอร์ด้วยล่ะ”
“อืม..ก็ได้ค่ะ แล้ววันนี้งานกี่โมงคะ”
“ห้าโมงเย็นจ๊ะ แต่ลินต้องมาหาพี่บ่ายสามนะ ต้องมาซ้อมบทพูดกันก่อน แต่เดี๋ยวพี่ส่งข้อมูลรถยนต์และงานให้ทางไลน์อีกทีนะ”
“ได้ค่ะ ลินมีเรียนบ่ายโมงถึงบ่ายสอง เรียนเสร็จแล้วจะรีบเข้าไปหานะคะ”
“ขอบคุณมากนะ น้องเลิฟ เดี๋ยวพี่เลี้ยงขอบคุณอีกที”
“ไม่เป็นไร ค่า..”
หลังจากวางสายจากริชชี่พี่สาวคนสนิท มิลินก็ได้หยิบมือถือเปิดหาข้อมูล ประวัติของคาร์เตอร์ ที่พี่สาวเธอย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าเข้าใกล้
“คุณคาร์เตอร์ อายุแค่ยี่สับหกปีเองเหรอเนี่ย นึกว่าอายุจะมากกว่านี้ซะอีก”
“อ่า..เก่งจัง ทำธุรกิจเยอะมากเลย” มิลินอ่านข้อมูลของนักธุรกิจหนุ่มอย่างละเอียด แอบรู้สึกชื่นชมกับความสามารถของคาร์เตอร์ ไม่ใช่น้อย
“ลูกครึ่ง...โสด...ดูเหมือนจะเป็นที่ต้องการของผู้หญิงหลายคยเลยนะ”
“แต่อืม...หน้าตาคุณคาร์เตอร์ ถึงจะหล่อมากๆแต่ก็น่ากลัวอย่างที่พี่ริชชี่พูดจริงๆ ด้วยแฮะ แล้วผู้หญิงที่ไหนจะกล้าเข้าใกล้กันนะ”
มิลินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ทั้งที่สายตายังไม่ยอมผละไปไหน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมสีเทาเข้มนั้น ดวงตาที่ทั้งเย็นชาและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน มันดึงดูดให้เธอเหม่อมองอยู่นานจนลืมหายใจ ราวกับว่าภายในนั้นซ่อนอะไรบางอย่างที่เธอไม่ควรรับรู้…แต่กลับอยากค้นหาอย่างประหลาด
@โกดังร้าง
“ใครส่งมึงมา” เสียชายฉกรรจ์ ในชุดสูทสีดำกำลังทำหน้าที่สอบสวนคนทรยศ ที่เข้ามาเป็นหนอนบ่อนไส้เพื่อมาล้วงความลับแก๊งของพวกเขา
“......”
เพียะ! เพียะ!
เสียง เพียะ! ดังสนั่น เมื่อปลายกระบอกปืนหนาหนักฟาดเข้ากับแก้มของชายทรยศอีกครั้ง แรงกระแทกทำให้ศีรษะของเขาหงายไปด้านหลัง เลือดสีแดงเข้มไหลอาบแก้มลงมาถึงคาง โซ่ตรวนที่พันธนาการอยู่ทั้งแขนทั้งขาเสียดสีกันจนเกิดเสียงแกร่งกรัง
ชายคนนั้นแทบจำไม่ได้แล้วว่าใบหน้าของตัวเองเคยมีหน้าตาอย่างไรทุกอย่างบวมปูด ช้ำเขียว มีแต่เลือดที่เกรอะกรังจนแทบไม่เหลือเค้าโครงดั้งเดิมให้มองเห็น
“กูถาม—ว่าใคร...ส่งมึงมา!”
เสียงคำรามกร้าวดังสะท้อนทั่วโกดังร้าง คำแต่ละคำถูกเหวี่ยงออกมาด้วยแรงโทสะ ที่ยังคงสอบสวนต่ออย่างไม่คิดลดความรุนแรงแม้แต่น้อย
แต่ทว่า
เงียบ..
ควันบุหรี่สีเทาถูกพ่นออกอย่างเชื่องช้า จากริมฝีปากของผู้ทรงอิทธิพล ที่เพียงแค่ชื่อก็ทำให้ใครต่อใครรู้สึกหนาววาบขึ้นสันหลัง
คาร์เตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทั้งในโลกธุรกิจและในเงามืด คือชื่อที่ใครได้ยินก็ต้องชะงัก เขาเป็นบุคคลอันตรายที่ผู้คนต่างหวาดกลัว เล่าลือกันไปทั่วว่าเป็นชายเลือดเย็น ไร้ความรู้สึก…ไร้หัวใจโดยสิ้นเชิง
และสำหรับคาร์เตอร์แล้ว ถ้าเขาอยากได้อะไรมันก็ต้องได้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่ใช่ทีหลัง แต่ต้องได้...เดี๋ยวนี้!
“หึ”
เขานั่งสูบบุหรี่มองดูบทสนทนาระหว่างลูกน้องและคนทรยศอยู่นาน รู้สึกป่วยการที่ถามคนอย่างพวกมัน และเขาก็ฉลาดมากพอที่จะเดาได้ไม่ยากว่าใครส่งพวกมันมา
“ตัดลิ้นมัน!”
“นะ...นายครับ ต่อไปผมจะไม่หักหลังนายแล้วครับ ดะ...ได้โปรดให้อภัยผมเถอะ”
เสียงของชายทรยศ รีบขอร้องอ้อนวอนมาเฟียหนุ่มตรงหน้าทั้งน้ำตา เมื่อลูกน้องคนอื่นๆ เข้ามาล็อกตัวและดันใบหน้าของเขาแนบลงไปกับพื้นที่เย็นเฉียบ
“หึ” มาเฟียหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปาก มองคนตรงหน้าที่กล้าขอให้เขาให้อภัย
“กูฝากพวกมึงด้วยแล้วกัน อย่าให้มันพึ่งตายล่ะ”
“ครับ!” เสียงรับคำสั่งที่ดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
“ค่อย ๆ…ตัดแขนตัดขามันออกทีละชิ้น”
เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับเพียงสั่งให้เก็บขยะกองหนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนหมุนตัวเดินออกจากโกดังไปอย่างเนิบช้า ไม่แม้แต่จะเหลียวมองเสียงกรีดร้องโหยหวนหรือคำวิงวอนแตกพร่าที่ดังตามหลังมา
เจ้าของเสียงนั้นคือคาร์เตอร์ มาเฟียหนุ่มผู้ขึ้นชื่อด้านอิทธิพลและความเหี้ยมเกรียมชนิดไร้ผู้ทัดทาน สำหรับเขา…คนที่กล้าคิดจะเป็นศัตรู ไม่มีวัน ได้รับการปล่อยผ่าน
และคาร์เตอร์ไม่เคยเสียเวลาฆ่าใครด้วยวิธีง่าย ๆความตาย…สำหรับเขานั้นเร็วเกินไป
เขาเลือกจะทรมานศัตรูและคนทรยศให้ตายทั้งเป็นให้พวกมันรู้สึกถึงความเจ็บปวดทุกวินาที จนสุดท้ายต้องร้องขอความตายจากปากของตัวเอง…
และนั่นแหละคือสิ่งที่คาร์เตอร์ต้องการ..
“เหรอคะ”"ใช่ค่ะ" ใบบัวพยักหน้าตอบรับให้กับลูกสาวขี้สงสัย ยกมือขึ้นมาจับแก้มอ้วนลูกเบาๆ “มันคือการแสดงความรักของแด๊ดที่มีให้กับมัม แบบผู้ใหญ่ซึ่งโตไป จัสมินและเดซี่ ห้ามให้ใครมาทำแบบนี้โอเคไหม?” มาร์โคเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมยกนิ้วชี้ไปยังใบหน้าของลูกสาวทั้งสองคนสลับไปมา“คะ?” จัสมิน“โอเช” (โอเค) เดซี่“เยี่ยม” มาร์โคยกนิ้วโป้งขึ้นให้เดซี่ ลูกสาวคนเล็กที่มักจะเชื่อฟังคำของเขามากที่สุดในขณะที่จัสมินยังคงแสดงสีหน้าสงสัย แตกต่างจากเดซี่ ที่พยักหน้าตอบรับคำพูดของผู้เป็นพ่อโดยที่ไม่ได้รู้ความหมายจริงๆ เหมือนอย่างเคย“จัสมินว่ายังไงครับ น้องตอบรับแด๊ดว่าโอเคแล้วนะ”“โอเช โอเช โอเช” (โอเค โอเค โอเค) จัสมินมองท่าทางกระดี๊กระด๊าของน้องสาว ปากเล็กยังคงพูดเจื้อยแจ้วออกมาไม่หยุดก่อนที่เธอจะเลื่อนสายตาขึ้นไปสบตาผู้เป็นพ่อ“โอเคค่ะ จัสมินจะไม่ให้กัดปาก จัสมินกลัวเจ็บ”“หึดี...หนูต้องจำไว้นะ ว่ามันเจ็บห้ามให้ผู้ชายที่ไหนมาทำได้...” มาร์โคยกยิ้มด้วยความพอใจที่ลูกสาวทั้งสองคนเชื่อฟังในคำสอนของเขา ในขณะที่ใบบัวได้แต่ยิ้มและส่ายศีรษะน้อยๆ ยอมใจในความห่วงลูกสาวของสามีจริงๆ22.00 น.ห้องนอนหรูหร
หลายปีต่อมา....@คฤหาสน์มาร์โค“แด๊ดดี๊ทานด้วยกันไหมคะ”“ไม่ล่ะ”ใบบัวเดินตรงเข้าในห้องนั่งเล่นเอ่ยทักสามีพร้อมกับในมือที่ถือจานขนมปังมาด้วย เธอหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาข้างๆ สามีที่ตอนนี้กำลังสีหน้าเคร่งเครียดสายตาจ้องอยู่ที่หน้าจอไอแพด“งานมีปัญหาเหรอคะ แด๊ดดี๊ดูเครียดๆ” ใบบัวเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง“นิดหน่อยค่ะ มีต้องแก้ไขนิดหน่อย” เสียงทุ้มตอบกลับเสียงนุ่ม ที่คงจะมีแต่ภรรยาและลูกๆเท่านั้นที่จะได้ยินเสียงของเขาในโทนนี้“อ๋า...” ใบบัวพยักหน้าอย่างเข้าใจ จึงเลิกให้ความสนใจกับสามีหันกลับมาหยิบขนมปังที่โรยด้วยเนยน้ำตาลของโปรดของเธอขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อยมาร์โคละสายจากหน้าจอหันไปมองภรรยาสาวเมื่องานในมือนั้นเสร็จเรียบร้อย มุมปากหนาจะยกยิ้มขึ้นทันทีที่ใบบัวกำลังตั้งหน้าตาตั้งตาทานขนมคำใหญ่จนแก้มป่องเป็นท่าทางน่ารักๆ ที่เขานั้นเห็นเป็นประจำ“ปากเลอะหมดแล้ว” ตาคมจับจ้องที่ริมฝีปากอิ่ม ใช้นิ้วแกร่งแตะลงที่เศษขนมปังที่ติดอยู่ที่ริมฝีปาก ปลายนิ้วถูไถเบาๆ ราวกับทำความสะอาดก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตาหวานด้วยแววตาที่แสนจะอบอุ่น“เด็กน้อย..” เสียงทุ้มนุ่มเปล่งออกมาเบาๆ พลางทำให้หัวใจดวงน้
“แด๊ดดี๊!” ใบบัวขึ้นเสียงดุจนมาร์โค เมินใบหน้าไปทางอื่นจำใจปล่อยร่างป้อมทันทีที่เป็นอิสระ จัสมินก็รีบเดินตรงปรี่ไปหาพริบพราว ให้คุณป้าแสนสวยกอดและอุ้มขึ้นมาบนหน้าตัก ส่วนพริบพราวเองรับร่างป้อมก้มลงหอมแก้มป่องในทันที“หอมจัง”“ขอบคุณคะ ป้าพราวแซนซวย~” (แสนสวย)“แสนสวยค่ะ แสนสวย” พริบพราวรีบพูดแก้แทบไม่ทัน“ฮ่าๆๆ” เซนระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังไม่เกรงใจภรรยาเลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกชอบใจเป็นอย่างมาก ไม่ต่างจากทุกคนที่นั่งอยู่ ต่างหัวเราะอมยิ้มกันเป็นแถวๆ“หึๆ ลูกแด๊ดก็ต้องแบบนี้สิ” มาร์โคยิ้มพร้อมยกนิ้วโป้งให้ลูกสาวทั้งสองมือ ....เองก็ยิ้มกลับให้กับผู้เป็นพ่ออย่างไร้เดียงสา“เอ่อ..น้องจัสมิน ยังพูดสอเสือยังไม่ค่อยชัดค่ะ พี่พราว” ใบบัวรีบพูดอธิบายเสริม กลัวพริบพราวจะรู้สึกไม่ดี“คิก..คิก...เหมือนอาบิเกล ตอนเด็กๆ เลยค่ะ” มิลินกลั้นขำไว้แทบไม่อยู่“ไม่เป็นไรค่ะ น้องบัว เมื่อก่อนสองแสบก็บอกว่าแม่ซวย แม่ซวยทั้งวันทั้งคืนเหมือนกัน / คิก..คิก..แต่น่ารักแบบนี้ป้าไม่โกรธหรอกนะคะ”“คิก..คิก..” จัสมินหัวเราะรวน เมื่อป้าพราวฟัดเข้าที่แก้มป่อง ๆ“แม่..” / “แม่!”ไบร์ทตัน และ ซอว์เยอร์ ตะโกนวิ่งมาแต่ไก
ตอนพิเศษ 41ปีต่อมา....“มาแล้วค่ะน้าบัว~” เสียงใสของอาบิเกล ดังมาแต่ไกลจนคนท้องแก่ที่นั่งรอนั้นได้ยิ้มและเผลอยิ้มออกมากว้าง“ค่อยๆ เดินค่ะ เดี๋ยวล้ม” ใบบัว“งื้อออออ” อาบิเกลไม่ได้สนใจเสียงใครแต่อย่างใด เธอยังคงรีบวิ่งแจ้นมาหยุดและใช้มือเล็กเกาะไว้ที่หัวเข่าของใบบัวมองท้องที่ใหญ่โตด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย พร้อมเอ่ยถามเสียงแจ๋ว“เมื่อไหร่น้องจะออกมาค่ะ”“ใกล้แล้วค่ะ น่าจะอีกไม่กี่วัน”“อาบิเกล เดินไม่รอแม่กับพ่อเลยนะ” มิลินที่พึ่งเดินมาถึงเอ็ดลูกสาวอย่างไม่จริงจังมากนัก“ใบบัวมองไปตามเสียงจากทางด้านหลังก่อนจะรีบยกมือไหว้คาร์เตอร์ และมิลินที่กำลังจูงมือลูกชายสุดหล่อ อย่างอาเธอร์มาด้วยวันนี้เป็นวันพิเศษอีกหนึ่งวันที่เหล่าแก๊งมาเฟียหนุ่มมาเฉลิมฉลอง ก่อนที่มาร์โค จะกลายเป็นคุณพ่อลูกสองเมื่อใบบัวที่ท้องแก่คลอดลูกสาวอีกคนออกมา คงจะวุ่นวายเลี้ยงทารกน้อยไปอีกสักพัก จะหาเวลามาร่วมสร้างกันแบบนี้อีกนาน“ไอ้ดีแลน กับน้องมึงจะมาไหม” คาร์เตอร์หย่อนกายลงที่โซฟาหรูฝั่งตรงข้ามของมาร์โค ตาคมกริบพลางมองไปยังรอบๆ บ้าน“ไม่มา ไอ้ดีแลนมันอยู่จีน ส่วนมาร์ตินกูไม่รู้”“อืม”“คิดถึง น้องจัสมินจังเลยครับ”อาบิ
ดอกไม้งามกระดกตามนิ้วมือรัวๆ เมื่อเธอนั้นกำลังจะเสร็จ มาร์โคที่รับรู้ได้ถึงภายในที่กำลังตอดรัด ก็ใช้นิ้วร้ายหมุนควงเป็นวงกลมจนสมใจก่อนจะยัดนิ้วแกร่งให้ลึกและกระดกปลายนิ้วร้อนรัวๆ ขยับมือแรงๆ อีกครั้ง จนช่วงล่างนั้นสั่นสะเทือนเหมือนว่ามันกำลังจะพังราวกับมีแผ่นดินไหว“มะ..ไม่ไหวแล้ว! ระ..แรงๆ ขอแรงๆ!”“ปล่อยมันออกมา ซี๊ดดดด” มาร์โคพูดพลางขยับมือให้แรงขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็จับมือเล็กให้มาสาวเข้าที่ท่อนเอ็นใหญ่แรงๆ“อ๊ายยยยยยย!!!”เสียงหวานร้องออกมาดังลั่น น้ำหวานที่เก็บไหวไหลกระฉูดออกมา จนสมองตอนนี้มันขาวโพลนหลับตาแน่นอย่างเปี่ยมสุข แต่ก็เพียงไม่นานดวงตาหวานก็ต้องเบิกตาโตกว้างอีกครั้ง ปั่กกกก!!!“กรี๊ดดดดดดดดด”เสียงหวานร้องดังลั่นมากกว่าเก่า มาร์โคอัดกระแทกมังกรยักษ์เข้ามาในช่องทางรักอย่างแรง แบบครั้งเดียวและสุดโคนความยาว โดยที่ไม่รอให้เธอนั้นได้ตั้งตัวเลย“จะ..จุก...”“ซี๊ดดด อย่ารัดเอ็นแด๊ดดี๊แน่นแบบนี้ แด๊ดดี๊จะแตก...ฟู่....”“บะ..บัว..มะ..เหมือนจะเสร็จอีกรอบเลยค่ะ...”“อ้าส์...ตั้งแต่มีลูก บัวก็มีความรู้สึกเร็วขึ้นมากกว่าเดิม แด๊ดดี๊ชอบ”ดวงตาคมมองใบหน้าสวยที่ขึ้นสีแดงจากฤทธิ์ของไฟแ
“เอ่อ..” ใบบัวได้แต่มองกลับไปอย่างงงๆ แต่ไม่ทันที่จะได้ถามต่อไปร่างของเธอจะถูกอุ้มออกไปจากห้องนั่งเล่นเสียก่อน โดยที่เท้าหนาเดินก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนไม่ปล่อยให้ใบบัวได้ถามอะไรอีกเลยปัง...“แด๊ดดี๊จะทำอะไรคะ” ใบบัวเอ่ยถามขึ้นขณะที่กำลังนั่งอยู่ปลายเตียงนอนใหญ่ มองการกระทำของสามีที่กำลังเดินไปล็อกประตูห้องไว้อย่างแน่นหนา“แด๊ดดี๊อยากทำรัก” มาร์โคเอ่ยตอบกลับมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย พลางรีบถอดเสื้อเชิ้ตสีดำราคาแพง ตามด้วยกางเกงสีดำเข้าชุดปล่อยให้มันหล่นไปกองที่พื้นอย่างไม่ไยดี“ทะ..ทำรัก..ได้ไงคะ แขกอยู่เต็มบ้าน ลูกก็อยู่ด้านล่าง” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกัก มองสีหน้าและแววตาที่คุกคามของสามี ก่อนที่จะต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเลื่อนสายตาลงมามองเจ้ามังกรยักษ์ที่กำลังขยายตัวใหญ่ขึ้นกำลังเดินตรงมาหาเธอ“นั่นแหละ แขกเต็มบ้าน ลูกอยู่ข้างล่าง เราถึงจะทำรักกันได้”“บัวไม่เข้าใจ ว๊ายยยย” ร่างเล็กถูกกระชากตัวให้เข้าใกล้มังกรยักษ์ที่กำลังชี้มายังใบหน้าของเธอ จนมันปะทะเข้ากับริมฝีปากอิ่มจนได้กลิ่นของบุรุษชาย“เราก็แค่ฝากจัสมินให้เพื่อนๆ พี่ดูแล อย่างที่พวกมันชอบทำกับเราไง ฝากดูแลลูกสักสองชั่วโ
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






