LOGINมิลินเดินตรงไปยังโรงจอดรถ ที่เธอดันจอดไว้ไกลพอสมควร ขณะที่เธอเดินออกมาเธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง เธอรู้สึกว่าเหมือนมีคนกำลังเดินตามมาอยู่ เธอจึงตัดสินใจหยุดฝีเท้าและหันหลังกลับไปมองด้านหลังทันที แต่เธอก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่า
“นี่เรา คิดมากไปเองเหรอ” เธอยังคงรู้สึกไม่แน่ใจ บวกกับท่ามกลางบรรยากาศที่น่าวังเวงตอนนี้ ทำให้มิลินตัดสินใจรีบเดินเร็วขึ้นมากกว่าเดิม
“กรี๊ดดดด!!” มิลินหลับตากรีดร้องดังลั่น เมื่อมีมือหนามากระชากแขนเธออย่างแรงจนหน้าของเธอปะทะกับอกแกร่ง ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตูรถ
คาร์เตอร์ไม่รอช้า มือหนารีบรั้งตัวหญิงสาวเข้ามาแนบชิดตัว และกอดรัดเอวบางไว้แน่น ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะซุกเข้าที่ซอกคอขาวสูดดมกลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอพร้อมเอ่ยเสียงกระซิบ
“ไง...?”
มิลินชะงักไปทันทีเมื่อรู้สึกคุ้นกับน้ำเสียงที่ได้ยิน เธอรีบลืมตาขึ้นมามองใบหน้าคนที่อยู่ตรงซอกคอ ก่อนจะพบว่านี่คือคุณคาร์เตอร์นี่นา...
คาร์เตอร์ที่เห็นหญิงสาวนิ่งไป ก็ค่อยๆเลื่อนใบหน้าออกมาสบตาหวานกับเธอตรงๆ มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่ามันจะเจ็บ มิลินเองก็จ้องมองผู้ชายตรงหน้าด้วยแววตาที่สั่นระริก เพราะเธอรู้สึกกลัว ลัเธอก็ไม่เข้าใจเลยว่าเขากำลังจะทำอะไร และต้องการอะไรจากเธอ
“คะ..คุณคาร์เตอร์” หญิงสาวเอ่ยชื่อคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“หืม..มิลิน...”
“คะ..คุณ..มีอะไรเหรอคะ?”
“เธอ...เคยลองทำ...ในรถรึเปล่า”
“คุณ...คุณพูดเรื่องอะไร?”
“หึ เธอ...ไม่เข้าใจเหรอ? งั้น...ฉันพูดอีกครั้งก็ได้นะ”
"อึกก..!" มิลินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อเขาแสยะยิ้มร้าย พร้อมดวงตาคมสุดแสนเจ้าเล่ห์
“ฉัน...อยากเล่นกับเธอในรถ”
“คุณ...คุณพูดบ้าอะไร!”
“..หืม..ต้องทวนอีกเหรอ..”
“ฉะ...ฉันไม่เล่นกับคุณหรอกนะคะ ปะ...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” มิลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัด เธอพยายามดีดดิ้น เพื่อหวังว่าจะหลุดพ้นจากการกอดรัดของผู้ชายตรงหน้า
คาร์เตอร์รีบเอื้อมมือไปเปิดประตูรถของมิลิน แล้วผลักเธอเข้าไปที่เบาะหลังทันที ส่งผลให้กระโปรงของเธอที่สวมใส่ร่นขึ้นมาที่โคนขาอ่อน เผยให้เห็นความเนียนขาวอย่างใกล้ตา
“อ๊ายยย อึก!” มิลินรู้สึกจุกที่ท้อง เมื่อโดนผลักเข้ามากระแทกกับเบาะรถอย่างแรง ไม่รอช้าคาร์เตอร์รีบตามเข้ามาปิดประตู และขึ้นคร่อมร่างบางทันที
“นี่คุณ..จะทำอะไร!”
คาร์เตอร์แทรกตัวเข้ากลางหว่างขาเรียวสวยคู่นั้น และรวบแขนของเธอทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวได้
“ปล่อยนะ!”
“ชู่..” น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มที่เหมือนกำลังปลอบประโลมเธอ มันช่างตรงกันข้ามกับกระทำของเขาโดนสิ้นเชิง
“ฉัน...ขอชิมเธอหน่อยนะ..” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าของคาร์เตอร์ มันยิ่งทำให้คนฟังนั้นรู้สึกหวาดกลัว
“คะ..คุณบ้าไปแล้วเหรอ”
“ใช่ ฉันมันบ้า!”
“อือ..ปะ...ปล่อยฉันนะ กะ...กรี๊ดดดดดด... อุ๊บ!”
คาร์เตอร์โน้มใบหน้าลงมาจูบประกบริมฝีปากอวบอิ่มทันที มิลินเม้มริมฝีปากเข้ากันแน่นเมื่อมาเฟียหนุ่มพยายามที่จะรุกล้ำสอดเรียวลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากของเธอ
คาร์เตอร์ที่เห็นแบบนั้นจึงกัดที่ริมฝีปากล่างของมิลินอย่างแรง ทำให้เธออ้าปากส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ยย!”
คาร์เตอร์จึงใช้จังหวะนี้สอดเรียวลิ้นสากเข้าไปตวัดเกี่ยวพันกับเรียวลิ้นเล็กของเธอด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่นึกรังเกียจ
การกระทำที่อุกอาจนี้ ทำให้มิลินกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอพยายามสะบัดหน้าหนี หยาดน้ำตาสีใสไหลอาบแก้มนวลขาว เมื่อเรี่ยวแรงของเธอไม่สามารถต่อต้านผู้ชายคนนี้ได้เลย
“อืมส์~” ฝ่ามือหนาบีบเคล้นเข้าที่เต้านมใหญ่อย่างแรง เพื่อหวังระบายอารมณ์กระสันที่มันเพิ่มทวีคูณ และยิ้งได้เห็นน้ำตาของเธอ มันก็ยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ของเขาได้เป็นอย่างดี
ร่างบางดีดดิ้นไปมา เมื่อเขาเลื่อนมือหนาลงต่ำลวงเข้าไปในใต้กระโปรงตัวสวย และชั่วพริบตาเขาก็กระชากแพนตี้ตัวจิ๋วออกมาอย่างแรง ส่งผลให้เนื้อผ้าบางบาดที่ผิวขาวของเธอจนเกิดเป็นรอยแดงยาว
"อื้อออออ!"
ไม่รอช้ามือหนาลวงเข้าไปสัมผัสกลีบกุหลาบสาวที่ปิดสนิท เขาใช้นิ้วกลางแหวกตามรอยแยกกลีบนั้นออก แล้วถูไปตามร่องสาวซ้ำๆ พยายามจะยัดนิ้วเรียวยาวเข้าไปในร่องที่คับแน่นของเธอ จนน้ำหวานสีใสเริ่มผลิตไหลซึมออกมา
“อื้อ อื้อ อื้อ" ร่างบางกระตุกเกร็งรู้สึกเจ็บจี๊ดตรงใจกลางความเป็นสาว เธอพยายามส่งเสียงร้องประท้วงด้วยความทุรนทุราย
“อ๊า..ไม่เคยสินะ..” คาร์เตอร์ผละใบหน้าหล่อออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตาคมจ้องมองเธอด้วยความพอใจ
"ฮือๆ" มิลินร้องไห้ปานจะขาดใจพร้อมส่ายหน้าหนีไปมา ตอนนี้เธอไม่อยากตอบหรือมองหน้าเขาเลยสักนิด
คาร์เตอร์ก้มลงมามองใจกลางความเป็นสาวผ่านความมืด ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมาใช้นิ้วแข็งบดขยี้ติ่งเกสรอย่างแรงแทน จนหญิงสาวดิ้นพล่านอยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง
"กรี๊ดด! อื้ออ..ฮือ..จะ..เจ็บ..พะ..พอแล้ว ฮือออ"
มาเฟียหนุ่มมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่เขาจะก้มตัวลงไปบดจูบแลกลิ้นแลกน้ำลายกับเธออีกครั้ง
ในขณะที่ร่างหนานัวเนียบดเบียดร่างบาง ราวกับต้องการเป็นหนึ่งเดียว นิ้วแข็งก็ลากผ่านไปตามรอยแยก บดขยี้ยอดติ่งเสียวจนแทบบี๋แบน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“นายครับ ได้เวลาแล้วครับ” คาร์เตอร์ ค่อยๆ หยุดการกระทำของตัวเองลง เมื่อได้ยินเสียงลูกน้องเรียก
...ราวกับเสียงสวรรค์...”
“ฮึก...ฮือออ”
ทันทีที่ปากของมิลินได้รับอิสระ เธอก็ปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั่น โดยไม่สนใจสายตาของผู้ชายที่อยู่บนร่างของเธอเลย คาร์เตอร์มองหญิงสาวตรงหน้าเงียบๆ ก่อนที่จะผละนิ้วมือออกมาจากรังเนื้อนุ่ม
“วันนี้...ฉันมีเวลาไม่มาก” พูดจบมาเฟียหนุ่มก็ดูดเลียนิ้วมือที่เปอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำหวานของหญิงสาวอย่างหน้าไม่อาย
“ระ..โรคจิต!”
“หึ ฉันยังโรคจิตได้มากกว่านี้...แต่วันนี้ฉันมีเวลาชิมเธอแค่นี้ล่ะ”
“ฮึก...ฮือออ”
คำพูดของมาเฟียหนุ่มทำให้มิลินทนไม่ไหว ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก เธอคิดว่าในที่สุดตัวเองกำลังจะรอดพ้นจากเหตุการณ์เลวร้ายนี้แล้ว
แต่ความดีใจนั้นอยู่ได้ไม่นาน… เพราะเพียงแค่เขาพูดประโยคถัดมา เสียงเย็นชานั้นก็แทงเข้ามาในใจเธอ ทำให้หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ราวกับโลกทั้งใบกำลังบีบอัดเธอเอาไว้.
“ถ้าว่าง...เดี๋ยวฉันจะมาหาเธอใหม่”
“ไม่ต้อง ไม่ต้องมา!”
“ทำไหมพูดยังงั้นล่ะ” สียงทุ้มต่ำของเขาแผ่วลง แต่กลับทำให้บรรยากาศยิ่งกดอึดอัด “ฉันคงทนคิดถึงเธอไม่ได้”
“ถะ..ถ้าคุณไม่หยุด..ฉะ..ฉันจะแจ้งตำรวจ!” เสียงเธอสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง แต่ยังพยายามข่มความกลัวไว้สุดแรง
“ได้! ”
“.......”
“แต่เธออย่าลืมไปแจ้งตาย.....ให้น้องสาวตัวเองด้วยล่ะ”
“!!!” ดวงตากลมเบิกกว้างทั้งหวาดกลัวทั้งสับสนใบหน้าสวยซีดเผือด เธอส่ายหน้ารัว ๆ น้ำตาคลอ เมื่อคิดไปตามคำพูดของเขา และเขารู้ได้ยังไงว่าเธอมีน้องสาว
“คะ..คุณอย่าทำนะ”
“หึ..จะทำหรือไม่ทำ..มันขึ้นอยู่กับเธอ”
หลังจบประโยค คาร์เตอร์ก็เปิดประตูลุกออกไปจากรถทันที โดยที่ไม่สนใจว่าเธอจะอยู่ในสภาพแบบไหน
เมื่อไร้เงาปีศาจร้าย ร่างบางก็รีบลุกมาจัดการเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วล็อกประตูเหมือนให้แน่นหนาราวกับกลัวว่าคาร์เตอร์จะกลับมาอีกครั้ง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด” มิลินกรีดร้องลั่นในรถอีกครั้ง อย่างระบายอารมณ์ เธอโกรธตัวเองที่เธอไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย
พอไร้เงาปีศาจร้าย ร่างบางก็รีบดีดตัวลุกขึ้นทันที มือสั่น ๆ คว้าเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างลนลาน ก่อนจะก้มตัวไปเบาะคนขับกดล็อกประตู อีกครั้ง เพื่อความแน่นหนา ราวกับกลัวว่าคาร์เตอร์จะย้อนกลับมาเมื่อไรก็ได้
พอประตูปิดสนิท เธอก็ทรุดก้นลงบนเบาะรถ หัวใจเต้นแรงรัวเหมือนจะทะลุอก
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!”
เสียงกรีดร้องดังระเบิดออกมาจากอกมิลินลั่นรถ เธอตะโกนเหมือนต้องการระบายทุกอย่างออกไป ทั้งความกลัว ความอาย ความอัดอั้นที่เก็บไว้ตั้งแต่เขาแตะต้องเธอโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้
มิลินฟุบหน้าใส่พวงมาลัย น้ำตาร่วงไม่หยุด เธอโกรธ โกรธจนตัวสั่น ไม่ใช่แค่คาร์เตอร์… แต่โกรธตัวเองมากกว่าที่เธอ ทำอะไรเขาไม่ได้เลย แม้แต่นิดเดียว
“อ้าวเฮีย...มาตามพราวเหรอคะ” ฉันมองสำรวจสามีหนุ่มทั้งสองคนที่วันนี้ พวกเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำลายเสือ ปลดกระดุมสองสามเม็ดชวนให้มองเห็นกล้ามหน้าอกแกร่งขาวผ่อง “ใช่ เฮียคิดถึงเมีย....และก็คิดถึงลูกด้วย” ไบรอันต์ช้อนตัว ไบร์ทตันขึ้นมาแนบอก แอบหอมแก้มนวลของพริบพราวไปด้วย “บ้า~” “ลินหายมาอยู่ตรงนี้นี่เอง พี่ก็ตามหาหนูตั้งนาน” คาร์เตอร์ “ลินมาเฝ้าลูกค่ะ ลูกซื้อหนังสือมาให้ไบร์ทตัน คนเก่ง” มิลิน “อาเธอร์มาสอนหนังสอนน้องเหรอครับ” คาร์เตอร์ “คับ เธอร์มาสอนน้อง น้องเก่งมากเลยคับ” อาเธอร์ “หนูกลับเข้าไปในงานได้แล้ว เด็กๆ อยากกินเค้กกันแล้ว” เซนเอ่ยขึ้นขัดจังหวะแทนลูกชายตัวแสบ และสาวน้อยอาบิเกล ที่รบเร้าร้องแต่จะเป่าเทียนและกินเค้กไม่หยุด “อ้าวเด็กๆ อยากกินเค้กแล้วเหรอคะ คิก...คิก..ได้ค่ะ งั้นพวกเราไปเป่าเค้กกันดีกว่านะ / ไปกันยัยลิน” “เย้! ปัยเป่าเค้กกัน” ซอว์เยอร์ “ปัย ปัย เป่าเจ้กกัน เกลหิวววว~” อาบิเกล “ไปกันเลยเด็กๆ ไปเป่าเค้กกัน!” ฉันเดินนำทีมหน้าขบวนทุกคนโดยไม่ลืมคล้องแขนสา
“สบายตัวเลยสิมึง” มาร์โค กระแนะกระแหนขึ้นทันทีที่เห็น2มาเฟียหนุ่มเดินลงมาจากบันได ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในขณะที่เขารับบทเป็นพี่เลี้ยงเล่นของเล่นกับลูกๆ ของเพื่อนรัก “เออ! สบายมากเลยแหละ” เซนตอบแบบไม่ยี่หระ เขาแทบไม่ได้สนใจหน้าตาขอมาร์โค ที่แสดงความไม่พอใจออกมา “เหอะ ไม่มึงควรทำหน้าแบบนี้ให้กูเห็นนะ” มาร์โค “กูว่ามึงมันขี้อิจฉานะ” ไบรอันต์ “เออ!” มาร์โค “แล้วเมียมึงไปไหน” เซน “อยู่ในครัว ช่วยทำอาหารอยู่” “อืม...” เซน “พ่อฮับ แม่ไปไหน~” ซอว์เยอร์วางหุ่นยนต์ในมือลง คิ้วเล็กขมวดยุ่ง เอ่ยถามเซนขึ้นมาอย่างขัดจังหวะ "....แม่ขอนอนหลับสักชั่วโมงนะครับ" เซนเดินเข้าไปรัก ย่อตัวลงนั่งที่พื้นตรงหน้าลูกชาย มือหนาลูบหัวทุยเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ซอว์เยอร์มักจะติดและคิดถึงแม่อยู่เสมอ “จำมัย ถึงน้อนฮับ” ซอว์เยอร์ยังคงเอ่ยถามตามประสาเด็กช่างพูด "......" เซน “หึ ก็เพราะว..ว่า....” มาร์โค “มาร์โค!” เป็นไบรอันต์ที่เอ่ยห้ามปรามเพื่อนสนิทที่กำลังจะตอบคำถามแทนเซนทิ่นิ่
3ปีต่อมา..... @คฤหาสน์พริบพราว 11.30น. วันนี้เป็นวันเป็นเกิดของพริบพราว ที่ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะทำการจัดงานเลี้ยงกันที่บ้านโดยเชิญเฉพาะผู้ใหญ่และคนสนิทมาเท่านั้น “ทำไมมาเร็วจังว่ะ” เซนเอ่ยถามทันทีที่เห็นมาร์โค เดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวข้างกาย “บัวอยากมาเล่นกับลูกมึงไวๆ เลยขอกูมาก่อนเวลา” มาร์โค “สวัสดีค่ะ คุณเซน คุณไบรอันต์” ใบบัวยกมือพนมไหว้คนที่อายุมากกว่าที่นั่งกลางบ้านด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม ถึงจะเจอกันได้หลายครั้งแล้ว เธอก็ยังรู้สึกกลัวไม่ต่างจากครั้งแรกที่เจอ “อืม / อืม” ไบรอันต์ เซน “แล้วเมียมึง ลูกมึงอยู่ไหน” มาร์โค “อยู่บนห้องกับเมียกู คงกำลังจะลงกันมาแล้ว” ไบรอันต์เอ่ยตอบไม่ทันขาดคำ เสียงของคนที่พูดถึงก็ดังขึ้น “น้าใบบัวววววววววววววว~” ซอว์เยอร์ “เย้! น้าบัวมาแล้ว” ไบรท์ตัน เสียงเด็กชายตัวเล็กที่พึ่งลงมาจากบ้านพร้อมผู้เป็นแม่ ตะโกนดังลั่นเมื่อใบหน้าสวยของคนที่อยากเจอ “สวัสดีค่ะ พี่พราว” ใบบัวพนมมือไหว้เจ้าของบ้าน พร้อมย่อตัวลง นั่งอ้าแขนรอรับเด็กๆ ที
1ปีต่อมา..... @คฤหาสน์ “อุแว้ๆ / อุแว้ๆ” “อย่าร้อง...” ไบรอันต์ “อุแว้ๆ!! / อุแว้ๆ!!” เสียงเด็กเล็กตัวน้อยเพศชาย ชื่อ ไบร์ทตัน และ ซอว์เยอร์ ทั้งสองคนตะเบ็งเสียงร้องดังขึ้นมาผสานกันด้วยความสามัคคี ปลุกคุณแม่ยังสวยที่นอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียให้ตื่นขึ้นมาอย่างง่ายดาย เธอพยายามลุกขึ้นนั่งปรือตามองเพ่งไปไปยังภาพเบื้องหน้าที่เห็นผู้ชายร่างใหญ่สองคนยืนอยู่รางๆ “ชู่...อย่าร้องนะลูก แม่หลับอยู่ หิวใช่ไหมครับเดี๋ยวพ่อป้อนนมให้” เซน ประคองกอดอุ้ม....เด็กชายตัวป้อมขึ้นมาแนบอกแกร่ง พลางส่ายตัวเบาๆ หวังปลอบประโลมด้วยความชำนาญจากการเข้าคอร์สฝึกเลี้ยงทารกแรกเกินมา “พ่อขอโทษที่เสียงดังนะครับ...ไม่ร้องนะครับ” เช่นเดียวกับไบรอันต์ที่อุ้มลูกรักขึ้นมาแนบออกย่างระมัดระวัง ปรับโทนเสียงให้นุ่มขึ้นเพื่อหวังให้ลูกน้อยหายร้องไห้ และหยิบถุงนมแม่ที่พริบพราวปั๊มทิ้งไว้ในขวดนมอย่างคล่องแคล่ว “ฮึก..ฮึก.../ ฮึก...ฮึก” เซนและไบรอันต์ยกยิ้มมุมปากอย่างพร้อมเพรียงกัน เพียงแค่จุกนมเล็กเข้าปากลูกรักทั้งสองคนก็มีท่าทีที่สงบ
หลายเดือนต่อมา.... @โรงพยาบาล ห้องพักVVIP วันนี้พริบพราวและสองมาเฟียหนุ่มอย่างไบรอันต์และเซน ได้เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนรักของพวกเขาที่ห้องพักฟื้นพิเศษ เพราะวันนี้มิลินและคาร์เตอร์มีข่าวที่น่ายินดี เพราะมิลินได้ให้กำเนิดลูกๆ ที่น่ารักถึงสองคน นั่นก็คือเด็กน้อยตัวขาวอาเธอร์และอาบิเกล ฝาแฝดชายหญิง “ไม่วางเลยนะ น้าพราว” มิลินเอ่ยเหย้าแย่เพื่อนรักที่เอาแต่อุ้มเด็กน้อยอาเธอร์อยู่ในอ้อมกอดเป็นเวลานาน ปานกับเป็นลูกชายของตัวเอง “ก็ลูกแกมันน่ารักมากเลยนะ ยิ้มและเล่นกับฉันไม่หยุด เฮ้อ....ฉันคงหลงรักลูกแกให้แล้วสิ น่ามันเขี้ยวชะมัด!” “รักเด็กขนาดนั้น...ทำไมไม่มีเองไปเลยล่ะ นี่ก็เรียนจบจนฉันคลอดลูกแล้วนะ” “จริงๆ ฉันก็คิดเรื่องนี้แล้วนะ เพราะพวกเฮียๆ ก็พูดกรอกหูฉันเกือบทุกวัน” “แล้วแกเอาไง” “ฉันก็ว่าจะตามใจพวกเฮียแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันเคลียร์ตัวเอง เคลียร์งานได้แล้ว แกก็รู้ว่าเฮียเซนเขาให้ฉันนั่งเก้าอี้ผู้บริหารบริษัทยาด้วย แล้วแบบคนโง่อย่างฉันก็ต้องตั้งใจมากกว่าคนอื่นเลยไง” “แต่แกดูจริงจังกับงานนี้มากเลยนะ” มิ
@เพนท์เฮ้าส์พริบพราว พอทั้งสามคนถึงที่พักสุดหรู พริบพราวก็เข้าไปอาบน้ำในทันที โดยมีไบรอันต์และเซนนั่งเคลียร์งานในไอแพดของพวกเขาอยู่ด้านนอก “เฮียค่ะ~” พริบพราวเอ่ยเสียงหวานเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนซีทรูคอลเลคชั่นใหม่สุดเซ็กซี่ และยิ่งชุดนี้ได้อยู่บนเรือนร่างที่ขาวผ่องของเธอ มันยิ่งขลับให้เธอดูเซ็กซี่เข้าไปอีก มุมปากหนายกยิ้มทันที เมื่อไบรอันต์และเซน ละสายตาจากงานในมือ และเงยหน้าขึ้นมองภรรยาสาวสวยสุดเซ็กซี่ ที่เดินนวยนายไปนั่งลงที่ปลายเตียงนอนใหญ่ “หอมจังเลยนะที่รัก” เซนพูดพร้อมวางไอแพดในมือลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปตรงหน้าหญิงสาว พลางปลดกระดุมเสื้อของตัวเองลงที่ละเม็ด โดยที่ตาคมดุจราชสีห์ไม่ได้ละสายตาจากสาวรับใช้ที่จ้องมองตาเขากลับอย่างท้าทาย เช่นเดียวกับไบรอันต์ที่ลุกตามเพื่อนรักมาติดๆ “ก็พราวอาบน้ำมานี่คะ พวกเฮีย..ก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” พริบพราวช้อนสายตามองเซนด้วยแววตาที่หวานฉ่ำ พานทำให้ตาคมเปล่งประกายมากขึ้นกว่าเดิม “เฮียยังไม่อยากอาบน้ำ ตอนนี้เฮียรู้สึกหิว....อยากกินเมียก่อน” เซน “งื้อออ ไม่เ


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




