Mag-log in[Part มิลิน]
@คอนโด พริบพราว 22.30
ฉันรีบขับรถตรงไปคอนโดของพริบพราว เพื่อนสนิทของฉันด้วยความเร็วทันที พอมาถึงฉันก็รัวเคาะประตูห้องเพื่อนสนิทเสียงดังโดยไม่สนใจว่ามือตัวเองจะเจ็บรึเปล่า
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
"มาแล้วค่า มาแล้ว~ ใครเนี่ยมาเคาะประตูรัวขนาดนี้" พริบพราวบ่นอุบอิบ รีบวิ่งมาเปิดประตูตามจังหวะเร่งรีบของคนหน้าห้อง
"อ๊ะ.....ยัยลิน ! " พริบพราวเปิดประตูออกมาด้วยความแปลกใจ เมื่อพบว่าเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ที่ตอนนี้หน้าตาดูไม่สู้ดีนัก
ฉันรีบเดินพรวดพราดเข้ามาในห้องกดล็อกประตูห้องยัยพราวอย่างแน่นหนา แล้วฉันก็เดินตรงเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวยาว แบบไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องเรียกเชิญ และน้ำตาของฉันที่เหือดแห้งหายไปก่อนหน้านี้ มัน...กำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง
"ฮึก.... ฮือออออ" ไวกว่าความคิดน้ำตาของฉัน ก็ไหลออกมาเป็นสาย เมื่อภาพเหตุการณ์เลวร้ายก่อนหน้านี้ฉายซ้ำเข้ามาในหัวของฉันอีกครั้ง
"ลิน....แกเป็นอะไร ทำไม?...แกถึงร้องไห้" พราวเดินเข้ามาสวมกอดฉันทันทีที่พูดจบประโยค ซึ่งมันยิ่งทำให้ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม จนผ่านไปราวๆสิบนาทีที่เพื่อนรักนั่งกอดปลอมฉันอยู่เงียบๆ โดยไม่ถามอะไรเลย
"ลินแกโอเครึยัง" พราวเริ่มถามฉันขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเสียงร้องไห้ของฉันเริ่มหยุดลง
"อืมๆ " คราวนี้ฉันตัดสินใจเล่าเรื่องราวเลวร้ายที่พึ่งเจอให้กับพราวเพื่อนสนิทของฉันฟัง ซึ่งมันทำให้พราวตกใจมากๆ
"แก...เขาทำตัวเหมือนพวกมาเฟียเลยอะ"
"มาเฟียเหรอ?"
"ใช่! ก็พวกทำตัวเหนือกฎหมายไง ยิ่งถ้ามีอิทธิพลมากๆนะ จะอุ้มใครทีเรื่องเงียบไม่มีใครกล้ายุ่งหรอก เขาถึงกล้าท้าให้แกไปแจ้งตำรวจแบบนั้นไง"
"......."
"แล้วแกจะเอายังไงต่อ คุณคาร์เตอร์แม่งขู่แกขนาดนั้น" ยัยพราวถามฉันพานทำหน้าเครียดไปด้วย
"ฉันไม่รู้...ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย นอกจากมาหาแก"
"เฮ้อออ....จะแจ้งตำรวจก็ไม่ได้ ถ้างั้นแกก็ย้ายมาอยู่กับฉันไปก่อน หรือ จะให้ฉันไปนอนเป็นเพื่อนแกที่คอนโดก็ได้ สองหัวก็ดีกว่าหัวเดียวนะ"
"อืม...ขอบคุณแกมากนะ ฉันคงขอพักกับแกก่อนแล้วกัน แต่ฉันคงขอรบกวนแกไม่นานหรอก ฉันขอแค่ให้สภาพจิตใจฉันดีกว่านี้หน่อยก็พอ"
"ไม่เป็นไรแก อยู่นานได้เท่าที่แกต้องการเลย เดี๋ยวฉัน...คิดค่าห้องแกด้วย คืนละ450 บาท ฟรีwifi และน้ำอุ่นด้วยนะจ๊ะ โอเคมั้ย..คิก..คิก.."
"คิก..คิก.." คำพูดของยัยพราวทำให้ฉันอดหัวเราะตามไม่ได้เลยจริงๆ ยังน้อยตอนนี้ยัยพราวก็พยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง ซึ่งมันก็ทำให้ฉันกลับมามีรอยยิ้มและลืมเรื่องที่เลวร้ายไปได้เหมือนกัน
"งั้น...ฉันขอโทรหามินก่อนแล้วกันนะ"
"ตามสบายเลยแก"
ฉันสูดหายใจลึก เหนื่อยล้าทั้งกายทั้งใจ ก่อนจะกดโทรหามินนี่—น้องสาวที่ฉันรักที่สุด อย่างน้อยแค่ได้ยินเสียงเธอ ฉันก็น่าจะมีแรงหายใจต่อไปอีกหน่อย
เพียงไม่กี่วินาที เสียงรอสายถูกตัดด้วยเสียงติ๊ดเบาๆ
ติ๊ด
"หาว~ ว่าไงคะพี่สาวคนสวย...." น้ำเสียงงัวเงียของมินนี่ดังขึ้นมา เธอน่าจะเพิ่งสะลึมสะลือตื่นตามประสาคนที่ยังห่มผ้านุ่มอยู่บนเตียง แต่สำหรับฉัน…ได้ยินเสียงเธอแล้วใจมันโคตรจะอ่อนลง
"........."ฉันเงียบไปชั่วอึดใจ เหมือนทุกความรู้สึกที่พยายามฮึดไว้กำลังจะพังลงมา
"ฮัลโหล.... พี่ลินยังอยู่ในสายไหมคะ พี่รินได้ยินหนูรึเปล่า"
"ดะ...ได้ยินจ๊ะ ได้ยิน"
มินนี่เงียบไปเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากงัวเงียเป็นจริงจังแทบจะทันที
"....พี่ลินเป็นอะไรคะ ทำไมน้ำเสียงเป็นแบบนั้น พี่ลิน...ร้องไห้อยู่เหรอ..."
คำถามนั้นเหมือนดึงสลักบางอย่างในอกฉัน จนลมหายใจสะดุด ฉันไม่รู้ว่าควรพูดอะไรก่อน ทุกอย่างที่เจอ ทุกความกลัว ความโกรธ ความอึดอัด มันเหมือนจะแตกออกมาเป็นพันเสี่ยงในหัวเดียวกัน
"ปะ...เปล่าจ๊ะ พอดีพี่เป็นหวัดนิดหน่อยน่ะ"
"เหรอคะ...แล้วพี่ลินกินยารึยังคะ ไปหาหมอแล้วรึยัง พี่ลินอยู่คนเดียวได้ไหม" มินนี่รัวคำถามใส่พี่สาวสุดที่รักของเธอด้วยความเป็นห่วง
"ระ...เรียบร้อยแล้วจ๊ะ พอดีพี่เรื่องสำคัญอยากจะโทรมาหามินนิดหน่อยน่ะ คือช่วงนี้...มินไปไหนมาไหนต้องระวังให้มากๆนะ อย่าไปไหนมาไหนคนเดียวเด็ดขาด และจะไปไหนต้องรายงานคุณแม่ก่อนทุกครั้ง ถ้าเจอคนแปลกหน้าก็ห้ามคุยด้วย.."
"ห๊าา...ที่โทรมาหาน้องดึกๆดื่นๆเพราะเรื่องนี้เองเหรอคะ คิก..คิก"
"......."
"โอเคๆ รับทราบค่ะท่านหัวหน้า น้องคนนี้จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด"
"พี่จริงจังนะมิน! " ฉันเผลอขึ้นเสียงใส่น้องสาวตัวเอง เมื่อน้องสาวทำน้ำเสียงเหมือนฉันพูดเล่น ซึ่งตั้งแต่ที่เราเป็นพี่น้องกันมา ฉันแทบจะไม่เคยทำนิสัยแบบนี้กับมินมาก่อนเลย
"....มินขอโทษค่ะ พี่ลินมีอะไรรึเปล่าคะ ทำไมถึงดูซีเรียสจัง...." มินนี่กล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงหงอยๆ
"พะ..พี่ขอโทษนะที่เผลอขึ้นเสียง พอดีช่วงนี้พี่เครียดนิดหน่อย แต่พี่เป็นห่วงมินจริงๆนะ"
"....ค่ะ มินจะเชื่อฟังพี่ลิน"
"อืม...ขอบคุณนะ งั้นพี่ไม่กวนเราแล้ว ฝันดีจ๊ะ"
"ค่า...ฝันดีเหมือนกันค่ะพี่ลิน"
หลังจากที่ฉันวางสายจากมินนี่เสร็จ ฉันก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง พราวรีบยื่นแก้วน้ำมาให้ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ พร้อมสีหน้าจริงจังแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
ฉันถอนหายใจยาว
“พราว…แกว่าฉันไปทำอะไรให้คุณคาร์เตอร์ไม่พอใจรึเปล่า? ถึงตามมารังแกฉันขนาดนี้อะ หรือฉันไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กับเขาเมื่อชาติที่แล้ว เขาเลยตามมาเอาคืน?”
พราวเบิกตากว้าง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาทันที “เวรกรรมบ้าอะไรล่ะมิล! แกน่ะ…น่าโดนคลั่งรักมากกว่าโดนตามเอาคืนอีก”
“คลั่งรัก? คลั่งรักอะไรกัน? เขาน่ากลัวจะตาย!”
ฉันบ่นพลางกอดหมอนแน่น นึกถึงใบหน้าเย็นชาและสายตาเหมือนจะกลืนกินกันได้ของคาร์เตอร์แล้วก็ขนลุกซู่ แต่ยัยพราวกลับกลอกตาใส่ฉัน
“แกไม่ส่องกระจกหรือไง? หน้าอย่างแกนี่แหละตัวดึงดูดปัญหา…เอ๊ย ความสนใจของผู้ชายรวย หน้าตาดี และอันตรายแบบเขา”
“พราว…นี่แกกำลังบอกฉันเหรอ ว่าทั้งหมดเพราะความสวย?”
"ก็ใช่นะสิ แต่เอาจริงนะลิน…ฉันว่านี่มันไม่ใช่เรื่องที่เขาโกรธแกหรอก เขาน่าจะอินเกิน แบบ คลั่งแกจริงๆ มากกว่า”
ฉันรีบส่ายหน้าแทบหัวหลุด “คลั่งแบบไหนกัน แบบนี้มันคลั่งโรคจิตแล้ว!”
“ก็มีผู้ชายประเภทนั้นอยู่จริงไงล่ะ…หล่อ รวย เผด็จการ ชอบควบคุม แล้วก็หลงเสน่ห์แกจนผิดมนุษย์มนาธรรมชาติ”
“นี่มันชีวิตจริง ไม่ใช่นิยายนะพราว” ฉันกลอกตาพร้อมเอามือทาบหน้าอก
"ใครบอกงั้นล่ะ ลิน..ชีวิตแกเนี่ยนิยายดีๆนี่เอง และสุดท้ายแกกับเขาก็จะแต่งงานมีลูกอย่างมีความสุข คิก..คิก..โรแมนติกจะตาย"
"ถ้ามันโรแมนติกขนาดนั้น ฉันก็ขอให้แกเจอแบบ หล่อ รวย เผด็จการ ชอบควบคุม แล้วก็หลงเสน่ห์แกจนผิดมนุษย์มนา แบบคูณสองไปเลยเลยก็แล้วกัน"
"ว๊ายยย ยัยลินแกปากร้ายมากนะ"
"คิก..คิก..ก็แกเริ่มก่อนนี่"
พวกเราสองคนผลัดกันบ่น สลับจับผิดคาร์เตอร์ ตีความคำพูดเขา วิเคราะห์พฤติกรรมเหมือนกำลังถอดรหัสฆาตกรในซีรีส์สืบสวนจนสุดท้ายจากเรื่องเครียดก็กลายเป็นเรื่องเมาท์มอยเข้มข้นแบบสาวๆ
และดูจากท่าทางของเราสองคนที่ยังเมาท์ไม่หยุด…
[End มิลิน]
@โกดังร้าง
“หึ” เสียงหัวเราะคาร์เตอร์หลุดออกมา เขาเหยียดยิ้มมุมปากราวกับเจอเรื่องสนุกเมื่อเขาได้ฟังการสนทนาของหญิงสาวทั้งสองคนผ่านเครื่องดักฟังที่เขาใส่เข้าไปในกระเป๋าสะพายของมิลิน
“มึงเป็นอะไร” เซนที่เห็นความผิดปกติของเพื่อน ถามมาเฟียหนุ่มด้วยความสงสัย
“มันก็กำลัง...จะทำเรื่องชั่วอยู่ไง” ไบรอันต์ตอบคำถามแทนมาเฟียหนุ่ม เมื่อเขาไปรู้และได้เห็นอะไรดีๆมาโดยบังเอิญ
“เสือก !” คาร์เตอร์ตอบเพื่อนรักอย่างไบรอันต์ ด้วยความหัวเสียเมื่อไม่มีอะไรที่รอดพ้นสายตาเพื่อนรักของเขาคนนี้ไปได้
“พวกมึง พูดเรื่องเหี้ยอะไรกัน” เซนที่สงสัยในการตอบโต้ของเพื่อนรักทั้งสอง รีบถามเพื่อให้หายข้องใจ
“เสือก! / เสือก!” คาร์เตอร์และไบรอันต์ พูดออกมาใส่หน้าเซนพร้อมกันแบบไม่ได้นัดหมาย เมื่อเซนถามประโยคนั้นออกมา
“เออ! กูเสือก เดี๋ยวกูจะสืบเองก็ได้ว่ะไอ้พวกเวร” เซนพูดออกไปด้วยความรำคาญที่เพื่อนๆของเขาไม่ยอมบอกเรื่องที่เขาอยากรู้ตอนนี้
หลังจากจบบทสนทนาลง มาเฟียหนุ่มทั้งสามคนก็กลับมาให้ความสนใจกับเอกสารตรงหน้า คาร์เตอร์ที่กำลังตรวจสอบเอกสารสำคัญอยู่ ก็เผลอคิดไปถึงใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา วันนี้เขามีนัดสำคัญเกี่ยวกับอาวุธล็อตใหม่ ทำให้มีเวลาชิมความหวานจากเธอได้เพียงไม่นาน แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้เขารู้สึกติดใจจนอยากจะกลับไปชิมความหวานของเธอซ้ำอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มาเฟียหนุ่มมีความตั้งใจว่าเขา.....จะกินเธอให้ไม่เหลือซากเลย
“อ้าวเฮีย...มาตามพราวเหรอคะ” ฉันมองสำรวจสามีหนุ่มทั้งสองคนที่วันนี้ พวกเขาใส่เสื้อเชิ้ตสีดำลายเสือ ปลดกระดุมสองสามเม็ดชวนให้มองเห็นกล้ามหน้าอกแกร่งขาวผ่อง “ใช่ เฮียคิดถึงเมีย....และก็คิดถึงลูกด้วย” ไบรอันต์ช้อนตัว ไบร์ทตันขึ้นมาแนบอก แอบหอมแก้มนวลของพริบพราวไปด้วย “บ้า~” “ลินหายมาอยู่ตรงนี้นี่เอง พี่ก็ตามหาหนูตั้งนาน” คาร์เตอร์ “ลินมาเฝ้าลูกค่ะ ลูกซื้อหนังสือมาให้ไบร์ทตัน คนเก่ง” มิลิน “อาเธอร์มาสอนหนังสอนน้องเหรอครับ” คาร์เตอร์ “คับ เธอร์มาสอนน้อง น้องเก่งมากเลยคับ” อาเธอร์ “หนูกลับเข้าไปในงานได้แล้ว เด็กๆ อยากกินเค้กกันแล้ว” เซนเอ่ยขึ้นขัดจังหวะแทนลูกชายตัวแสบ และสาวน้อยอาบิเกล ที่รบเร้าร้องแต่จะเป่าเทียนและกินเค้กไม่หยุด “อ้าวเด็กๆ อยากกินเค้กแล้วเหรอคะ คิก...คิก..ได้ค่ะ งั้นพวกเราไปเป่าเค้กกันดีกว่านะ / ไปกันยัยลิน” “เย้! ปัยเป่าเค้กกัน” ซอว์เยอร์ “ปัย ปัย เป่าเจ้กกัน เกลหิวววว~” อาบิเกล “ไปกันเลยเด็กๆ ไปเป่าเค้กกัน!” ฉันเดินนำทีมหน้าขบวนทุกคนโดยไม่ลืมคล้องแขนสา
“สบายตัวเลยสิมึง” มาร์โค กระแนะกระแหนขึ้นทันทีที่เห็น2มาเฟียหนุ่มเดินลงมาจากบันได ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ในขณะที่เขารับบทเป็นพี่เลี้ยงเล่นของเล่นกับลูกๆ ของเพื่อนรัก “เออ! สบายมากเลยแหละ” เซนตอบแบบไม่ยี่หระ เขาแทบไม่ได้สนใจหน้าตาขอมาร์โค ที่แสดงความไม่พอใจออกมา “เหอะ ไม่มึงควรทำหน้าแบบนี้ให้กูเห็นนะ” มาร์โค “กูว่ามึงมันขี้อิจฉานะ” ไบรอันต์ “เออ!” มาร์โค “แล้วเมียมึงไปไหน” เซน “อยู่ในครัว ช่วยทำอาหารอยู่” “อืม...” เซน “พ่อฮับ แม่ไปไหน~” ซอว์เยอร์วางหุ่นยนต์ในมือลง คิ้วเล็กขมวดยุ่ง เอ่ยถามเซนขึ้นมาอย่างขัดจังหวะ "....แม่ขอนอนหลับสักชั่วโมงนะครับ" เซนเดินเข้าไปรัก ย่อตัวลงนั่งที่พื้นตรงหน้าลูกชาย มือหนาลูบหัวทุยเล็กเบาๆ ด้วยความเอ็นดู ซอว์เยอร์มักจะติดและคิดถึงแม่อยู่เสมอ “จำมัย ถึงน้อนฮับ” ซอว์เยอร์ยังคงเอ่ยถามตามประสาเด็กช่างพูด "......" เซน “หึ ก็เพราะว..ว่า....” มาร์โค “มาร์โค!” เป็นไบรอันต์ที่เอ่ยห้ามปรามเพื่อนสนิทที่กำลังจะตอบคำถามแทนเซนทิ่นิ่
3ปีต่อมา..... @คฤหาสน์พริบพราว 11.30น. วันนี้เป็นวันเป็นเกิดของพริบพราว ที่ทุกคนลงความเห็นกันว่าจะทำการจัดงานเลี้ยงกันที่บ้านโดยเชิญเฉพาะผู้ใหญ่และคนสนิทมาเท่านั้น “ทำไมมาเร็วจังว่ะ” เซนเอ่ยถามทันทีที่เห็นมาร์โค เดินเข้ามาพร้อมหญิงสาวข้างกาย “บัวอยากมาเล่นกับลูกมึงไวๆ เลยขอกูมาก่อนเวลา” มาร์โค “สวัสดีค่ะ คุณเซน คุณไบรอันต์” ใบบัวยกมือพนมไหว้คนที่อายุมากกว่าที่นั่งกลางบ้านด้วยท่าทางที่น่าเกรงขาม ถึงจะเจอกันได้หลายครั้งแล้ว เธอก็ยังรู้สึกกลัวไม่ต่างจากครั้งแรกที่เจอ “อืม / อืม” ไบรอันต์ เซน “แล้วเมียมึง ลูกมึงอยู่ไหน” มาร์โค “อยู่บนห้องกับเมียกู คงกำลังจะลงกันมาแล้ว” ไบรอันต์เอ่ยตอบไม่ทันขาดคำ เสียงของคนที่พูดถึงก็ดังขึ้น “น้าใบบัวววววววววววววว~” ซอว์เยอร์ “เย้! น้าบัวมาแล้ว” ไบรท์ตัน เสียงเด็กชายตัวเล็กที่พึ่งลงมาจากบ้านพร้อมผู้เป็นแม่ ตะโกนดังลั่นเมื่อใบหน้าสวยของคนที่อยากเจอ “สวัสดีค่ะ พี่พราว” ใบบัวพนมมือไหว้เจ้าของบ้าน พร้อมย่อตัวลง นั่งอ้าแขนรอรับเด็กๆ ที
1ปีต่อมา..... @คฤหาสน์ “อุแว้ๆ / อุแว้ๆ” “อย่าร้อง...” ไบรอันต์ “อุแว้ๆ!! / อุแว้ๆ!!” เสียงเด็กเล็กตัวน้อยเพศชาย ชื่อ ไบร์ทตัน และ ซอว์เยอร์ ทั้งสองคนตะเบ็งเสียงร้องดังขึ้นมาผสานกันด้วยความสามัคคี ปลุกคุณแม่ยังสวยที่นอนหลับใหลด้วยความอ่อนเพลียให้ตื่นขึ้นมาอย่างง่ายดาย เธอพยายามลุกขึ้นนั่งปรือตามองเพ่งไปไปยังภาพเบื้องหน้าที่เห็นผู้ชายร่างใหญ่สองคนยืนอยู่รางๆ “ชู่...อย่าร้องนะลูก แม่หลับอยู่ หิวใช่ไหมครับเดี๋ยวพ่อป้อนนมให้” เซน ประคองกอดอุ้ม....เด็กชายตัวป้อมขึ้นมาแนบอกแกร่ง พลางส่ายตัวเบาๆ หวังปลอบประโลมด้วยความชำนาญจากการเข้าคอร์สฝึกเลี้ยงทารกแรกเกินมา “พ่อขอโทษที่เสียงดังนะครับ...ไม่ร้องนะครับ” เช่นเดียวกับไบรอันต์ที่อุ้มลูกรักขึ้นมาแนบออกย่างระมัดระวัง ปรับโทนเสียงให้นุ่มขึ้นเพื่อหวังให้ลูกน้อยหายร้องไห้ และหยิบถุงนมแม่ที่พริบพราวปั๊มทิ้งไว้ในขวดนมอย่างคล่องแคล่ว “ฮึก..ฮึก.../ ฮึก...ฮึก” เซนและไบรอันต์ยกยิ้มมุมปากอย่างพร้อมเพรียงกัน เพียงแค่จุกนมเล็กเข้าปากลูกรักทั้งสองคนก็มีท่าทีที่สงบ
หลายเดือนต่อมา.... @โรงพยาบาล ห้องพักVVIP วันนี้พริบพราวและสองมาเฟียหนุ่มอย่างไบรอันต์และเซน ได้เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนรักของพวกเขาที่ห้องพักฟื้นพิเศษ เพราะวันนี้มิลินและคาร์เตอร์มีข่าวที่น่ายินดี เพราะมิลินได้ให้กำเนิดลูกๆ ที่น่ารักถึงสองคน นั่นก็คือเด็กน้อยตัวขาวอาเธอร์และอาบิเกล ฝาแฝดชายหญิง “ไม่วางเลยนะ น้าพราว” มิลินเอ่ยเหย้าแย่เพื่อนรักที่เอาแต่อุ้มเด็กน้อยอาเธอร์อยู่ในอ้อมกอดเป็นเวลานาน ปานกับเป็นลูกชายของตัวเอง “ก็ลูกแกมันน่ารักมากเลยนะ ยิ้มและเล่นกับฉันไม่หยุด เฮ้อ....ฉันคงหลงรักลูกแกให้แล้วสิ น่ามันเขี้ยวชะมัด!” “รักเด็กขนาดนั้น...ทำไมไม่มีเองไปเลยล่ะ นี่ก็เรียนจบจนฉันคลอดลูกแล้วนะ” “จริงๆ ฉันก็คิดเรื่องนี้แล้วนะ เพราะพวกเฮียๆ ก็พูดกรอกหูฉันเกือบทุกวัน” “แล้วแกเอาไง” “ฉันก็ว่าจะตามใจพวกเฮียแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันเคลียร์ตัวเอง เคลียร์งานได้แล้ว แกก็รู้ว่าเฮียเซนเขาให้ฉันนั่งเก้าอี้ผู้บริหารบริษัทยาด้วย แล้วแบบคนโง่อย่างฉันก็ต้องตั้งใจมากกว่าคนอื่นเลยไง” “แต่แกดูจริงจังกับงานนี้มากเลยนะ” มิ
@เพนท์เฮ้าส์พริบพราว พอทั้งสามคนถึงที่พักสุดหรู พริบพราวก็เข้าไปอาบน้ำในทันที โดยมีไบรอันต์และเซนนั่งเคลียร์งานในไอแพดของพวกเขาอยู่ด้านนอก “เฮียค่ะ~” พริบพราวเอ่ยเสียงหวานเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนซีทรูคอลเลคชั่นใหม่สุดเซ็กซี่ และยิ่งชุดนี้ได้อยู่บนเรือนร่างที่ขาวผ่องของเธอ มันยิ่งขลับให้เธอดูเซ็กซี่เข้าไปอีก มุมปากหนายกยิ้มทันที เมื่อไบรอันต์และเซน ละสายตาจากงานในมือ และเงยหน้าขึ้นมองภรรยาสาวสวยสุดเซ็กซี่ ที่เดินนวยนายไปนั่งลงที่ปลายเตียงนอนใหญ่ “หอมจังเลยนะที่รัก” เซนพูดพร้อมวางไอแพดในมือลง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปตรงหน้าหญิงสาว พลางปลดกระดุมเสื้อของตัวเองลงที่ละเม็ด โดยที่ตาคมดุจราชสีห์ไม่ได้ละสายตาจากสาวรับใช้ที่จ้องมองตาเขากลับอย่างท้าทาย เช่นเดียวกับไบรอันต์ที่ลุกตามเพื่อนรักมาติดๆ “ก็พราวอาบน้ำมานี่คะ พวกเฮีย..ก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” พริบพราวช้อนสายตามองเซนด้วยแววตาที่หวานฉ่ำ พานทำให้ตาคมเปล่งประกายมากขึ้นกว่าเดิม “เฮียยังไม่อยากอาบน้ำ ตอนนี้เฮียรู้สึกหิว....อยากกินเมียก่อน” เซน “งื้อออ ไม่เ





![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

