Accueil / รักโบราณ / ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า / ๓ ดูแลเรื่องปากท้องพระชายาก็คือหน้าที่

Partager

๓ ดูแลเรื่องปากท้องพระชายาก็คือหน้าที่

last update Date de publication: 2025-12-31 15:31:07

๓

ดูแลเรื่องปากท้องพระชายาก็คือหน้าที่

กลางคืนที่เหน็บหนาวทุกคนผ่านมาได้เพราะผ้าห่มที่เย่หยูเหวินไม่ทราบว่ามีติดรถม้ามาด้วย เมื่อหัวใจไม่รักดีคิดเข้าข้างตัวเองว่าสวามีตั้งใจให้คนเตรียมเอาไว้ให้ ใบหน้างามก็ผุดรอยยิ้มบุ๋มลึก

“ท่านน้ายิ้ม!”

เย่หยูเหวินรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อหลานชายทัก

“น้าไม่ได้ยิ้ม เจ้าดูผิดไปแล้ว”

เย่หยูเหวินรีบเอาผ้าห่มและที่นอนไปส่งให้พี่สาวพร้อมช่วยนางปูเตียงให้ตูชานหลิน ส่วนเจียวเจียว เลี่ยวโถวปูที่นอนให้เจ้านายตน เมี่ยนเมี่ยนนางกำนัลประจำตัวตูชานหลินโดนแย่งหน้าที่ไปแล้วจึงได้ไปปูพื้นที่นอนคืนนี้ของตนและเจียวเจียวเลี่ยวโถว

“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจุดเตาผิงมาให้”

เสียงหนิงลิ่วดังขึ้นที่หน้ากระโจมยังไม่เข้ามาจนกว่าจะได้รับอนุญาต ยามนี้ทุกคนกำลังหนาว ผ้าห่มผืนเดียวไม่ทำให้อุ่นได้ แม้แต่เย่หยูเหวินที่เนื้อเยอะกว่าใครก็ยังอยากได้สิ่งของบรรเทาหนาว นางรีบกล่าวอนุญาตให้หนิงลิ่วเข้ามาในทันที

“เอาเข้ามาเลย”

หลังจากได้รับอนุญาต หนิงลิ่วกับองครักษ์อีกสามคนก็ยกเตาผิงขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กเข้ามาในกระโจมหกเตา

นางกำนัลสาวทั้งสามซึ้งใจไม่น้อยที่พวกเขาจุดเผื่อพวกนางด้วย รีบเข้าไปรับแล้วกล่าวขอบคุณในทันที

“พระชายา ในรถม้ายังมีอาหารแห้งเหลืออยู่มาก ให้กระหม่อมนำมาให้ดีหรือไม่”

เย่หยูเหวินกลืนน้ำลายอึก ยอมรับกับตัวเองว่าแป้งจี่ที่ทานกับทุกคนไปก่อนหน้านี้ไม่อิ่มท้อง นางหันไปถามความเห็นของคนอื่น

“มีใครอยากทานเนื้อแห้งหรือไม่”

“พี่อิ่มแล้ว หลินเอ๋อร์อยากทานอีกหรือไม่”

ตูชานหลินมีสองความคิด หนึ่งหากเขาเลือกตอบว่าหิวก็จะช่วยน้าหญิง แต่หากตอบว่าอิ่มแล้วเสด็จแม่จะได้มองว่าเขาเติบโตขึ้น ชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ให้คำตอบ

“หลินเอ๋อร์อิ่มแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”...ข้าข้าโทษขอรับท่านน้า

“พวกเจ้าเล่า หิวหรือไม่”

คำตอบที่นางได้รับคือการส่ายหน้า

“ข้าก็ไม่หิว เอาไว้ทานวันพรุ่งนี้”

หนิงลิ่วมองหน้าพระชายาเพื่อความแน่ใจ เขาได้รับการกำชับให้ดูแลพระชายาให้ดี นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้วยังเป็นเรื่องของปากท้อง

“เอ่อ หากไม่ใช่เนื้อแห้งหรือจะเป็นผลไม้”

เย่หยูเหวินตาลุกวาว หนิงลิ่วเห็นเช่นนั้นก็ใจสั่นเพราะคิดว่าตนได้ทำหน้าที่องครักษ์อย่างดีเยี่ยม…ดูแลเรื่องปากท้องของพระชายาก็คือหน้าที่!

“ผลไม้หรือ เช่นนั้น…”

“ผลไม้มีน้ำตาล ทานกลางคืนใช่ว่่าจะดี เอาไว้ทานวันพรุ่งนี้ดีหรือไม่ นอนหลับตื่นขึ้นมาก็ได้ทานแล้ว”

เย่หยูเหวินยิ้มเจื่อนให้พี่สาวที่กล่าวเสียงนุ่มดูอ่อนโยน ซึ่งความอ่อนโยนนี้เองที่ทำให้นางไม่กล้า สุดท้ายก็หันหน้าไปปฏิเสธหนิงลิ่วเสียงติดงอแงเล็กน้อย

“ไม่ทานแล้ว เก็บไว้ทานพรุ่งนี้”

“เอ่อ เช่นนั้นกระหม่อมขอตัว”

หนิงลิ่วโค้งกายทำความเคารพทุกคนแล้วเดินออกไปจากกระโจม ในตอนนั้นเองที่เย่เฉิงมี่เย้าหยอกน้องสาว

“เห็นเช่นนี้แล้วยังคิดว่าเขาอยากไล่เจ้าอีกหรือไม่ ดูแลเรื่องความปลอดภัยไม่พอยังเรื่องปากท้องของพระชายาอีก เรื่องนี้หากเจ้านายไม่สั่ง ลูกน้องไม่คิดทำเกินหน้าที่แน่”

เย่หยูเหวินเป็นคนชอบคิดในแง่ร้าย นางจะไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นหรือได้ยินจากปากสวามีเอง

“พี่หญิงบอกเองมิใช่หรือเจ้าคะ ให้กาลเวลาพิสูจน์ นี่เพิ่งเริ่มต้นเดินทางเท่านั้น ระยะทางยังอีกยาวไกล ตัดสินตอนนี้ยังเร็วไปเจ้าค่ะ”

“แต่…”

เย่หยูเหวินยกมือปิดหูไม่ขอรับปากคำพูดใด เย่เฉิงมี่จึงหยุดพูดเพียงเท่านั้น มองน้องสาวที่ตอนนี้รีบขึ้นแคร่ของตน เอาผ้าห่มคลุมตัวเอาไว้จนมิด

ภายใต้ผ้าห่มนั้นเย่หยูเหวินยกมือขึ้นกัดนิ้วตัวเอง ใช้ความคิดถึงการกระทำของสวามีที่ปากบอกว่านางอัปลักษณ์

แต่การกระทำเป็นอีกเรื่อง!

ทำข้าสับสนยิ่งแล้ว สั่งให้ดูแลก่อนที่ข้าจะวางหนังสือหย่าเอาไว้ คงมิใช่ว่าเห็นหนังสือหย่าแล้วโมโหส่งคนมาฆ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร

“เสด็จแม่ น้าหญิงเป็นอันใดพ่ะย่ะค่ะ”

ตูชานหลินเห็นคนที่นอนคลุมโปงพลิกตัวไปมาก็หันมาถามพระมารดา หว่างคิ้วมุ่นเข้าหากัน เย่เฉิงมี่เห็นเช่นนั้นก็ยื่นนิ้วมือไปคลึงหว่างคิ้ว

“คนคิดไม่ตกนะ เดี๋ยวนางก็หยุดคิดเพราะเหนื่อยเกินไป ไม่ต้องห่วงนะ คืนนี้นอนให้หลับ พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้มีพลังใช้ชีวิตต่อ”

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่”

ตูชานหลินมองไปที่น้าหญิงอีกครั้ง เมื่อเห็นคนใต้ผ้าห่มสงบลงแล้ว เขาก็เดินไปนอนแคร่ของตัวเอง หลับตาลงข่มตาให้จมเข้าสู่ห้วงนิทรา โดยไม่รู้ตัวเลยว่าในตอนที่กำลังหลับใหลนั้น กำลังมีบางอย่างคืบคลานเข้ามา

พลิ้ว~

ฉึก!

มีดสั้นฝ่าลมปักเข้าร่างทหารที่กำลังยืนผิงไฟเฝ้ากระโจมอยู่ หนิงลิ่วที่ยืนเฝ้าอยู่หน้ากระโจมเตรียมตั้งรับ ใช้ดาบปัดมีดสั้นออกห่างตัวพร้อมตะโกนบอกทุกคนว่ามีผู้บุรุก

“รับมือ! มีมือสังหาร”

เมื่อทหารองครักษ์รู้ตัวกันแล้ว มือสังหารกว่าห้าสิบคนก็กรูกันเข้ามาจัดการทหาร เลือดสาดกระเซ็นเต็มผืนหญ้า เสียงร้องโอดโอยในห้วงสุดท้ายของชีวิตปลุกทุกคนในกระโจมให้ตื่นขึ้น

เย่เฉิงมี่รีบลุกขึ้นไปหาพระโอรส โอบกอดเขาเอาไว้แม้ใจจะไม่สงบ

“พี่หญิง ฮ่องเต้ทรราชส่งคนมากำจัดพวกเราแน่เจ้าค่ะ ชั่วช้าสามานย์!”

เย่หยูเหวินทำอันใดไม่ได้นอกจากก่นด่าฮ่องเต้ตูชานเหอ ซึ่งต่างจากเย่เฉิงมี่ที่คิดว่าไม่ใช่เขา

“ไม่น่าใช่ หากเขาอยากสังหารพี่ไม่จำเป็นต้องเนรเทศก่อน จะต้องเป็นขุนนางฝ่ายตรงข้ามกับท่านพ่อแน่”

เมื่อพี่สาวบอกไม่ใช่เย่หยูเหวินก็เชื่อ ในใจพลันรู้สึกว่าเหตุผลไม่ได้มีเพียงเท่านี้

พี่หญิงดูมั่นใจเกินไป จะต้องมีเหตุผลแอบแฝงแน่ รอดจากเหตุการณ์นี้ไปได้คงต้องเค้นถามแล้ว

ทางด้านนอกกระโจม…

“เจ้ามาคุ้มกันกระโจมเอาไว้ อย่าให้พวกมันเข้ามาในนี้ได้ ข้าจะไปจัดการพวกมัน”

“ขอรับหัวหน้า”

หนิงลิ่วเริ่มเห็นลูกน้องตึงมือแล้ว สั่งลูกน้องสองคนให้มาเฝ้าหน้ากระโจมเอาไว้ส่วนเขามุ่งเข้าไปฟาดฟันเหล่ามือสังหารโดยไม่เก็บงำฝีมือ คนเดียวสามารถจัดการนักฆ่าได้ถึงสาม เน้นจัดการช่วยลูกน้องที่ถูกรุมทึ้ง นักฆ่าหลายคนเห็นเช่นนั้นก็พากันเลี่ยงเขา…เข้าหากระโจมใหญ่!

พลิ้ว~

ฉึก!

เป้านิ่งง่ายต่อการถูกโจมตีในระยะไกล สององครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าโจมเข่าทรุดเมื่อถูกธนูยิงเข้าตัวเหนือหัวใจมาไม่มาก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังทุ่มสุดตัว สกัดมือสังหารเอาไว้ไม่ให้พุ่งเข้าไปด้านในกระโจม

ฉึก!

ผลสุดท้ายก็ถูกธนูปักเข้ากลางหน้าผาก อีกคนตกใจที่สหายถูกโจมตีเช่นนั้น ไม่ทันระวังโดนดาบจ้วงแทงกลางช่องท้อง ทรุดลงพื้น ไม่นานก็สิ้นใจ

“กรี๊ด~”

เสียงกรี๊ดร้องในกระโจมดังขึ้นเมื่อเห็นมือสังหารเข้ามาในกระโจมได้สามคน ชายชุดดำโดนเสียงกรี๊ดดึงความสนใจ ไม่ทันระวังว่าใครอยู่ข้างประตู เมื่อเลิกม่านขึ้นเดินเข้ามาก็โดนขอนไม้ฟาดศีรษะอย่างแรง สลบลงพื้น อีกสองคนเห็นเช่นนั้นก็โกรธพุ่งเข้ามาจะสังหารเย่หยูเหวินที่ฟาดสหายจนสลบไป

เมี่ยนเมี่ยนที่สามารถยิงหน้าไม้ได้เล็งเข้าที่หน้าผากชายชุดดำคนหนึ่งแม่นราวจับวาง คนสุดท้ายที่ยังไม่ถูกจัดการพุ่งเข้ามาหาเย่เฉิงมี่

เมี่ยมเมี่ยนเปลี่ยนลูกดอกไม่ทัน ชายหนุ่มดำเหยียดยิ้มเตรียมง้างดาบใส่เย่เฉิงมี่ แล้วก็โดนเย่หยูเหวินใช้ไม้ทุบศีรษะจนสลบไปอีกคน!

“แรงตก! หากรู้ว่าคืนนี้จะมีมือสังหารบุกมาข้ายอมกินเนื้อแห้งเสียยังดีกว่า”

“ท่านน้าทำดีแล้วขอรับ สลบไปถึงสองคน”

เย่หยูเหวินยิ้มเจื่อนไม่อาจรับคำชมนี้ จังหวะนั้นม่านกระโจมเลิกขึ้นอีกครั้ง

เมี่ยนเมี่ยนเตรียมยิงหน้าไม้ ดีว่าได้ยินคำเรียกที่หลุดมาจากปากชายหนุ่มเสียก่อนถึงยั้งมือ

“พระชายา”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๒๒ บทส่งท้าย

    ๒๒บทส่งท้ายเสนาบดีหลิวที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นขุนนางที่มีคนนับหน้าถือตาไม่ยิ่งหย่อนไปว่าอัครมหาเสนาบดี ยามนี้ถูกตัดสินให้เป็นผู้หมิ่นเบื้องสูง สอบสวนเพิ่มเติมและลงอาญาแต่เนื่องจากเขาคือนักโทษที่เจ้าแผ่นดินหมายตาเอาไว้ ผู้คุมขังผู้สอบสวนไม่คิดผ่อนปรน ใช้วิธีทรมานเฆี่ยนไม่ยั้งจนกว่าจะรับคำสารภาพตอนแรกเสนาบดีหลิวย่อมไม่รับสารภาพ จนกระทั่งฮ่องเต้มีรับสั่งให้ใช้วิธีของกองทัพยามเค้นไส้ศึก เอาเหล็กร้อนจี้ที่จุดกึ่งกลางกายชายหนุ่ม หลิวยี่ฉิงถึงได้ยอมรับสารภาพ โทษตัดสินประหารชีวิตกลางเมืองส่วนหลิวกุ้ยเฟยที่ไม่มีโอกาสได้ถวายตัวเลยสักครั้งถูกเนรเทศเป็นสามัญชนแนวชายแดนเรื่องราวของตระกูลหลิวเป็นที่พูดถึงทั่วทั้งแคว้น แม้แต่ในวังหลวงก็ยังพูดเรื่องของเสนาบดีหลิวอยู่ เช่นยามนี้กำลังเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างไทฮองไทเฮาและไทเฮา“สตรีตระกูลเย่วาสนาสูงส่งนัก ฝ่าบาทยอมลงโทษขุนนางใหญ่เพียงเพราะเขาจ้างวานนักฆ่าไปปลิดชีพนาง ชาวเมืองลือกันทั่ว ฝ่าบาทมั่นในรัก ทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หญิงงามมาครอบครอง”คำพูดยืดยาวของไทฮองไทเฮามีเพียงจุดเดียวเท่านั้นที่ไม่ถูกพระทัยไทเฮา“พี่หญิงกล่าวว่าเพียงจ้างวานหรือ”ไทฮองไทเ

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๒๑ ชัยชนะมอบแด่เจ้า

    ๒๑ชัยชนะมอบแด่เจ้าการศึกชายแดนกินเวลาราวสองเดือนก็จบลง ฮ่องเต้ตูชานโถวสามารถพาทหารเรือนแสนกำชัย ชูธงแคว้นต้าชานโบกสะบัดลมพัดพลิ้ว กลับเมืองหลวงโดยเสียเลือดเนื้อไม่มากกองทัพหลวงจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงวันนี้ ถูชานเฟิงตื่นเต้น สองเดือนที่ผ่านมาเขาได้รับข่าวสารผ่านสายข่าว ดูการสู้รบผ่านการบรรยายทางตัวอักษรจึงเฝ้ารอที่จะได้ฟังการถ่ายทอดเรื่องราวการศึกแล้ว “หยูเหวิน” “…”“หยูเหวินตื่น เช้าแล้ว วันนี้เราต้องไปรับเสด็จ จำมิได้หรือ” ตูชานเฟิงกระซิบข้างหูพระชายาเสียงแหบพร่า สูดกลิ่นตรงซอกคอหอมกรุ่นแล้วคลอเคลียนางการกระทำนี้เป็นไปเพื่อ ‘ปลุก’ แต่หากเช้านี้ได้มากกว่านั้น เขาจะถือว่าเป็นกำไร!“...ท่านอ๋อง หม่อมฉันบอกพระองค์แล้วว่าไม่ต้อง ๆ เมื่อคืนก็ยังเคี่ยวกรำหม่อมฉันทั้งคืน เหนื่อยสายตัวแทบขาดอย่าพูดถึงเดินเหินเลยเพคะ แค่ลุกขึ้นนั่งจากเตียงยังยาก”เย่หยูเหวินอยากร้องไห้ ยิ่งตอนที่ผิวหนังสัมผัสได้ถึงจมูกโด่ง ลมหายใจอุ่นร้อน สัญญาณเริ่มการโหมกายลงร่างกายนาง ร้องไห้ไปแต่ก็ต้องตอบสนองมีอยู่จริง เมื่อคืนเป็นหนึ่งในคืนที่นางมอบกายถวายเขา ร่างกายที่เคยเป็นของนางคนเดียว…มิใช่อีกแล้ว!“เช่นนั้นนอ

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๒๐ เปิ่นกงกลับมาแล้ว

    ๒๐เปิ่นกงกลับมาแล้ว ขบวนเดินทางรับเสด็จฮองเฮาและองค์รัชทายาทเข้าสู่เมืองหลวง มีชาวเมืองจำนวนมากมาต้อนรับ ไม่เหมือนครั้งที่ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่ทำให้เย่หยูเหวินและเย่เฉิงมี่ดีใจที่สุดคือการเห็นบิดาและน้องชายบุญธรรมมารอรับหน้าประตูเมืองโดยที่ร่างกายไม่มีจุดใดบุบสลาย “ท่านพ่อ…” เย่หยูเหวินขอลงจากรถม้าต่างจากเย่เฉิงมี่ที่เปิดหน้าต่างรถม้าออกเล็กน้อย ดูให้แน่ใจว่าบิดาไม่ได้รับอันตรายใด “คำนับพระชายา” เย่หยูเหวินรีบดึงเย่หวงซู่ ไม่ให้เขาทำความเคารพตน แม้จะทราบว่าบิดามิใช่คนซื่อมือสะอาด แต่ที่ผ่านมาเขาปฏิบัติต่อนางอย่างดีมาตลอด “ไม่ต้องเจ้าค่ะท่านพ่อ” ตูชานเฟิงลงจากม้าเดินเข้ามาคารวะพ่อตา เย่หวงซู่ผงกศีรษะคารวะตอบทั้งยังโค้งต่ำกว่าเขยสูงศักดิ์ “คำนับท่านอ๋อง” “หลายวันมานี้ท่านพ่อตาลำบากแล้ว” “มิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี ฝ่าบาททรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ไม่เพียงคืนตำแหน่งให้กระหม่อมเท่านั้นแต่ยังส่งคนไปเชิญเสด็จฮองเฮาและองค์รัชทายาทหวนคืนสู่วังหลวง ทรงพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น”

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๙ เวลาพักผ่อนหมดลงแล้ว

    ๑๙เวลาพักผ่อนหมดลงแล้วสถานการณ์ทางหมู่บ้านซ่งชู่กลับสู่สภาพปรกติ ชาวบ้านช่วยกันดับไฟส่วนที่เสียหายเตรียมซ่อมวันพรุ่งนี้ เรือนใครเสียหายมากนอนเรือนเพื่อนบ้านมือสังหารที่สิ้นชีพในหมู่บ้านถูกลากไปเผารวมกันอยู่ที่เนินเตี้ย ไม่ฝังเอาไว้ให้รกพื้นที่ทำกิน“ดีที่ดับไฟกันได้ทุกหลัง ดีที่สุดคือไม่มีใครเป็นอันใด มิเช่นนั้นพี่ได้รู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่”เย่เฉิงมี่เอ่ยในยามที่ฟังคำรายงานจากองครักษ์ทั้งหลายแล้ว ไม่ต้องรอการสอบสวนนางก็ทราบว่ามือสังหารพุ่งมาที่ใคร ที่ผ่านมาหมู่บ้านซ่งชู่สงบเงียบ นางเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าควรอยู่ที่นี่ต่อหรือไปจากที่นี่ คืนความสงบสุขให้กับทุกคน“พี่หญิง สีหน้าพี่หญิงดูไม่ดีเลยเจ้าค่ะ”“พี่แค่…รู้สึกผิดกับทุกคน หรือว่าพวกเราควรไปจากที่นี่ ยอมแพ้เสีย” ปลายเสียงเย่เฉิงมี่แผ่วเบาเพราะการที่นางเอ่ยคำนี้ออกมาไม่ต่างอันใดกับการตอบตกลงกลับเมืองหลวงแล้วรับตำแหน่งฮองเฮาอีกครั้ง“พี่หญิง…”เย่หยูเหวินไม่รู้ว่าตนจะปลอบพี่สาวอย่างไรนอกจากยื่นมือไปบีบมือบาง ให้กำลังใจกันและกันในยามยากลำบาก“พี่ไม่เป็นไร” เย่เฉิงมี่บีบมือน้องสาวตอบตูชานเฟิงเห็นเย่เฉิงมี่เริ่มให้ความสนใจรอบน

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๘ เมื่อไม่อยากให้กลับยิ่งต้องกลับไปให้ได้

    ๑๘เมื่อไม่อยากให้กลับยิ่งต้องกลับไปให้ได้เมื่อเปิดตัวแล้วว่าเป็นคู่สามีภรรยาทั่วไปมิใช่มีพื้นที่ระหว่างกัน ทะเลาะกันมากกว่าปราศรัย คืนนี้ตูชานเฟิงก็ย้ายมานอนกับเย่หยูเหวินที่เรือนหลังน้อย “ท่านอ๋อง คืนนี้ห้ามยุ่งกับหม่อมฉันนะเพคะ”ตูชานเฟิงชะงักในตอนที่กำลังเอนกายลงนอนข้างพระชายา จากที่ตอนแรกจะเข้านอนได้เปลี่ยนมานั่งกอดอกมองหน้านาง“เห็นเปิ่นหวางเป็นบุรุษมักมากในกามหรือ สามีภรรยานอนคุยกันไม่ได้เลย” ปลายเสียงสูง“ก็…เพคะ! ในใจหม่อมฉันท่านอ๋องเป็นคนเช่นนั้น อีกอย่างเมื่อช่วงเย็นท่านอ๋องก็เพิ่งตรัสว่าหากหม่อมฉันปรนนิบัติได้ถึงใจจะไม่รับชายารอง”เมื่อหาคำแก้ตัวไม่ได้และอยากทราบความจริง เย่หยูเหวินจึงเปลี่ยนใจถามสวามีตามตรง จิตใจจะได้ไม่ฟุ้งซ่านเพราะคิดไปเอง “คืนนี้ไม่แล้ว แคร่ไม้ไผ่ไม่แข็งแรงพอรองรับพละกำลังของเปิ่นหวาง” …!!!“หน้าแดงอีกแล้ว เผลอคิดไปเองอีกแล้วหรือ”ใบหน้าที่ฉายความล้อเลียนของเขาทำหญิงสาวอายยิ่งกว่าโดนจับได้เรื่องที่คิดไปเอง ทำหน้าตัดพ้อเขาแล้วนอนหันหลังให้ทันที “ราตรีสวัสดิ์เพคะ…อะ!”เย่หยูเหวินร่างแข็งทื่อเมื่อโดนสวมกอดจากด้านหลัง แผ่นหลังแนบชิดแผ่นอก ลมหายใจอุ่นร

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๗ มิอาจอยู่เล่นที่นี่ได้อีกแล้ว

    ๑๗มิอาจอยู่เล่นที่นี่ได้อีกแล้ว“เปิ่นหวางจะปลูกผักไปทำไมในเมื่อหลานรักปลูกอยู่แล้ว ทำต่อไป เจ้าทำได้…สู้!”สองน้าหลานมองท่าให้กำลังใจจอมปลอมนี้ด้วยสีหน้าปั้นยาก ตูชานเฟิงเห็นสีหน้าเช่นนี้พลันกอดอกถามอย่างเอาเรื่อง (ที่ไม่จริงจังมากนัก)“มองเปิ่นหวางเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”“เสด็จอาดูแปลกไปพ่ะย่ะค่ะ”คำพูดนี้ไม่เพียงทำให้ตูชานเฟิงร้อนตัวเท่านั้น เย่หยูเหวินที่ร้อนตัวไปเช่นกันตั้งคำถามพร้อมสวามี“แปลกไปอย่างไร/แปลกหรือ” เย่หยูเหวินตูชานเฟิงตูชานหลินกอดอกหรี่ตามองทั้งคู่“ตอนแรกข้าก็คิดว่าแปลกอยู่นิดหน่อย แต่พอท่านทั้งสองถามพร้อมกันเช่นนี้ยิ่งดูแปลกขึ้นไปใหญ่ หรือว่าไปแอบทำอันใดมิถูกมิควร”“จะ เจ้าคิดมากแล้ว เราอภิเษกกันอย่างถูกต้องตามประเพณี หนังสือสมรสก็ลงนามแล้ว จะใช้คำว่าแอบได้อย่างไร” เย่หยูเหวินหัวเราะกลบเกลื่อนไม่ดูหน้าสวามีที่ถึงกับตาโต เพราะคำพูดเมื่อครู่ได้เผยความจริงทั้งหมดแล้ว“อ้อ ที่แท้ก็แอบทำเรื่องนี้กันนั่นเอง แท้จริงแล้วท่านน้ากับเสด็จอายังไม่ผ่านการเข้าห้องหอกันใช่หรือไม่ ช่วงนี้เสด็จอามาวอแวกับท่านน้าเพราะหลงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว หรืออาจจะเป็นวันเช็ดตัว หรืออา

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๔ ทำสวนได้ค่าแรงเท่านี้ แต่ถ้า…

    ๑๔ทำสวนได้ค่าแรงเท่านี้ แต่ถ้า…“วันนี้หม่อมฉันเหนื่อยแล้ว ไม่มีแรงต่อล้อต่อเถียงกับท่านอ๋องแล้วเพคะ อยากนอน”“เปิ่นหวางหูฝาดไปกระมัง เจ้าไม่ได้พูดว่าอยากทานข้าว” ตูชานเฟิงเย้าหยอกทั้งที่อ่านสีหน้าหญิงสาวได้ แต่เมื่อนางไม่เล่นด้วย สีหน้าเหนื่อยล้าแววตาไม่สดใส เขาก็เลิกแกล้งนางแล้วเดินเข้าไปยื่นยาใ

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๓  หากไม่กลัวเป็นผีเฝ้าน้ำบ่อ

    ๑๓ หากไม่กลัวเป็นผีเฝ้าน้ำบ่อเย่หยูเหวินได้อาจารย์ด้านการปลูกผักมาแล้ว นางเดินไปขอความช่วยเหลือชาวบ้านหลังที่มีแปลงปลูกผัก ถามหญิงวัยกลางคนว่าสะดวกถ่ายทอดวิชาปลูกผักให้หรือไม่ อยากได้ค่าตอบแทนเท่าไรเสนอได้เลยเจิ้งเยี่ยนเต็มใจถ่ายทอดความรู้ให้ไม่คิดเงิน เย่หยูเหวินย่อกายลงคารวะ ฝากตัวเป็นศิษย์ในท

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๒ ข้าเคยใช้แรงงานเจ้าหรือ…หา!

    ๑๒ข้าเคยใช้แรงงานเจ้าหรือ…หา!เย่หยูเหวินทราบว่าเมื่อคืนสวามีค้างที่หมู่บ้านซ่งชู่ นางจึงแอบเขามาที่ไร่องุ่นที่เห็นเมื่อวานเพื่อมาสมัครเป็นคนงานถางหญ้า“สมัครงาน!”“เจ้าค่ะ สมัครงาน เมื่อวานข้าผ่านทางนี้เห็นทำงานกันอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเลยจะมาสมัครเป็นคนงานเจ้าค่ะ”เจ้าของไร่องุ่นชายวัยกลางคนเ

  • ข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า   ๑๑ สงสารคนอื่นไม่สงสารตัวเองหรือ

    ๑๑สงสารคนอื่นไม่สงสารตัวเองหรือ“ท่านอะ…คุณชาย! มาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ”เย่หยูเหวินไม่อยากให้ใครทราบว่าชายหนุ่มคืออ๋องประจำแคว้น รีบเปลี่ยนคำเรียกจากอ๋องเป็นคุณชายทันที“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้มิใช่การตอบคำถามของเจ้า แต่เป็นเอาเลือดหัวเจ้าบ้าปากเสียนี่”ตูชานเฟิงทำท่าจะขว้างหินเล็งที่ตำแหน่งศ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status