LOGIN“เหยาเหยา คนพวกนั้นใจดีให้เจ้าออกไปหาอาภรณ์กับเสบียงหรือ”
เสียงมารดาซักถามทันทีเมื่อเห็นบุตรสาวก้าวเข้ามาในรถม้าด้วยอาภรณ์ที่เหมาะสมกับการเดินทาง อีกทั้งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของอาหารในตะกร้าที่บุตรสาวถือเข้ามา กำลังส่งกลิ่นหอมชวนน่ารับประทาน
“เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านพ่อมีความดีมากกว่าความผิด ที่พวกเราถูกเนรเทศเพราะฝ่าบาทจำเป็นต้องทำตามกฎ มีหลักฐานแน่ชัดว่าท่านพ่อลงนามให้คนในสำนักคุ้มภัยตระกูลถังให้ความช่วยเหลือเจิ้นอ๋อง”
เจิ้นอ๋องที่ถังเย่วเหยากล่าวถึง คือโจวเจิ้นหนานอ๋องพระอนุชาต่างมารดาของโจวเฉียนหลงฮ่องเต้
ซึ่งยามนี้เจิ้นอ๋องได้ถูกคุมขังอยู่ในคุกหลวง โทษฐานลอบทำร้ายองค์ชายใหญ่กับฮองเฮาขณะเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา
“หรือว่า…”
เม่ยเหลียนหรือถังฮูหยินพูดค้างไว้เท่านั้น เนื่องจากกำลังคาดเดาบางอย่างภายในใจ ใช่ว่าที่ผ่านมานางจะไม่รับรู้ แค่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
“คงเป็นอุบายในกลุ่มสหายของท่านพ่อนั่นแหละเจ้าค่ะ ทำอย่างไรได้เจ้าคะเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ท่านพ่อลงนามไปจริง ๆ พวกเราทำได้แค่ยอมรับและจากไปตามพระบัญชา”
หากไม่นับรวมการลักทรัพย์มาเกือบหมด ก็ถือว่านางยอมรับชะตากรรมนั่นแหละ
“แล้วพวกเราจะกินอยู่อย่างไร แม่ไม่มีเครื่องประดับติดกายสักชิ้นยกเว้นปิ่นหยกชิ้นเดียว แม่จะถอดให้เจ้านำไปขายเผื่อพักม้าที่เมืองถัดไปจะได้เตรียมเสบียงไว้เพิ่มอีกสักหน่อย”
ปิ่นหยกขาวสีนวลตาถูกยื่นมาตรงหน้าบุตรสาว ผมดกดำยาวสลวยไม่ต่างจากบุตรสาว ลื่นไหลคลอเคลียแผ่นหลังบอบบาง ถึงแม้จะอยู่ในวัยย่างเข้าอายุสี่สิบปี แต่เม่ยเหลียนยังคงงดงามไม่สร่างซา
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะท่านแม่ ข้ามีสมบัติติดกายเพียงพอที่จะดูแลพวกท่านให้กินอิ่มนอนหลับ ทำใจให้สบายนะเจ้าคะ ข้ารับรองว่าท่านพ่อท่านแม่กับอาห้าวจะมีจวนพักอาศัย และมีอาหารกินอิ่มอย่างแน่นอน”
อยากได้จวนใหญ่โตแค่ไหนแค่ท่านแม่บอกมา นางจะจัดการให้อย่างสมใจนึก ทรัพย์สินในแหวนมิติที่เพิ่งสร้างขึ้นเกรงว่าใช้ทั้งภพชาติก็ไม่หมด สหายของบิดาช่างร่ำรวยกันเสียจริง!
“ขอบใจเจ้ามากเหยาเหยา หากไม่มีเจ้าแม่กับพ่อและน้องชายของเจ้าคงได้อดตายกันจริง ๆ”
บุตรสาวของนางทั้งงดงามและมีวรยุทธ์ ในยามคับขันยังอุตส่าห์หยิบฉวยเครื่องประดับติดกายมาอย่างรวดเร็ว ผิดกับนางที่มัวแต่แตกตื่นตกใจหยิบจับได้เพียงอาภรณ์ห่อหุ้มกายเท่านั้น
“ท่านแม่เปลี่ยนอาภรณ์สักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ อาห้าวก็ด้วย ข้ากินอาหารรองท้องมาบ้างแล้ว ข้าจะไปดูบาดแผลให้ท่านพ่อก่อน พวกท่านเปลี่ยนชุดเสร็จก็รีบมากินให้อิ่ม จะได้นอนพักผ่อน”
“ขอบใจเจ้า ฮึก ฮึก แม่ช่างขี้ขลาด…”
ยังไม่ทันได้กล่าวจบเสียงเล็ก ๆ ของบุตรชายก็เอ่ยขัดบรรยากาศเศร้าหมองของมารดา
“ขอรับพี่ใหญ่ แต่ข้าหิวมาก”
“เปลี่ยนชุดก่อนค่อยมากิน พี่ใหญ่เอาข้าวเนื้อตุ๋นของโปรดอาห้าวมาด้วย”
“พี่ใหญ่เก่งที่หนึ่ง”
เด็กน้อยยิ้มกว้างกว่าเดิม ดวงตากลมโตคล้ายพี่สาวเป็นประกายระยิบระยับท่ามกลางแสงของตะเกียงไฟที่ถังเย่วเหยาถือติดมือมาด้วย
“หึ หึ”
เสียงหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู ถึงแม้จะเป็นระยะเวลาเพียงน้อยนิด แต่ถังเย่วเหยาสามารถเข้าใจเรื่องราวและสานต่อความรู้สึกเจ้าของร่างได้เป็นอย่างดี ยามนี้จึงรู้สึกเอ็นดูเจ้าหัวผักกาดแก้มกลมตรงหน้ายิ่งนัก
ในแหวนหยกประจำตระกูลที่เพิ่งลงอักขระให้กลายเป็นแหวนมิติขั้นสูง จึงเต็มไปด้วยของโปรดของเด็กชายทั้งอาหารคาวและขนมหวาน แน่นอนว่านางไปหาซื้อมาจากภัตตาคารนอกเมืองนั่นเอง
ถึงกระนั้นให้เรียกว่าซื้อคงไม่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เพราะนางไปหยิบอาหารที่เขาเตรียมออกขายให้ลูกค้าในร้านมาทั้งหมด โดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดให้รับรู้ แต่เพราะใจดีเป็นทุนเดิมจึงวางตำลึงไว้ให้ทางร้านถึงหนึ่งร้อยตำลึงทอง
ดวงตากลมโตจ้องมองบาดแผลของบิดาอย่างพินิจพิเคราะห์ กระดูกขาหัก เส้นเอ็นฉีกขาด สะโพกหลุดออกจากข้อต่อ เกรงว่ารักษาด้วยวิธีธรรมดาคงได้กลายเป็นคนพิการสมใจเหล่าสหายชั่ว
“ท่านพ่ออดทนไว้นะเจ้าคะ ข้าจะรักษาท่านเอง”
นางเห็นดวงตาของบิดากระเพื่อมไหวเล็กน้อย คล้ายกับต้องการลืมตาโดยเร็วจึงรู้ว่าบิดาเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่เพราะบาดเจ็บหนักจึงขยับตัวไม่ได้อย่างใจนึก
“เจ็บหน่อยแต่ท่านจะหายในเร็ววัน”
ยาลูกกลอนสีน้ำตาลซึ่งลงอักขระรักษาไว้ก่อนหน้า ถูกป้อนใส่ปากคนป่วยขณะยังคงนอนราบกับพื้นรถม้า มือเรียวลูบตรงหน้าอกบิดาเพื่อปล่อยลมปราณให้ยาลงท้องโดยไม่ติดคอเสียก่อน
“อ้าก!!!”
ต่อให้ขยับกายไม่ได้ แต่ถังเว่ยหานจำเป็นต้องเปล่งเสียงร้องเพื่อระบายความเจ็บปวด ไม่อย่างนั้นคงเสียสติอย่างแน่นอน
เขาเจ็บอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้กระทั่งตอนถูกโบยยังไม่รู้สึกเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เสียงร้องของความเจ็บทำให้สองแม่ลูกที่กำลังกินอาหารมื้อเย็น ต้องรีบลุกขึ้นมาดูด้วยความตกใจ
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านแม่ เป็นเพียงกระบวนการรักษาของโอสถทิพย์ที่ไต้ซือบนภูเขามอบให้ข้า”
อ้าง ๆ ไปก่อนอย่างไรท่านพ่อท่านแม่ก็เชื่อ เพราะนางมักจะเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวอยู่เรื่อย
เนื่องจากเป็นผู้ฝึกยุทธ์บิดาจึงยอมปล่อยผ่านให้ออกโบยบินโดยง่าย อีกทั้งถังเย่วเหยาคนเดิมไม่ได้มีท่าทีเย้ายวนดังเช่นในยามนี้ นางคนเดิมมักจะมีใบหน้าเฉยชาเป็นนิจ และชื่นชอบการแต่งกายด้วยอาภรณ์ของบุรุษเสียมากกว่า
ถึงแม้เสียงร้องของผู้บาดเจ็บจะดังมากเพียงไร แต่องครักษ์เสื้อแพรทั้งสี่คนกลับไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เลย เพราะถังเย่วเหยาลงอักขระปิดกั้นเสียงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
ผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา (10-15นาที) คนป่วยเริ่มรู้สึกเย็นสบายไปทั่วร่าง ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดบาดแผลดังเดิม และเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้าง
สองเดือนต่อจากนั้นตระกูลหานจากเมืองหลวง ได้ถูกท่านเจ้าเมืองเสวียนเนรเทศต่อไปยังเมืองป๋าย สามคนพ่อแม่ลูกไม่ได้ถูกผู้ใดกลั่นแกล้งทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่เกิดจากการกระทำโดยยั้งคิดหานเจาเจา ถูกตีตราให้เป็นนักโทษในเหมืองแร่ ต้องทำงานในเหมืองทุกวันยกเว้นนายจ้างให้หยุดพัก รับสภาพลูกจ้างเต็มตัวส่วนบิดามารดาของนางมีอาการเจ็บป่วย จึงได้พักผ่อนในความดูแลของเจ้าเมืองป๋ายไม่ต่างจากผู้ถูกเนรเทศคนอื่น ๆ เจ็บป่วยมีหมอดูแลไปตามสมควรสาเหตุที่ตระกูลหานถูกเนรเทศซ้ำซ้อน เพราะบุตรีคิดวางยาปลุกกำหนัดท่านเจ้าเมืองเสวียน!ท่านเจ้าเมืองผู้ถือเนื้อถือตัว ไม่ยอมความเด็ดขาดและไม่ยอมลดโทษใด ๆ ทั้งนั้นหานเจาเจามีโอกาสลงมือแต่กระทำไม่สำเร็จ เพราะท่านเจ้าเมืองระวังตัวดียิ่งกว่าผู้ใด หากว่าภรรยาดูแลเขาดีมากแล้ว เหล่าองครักษ์ย่อมดูแลดีไม่ต่างกันทุกครั้งที่ออกไปรับประทานอาหารนอกจวน ทั้งอาหาร น้ำดื่ม น้ำชา ล้วนถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไร้ช่องโหว่ให้คนร้ายในเงามืดเล่นงานห้าเดือนผ่านไป“แอ้ แอ้”เสียงร้องเรียกหามารดา ของทารกชายหญิงคู่แฝดวัยเพียงสามเดือนกว่า“หยูหยู หลงหลง อยู่กับท่านตาท่านยายก่อน บิดามารดาขอ
ในวันแต่งงานของคนทั้งคู่ ท่านเจ้าเมืองขี่ม้าศึกไปรับเกี้ยวเจ้าสาวด้วยตนเอง วันนั้นเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นหลายอย่าง แต่เป็นความวุ่นวายที่มีความสุขยิ่งนักเปาะ! แปะ! เปาะ! แปะ!เช้าวันนั้นได้เกิดเสียงแห่งสวรรค์ ตกลงกระทบหลังคาแต่ละจวนชาวเมืองเสวียนรีบออกมามุงดูเสียงนั้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น พวกเขาต่างภาวนาให้เกิดขึ้นจริง‘ใช่เสียงฝนแน่หรือ’‘พวกเจ้าหูฝาดไปหรือไม่’‘ข้ามั่นใจว่าใช่เสียงฝน เสียงนี้ข้าเคยได้ยินเมื่อยี่สิบปีก่อน’ท่ามกลางแสงแดดระอุกลับมีฝนตกลงมาอย่างหนัก พื้นดินซึ่งแต่เดิมแห้งแตกระแหงรีบดูดกลืนน้ำจืดลงดิน คล้ายกับหิวกระหายไม่ต่างจากมนุษย์ ชาวเมืองเสวียนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างออกมาวิ่งเล่นรับน้ำฝนกันอย่างมีความสุข โอ่งเก็บน้ำ ถังรองน้ำ หม้อ ไห จาน ถ้วย ของใช้ภายในครัว ถูกนำมารองน้ำฝนกันอย่างตื่นเต้นท่านเจ้าเมืองแย้มยิ้มเต็มใบหน้า หางตาของเขามีน้ำซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของบุรุษ ผู้ซึ่งแบกรับภาระหนักมานานหลายปี มีฮูหยินคนงามคอยเคียงข้างไม่ห่างกาย“พวกเราทำสำเร็จแล้วนะเจ้าคะ อีกไม่นานเมืองของเราคงกลับมาอุดมสมบูรณ์”นิ้วเรียวกรีดซับน้ำตาให้สามีอย่างเอ็นดู
ตู้ม! ตู้ม!เสียงระเบิดพลังปราณดังสนั่นบึงน้ำขนาดใหญ่ ทำให้เกิดรอยแยกใจกลางบึงกว้าง มนุษย์ผู้มีพลังปราณสีม่วงเข้ม กระโดดลงไปโดยไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้นกลิ่นอายมารดำใต้บึงใหญ่ ซึ่งยามนี้สายน้ำแยกออกกว้างจนมองเห็นโคลนตม ทำให้สองหนุ่มมองหน้ากันอย่างรู้งานทันใดนั้นลำแสงสีม่วงบริสุทธิ์ จึงเริ่มขุดค้นหาดวงจิตอันทรงพลัง ทว่ายามนี้กลับอ่อนแอยิ่งนัก น้ำเต้ากักมารถูกเปิดฝาอ้ารอคอยการกักเก็บ“อ้าก!!!!”เสียงร้องดังโหยหวนอย่างเจ็บปวด เกิดจากลำแสงสีม่วงเข้มบริสุทธิ์ตามตำราลับ กำลังเกี่ยวรัดกอบกุมกลุ่มควันสีดำสนิทตรงกลางกลุ่มควันก้อนนั้น มีดวงตาสีแดงคู่หนึ่งฝังอยู่ พวกเขาหลีกเลี่ยงการมองดวงตาคู่นั้นโดยตรง จะได้ไม่ถูกราชามารดำครอบงำโจวซีเฉินอ๋อง คือบุรุษผู้ตรงตามตำราปราบมารทุกประการ ทั้งชาติกำเนิดอันสูงส่ง พลังปราณสีม่วงเข้มบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของมารขาวอักขระ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันโดยไม่มีผู้ใดรู้ล่วงหน้ามาก่อน“ฟู่หย่งไต้ เตรียมรับให้ดี”“ส่งมาเลยท่านเจ้าเมือง”สองบุรุษทำงานเข้าคู่กันเป็นอย่างดี ถังเย่วเหยาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายนางชื่นชมบุรุษทั้งสองยิ่ง
คราแรกมังกรหนุ่มแปลกใจมาก เขาได้กลิ่นอายของผู้เป็นนายมาเยือนถึงที่ แต่กลับพบเพียงสตรีรูปโฉมงดงามอ้อนแอ้น ทว่าเมื่อนึกดูดี ๆ จึงจดจำได้ว่าท่านเทพบิดร มีบุตรีอายุน้อยเป็นมารขาวอักขระ“ข้ามาขอน้ำเต้ากักมาร ตำราลับ และน้ำตาของท่านไปรักษาคนตาบอด”ถังเย่วเหยาลอยตัวลงต่ำ แล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามังกรเจ้าของถ้ำ พร้อมทั้งรีบบอกความต้องการของตนบุรุษร่างกึ่งมังกรผู้นี้ คือสัตว์เทพของท่านเทพบิดร นางเพิ่งรู้เมื่อตอนเปิดดวงตาสวรรค์!มังกรตนนี้อยู่เฝ้าสมบัติในประตูมิติมานานหลายร้อยปี แทนที่จะอยู่ในห้วงจิตเทพเฉกเช่นสัตว์เทพตนอื่น ๆ เพราะเขาไม่ชอบใช้ชีวิตบนแดนสวรรค์ ชอบเฝ้าถ้ำและรอคอยกลั่นแกล้งมนุษย์แสนละโมบเทพบิดรผู้มีสัตว์เทพนับร้อยเลยไม่อยากขัดใจ ท่านเทพปล่อยให้มังกรขี้หวงเฝ้าของรักได้ตามใจชอบ“ท่านเทพบิดร รู้หรือไม่ว่าท่านลงมาแดนมนุษย์”“ท่านพ่อนั่นแหละส่งข้ามา เรียกว่าเนรเทศก็ไม่ต่าง”“น่าแปลก เพราะปกติท่านเทพบิดรไม่เคยมอบพลังให้บุตรยามส่งลงมาดัดนิสัย เอ่อ…ยามเนรเทศ เอ่อ…ส่งลงมาเรียนรู้แดนมนุษย์ ขออภัยที่ข้ากล่าวผิดไปบ้าง”เอ่ยว่ากล่าวผิดแต่กลับยิ้มตรงมุมปาก สตรีตรงหน้าช่างน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย“ท
เบื้องหน้าของกลุ่มนักเดินทางในยามนี้คือถ้ำขนาดใหญ่ ปากถ้ำเปิดกว้างสูงเด่นตระหง่าน มองเข้าไปข้างในรู้สึกได้ถึงรังสีอันตรายบางอย่าง ซึ่งลึกลับน่าหวั่นเกรงยิ่งกว่าผู้เฝ้าครองผลพิรุณ“ถ้ำแห่งนี้มีบางอย่างที่สำคัญ”ฟู่หย่งไต้ไม่ได้คิดไปเอง เพราะมีดสั้นสำหรับเปิดฝาน้ำเต้ากักมารกำลังสั่นไหวอยู่ใต้อาภรณ์“ในถ้ำนี้มีมังกร ถ้ำมังกรยังอยู่เช่นเดิมไม่ต่างจากวันวาน แต่รังสีอันตรายมากกว่าตอนนั้นยิ่งนัก”ถึงแม้จะจดจำเส้นทางไม่ได้ เพราะในประตูมิติปรับเปลี่ยนสภาพอากาศอยู่ตลอด แต่พอเห็นปากถ้ำลักษณะเปิดกว้างลึกถึงเพดาน โจวซีเฉินจึงจดจำได้ทันที“ผ่านมานานหลายปี มังกรตนนั้นอาจบรรลุพลังปราณขั้นสูงสุดแล้วเจ้าค่ะ”ถังเย่วเหยาออกความเห็นบ้าง ต่อให้รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย ทว่าจำเป็นต้องเดินหน้าให้สุดทางหลังจากผูกม้าในที่ลับตาคน ทั้งห้าชีวิตจึงก้าวเดินเข้าไปใกล้ปากถ้ำ ทุกคนคิดไม่ต่างกันคือเดินหน้าต่อไป จนกว่าจะมองเห็นแสงสว่างตรงปลายทางเมื่อเข้าใกล้อุโมงค์หินช่วงปากถ้ำ ไอหมอกประหลาดสีขาวหม่น ได้พ่นออกมาปกคลุมไปทั่วบริเวณ หมอกสีหม่นกลืนหายทุกชีวิตประดุจมัจจุราชไร้เงาทั้งห้าคนเลือนหายไปกับสายหมอก ทันใดนั้นปากถ
‘สหายข้าเองนามไป๋เซ่อ บอกนางไปว่าเสวียนจูขอผลพิรุณสักสี่ผล’‘บอกอย่างไร ในห้วงจิตหรือพูดออกเสียง’‘ใช้ปราณมารขาวของเจ้า เข้าไปพูดคุยกับนางในห้วงจิต’เมื่อรู้วิธีพูดคุยกับสัตว์อสูรซึ่งไม่ได้อยู่ในพันธะสัญญาของตน ถังเย่วเหยาจึงตะโกนบอกกล่าวให้เหล่าบุรุษรับรู้“พี่ซีเฉินอยู่กันนิ่ง ๆ ก่อนนะเจ้าคะ ข้าต้องการพูดคุยกับอสรพิษตนนี้”“ว่าอย่างไรนะ”โจวซีเฉินถามกลับอย่างไม่เชื่อหูตนเอง แต่เมื่อเห็นสายตาแน่วแน่เขาจึงเงียบรอฟัง“เชื่อใจข้าเถิดเจ้าค่ะ”“ทุกคนห้ามทำอะไรทั้งนั้น รอฟังคำสั่งอย่างเดียว”เสียงเข้มของท่านเจ้าเมือง ตะโกนสั่งการบุรุษอีกสามคน ต่อให้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เขาเลือกเชื่อนาง“เข้าใจแล้ว”ฟู่หย่งไต้ขานรับก่อนใคร เขาอยากรู้เช่นกันว่าถังเย่วเหยาจะเจรจาอย่างไรกับอสรพิษตัวนี้ในตำราของตระกูลฟู่ เขียนเอาไว้ว่าเคยมีผู้กระทำเช่นกัน ทว่าผู้นั้นไม่ใช่มนุษย์ถังเย่วเหยาปล่อยพลังปราณสีดำของมารขาวอักขระ ให้เข้าไปในห้วงจิตของอสรพิษตัวใหญ่ นางเรียนรู้วิธีนี้มาจากมารดาในแดนมารจึงกระทำได้โดยง่ายการกระทำนี้ไม่มีผู้ใดสัมผัสได้ถึงพลังปราณ มีเพียงสัตว์อสูรกึ่งเซียนตรงหน้า ซึ่งยามนี้รับรู้แล้วว







![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)