Share

ข้าจะหายป่วยจริงรึ

Penulis: l3oonm@
last update Tanggal publikasi: 2025-08-12 00:55:19

ตลอดทางที่เดินทางกลับหมู่บ้าน ป้าตู้พูดคุยเรื่องซื้อที่ดินเพิ่มกับเยี่ยนอิง ทั้งถามว่านางจะซ่อมแซมบ้านหรือไม่

“อิงเออร์ เจ้าคิดจะทำหรือไม่ หากเจ้าต้องการซื้อที่ดินหรือซ่อมแซมเรือน ข้าจะให้ลุงตู้ของเจ้าออกหน้าให้”

“ไม่เจ้าค่ะ ข้าคิดจะพาเซินเออร์ย้ายมาอยู่ในเมือง ต่อไปข้าจะให้เขาเข้าสำนักศึกษา หากยังอยู่ในหมู่บ้านคงเดินทางไปกลับไม่สะดวกนัก” นางสอบถามคนในเมืองแล้ว หากต้องการซื้อเรือนต้องไปติดต่อที่ใด

“สวรรค์ เจ้าออกไปอยู่สองคนกับน้องชายของเจ้าเช่นนั้นรึ” ป้าตู้ร้องออกมาด้วยความตกใจ

ทั้งสองที่เป็นเพียงเด็กน้อย จะออกมาอยู่ด้วยกันตามลำพังได้อย่างไร หากรั้งอยู่ภายในหมู่บ้านก็ยังมีนางและสามีคอยเป็นหูเป็นตาให้อยู่

“เจ้าค่ะ ข้าคิดจะทำการค้าด้วย เมื่อก่อนท่านพ่อสอนข้าเอาไว้ไม่น้อย ในเมื่อมีเงินแล้วก็อยากจะหาทางเพิ่มให้มีมากขึ้น มิใช่อยู่ใช้เงินที่ได้มาจนหมด ต่อไปไม่รู้ว่าจะยังโชคดีเช่นนี้อีกหรือไม่”

“เงินตั้งเยอะเพียงนั้น เจ้าใช้จนตายก็ยังไม่หมด” ป้าตู้ถลึงตามองเยี่ยนอิง เมื่อนางพูดว่าสักวันเงินที่มีอยู่จะหมดไป

“...” เยี่ยนอิงมิได้พูดสิ่งใด นางเพียงอมยิ้มมองป้าตู้

หากป้าตู้ได้รู้ว่าวันนี้เยี่ยนอิงจ่ายเงินออกไปเกือบสี่สิบตำลึงทอง ไม่รู้ว่านางจะทำหน้าเช่นไร หรือจะเป็นลมหรือไม่

“เอาเถิด ในเมื่อเจ้าคิดดีแล้ว ข้าก็ไม่ห้ามเจ้าสองพี่น้อง เพียงแต่หากขาดเหลือสิ่งใด เจ้าต้องบอกข้าไม่รู้ด้วยเล่า” นางมองเยี่ยนอิงกับซานเซินอย่างเป็นห่วง

ในเมื่อทุกคนย่อมมีชีวิตของตนเอง ทั้งสองพี่น้องอายุยังน้อย นางควรจะดีใจที่เยี่ยนอิงนางมีความคิดของนางเอง ทั้งยังคิดจะหาเงินมิใช่ต้องการใช้เงินเพียงอย่างเดียว

พอเกวียนวัวจอดลงที่หน้าเรือนของเยี่ยนอิง ชาวบ้านไม่น้อยเห็นลุงตู้กับป้าตู้ช่วยสองพี่น้องขนของเข้าเรือน ต่างก็เดินเข้ามาเอ่ยถามด้วยความสนใจ

“จงซื่อ เจ้าซื้อสิ่งใดกันมามากเช่นนี้ นี่เจ้าซื้อให้สองพี่น้องตระกูลฟู่ด้วยรึ” (แซ่เดิมของป้าตู้คือแซ่จง)

“ใช่แล้ว สามีข้าขึ้นเขาได้โชคมา ของเพียงเท่านี้จะนับเป็นอันใด” ป้าตู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสตรีปากร้ายในหมู่บ้าน นางจึงพูดออกมาได้ไม่ต้องสนใจผู้ใด ด้วยไม่ต้องการให้เรื่องที่เยี่ยนอิงพบเจอโสมถูกผู้อื่นรู้เข้า ให้ชาวบ้านมาสนใจเพียงตัวนางและสามีก็พอ

“สวรรค์ มีเรื่องดีเพียงนี้ เจ้ามิบอกให้ชาวบ้านรู้บ้างเล่า เหตุใดถึงได้เก็บความโชคดีไว้เพียงผู้ใด” เมื่อมีคนหนึ่งพูดขึ้น คนที่เหลือต่างก็เห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียงกัน

“โอวโยว ยามข้าเหนื่อยขึ้นเขาไปกับตาเฒ่า มีผู้ใดคิดจะไปช่วยข้าถือของหรือไม่ มาตอนนี้จะมาขอแบ่งความโชคดี พวกเจ้าไม่หน้าหนาไปหน่อยรึ” ป้าตู้เริ่มเท้าสะเอวตำหนิชาวบ้านที่กำลังต่อว่านาง

เยี่ยนอิงอดจะชื่นชมป้าตู้ไม่ได้ ไม่ว่ายุคสมัยใด คนที่เห็นผู้อื่นได้ดีกว่าไม่ได้ก็มีอยู่ให้เห็นตลอด เหนื่อยก็ไม่ได้เหนื่อยด้วยกัน แต่คิดจะมาขอแบ่ง ช่างหน้าไม่อายนัก

“อิงเออร์ เจ้าพาเซินเออร์เข้าเรือนไปก่อน น้องชายเจ้าเพิ่งจะดีขึ้น หากยังรั้งอยู่หน้าเรือน ประเดี๋ยวจะได้ล้มป่วยอีกครั้ง” ป้าตู้โบกมือไล่ให้เยี่ยนอิงเข้าเรือนไป นางส่งสายตาบอกว่า เรื่องเพียงเท่านี้นางสามารถจัดการได้

“เจ้าค่ะ” เยี่ยนอิงดันตัวน้องชายที่มองชาวบ้านหน้าเรือนอย่างสนใจ ให้เข้าไปภายในเรือน ก่อนจะปิดประตูลง ไม่รับรู้เรื่องราวด้านนอก

“เซินเออร์ เจ้ารู้หรือยังว่าเหตุใดข้าจึงอยากจะพาเจ้าออกไปอยู่ด้านนอก”

“ข้ารู้แล้วขอรับ ท่านพี่เบื่อชาวบ้านที่ชอบยุ่งวุ่นวายเรื่องของผู้อื่นใช่หรือไม่”

“เก่งมากน้องข้า ไปเข้าเรือนเถิด ข้าจะทำอาหารอร่อยให้เจ้ากิน” นางลูบหัวน้องชายอย่างพอใจ ก่อนจะกอดคอเขาเข้าไปในเรือน

เยี่ยนอิงพาซานเซินเข้าไปในห้องของเขา ก่อนจะนำเครื่องนอน เสื้อผ้าของซานเซินออกมาให้เขา

“พะ พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรขอรับ” ซานเซินตกใจจนถอยไปอยู่ที่มุมห้อง เมื่อเห็นเยี่ยนอิงนำของออกมาจากความว่างเปล่าได้

“พี่จะพาเจ้าไปที่หนึ่งก่อน แล้วจะบอกเรื่องราวทั้งหมด”

เสี่ยวไป๋ที่ถูกซานเซินวางลงบนเตียงกระโดดลงมาอยู่ตรงกลางระหว่างสองพี่น้อง เมื่อเยี่ยนอิงจับแขนของซานเซินไว้ ทั้งสามก็หายไปจากห้องทันที

“เฮ้ยยยยย” ซานเซินล้มไปนั่งกองอยู่กับพื้น เมื่อสถานที่ตรงหน้ามิใช่ห้องนอนของเขาอีกต่อไป

พอซานเซินหันไปมองที่เสี่ยวไป๋ ตัวเขาก็รีบคลานหนีด้วยความหวาดกลัว จนเยี่ยนอิงต้องดึงรั้งคอเสื้อของเขาเอาไว้แน่น

“สะ เสือ เสี่ยวไป๋เป็นเสือรึขอรับ” เขาชี้มือที่สั่นเทาไปทางเสี่ยวไป๋

“ใช่แล้ว เจ้าจะกลัวอันใด เมื่อครู่เจ้ายังกอดมันไม่ปล่อยเลย” เยี่ยนอิงขยี้ผมของน้องชายด้วยความมันเขี้ยว

“ก็ข้า...จะไปรู้รึขอรับ” ซานเซินก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย

“ที่นี่เป็นมิติของข้า ข้าได้มาโดยบังเอิญเมื่อครั้งเข้าไปหลบอยู่ในถ้ำ” เยี่ยนอิงยังเล่าเรื่องที่นางตกเขาจนได้รับบาดเจ็บให้ซานเซินฟัง

ทั้งเรื่องที่เหตุใดนางถึงไม่มีร่องรอยบาดแผลเลย ก็เป็นเพราะนางได้แช่น้ำในบ่อภายในถ้ำ ที่พาซานเซินเข้ามาครั้งนี้ก็อยากจะให้เขาได้แช่เช่นกัน

“ข้าจะหายดีจริงรึพี่หญิง” เขาเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยนอิงอย่างมีความหวัง

“จริง ต่อไปเจ้าจะได้ออกไปวิ่งเล่นกับสหายได้แล้ว” นางลูบหัวซานเซินอย่างเอ็นดู

“นายหญิง ข้าจะพานายน้อยไปแช่น้ำนะขอรับ ท่านเข้าไปรอในเรือนก่อนได้เลย” เสี่ยวไป๋ให้ซานเซินขึ้นนั่งบนหลังของมัน บ่อน้ำที่จะให้ซานเซินแช่ตัว อยู่ภายในป่า

“แล้วเซินเออร์จะทรมานเช่นข้าหรือไม่” นางเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล

น้องชายของนางเพียงสิบหนาวเท่านั้น เขาจะทนรับความเจ็บปวดเช่นที่นางผ่านมาได้หรือไม่

“ไม่ขอรับ ข้าเพียงให้นายน้อยแช่ตัวเพื่อรักษาโรคเรื้อรังเท่านั้น ตัวเขายังเล็กนัก ยังไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก รออีกสักสามปีก็ยังไม่สาย”

“เช่นนั้นฝากเจ้าด้วย ข้าจะไปทำอาหารรอ” นางคิดจะออกไปจากมิติก่อน อย่างไรเมื่อซานเซินแช่ตัวเสร็จเสี่ยวไป๋ก็สามารถพาเขาออกไปได้ทุกเมื่อ

“นายหญิง ท่านเอาเนื้อออกไปด้วยขอรับ ข้าอยากกินเนื้อย่าง” แม้เสี่ยวไป๋เป็นสัตว์เทพที่ไม่กินดื่มก็อยู่ได้ แต่เมื่อนึกถึงกลิ่นเนื้อย่างยามที่เกวียนวัวเคลื่อนผ่าน น้ำลายของมันก็เกือบจะไหลออกมา

“ได้ แต่ข้าไม่ได้ซื้อเนื้อไว้ เจ้าเก็บเอาไว้ที่ใด” เยี่ยนอิงมิได้ซื้อเนื้อมาด้วย นางจำได้ว่าเสี่ยวไป๋มีเก็บไว้ในช่องว่างของมัน

เสี่ยวไป๋โบกมือเพียงครั้งเดียว เนื้อสดก็มากองอยู่ตรงหน้าของเยี่ยนอิง และไม่ได้มีเพียงก้อนเดียวเช่นที่นางเห็นในครั้งแรก แต่มีมากมายหลายก้อนเลย

“เยอะนักเล่า” เยี่ยนอิงกับซานเซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ซานเซินเมื่อเห็นเนื้อก้อนใหญ่ตัวเขาก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากกิน

“สัตว์ป่าในมิติล้วนสิ้นอายุขัยอยู่ทุกวัน เพียงเท่านี้นับว่าไม่มากแล้ว หากนายหญิงท่านต้องการเนื้อมากเพียงใด ท่านก็สามารถเรียกออกไปได้ทุกเวลาขอรับ” เสี่ยวไป๋กล่าวจบก็ย่อตัวลงเพื่อให้ซานเซินขึ้นไปอยู่บนหลังของมันได้ง่าย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   ภรรยาตัวน้อยของข้า

    หลิวเลี่ยงเฟิ่งเชยคางของฟู่จูอิ๋งขึ้น ก่อนจะประทับจุมพิตไว้แน่น จุมพิตครั้งนี้ของเขา ราวกับอยากจะเผยความรู้สึกทั้งหมดที่เขามีเอาไว้ให้นางได้รู้ ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียนางไปอีกครั้ง ความคิดถึงทั้งหมดของภพที่แล้วที่มี อยู่ในจุมพิตที่เขาบรรจงมอบให้นาง“แล้วท่านเข้ามาได้อย่างไร มิใช่ว่าท่านพ่อเพิ่มองครักษ์แล้วรึ” นางเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างสงสัย“ข้าย่อมมีหนทาง นอนพักเถิด ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า”“หากมีคนมาเห็นเล่า”“ข้าจะออกไปก่อนฟ้าสว่าง อาม่านให้ข้าได้นอนพักหน่อยเถิด ข้ามิได้นอนดีๆ มาหลายวันแล้ว” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก ก่อนจะดึงตัวนางเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่นพอเห็นคนในอ้อมแขนหลับไปแล้ว หลิวเลี่ยงเฟิ่งได้แต่นอนมองนางอย่างเป็นสุข เมื่อชาติก่อน แม้แต่หลับฝันยังไม่กล้าจะคิด เขาต้องขอบคุณสวรรค์เพียงใด ที่ยอมให้เขาได้กลับมาก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นผ่านเรื่องร้ายมาได้สองเดือน จวนตระกูลฟู่และตระกูลหลิวก็มีงานมงคลเกิดขึ้นผู้ตรวจการหลิวอยู่ในชุดมงคลนั่งบนหลังม้าสง่ามารับเจ้าสาวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ภาพความทรงจำตอนที่ไปรับสวีอวี้หรันเข้าจวน ตัวเขาเองก็แทบจะจำไม่ได้แล้ว และไม่คิดจะจำอีกด้วยตอนกราบลาบิด

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   ไม่มีวันเกิดขึ้น

    หลิวเลี่ยงเฟิ่ง มิกล้าพูดออกมา ว่าเป็นเพราะตัวเขา ตระกูลสวีคงต้องการให้สวีอวี้หรันแต่งเข้าตระกูลหมาน ผู้ใดเล่าจะไม่ต้องการบุตรเขยที่เป็นถึงผู้ตรวจการนครหลวงไปเสริมบารมีให้จวนตนเอง“อีกหนึ่งชั่วยาม ท่านไปรอที่ว่าการได้เลยขอรับ ข้าน้อยคงต้องออกไปช่วยตามหาคุณหนูสวีอีกแรง อาชวี่เจ้าไปกับข้า”“เหตุใดข้าต้องไปด้วยเล่า” ฟู่ชวี่ไม่เข้าใจ เขามีเหตุผลอะไรถึงต้องไปช่วยตามคนที่คิดร้ายกับน้องสาวของเขาด้วย“ประเดี๋ยวเจ้าจะได้รู้เอง”นายท่านฟู่ยังไม่ทันถามเลยว่า แล้วเหตุใดสวีอวี้หรันนางถึงได้ถูกลักพาตัวไปแทนบุตรสาวของตนได้ หลิวเลี่ยงเฟิ่งก็พาฟู่ชวี่เดินออกจากห้องโถงไปเสียแล้ว“เจ้าจะพาข้าไปที่ใด” ฟู่ชวี่เอ่ยถามออกมาเมื่อทางที่หลิวเลี่ยงเฟิ่งพาเดินมา เป็นป่าที่อยู่ด้านหลังทิศตะวันตก มิใช่เส้นทางที่จะออกนอกเมือง เช่นนี้แล้วจะเรียกว่าออกมาตามหาคนได้อย่างไร ด้วยคนร้ายก็คงไม่โง่จับตัวคนมาซ่อนเอาไว้ใกล้หูใกล้ตาเช่นนี้แน่“ข้าสั่งให้คนจับตัวคุณหนูสวีนางมาซ่อนเอาไว้ ข้าอยากให้นางได้รับรู้ว่าหากอาม่านนางถูกจับตัวไป นางจะต้องหวาดกลัวมากเพียงใด” ฟู่ชวี่เข้าใจสหายของตนได้ทันทีเพียงเดินเข้าไปในป่าไม่ได้ไกลมากน

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   จับตาดูนางเอาไว้

    ครั้งนี้เขารุนแรงกับนางไปหน่อย ด้วยโมโหที่คิดว่านางจะต้องไปเป็นสตรีของผู้อื่นเช่นชาติที่แล้ว หน้าของอู๋หยวนก็ไม่เคยได้พบเห็น แต่รู้สึกหึงหวงอย่างบอกไม่ถูกรถม้าของฟู่จูอิ๋งเคลื่อนตัวได้ช้า ทำให้หลิวเลี่ยงเฟิ่งได้ลงโทษนางจนพอใจ“บวมหมดแล้ว” หลิวเลี่ยงเฟิ่งมองริมฝีปากบางที่บวมเจ่ออย่างสงสาร“ก็ท่านมิใช่รึ ที่ทำข้า” ฟู่จูอิ๋งต้องใช้ผ้าปิดหน้าที่นางเตรียมมาแต่ไม่คิดว่าจะใช้ ปิดบังสิ่งที่หลิวเลี่ยงเฟิ่งทำไว้หลิวเลี่ยงเฟิ่งลงจากรถม้าก่อนที่รถม้าจะมาหยุดลงที่หน้าโรงน้ำชา สถานที่ ที่ฟู่จูอิ๋งนัดพบกับสวีอวี้หรันพอหลิวเลี่ยงเฟิ่งเห็นสวีอวี้หรันมองมาทางตนอย่างหลงใหล เขาก็มองตอบนางอย่างรังเกียจโดยไม่ปิดบังเมื่อชาติที่แล้ว เขามิได้สังเกตการณ์กระทำของนาง พอมาตอนนี้จึงได้เข้าใจว่าทุกครั้งที่นางต้องการพบเจอเขา จะใช้ฟู่จูอิ๋งมาเป็นข้ออ้าง“คารวะพี่เฟิ่งเจ้าค่ะ”“เรียกข้าผู้ตรวจการหลิวเถิด หากผู้อื่นมาได้ยินจะเข้าใจผิดได้ คำเรียกขานนี้ ข้าให้อาม่านนางเรียกข้าได้เพียงผู้เดียว” ใบหน้าของสวีอวี้หรันซีดเผือดทันที ยิ่งสายตาของเขาที่มองนางอย่างโกรธแค้น หรือว่าจะรู้แผนการที่นางวางเอาไว้แล้ว“พี่เฟิ่ง ท่านพ

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   ตอนพิเศษ ฟู่จูอิ๋ง

    “คุณชาย คุณชายขอรับ หากตื่นสายกว่านี้ จะไม่ทันไปรับคุณหนูฟู่นะขอรับ”เสียงบ่าวร้องเรียกอยู่ที่หน้าห้อง พร้อมทั้งเสียงเคาะประตูระรัว ปลุกให้หลิวเลี่ยงเฟิ่ง ที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนที่นอนตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงเขามองไปรอบห้องอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่เป็นเรือนพักเก่า ที่เขาใช้อยู่ก่อนที่จะแต่งสวีอวี้หรันเข้ามาในจวนเขานั่งพิงหัวเตียงนวดขมับอย่างไม่เข้าใจ เขาจำได้ดีว่า ก่อนหน้านี้ตนเองยังนอนรอความตายอยู่บนเตียงอยู่เลยหลิวเพ่ยหมินผู้เป็นบุตรชาย ยังจับมือเขาไม่ห่าง และสัญญาเป็นมั่นเหมาะว่าจะฝังร่างของเขาใกล้สุสานตระกูลฟู่ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ความปรารถนาสุดท้ายที่จะได้พบเจอ ฟู่จูอิ๋งในภพชาติหน้าเป็นจริงหลิวเลี่ยงเฟิ่ง ยังจำคำพูดสุดท้ายที่เยี่ยนอิงนางมาพบเขาก่อนตายได้ดี“ผู้ตรวจการหลิว ภพหน้าที่ท่านปรารถนามีจริง ข้าหวังว่าท่านจะตามหาท่านแม่ข้าเจอ แต่ท่านคงไม่เชื่อ ว่าข้า...คือคนที่ข้ามภพมาจากภพอื่น”เยี่ยนอิงเพียงต้องการให้เขาเชื่อว่าชาติภพมีจริง หากแรงปรารถนาของเขาแข็งแกร่งมากพอ นางเชื่อว่าเขาจะต้องได้ย้อนกลับมาแก้ไขเรื่องราวในอดีตหลิวเลี่ยงเฟิ่ง ใช้สายตาที่พร่ามัว จ้องมองภาพของเยี่ยนอ

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   บทสรุป

    วันที่สามของการแต่งงาน เยี่ยนอิงกลับบ้านเดิม พร้อมข้าวของที่ตระกูลหมานจัดเตรียมเอาไว้ให้นางหลายคันรถม้า แม้จะบอกแล้วว่าที่จวนตระกูลฟู่มิได้ขาดแคลนสิ่งใด แต่ในเมื่อเป็นความตั้งใจของพ่อแม่สามี นางจึงมิอยากจะปฏิเสธให้เสียน้ำใจ“พวกเจ้า กลับมาค้างที่จวนหมานบ่อยๆ เล่า” ฮูหยินหมานเอ่ยออกมาอย่างอาลัยอาวรณ์แม้จะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ทั้งสองจะย้ายไปอยู่ที่จวนตระกูลฟู่ของเยี่ยนอิง จนกว่าจวนท่านแม่ทัพจะปรับปรุงเรียบร้อย“ได้เจ้าค่ะ ข้าอยู่ห่างไปเพียงสองตรอกเท่านั้น หากท่านแม่คิดถึงท่านพี่ ข้าจะให้คนมารับท่านไปพักด้วยกันสักหลายวันหน่อย”ฮูหยินหมานรู้ในความหมายของเยี่ยนอิง นางมิได้ชวนไปพักที่จวนตระกูลฟู่ แต่ชวนเข้าไปพักในมิติต่างหาก“ท่านพี่ ไปวันนี้เลยดีหรือไม่” ฮูหยินหมานหันไปเอ่ยถามสามี“อีกสองวันเถิด ข้าจะพาเจ้าไป” นายท่านหมานถอนหายใจออกมา กับความเอาแต่ใจของผู้เป็นภรรยาเยี่ยนอิงได้แต่อมยิ้มมองแม่สามีของนางงอนพ่อสามี ก่อนจะเอ่ยลากลับจวนตระกูลฟู่คนตระกูลฟู่ล้วนแต่ไม่มีผู้ใดไปทำงาน แม้แต่ซานเซินที่ไม่เคยทิ้งเรื่องการเรียนยังขอหยุดเพื่อรอรับพี่สาวอยู่ที่จวน“พี่หญิง!!!” เขาร้องเรียกอย่างยินดี พร

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   เจ้าเป็นภรรยาของข้าแล้ว

    สายตาของหมานจื้อจ้าน จ้องมองร่างงามที่เปลือยเปล่าตรงหน้าอย่างเหม่อลอย“จะมองอีกนานหรือไม่” เยี่ยนอิงกระดิกนิ้วอย่างเชื้อเชิญ“ไม่มองแล้ว” หมานจื้อจ้านรีบถอดเสื้อผ้าของเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะพุ่งตัวขึ้นไปอยู่บนเตียงเสียงใสของเยี่ยนอิงที่หัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางหวานที่เกิดจากความเสียวซ่านที่ได้รับเรียวลิ้นร้ายของหมานจื้อจ้านกวาดเลียไปทุกส่วนของร่างกายเยี่ยนอิง ราวกับมาจะประทับร่องรอยของเขาไว้บนเรือนร่างงามของนางนิ้วมือของเขาลูบไล้เรือนร่างของนางอย่างหื่นกระหาย เมื่อเล้าโลมนางจนอ่อนระทวยไปทั้งตัวแล้ว นิ้วร้ายของก็หยอกล้ออยู่ที่กลีบดอกไม้งามอย่างเชี่ยวชาญ“อ๊า....” เยี่ยนอิงเชิดหน้าขึ้น ยามที่หมานจื้อจ้านส่งนิ้วเข้าไปในช่องทางรักของนางลิ้นของเขาก็ตวัดดูดกลืนเนินเนื้องามอย่างที่เคยหมายเอาไว้อย่างอดยาก มือด้านล่างก็เร่งจังหวะให้นางได้เสร็จสมเร็วขึ้น ด้วยตัวเขาเองก็แทบจะทนไม่ไหวเสียแล้ว“ชะ ช้า หน่อย” เยี่ยนอิงกัดฟันแน่น เมื่อหมานจื้อจ้านกดลำทวนของเขาเข้ามาในช่องทางรักจนเกือบจะมิดลำทวนในคราเดียว“เจ็บหรือไม่” เขาจูบที่ขมับของนาง“มะ ไม่” เยี่ยนอิงไม่ได้มีความรู้สึกเจ

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   ข้าอยากรู้ประวัตินาง

    เยี่ยนอิงเดินกลับเข้าไปล้มตัวนอนในห้องของนาง นางนอนกลิ้งไปมาบนเตียงอย่างชอบใจ นานเพียงใดแล้วที่นางไม่ได้นอนเล่นเช่นนี้นับตั้งแต่รู้ตัวว่าต้องกลายเป็นผู้ฝึกตน ตัวนางก็แทบจะใช้เวลาทั้งหมด นั่งเดินลมปราณ ฝึกวรยุทธ์ ทั้งยังมีเรื่องของหอเหว่ยซินเข้ามาอีกพอรุ่งเช้า เยี่ยนอิงจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วก็อ

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   หรือว่าเจ้าเองก็สนใจนาง

    “ท่านแม่ทัพ ข้าว่า ข้าบอกท่านอย่างชัดเจนแล้ว หวังว่าท่านจะเข้าใจ อีกอย่างข้าไม่ได้มาบอกเพื่อขออนุญาตท่าน เพียงแค่บอกกล่าวไว้เท่านั้นเจ้าค่ะ ท่านหมอหลิวข้าขอตัวก่อน” เยี่ยนอิงก้มหัวลงให้ทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากป่าไปพร้อมกับเสี่ยวไป๋“เช่นนั้น ข้าจะไปส่ง” หมานจื้อจ้านเดินตามนางไป โดยไม่เอ่ยถา

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   ถ้ำถล่ม

    เสี่ยวไป๋ลุกขึ้นยืนจ้องมองอย่างนิ่งเงียบ เพื่อรอดูว่าหมานจื้อจ้านจะใช้วิธีใด เพื่อทำลายค่ายกล หลิวเพ่ยหมินที่อยู่ในกระโจมออกมายืนมองนิ่งเช่นคนอื่นเยี่ยนอิงเม้มปากแน่น เมื่อตัวถ้ำเริ่มจะสั่นราวกับว่าอีกไม่นานจะพังลงมา นางเอาแต่ครุ่นคิดว่าหากถ้ำพังลงมา ตัวนางจะใช้พลังปราณปกป้องตัวนางเอาไว้ หรือว่าปล

  • ข้าคือ เจ้าของหอเหว่ยซิน   เจ้าต้องรับผิดชอบตัวข้า

    เมื่อเดินไปถึงก็เห็นร่างที่เปลือยเปล่าของหมานจื้อจ้าน ตัวอยู่ภายในน้ำ แต่ศีรษะของเขานอนเงยอยู่กับโขดหินข้างบ่อน้ำเยี่ยนอิงเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ ก่อนจะตบไปที่หน้าของเขาเพื่อเรียกสติ“ท่านแม่ทัพ ท่านหลับไม่ได้ ตื่นเร็วเข้า” เมื่อตบเบาๆ แล้วยังไม่รู้สึกตัว เยี่ยนอิงจึงใช้กำลังเพิ่มขึ้น“ท่านแม่ทัพ ได้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status