Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 11 ถึงข้าจะร้ายก็ไม่ได้ง่ายนะ

Share

ตอนที่ 11 ถึงข้าจะร้ายก็ไม่ได้ง่ายนะ

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:14:45

ตอนที่ 11 ถึงข้าจะร้ายก็ไม่ได้ง่ายนะ

ห้องขังเหม็นชื้น ฟางแห้งที่ขึ้นรา กำแพงเย็นเฉียบ กำลังสั่นประสาทหญิงสาวจนแทบบ้า

ร่างขาวนวลเริ่มมีผื่นแดงจากตัวไร

ลิ้น เหลือบ คอระหงส์ หลังที่ตรงสง่า

ไม่อาจรั้งได้ ความรู้สึกอึดอัด ความหิวที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน

ทำให้นางเริ่มสั่น ไร้แรง

ความคิดสุดท้ายเริ่มมืดดับตอนใดมิอาจรู้ได้

เซี่ยหลัวเยี่ยนค่อยๆหมดแรงและล้มลงไปกับพื้น แน่นิ่ง

“พี่ซาง นางล้มฟุบไปแล้วทำยังไงดีขอรับ”เสียงผู้คุมหนุ่มตกใจ เลิ่กลัก

พี่ซางที่ถูกปลุกจากการหลับยาม

“ใครๆ เป็นอะไร”เขาร้องร่างดีดขึ้นจากเก้าอี้

 “หา อั้ยหยา จะให้นางตายไม่ได้นะ”

เห็นคนฟุบลงแล้ว

“ไปตามท่านหลิวจิ้งเหยียน”

คนหนึ่งวิ่งตัวปลิวไม่รอช้า

อีกคนรีบเอากุญแจไขประตู

“แม่นาง ๆ” ผู้คุมเขย่าร่างบางที่ไม่ไหวติง

ใจเขาเริ่มไม่ดี

“เจ้าฟื้นเถอะ ข้าแบกรับความผิดนี้ไม่ไหวหรอกนะ”

เขาแทบไม่อยากนึกว่า จะต้องโดนอะไรบ้างหาก องค์รัชทายาททรงรู้เรื่องนี้

ไม่นานหลิวจิ้งเหยียนรีบรุดมา อุ้มนางออกไป

ลมหายใจแผ่ว ใบหน้าซีดเซียว ยังคงหลับตานิ่ง

องค์รัชทายาทยืนมองสายตาอ่านยาก

“สาดน้ำ”

สิ้นเสียงตรัสทุกคนมองพระองค์ราวลังเล

จนเมื่อดวงเนตรเย็นชาเหลือบมองมา

หลิวจิ้งเหยียนจึงโบกมือส่งสัญญาณ

ซ่า! น้ำจากถังใบใหญ่ถูกสาดไปบนร่างบาง

เซี่ยหลัวเยี่ยนราวกับฝันร้าย ขยับร่าง

หายใจเฮือกหนึ่งพร้อมลืมตาตื่น

กึ่งลุก ยันกายมองรอบข้างอย่างตกใจ

“อ๊า!”

เสียงร้องไร้เรี่ยวแรง

หากเมื่อสมองแจ่มชัด จึงเห็นผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า

“องค์รัชทายาท” นางเอ่ยเสียงเข้มแม้จะแผ่วเบา

น้ำที่เปียกชุ่มทั่วร่าง บนเสื้อผ้าที่สกปรกนั้น

กลับเผยส่วนเว้าโค้งชวนมอง อกสาวที่อวบอิ่ม ยามผ้าบางรัดรูปกาย

โม่จิ่งเหิง เหลือบเห็นสายตาหลายคู่จ้องมองนางอยู่

“พวกเจ้าออกไปให้หมด”เสียงนี้วางอำนาจเด็ดขาด

เมื่อทุกคนออกไปแล้ว

สายตาเย็นชามองร่างตรงหน้า

“เจ้าลุกไปอาบน้ำตรงนั้น”

เขาหันส่งสายตาไปยังฉากกัน

เซี่ยหลัวเยี่ยนมองตาม

หากเรี่ยวแรงนางยังไม่ฟื้นคืน

ครั้นก้มลงมองร่างตัวเองใบหน้า

พลันแดงเรื่อ

แหงนมองคนตรงหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“ทำไม จะให้ข้าอุ้มไปงั้นรึ”

แววตาดูแคลนมองนางอย่างรังเกียจ

“ไม่ต้อง หม่อมฉันไปเองได้”

ความโกรธเป็นแรงผลักดัน

ร่างบางพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล

เพียงไม่กี่วันนางผอมลงไปจนผิดตา

ผิวขาวนวลซีด ร่างบอบบางแต่

ส่วนเว้าโค้ง อกอวบอิ่มยังคงเด่นชัด

ผมยาวสลวยปล่อยละใบหน้างดงาม

ที่เปียกปอน กลับเพิ่มเสน่ห์ให้นาง

จนเขาเผลอมองไม่ละสายตา

จวบจนนางลับกายเข้าหลังฉากกั้น

เงาสะท้อนนั้น ราวกับภาพวาดมีชีวิต

ผมสยาย ผ้าที่ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้น

ยามนางหันกายเพื่อลงอ่างน้ำ

เผยยอดถันชูชัน เอวคอดกิ่ว เรียวแขน

ปรากฎเป็นเงาสะท้อนชวนมอง

โม่จิ่งเหิงค่อยๆเดินเข้าหาเงา ราวต้องคำสาป

ชายหนุ่มเดินจนมาหยุดด้านหลังนาง

เซี่ยหลิงเยี่ยนกำลังหลับตาผ่อนคลาย

ก่อนจะสะดุ้งจากมือสองข้างที่เกาะกุมยอดถันอวบอิ่ม

“อ๊า! ท่าน..”เสียงตื่นตระหนก

แต่ไม่อาจขยับได้ แรงจากมือทั้งสองข้าง กดคลึงแน่นแนบกายนางไว้กับอ่างน้ำ

“ไม่นะ ท่านตะทำอะไร ปล่อยหม่อมฉัน”หญิงสาวพยายามดิ้นรนสุดกำลัง

ไหนเลยจะสู้แรงชาย

องค์รัชทายาทไม่พูดสิ่งใด

แต่เขากระทำ

จมูกโด่งคมกดลงลำคอ ละเรื่อยถึงข้างแก้ม

สองมือเคล้าคลึงถันแน่น ปลายนิ้วทั้งสองข้าง เขี่ยยอดถันที่แข็งสู้มือ

“อ๊า อึก อย่า” แต่ละคำหลุดออกมาอย่างยากลำบาก

อารมณ์รันจวน แผ่ซ่านจนนางต้องกัดฟันฝืน

“เจ้าพร้อมแล้ว ข้ารู้”เสียงแหบพร่ากระซิบข้างแก้ม

มือขวาเลื่อนผ่านผิวกายหน้าท้องแบนราบ ล้วงเข้าไปกึ่งกลางกายสาว

เซี่ยหลัวเยี่ยนสะดุ้งเฮือก บิดกายตามสัญชาตญาณ

นิ้วกลางถูกล้วงเข้าไป แต่มันคับแน่น

“หึ ๆ ไม่อยากจะเชื่อ”เสียงเย็นชาเอ่ยขำ

นางรู้สึกถึงศักดิ์ศรีถูกฉีกทึ้งตรงหน้า

ความอับอายจนยากจะรับ

“องค์รัชทายาทปล่อยหม่อมฉัน”

แม้นางอยากอ้อนวอน แต่เสียงกลับแข็งกร้าว

นิ้วมือถูกเลื่อนขึ้นมาอีกนิดวนเล่นตรงจุดเสียว

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นด้วยความพึงพอใจ

เมื่อเขารู้ว่าเหยื่อยังบริสุทธิ์

ครานี้นางสติแทบหลุดลอยความเสียวซ่านแผ่ไปทั่วร่าง

กายบางอ่อน หายใจหอบกระเส่า

กับสัมผัสที่ไม่เคยได้ลิ้มรส

ไม่ว่าชาติที่แล้วหรือชาตินี้นางก็ยัง

บริสุทธิ์ ไร้เดียงสา

พลันร่างนางก็หลุดพ้นพันธนาการ

หญิงสาวหวังจะใช้จังหวะนี้ลุกขึ้นหนี

มือหนากลับจับศีรษะนางไว้มั่น

เขาเข้ามายืนตรงหน้านาง

ยังไม่ตั้งสติ

มือหนาบีบคางนางจนอ้าออก

สวบ!

“อื้อ อึก อึก อื้อ”เป็นเสียงที่ไม่ได้ศัพท์

เพราะถูกท่อนเนื้อยัดเข้ามาจนเกือบมิด

เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามดิ้นรนเพื่อจะถอนปากออก

“อ๊า ซี้ด อ๊า” โม่จิ่งเหิงครางพอใจ

กายแกร่งขยับเบาๆ แต่เน้นเป็นจังหวะ

ลิ้นที่พยายามดุนดันอย่างไม่ประสา

กลับเพิ่มความสุขหฤหรรษ์

สายตาเย็นชาก้มมองเรียวปากบาง

ที่ไหลเยิ้ม ท่าทีดิ้นรนขัดขืนนั้น

ยิ่งเพิ่มความหื่นกระหาย

“แค่ก แค่ก แค่ก อ๊า”

เซี่ยหลัวเยี่ยนมึนงง

ทั้งกับการกระทำที่ฉับพลัน

และอารมณ์ปั่นป่วนเสียวซ่านของตัวเอง

สองมือดันขาแน่นไว้

มองท่อนกายแกร่งอย่างขลาดกลัว

“องค์รัชทายาท หม่อมฉันไม่ยินยอม”

แม้หอบหายใจนางก็ต้องพูดให้เร็วที่สุด

ใบหน้าคมเข้มราวเทพสงคราม

เลิกคิ้วสนเท่

“เจ้ามีสิทธิเลือกด้วยหรือ”

เรียวปากยกยิ้มเพียงเสี้ยว

เขาเตรียมจับคางนางให้อ้าออกอีกครั้ง

หมายยัดเข้าไป

เซี่ยหลัวเยี่ยนปัดป้องพลันวัล

“ถ้าท่านทำอีกข้าจะกัดมันให้ขาด” นางแผดเสียงชิงช่วงเวลาที่จะได้พูด

กึก!

โม่จิ่งเหิงหยุดมือ

รอยยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาดุดันน่ากลัว

เซี่ยหลัวเยี่ยนกลั้นลมหายใจ

ในหัวคิดว่าชีวิตนางคงจบ

ในตอนนี้แล้ว

ชึ่บ! ซ่า!

ร่างบางถูกกระชากขึ้นจากน้ำ

ก่อนจะถูกรวบขึ้นบ่าอย่างไม่ใยดี

ปึก!

ร่างเปลือยเปล่าถูกโยนไปบนเตียงใหญ่

“อึก โอ๊ย” เสียงครางเจ็บปวดของนาง

ไม่ทำให้ สายตาเย็นชานั้นอ่อนลงสักนิด

หญิงสาวพยายามรวบรวมกำลังที่มีน้อยนิดกระเถิบกายหมายคิดหนี

“องค์รัชทายาท ข้านั้นสกปรก มอมแมม ดูสิผื่นคันขึ้นเต็มตัว

ท่าน ท่านอาจติดโรคได้นะเพคะ”

คำพูดยืดยาวเร่งเร้า เพียงเพื่อโน้มน้าว

หากดูไร้ผลกับคนตรงหน้า

ไม่แม้จะหยุดฟัง ไม่แม้จะเห็นใจ

มีเพียงสองมือใหญ่กดข้อมือบางไว้กับเตียง

จนไร้ทางสู้

ร่างสูงโปร่งหนาหนักกล้ามแน่น

โถมทับ บดเบียด ยิ่งนางดิ้นรน

ยิ่งปลุกเร้า

จมูกโด่งซุกไซร้หนักหน่วง

หยุดดูดดึงยอดถันอวบ

ย้ายปากวนรอบสองทั้งสองข้าง

ราวหิวโหย

เซี่ยหลัวเยี่ยนกัดฟันแน่น

ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราด

ท่อนกายร้อนเสียดสีช่องสวาท

ทำนางใจเต้นระทึก

ขัดแย้งกับความคิดที่พยายามจะหนี

การต่อสู้ระหว่างอารมณ์กับความคิด

ยังไม่ทันจบ

“อร้ายยยย เจ็บ ปล่อยน๊าาาา”

ท่อนกายแกร่งถูกยัดแทรกผ่านหนักหน่วง

ไม่มีคำว่าปรานี

นำอุ่นๆ กลิ่นคาวเลือดคลุ้ง

กลับทำให้เขาบ้าคลั่ง

โม่จิ่งเหิงขยับดันเข้าไม่ถนัด

เขารอจังหวะจนสุด ขยับเล็กน้อยสองสามที

“เจ้าสุดยอดจริงๆ”

คำชมมาพร้อมกับการเร่งเร็ว

เสียงครางกระเส่าราวนักล่า

เจอเหยื่อถูกใจ

ความเจ็บแสบแล่นปราดถึงหัวใจ

แต่ไม่นานนางกลับพบกับ

อีกอารมณ์ที่น่าตื่นเต้น

เสียวซ่าน โอนอ่อน ต้องการ

ชายหนุ่ม หื่นกระหายในกายสาว

สองมือบีบเคล้นอกอิ่ม กายขยับเนิบนาบสองขาเรียวงามพาดอยู่บนบ่าแกร่ง

สายตามองนางฉายแววหื่นกระหายพึงพอใจ

ตั่บ ตั่บ ตั่บ

จังหวะหนักแน่น ยัดเยียดท่อนยาวจนมิด

มือเรียวเล็กเกาะกุมกับมือหนาที่ยังบีบเน้น

ยามนี้นางปล่อยกายใจไปกับความสุขที่เขามอบให้

“องค์รัชทายาท อ๊า! อื้อ! แรงอีก อื้ม”

ใบหน้าสะบัดแหงนเงย

นางงดงามราวภาพวาดมีชีวิต

ที่เขาจับโยกได้จนหนำใจ

ความคับแน่นเบียดบังช่องสวาทที่ตอดรัดแน่นเป็นจังหวะนั่น

ทำโม่จิ่งเหิงสบถคำรามแหงนคอกระแทกเข้าไปเต็มแรงอีกสองสามที

ก่อนจะบดนิ่งค้างเกร็งตัวกระตุก

“อ๊าาาา”

ชายหนุ่มมองร่างระทวยที่ภายในยังตอดรัดกระตุก

รอยยิ้มหยันผุดพราย

เขายังมองอกอวบอิ่มขาวผ่อง

อย่างพึงพอใจ ก่อนจะก้มลง

ใช้ริมฝีปากกดงับขบเม้มดูดดุนเน้นๆ

หญิงสาวเสียวกระสันครางในลำคอ จับศีรษะชายหนุ่มให้ดูดดุนด้วยความพอใจ

ดวงเนตรทรงเสน่ห์อย่างผู้มีอำนาจทอดมองคางแหงนเงย ราวต้องการ

แต่เขาจะไม่ให้นางสมหวัง

“ร่านแล้วสินะ”

กึก! ร่างสาวชะงักค้าง

ราวฟื้นคืนสติ ผลักใบหน้าเขาออกห่าง

พยายามจะลุกให้พ้น แต่กายเขายังฝังนิ่งในกายนาง

เหมือนจะประจานให้อับอาย

ความลื่นไหล เป็นพยานได้ดีในความยินยอมพร้อมใจของกายทรยศ

“นั่นเพราะพนะองค์ขืนใจหม่อมฉัน”

ดวงตาสวยซึ้งแข็งกระด้างด้วยความโกรธและอับอาย

“อ้อ เช่นนั้น ข้าจะพิสูจน์อีกครั้ง”

สิ้นคำ ทุกสิ่งกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

“ไม่แล้ว หม่อมฉันยอมแล้ว”

เสียงนั้นหรือจะต้านทานพายุทมึฬได้

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status