แชร์

ตอนที่ 12 ขึ้นศาล

ผู้เขียน: ภาดา กัลป์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 20:15:09

ตอนที่ 12 ขึ้นศาล

เช้าวันใหม่ควันโพยพุ่งจากห้องครัว บ้านแต่ละหลัง ความสุขสงบจากเสียงเรียกรวมตัวกินข้าว

ก่อนออกไปทำไร่ไถนา

พ่อนำหน้า ลูกชายเดินตามหลัง

เด็กผู้หญิงถือกล่องข้าว ก้าวไล่หลังให้ทันคนข้างหน้า

แม่ยืนส่งหน้าประตูบ้าน

เป็นภาพธรรมดาสามัญ

แต่กลับทำให้อบอุ่นในใจ

ไหนเลยจะเทียบได้กับชีวิต การเมืองที่ซับซ้อน ซ่อนคมมีดภายใต้หน้ากาก

เปื้อนยิ้ม

เซี่ยหลัวเยี่ยนตื่นขึ้นมาด้วยอาการระบมทั้งกาย

เรี่ยวแรงราวถูกสูบกลืนวิญญาณ

บนเตียงใหญ่ไร้เงาร่างสูงโปร่ง

ข้างเตียงชุดสีขาวของนักโทษหญิง

สะอาด ถูกวางเตรียมไว้ให้นาง

นางมองชุดนั้นด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

ก้าวนับจากนี้ นางต้องสูญเสียบ้าน

บิดา และความสุขสบายในพริบตา

หญิงสาวตัดสินใจลุกไปชำระร่างกาย

สวมชุดนักโทษอีกครั้ง

ใบหน้าเรียบเฉย

‘มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

ข้าจะทวงมันกลับมาให้ยิ่งใหญ่

กว่าเดิม’

ภาพในกระจกเงาสะท้อนแววตาเรียบนิ่ง

เขาทำลายชีวิตและศักดิ์ศรีของนางจนสิ้น

เขาต้องชดใช้ให้นางทั้งชีวิต

รอยยิ้มเฉียบเย็น แววตาลุ่มลึก

จู่ๆภาพทรงจำเร่าร้อนผุดขึ้น

กระตุ้นกายสั่นเทิ้ม สัมผัสจากเขา

ยังวนเวียนจนปวดหนึบกึ่งกลางกาย

หน้าร้อนผ่าว แดงเรื่อ มือนางเลื่อนจับ

อกอวบคลึงเบาๆ

“อ๊า” หญิงสาวหลับตาลง

พยายามสะบัดความคิดทิ้ง

ใจเต้นรัว กับความหฤหรรษ์ที่เขามอบให้

“ข้าจะไม่มีวันยินยอม ท่านจะได้แค่เพียงกาย”

นางหันหลังเดินออกจากห้องไป

เพื่อก้าวเข้าสู่เกมอันโหดร้ายที่รออยู่

ห้องโถงภายในศาลเจ้าหน้าที่เข้าประจำตำแหน่ง

ชาวบ้านยืนรอด้านนอกเพื่อรอดูการตัดสิน

ครั้งนี้ผู้คนต่างมารอดูคดีใหญ่สะเทือนบ้านเมือง

เซี่ยหลัวเยี่ยนถูกพาไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าศาล

เซี่ยเทียนอวี้ นั่งคุกเข่าข้างๆกัน

เขามองบุตรสาวด้วยแววตาสงสาร

หากเซี่ยหลัวเยี่ยนมิเหลียวแลเขาแม้แต่น้อย

ใบหน้านิ่งเฉย แต่ภายในใจ รวดร้าวเจ็บปวด

“องค์รัชทายาทเสด็จ”เสียงขันทีประจำพระองค์ขานขึ้น

กายสาวกระตุก หายใจติดขัด

‘ทำไมต้องกลัวเขากัน’ใจนางร่ำร้องให้

ตัวเองสงบลง

เซี่ยหลัวเยี่ยนค้อมกายคำนับ ไม่มองเขา

โม่จิ่งเหิงเดินผ่านข้างลำตัวนางไปช้าๆ

ใบหน้าแฝงรอยยิ้มบาง

เข้าประทับยังแท่นด้านข้าง

หลิวจิ้งเหยียนนั่งบัลลังก์ศาล

“เริ่มการไต่สวน”เสียงทรงอำนาจของหลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเปิด

“ช้าก่อน”เสียงด้านหน้าประตูศาลดังขึ้น

ผู้ที่ฝูงชนแหวกทางให้ ก้าวออกมา

“อัครเสนาบดี พะย่ะค่ะ”ขันทีหนุ่มถวายรายงานเสียงแผ่ว

โม่จิ่งเหิงไม่หันไปเหลือบแล

ใบหน้าเรียบเฉย

‘เขามาเพื่อกำจัดสินะ’

และยิ่งไม่แปลกใจ

เมื่อเห็นเซี่ยอวี้เฉิงกับหลิวอวี้เหวิน

สองพ่อลูกเดินตามมาติด ๆ

“คำนับท่านอัครเสนาบดี ท่านกรมคลัง”หลิวจิ้งเหยียนลุกขึ้นคำนับ

อัครเสนาบดียกมือห้าม

“บัดนี้ท่านคือตัวแทนฝ่าบาท ไม่ต้องคำนับข้าหรอก”

ทั้งสามเข้านั่งประจำที่ มีเพียงหลิวอวี้เหวินยืนข้างบิดา

สายตาสองพ่อลูกที่มองคนคุกเข่าตรงหน้า มีแววสงสารเจียรอยรื้นแห่งน้ำตา

ชาวบ้านที่มุงดูต่างเอ่ยซุบซิบ

ชื่นชม

“เจ้าดูเถอะขนาดนางถูกกระทำต่างๆนานา ยังมีแก่ใจมาให้กำลังคุณหนูใหญ่อีก”

เสียงพูดนั้นเสียดแทงใจจน

เซี่ยหลัวเยี่ยนยกยิ้มหยันเยือกเย็น

อยากลุกไปกระชากนางแล้วตบ

ให้หนำใจนัก

นางเกลียดที่สุดก็ตอนนางแสดงบท

‘คนดีที่อ่อนแอ’

“เปิดศาล”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยอีกครั้ง

“คดีกบฏซ่องสุมกำลังทหาร

เพื่อประโยชน์ส่วนตน

เซี่ยอวี้เทียนเจ้าจะยอมรับหรือไม่”

ผู้ถูกกล่าวหาเงยหน้าขึ้น กายแกร่งตั้งตรง

อดไม่ได้ที่จะเหลือบมององค์รัชทายาทคราหนึ่ง

โม่จิ่งเหิงพระพักต์นิ่ง มองไปยังเบื้องหน้า

“ข้ายอมรับว่ามีการรับเกณฑ์ทหารมากขึ้นจริง แต่มิใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อปกป้องชายแดน”

เสียงชาวบ้านต่างพูดวิพากษ์วิจารณ์กัน

หลิวจิ้งเหยียนใบหน้าเข้ม

“เจ้ามิใช่เพื่อมอบให้บุตรสาว เซี่ยหลัวเยี่ยนตามคำขอหรอกหรือ”

เอ่ยจบเขาหยิบม้วนกระดาษเปิดออก

ให้ทุกคนเห็นข้อความข้างใน

“เซี่ยหลัวเยี่ยนเจ้ายอมรับหรือไม่”

เขาคาดคั้นเสียงเข้ม

หญิงสาวมองม้วนกระดาษตรงหน้า

มองสบตาเย้ยหยันให้หลิงจิ้งเหยียน

“นี่มันลายมือท่านพี่นี่เจ้าคะ”

ก่อนที่เซี่ยหลัวเยี่ยนจะเอ่ยสิ่งใด

เสียงอ่อนใสดังขึ้นราวกับไร้เดียงสา

สีหน้าแววตาตื่นตกใจ พลันส่งสายตา

สงสารมองไปยังเซี่ยหลัวเยี่ยนและยังเอ่ย

“ท่านพ่อ นี่อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด ท่านช่วยท่านลุงกับพี่หญิงด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

คำอ้อนวอนน้ำเสียงเศร้าสร้อย

ใบหน้าปรากฎรอยน้ำตาคลอ ยิ่งส่งบท

‘นางเอกผู้แสนดี’

“ใครใช้ให้เจ้าสอดคำ ถ้ายังก่อกวนศาลอีกข้าจะสั่งโบย”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเฉียบไม่ไว้หน้าใคร

เซี่ยอวี้เฉิงรีบดึงมือบุตรสาวตบหลังมือเบาๆ

เซี่ยหลัวเยี่ยนพ่นลมหายใจแรง กลอกตายกยิ้มหยัน

ทุกการกระทำของนางล้วนอยู่ใต้

ครรลองสายตาขององค์รัชทายาท

ถ้วยน้ำชาถูกยกขึ้นมาบดบังสายตา

องค์รัชทายาท

สายตาอ่านยาก

คนถูกมองยังรู้สึกอึดอัด แต่นางไม่กล้าเหลือบมองเขา

“ลายมือลอกเลียนกันได้ จดหมายนี้ข้าไม่ได้เขียน”เซี่ยหลัวเยี่ยนกล่าวเสียงแข็ง

“ข้าเองก็ยืนยัน ว่านี่ไม่ใช่หลัวเยี่ยนเขียน”เซี่ยอวี้เทียนกล่าวแก้ตัวแทน

“เจ้ามีสิ่งใดมายืนยัน”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยขัด

ผู้คุมคนหนึ่งเดินเข้ามาคำนับ

“เรียนท่านตุลาการ มีพยานขอเบิกตัวยืนยันขอรับ”

ทุกคนต่างสนใจ พยาน

“เบิกตัวเข้ามา”

ชายวัยฉกรรจ์แต่งกายด้วยชุดชาวบ้านธรรมดา

รูปร่างกำยำเคราครึ้ม

เข้ามาคำนับ

“เจ้ามีอะไรจะบอกว่ามา”ตุลาการหนุ่มกล่าว

“ข้าน้อย เซ้าซึง เป็นข้ารับใช้จวนสกุลเฉิง ข้าจะมาเป็นพยานเรื่องจดหมายขอรับ”

สิ้นคำบอก

อัครเสนาบดีดวงตาฉาบความเคลือบแคลงสงสัย หันมองสบตากับเซี่ยอวี้เฉิง

“เจ้าเล่ามา”หลิวจิ้งเหยียนกล่าวอนุญาต

“ตระกูลเฉิงรับบ่าวเข้ามาในเรือนผู้หนึ่ง เขานั้นไม่สุงสิงกับผู้ใด ยามค่ำคืนแอบลอบออกจากจวนไปหลายครั้ง”

ชายเคราครึ้มเล่าไม่ติดขัด ดวงตาแน่ว

แน่

“ข้าเคยติดตามไปคราหนึ่งมิคาดว่า เขาจะปีนกำแพงเข้าจวนท่านแม่ทัพเซี่ยขอรับ”

“เหตุใดเจ้าไม่รีบแจ้งเจ้านายหรือบอกกล่าวแม่ทัพ”หลิวจิ้งเหยียนกล่าวท้วง

ชายเคราครึ้มไม่มีทีท่าอึกอักเอ่ยตอบทันที

“เรียนท่านตุลาการ ข้านั้นได้แจ้งพ่อบ้านแล้ว แต่ยังไม่ทันได้จัดการ คืนหนึ่งเขาหายออกไปจากจวนแล้วไม่กลับมาอีกเลยขอรับ จนเมื่อนายท่านเฉิงทราบข่าวคดีท่านแม่ทัพ จึงให้ข้าน้อยมาเป็นพยาน”

เขากล่าวจบด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่เอ่ยเกินจำเป็น

อัครเสนาบดีฝืนยิ้มมุมปาก

“ข้าว่าเรื่องนี้ยังมีเงื่อนงำ ที่เจ้าเล่านี่จะหมายถึง เขาคนนั้นอาจเป็นผู้เขียนจดหมายเช่นนั้นรึ”

เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม

ปัง! หลิวจิ้งเหยียนกระแทกไม้บนโต๊ะจนเกิดเสียง

“ที่นี่คือศาล ขอท่านอัครอสนาบดีโปรดให้เกียตริด้วย ข้าจะทำการไต่สวนอย่างยุติธรรมแน่นอน”

หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเย็นเฉียบไม่เกรงกลัว

ชาวบ้านถึงกับสูดลมหายใจ

‘นั่นคืออัครเสนาบดีเชียวนะ’

‘ท่านตุลาการศาลช่างเที่ยงธรรมไม่เกรงกลัวอำนาจ’

คำพูดซุบซิบเอ่ยชื่นชม

อัครเสนาบดีถึงกับหน้าชา

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าธารกำนัล

เขาจำต้องวางท่าขรึมนิ่งลง

 ผู้อยู่ในศาลต่างคนต่างคิดในแง่มุมตนเอง

มีเพียงหลิวอวี้เฉิง นางแอบทอดสายตามององค์รัชทายาทอยู่เงียบๆ

พระเนตรทรงเสน่ห์ เรียวปากหยักคม

ใบหน้างดงามหล่อเหลา

พระขนงเข้มเรียงสวย

แววเนตรเย็นชา

ทำนางถึงกับใจเต้น

โม่จิ่งเหิงรับรู้ได้ถึงสายตาที่ลอบมองเขา

นางงามอยู่ แต่เป็นอ่อนหวาน บอบบาง

ไร้เสน่ห์ให้หลงใหล

ริมฝีปากยกยิ้มหยันเย็นชา

“ลายมือนี้ข้าจะทำการพิสูจน์ เลื่อนการพิจารณาออกไปอีกสองวัน”

หลิวจิ้งเหยียนปิดศาล

น้อมส่งทุกคน

อัครเสนาบดีเดินก้าวอาด ไม่เหลียวมองหลิวจิ้งเหยียน

เซี่ยอวี้เฉิงเดินเข้าหาเซี่ยเทียนอวี่

“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้าง”เขาเอ่ยถาม

“ข้าไม่เป็นไร เจ้าคงไม่ติดร่างแหในคดีนี้ด้วยกระมัง”เขาเอ่ยเสียงเย็น

การที่เขาเห็นอัครเสนาบดีกับน้องชายมาด้วยกันในวันนี้ ชัดเจนแล้ว

“เป็นพระเมตตาของฝ่าบาท ท่านอย่าได้ตำหนิข้าเลย”น้ำเสียงเซี่ยอวี้เฉิง มิได้อ่อนน้อมดั่งเคย

เซี่ยอวี้เทียนสายตาสงบ

“ในที่สุดข้าก็โล่งใจ ที่เห็นเจ้ากล้าเป็นตัวเองสักที หลังจากแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอมานาน ข้าขอเตือนเจ้าในฐานะพี่ชายที่หวังดี อย่าให้ไฟแผดเผาเรือนเจ้า เมื่อมีโอกาสรอดแล้ว จงอยู่ให้เป็น”คำพูดและแววตาจริงใจไม่ปิดบัง ที่ผ่านมาแม้เขาจะรู้ว่าน้องชายมักแกล้งที่จะยอมเขามาตลอด แต่เขาก็ไม่คิดจะเปิดโปง กลับยังแสดงความจริงใจให้เขาเห็น บิดาเดียวกัน ต่างมารดา จะอย่างไรก็สายเลือด

“เฮอะ! ตอนนี้ท่านห่วงตัวท่านเองก่อนเถอะ” เซี่ยอวี้เฉิงขึ้นเสียงดัง ไม่ออมท่าทีอีกแล้ว

เซี่ยอวี้เทียนถอนหายใจ สิ่งที่ควรเตือนก็เตือนแล้ว จากนี้ขึ้นอยู่ที่การกระทำของเขาแล้ว คิดพลางจึงหันหลังเดินจากไป

สายเลือดข้นกว่าน้ำ คำนี้ต้องเกิดจากครอบครัวที่มีคุณธรรม

แต่คงใช้ไม่ได้กับคนใจมืดบอดเช่นเขา

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status