Share

ตอนที่ 12 ขึ้นศาล

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:15:09

ตอนที่ 12 ขึ้นศาล

เช้าวันใหม่ควันโพยพุ่งจากห้องครัว บ้านแต่ละหลัง ความสุขสงบจากเสียงเรียกรวมตัวกินข้าว

ก่อนออกไปทำไร่ไถนา

พ่อนำหน้า ลูกชายเดินตามหลัง

เด็กผู้หญิงถือกล่องข้าว ก้าวไล่หลังให้ทันคนข้างหน้า

แม่ยืนส่งหน้าประตูบ้าน

เป็นภาพธรรมดาสามัญ

แต่กลับทำให้อบอุ่นในใจ

ไหนเลยจะเทียบได้กับชีวิต การเมืองที่ซับซ้อน ซ่อนคมมีดภายใต้หน้ากาก

เปื้อนยิ้ม

เซี่ยหลัวเยี่ยนตื่นขึ้นมาด้วยอาการระบมทั้งกาย

เรี่ยวแรงราวถูกสูบกลืนวิญญาณ

บนเตียงใหญ่ไร้เงาร่างสูงโปร่ง

ข้างเตียงชุดสีขาวของนักโทษหญิง

สะอาด ถูกวางเตรียมไว้ให้นาง

นางมองชุดนั้นด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

ก้าวนับจากนี้ นางต้องสูญเสียบ้าน

บิดา และความสุขสบายในพริบตา

หญิงสาวตัดสินใจลุกไปชำระร่างกาย

สวมชุดนักโทษอีกครั้ง

ใบหน้าเรียบเฉย

‘มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

ข้าจะทวงมันกลับมาให้ยิ่งใหญ่

กว่าเดิม’

ภาพในกระจกเงาสะท้อนแววตาเรียบนิ่ง

เขาทำลายชีวิตและศักดิ์ศรีของนางจนสิ้น

เขาต้องชดใช้ให้นางทั้งชีวิต

รอยยิ้มเฉียบเย็น แววตาลุ่มลึก

จู่ๆภาพทรงจำเร่าร้อนผุดขึ้น

กระตุ้นกายสั่นเทิ้ม สัมผัสจากเขา

ยังวนเวียนจนปวดหนึบกึ่งกลางกาย

หน้าร้อนผ่าว แดงเรื่อ มือนางเลื่อนจับ

อกอวบคลึงเบาๆ

“อ๊า” หญิงสาวหลับตาลง

พยายามสะบัดความคิดทิ้ง

ใจเต้นรัว กับความหฤหรรษ์ที่เขามอบให้

“ข้าจะไม่มีวันยินยอม ท่านจะได้แค่เพียงกาย”

นางหันหลังเดินออกจากห้องไป

เพื่อก้าวเข้าสู่เกมอันโหดร้ายที่รออยู่

ห้องโถงภายในศาลเจ้าหน้าที่เข้าประจำตำแหน่ง

ชาวบ้านยืนรอด้านนอกเพื่อรอดูการตัดสิน

ครั้งนี้ผู้คนต่างมารอดูคดีใหญ่สะเทือนบ้านเมือง

เซี่ยหลัวเยี่ยนถูกพาไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าศาล

เซี่ยเทียนอวี้ นั่งคุกเข่าข้างๆกัน

เขามองบุตรสาวด้วยแววตาสงสาร

หากเซี่ยหลัวเยี่ยนมิเหลียวแลเขาแม้แต่น้อย

ใบหน้านิ่งเฉย แต่ภายในใจ รวดร้าวเจ็บปวด

“องค์รัชทายาทเสด็จ”เสียงขันทีประจำพระองค์ขานขึ้น

กายสาวกระตุก หายใจติดขัด

‘ทำไมต้องกลัวเขากัน’ใจนางร่ำร้องให้

ตัวเองสงบลง

เซี่ยหลัวเยี่ยนค้อมกายคำนับ ไม่มองเขา

โม่จิ่งเหิงเดินผ่านข้างลำตัวนางไปช้าๆ

ใบหน้าแฝงรอยยิ้มบาง

เข้าประทับยังแท่นด้านข้าง

หลิวจิ้งเหยียนนั่งบัลลังก์ศาล

“เริ่มการไต่สวน”เสียงทรงอำนาจของหลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเปิด

“ช้าก่อน”เสียงด้านหน้าประตูศาลดังขึ้น

ผู้ที่ฝูงชนแหวกทางให้ ก้าวออกมา

“อัครเสนาบดี พะย่ะค่ะ”ขันทีหนุ่มถวายรายงานเสียงแผ่ว

โม่จิ่งเหิงไม่หันไปเหลือบแล

ใบหน้าเรียบเฉย

‘เขามาเพื่อกำจัดสินะ’

และยิ่งไม่แปลกใจ

เมื่อเห็นเซี่ยอวี้เฉิงกับหลิวอวี้เหวิน

สองพ่อลูกเดินตามมาติด ๆ

“คำนับท่านอัครเสนาบดี ท่านกรมคลัง”หลิวจิ้งเหยียนลุกขึ้นคำนับ

อัครเสนาบดียกมือห้าม

“บัดนี้ท่านคือตัวแทนฝ่าบาท ไม่ต้องคำนับข้าหรอก”

ทั้งสามเข้านั่งประจำที่ มีเพียงหลิวอวี้เหวินยืนข้างบิดา

สายตาสองพ่อลูกที่มองคนคุกเข่าตรงหน้า มีแววสงสารเจียรอยรื้นแห่งน้ำตา

ชาวบ้านที่มุงดูต่างเอ่ยซุบซิบ

ชื่นชม

“เจ้าดูเถอะขนาดนางถูกกระทำต่างๆนานา ยังมีแก่ใจมาให้กำลังคุณหนูใหญ่อีก”

เสียงพูดนั้นเสียดแทงใจจน

เซี่ยหลัวเยี่ยนยกยิ้มหยันเยือกเย็น

อยากลุกไปกระชากนางแล้วตบ

ให้หนำใจนัก

นางเกลียดที่สุดก็ตอนนางแสดงบท

‘คนดีที่อ่อนแอ’

“เปิดศาล”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยอีกครั้ง

“คดีกบฏซ่องสุมกำลังทหาร

เพื่อประโยชน์ส่วนตน

เซี่ยอวี้เทียนเจ้าจะยอมรับหรือไม่”

ผู้ถูกกล่าวหาเงยหน้าขึ้น กายแกร่งตั้งตรง

อดไม่ได้ที่จะเหลือบมององค์รัชทายาทคราหนึ่ง

โม่จิ่งเหิงพระพักต์นิ่ง มองไปยังเบื้องหน้า

“ข้ายอมรับว่ามีการรับเกณฑ์ทหารมากขึ้นจริง แต่มิใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อปกป้องชายแดน”

เสียงชาวบ้านต่างพูดวิพากษ์วิจารณ์กัน

หลิวจิ้งเหยียนใบหน้าเข้ม

“เจ้ามิใช่เพื่อมอบให้บุตรสาว เซี่ยหลัวเยี่ยนตามคำขอหรอกหรือ”

เอ่ยจบเขาหยิบม้วนกระดาษเปิดออก

ให้ทุกคนเห็นข้อความข้างใน

“เซี่ยหลัวเยี่ยนเจ้ายอมรับหรือไม่”

เขาคาดคั้นเสียงเข้ม

หญิงสาวมองม้วนกระดาษตรงหน้า

มองสบตาเย้ยหยันให้หลิงจิ้งเหยียน

“นี่มันลายมือท่านพี่นี่เจ้าคะ”

ก่อนที่เซี่ยหลัวเยี่ยนจะเอ่ยสิ่งใด

เสียงอ่อนใสดังขึ้นราวกับไร้เดียงสา

สีหน้าแววตาตื่นตกใจ พลันส่งสายตา

สงสารมองไปยังเซี่ยหลัวเยี่ยนและยังเอ่ย

“ท่านพ่อ นี่อาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด ท่านช่วยท่านลุงกับพี่หญิงด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

คำอ้อนวอนน้ำเสียงเศร้าสร้อย

ใบหน้าปรากฎรอยน้ำตาคลอ ยิ่งส่งบท

‘นางเอกผู้แสนดี’

“ใครใช้ให้เจ้าสอดคำ ถ้ายังก่อกวนศาลอีกข้าจะสั่งโบย”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเฉียบไม่ไว้หน้าใคร

เซี่ยอวี้เฉิงรีบดึงมือบุตรสาวตบหลังมือเบาๆ

เซี่ยหลัวเยี่ยนพ่นลมหายใจแรง กลอกตายกยิ้มหยัน

ทุกการกระทำของนางล้วนอยู่ใต้

ครรลองสายตาขององค์รัชทายาท

ถ้วยน้ำชาถูกยกขึ้นมาบดบังสายตา

องค์รัชทายาท

สายตาอ่านยาก

คนถูกมองยังรู้สึกอึดอัด แต่นางไม่กล้าเหลือบมองเขา

“ลายมือลอกเลียนกันได้ จดหมายนี้ข้าไม่ได้เขียน”เซี่ยหลัวเยี่ยนกล่าวเสียงแข็ง

“ข้าเองก็ยืนยัน ว่านี่ไม่ใช่หลัวเยี่ยนเขียน”เซี่ยอวี้เทียนกล่าวแก้ตัวแทน

“เจ้ามีสิ่งใดมายืนยัน”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยขัด

ผู้คุมคนหนึ่งเดินเข้ามาคำนับ

“เรียนท่านตุลาการ มีพยานขอเบิกตัวยืนยันขอรับ”

ทุกคนต่างสนใจ พยาน

“เบิกตัวเข้ามา”

ชายวัยฉกรรจ์แต่งกายด้วยชุดชาวบ้านธรรมดา

รูปร่างกำยำเคราครึ้ม

เข้ามาคำนับ

“เจ้ามีอะไรจะบอกว่ามา”ตุลาการหนุ่มกล่าว

“ข้าน้อย เซ้าซึง เป็นข้ารับใช้จวนสกุลเฉิง ข้าจะมาเป็นพยานเรื่องจดหมายขอรับ”

สิ้นคำบอก

อัครเสนาบดีดวงตาฉาบความเคลือบแคลงสงสัย หันมองสบตากับเซี่ยอวี้เฉิง

“เจ้าเล่ามา”หลิวจิ้งเหยียนกล่าวอนุญาต

“ตระกูลเฉิงรับบ่าวเข้ามาในเรือนผู้หนึ่ง เขานั้นไม่สุงสิงกับผู้ใด ยามค่ำคืนแอบลอบออกจากจวนไปหลายครั้ง”

ชายเคราครึ้มเล่าไม่ติดขัด ดวงตาแน่ว

แน่

“ข้าเคยติดตามไปคราหนึ่งมิคาดว่า เขาจะปีนกำแพงเข้าจวนท่านแม่ทัพเซี่ยขอรับ”

“เหตุใดเจ้าไม่รีบแจ้งเจ้านายหรือบอกกล่าวแม่ทัพ”หลิวจิ้งเหยียนกล่าวท้วง

ชายเคราครึ้มไม่มีทีท่าอึกอักเอ่ยตอบทันที

“เรียนท่านตุลาการ ข้านั้นได้แจ้งพ่อบ้านแล้ว แต่ยังไม่ทันได้จัดการ คืนหนึ่งเขาหายออกไปจากจวนแล้วไม่กลับมาอีกเลยขอรับ จนเมื่อนายท่านเฉิงทราบข่าวคดีท่านแม่ทัพ จึงให้ข้าน้อยมาเป็นพยาน”

เขากล่าวจบด้วยท่าทางสงบนิ่ง ไม่เอ่ยเกินจำเป็น

อัครเสนาบดีฝืนยิ้มมุมปาก

“ข้าว่าเรื่องนี้ยังมีเงื่อนงำ ที่เจ้าเล่านี่จะหมายถึง เขาคนนั้นอาจเป็นผู้เขียนจดหมายเช่นนั้นรึ”

เขาเอ่ยถามเสียงเข้ม

ปัง! หลิวจิ้งเหยียนกระแทกไม้บนโต๊ะจนเกิดเสียง

“ที่นี่คือศาล ขอท่านอัครอสนาบดีโปรดให้เกียตริด้วย ข้าจะทำการไต่สวนอย่างยุติธรรมแน่นอน”

หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยเสียงเย็นเฉียบไม่เกรงกลัว

ชาวบ้านถึงกับสูดลมหายใจ

‘นั่นคืออัครเสนาบดีเชียวนะ’

‘ท่านตุลาการศาลช่างเที่ยงธรรมไม่เกรงกลัวอำนาจ’

คำพูดซุบซิบเอ่ยชื่นชม

อัครเสนาบดีถึงกับหน้าชา

แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าธารกำนัล

เขาจำต้องวางท่าขรึมนิ่งลง

 ผู้อยู่ในศาลต่างคนต่างคิดในแง่มุมตนเอง

มีเพียงหลิวอวี้เฉิง นางแอบทอดสายตามององค์รัชทายาทอยู่เงียบๆ

พระเนตรทรงเสน่ห์ เรียวปากหยักคม

ใบหน้างดงามหล่อเหลา

พระขนงเข้มเรียงสวย

แววเนตรเย็นชา

ทำนางถึงกับใจเต้น

โม่จิ่งเหิงรับรู้ได้ถึงสายตาที่ลอบมองเขา

นางงามอยู่ แต่เป็นอ่อนหวาน บอบบาง

ไร้เสน่ห์ให้หลงใหล

ริมฝีปากยกยิ้มหยันเย็นชา

“ลายมือนี้ข้าจะทำการพิสูจน์ เลื่อนการพิจารณาออกไปอีกสองวัน”

หลิวจิ้งเหยียนปิดศาล

น้อมส่งทุกคน

อัครเสนาบดีเดินก้าวอาด ไม่เหลียวมองหลิวจิ้งเหยียน

เซี่ยอวี้เฉิงเดินเข้าหาเซี่ยเทียนอวี่

“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้าง”เขาเอ่ยถาม

“ข้าไม่เป็นไร เจ้าคงไม่ติดร่างแหในคดีนี้ด้วยกระมัง”เขาเอ่ยเสียงเย็น

การที่เขาเห็นอัครเสนาบดีกับน้องชายมาด้วยกันในวันนี้ ชัดเจนแล้ว

“เป็นพระเมตตาของฝ่าบาท ท่านอย่าได้ตำหนิข้าเลย”น้ำเสียงเซี่ยอวี้เฉิง มิได้อ่อนน้อมดั่งเคย

เซี่ยอวี้เทียนสายตาสงบ

“ในที่สุดข้าก็โล่งใจ ที่เห็นเจ้ากล้าเป็นตัวเองสักที หลังจากแสร้งทำเป็นคนอ่อนแอมานาน ข้าขอเตือนเจ้าในฐานะพี่ชายที่หวังดี อย่าให้ไฟแผดเผาเรือนเจ้า เมื่อมีโอกาสรอดแล้ว จงอยู่ให้เป็น”คำพูดและแววตาจริงใจไม่ปิดบัง ที่ผ่านมาแม้เขาจะรู้ว่าน้องชายมักแกล้งที่จะยอมเขามาตลอด แต่เขาก็ไม่คิดจะเปิดโปง กลับยังแสดงความจริงใจให้เขาเห็น บิดาเดียวกัน ต่างมารดา จะอย่างไรก็สายเลือด

“เฮอะ! ตอนนี้ท่านห่วงตัวท่านเองก่อนเถอะ” เซี่ยอวี้เฉิงขึ้นเสียงดัง ไม่ออมท่าทีอีกแล้ว

เซี่ยอวี้เทียนถอนหายใจ สิ่งที่ควรเตือนก็เตือนแล้ว จากนี้ขึ้นอยู่ที่การกระทำของเขาแล้ว คิดพลางจึงหันหลังเดินจากไป

สายเลือดข้นกว่าน้ำ คำนี้ต้องเกิดจากครอบครัวที่มีคุณธรรม

แต่คงใช้ไม่ได้กับคนใจมืดบอดเช่นเขา

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status