Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 14 : ความอดทนคือคมมีดที่ยังไม่ชักออกจากฝัก

Share

ตอนที่ 14 : ความอดทนคือคมมีดที่ยังไม่ชักออกจากฝัก

last update Last Updated: 2026-01-14 20:16:24

ตอนที่ 14 : ความอดทนคือคมมีดที่ยังไม่ชักออกจากฝัก

ค่ำคืนอันยาวนานราวไร้จุดสิ้นสุด เพิ่งยอมปล่อยมือจากความมืดเมื่อแสงแรกของยามเช้าส่องผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่เข้ามาอย่างเชื่องช้า

แสงนั้นไม่ได้อบอุ่น

มันเย็นเยียบ

และโหดร้ายไม่ต่างจากความจริงที่กำลังรออยู่

เซี่ยหลัวเยี่ยนค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก สติยังพร่าเลือนยังไม่ตื่นดี

ร่างกายหนักอึ้งราวถูกกดทับด้วยหินพันชั่ง

“เอ้อเนียง…เอาน้ำมาให้ข้าล้างหน้า”

เสียงของนางแผ่วต่ำ ติดความเคยชินจากชีวิตสุขสบายก่อนหน้านี้

คำพูดหลุดออกไปโดยไม่ทันคิด

แต่ไม่มีเสียงตอบรับ

มีเพียงความเงียบ

และความเย็นที่แทรกซึมเข้ามาในกระดูก

สติของนางค่อย ๆ กลับคืน

ดวงตาหรี่ลงเมื่อแสงแดดสาดกระทบจนแสบตา

มือยกขึ้นบังอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดค้าง

เพราะสิ่งที่เห็นชัดเจนยิ่งกว่าแสงอรุณ คือความจริง

ชุดนักโทษสีขาวซีด

ผ้าห่มบางเฉียบที่ไม่อาจกันลม

ใต้เตียงไร้เตาอุ่น

พื้นหินเย็นเฉียบจนแม้แต่ลมหายใจก็เหมือนถูกดูดกลืน

ทั้งหมดกำลังตอกย้ำสถานะใหม่ของนาง

สถานะที่ไม่อาจปฏิเสธ

‘เจ้าต้องตัดขาดกับบิดาของเจ้า

ด่าว่าเขาต่อหน้าศาล’

คำสั่งนั้นดังซ้ำในหัว

วิธีการอันโหดเหี้ยมเย็นชา

ไร้ทางต่อรอง

เซี่ยหลัวเยี่ยนหลับตาลงแน่น

กรามขบกันจนเจ็บ

นางมีทางเลือกหรือ?

ไม่มี

เพราะชีวิตของบิดาคือเดิมพัน

และนางไม่มีสิทธิ์แพ้

โลกอนาคตที่นางจากมา โลกที่มีแสงไฟ มีความเจริญด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก

ไม่เคยสอนให้นางรับมือกับคุก

การเมือง

หรืออำนาจที่ใช้ชีวิตคนเป็นหมากเช่นนี้

นางเคยเป็นเพียงสาวออฟฟิศ

เช้าไปทำงาน เย็นกลับห้อง

หัวเราะในผับคืนวันศุกร์ เดินห้างสรรพสินค้าและกินชาบู

ชีวิตที่แสนธรรมดาจนไม่มีอะไรต้องเสี่ยง

แต่โลกใบนี้กลับไม่อนุญาตให้ “ธรรมดา”

สิ่งเดียวที่เคยเป็นเกราะกำบังของนาง

คือการเป็นบุตรสาวแม่ทัพใหญ่

ถึงตอนนี้…เกราะนั้นมันได้แตกสลายไปแล้ว

มือที่กำแน่นสั่นเล็กน้อย

หยาดน้ำตาหยดลงบนหลังมือ

ดวงตาฉายแววเครียดระคนกลัว

แต่ไร้เสียงสะอื้น

เซี่ยหลัวเยี่ยนยกมือเช็ดมันออกอย่างรวดเร็ว

ใบหน้ากลับนิ่งเรียบ ราวไม่เคยมีรอยร้าว

นางจะไม่ร้องไห้นั่นเพราะน้ำตาไม่เคยช่วยให้ใครรอดชีวิต

แก๊ก…แก๊ก!

เสียงกุญแจถูกไขจากด้านนอก

ดังชัดในความเงียบ

นางรีบตั้งสติ

ปาดน้ำตาจนแน่ใจว่าแห้งสนิท

กลับมานั่งหลังตรง ดวงตาเย็นเฉียบ

เมื่อประตูเปิดออก

“กินข้าว”

มันเป็นเสียงที่ทั้งห้วนและกระแทกกระทั้น

นางกำนัลร่างอรชร ใบหน้าผุดผาดจิ้มลิ้ม

เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารในมือ

ริมฝีปากของนางกำนัลยกยิ้มหยันไม่ปิดบัง

สายตากวาดมองเซี่ยหลัวเยี่ยนอย่างจงใจ

จากใบหน้า

ลำคอ

เรือนร่าง

ความอิจฉาที่ไม่อาจกลบซ่อน ทำให้รอยยิ้มนั้นบิดเบี้ยว

“เจ้าเนี่ยหรือ…คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย”

เสียงประชดดังขึ้น

พร้อมกับถาดที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง

“นึกว่าจะสูงส่งกว่านี้เสียอีก”

เซี่ยหลัวเยี่ยนไม่ตอบ

เพียงตวัดสายตามองกลับอย่างเย็นชา

สายตานั้นไม่โกรธ

ไม่หวาดกลัว

มันนิ่ง

นิ่งจนอีกฝ่ายรู้สึกถูกดูแคลน

“มองหน้าข้าทำไม เฮอะ!”

นางกำนัลเสียงแหลม

“ตอนนี้เจ้าต่ำกว่าข้าเสียอีกนังนักโทษ!”

เพียะ! เพียะ!

เสียงตบดังสนั่น

ไม่ใช่แก้มของเซี่ยหลัวเยี่ยน

แต่เป็นใบหน้าของนางกำนัลเอง

สองฝ่ามือฟาดลงอย่างแม่นยำ

หนัก

ไร้ลังเล รวดเร็ว จนนางกำนัล

ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ

เสียงกรีดร้องดังลั่น

“อ๊าย! เจ้า…เจ้ากล้าตบข้ารึ!”

เลือดซึมออกจากมุมปาก

รสคาวแล่นขึ้นมา

“นังสารเลว! ข้าจะฆ่าเจ้า!”

นางกำนัลพุ่งเข้าหา

หมายจิกผม ฉุดกระชาก

แต่ยังไม่ทันถึงตัว

ปึ้ก!

เท้าของเซี่ยหลัวเยี่ยนถีบเข้าที่จุดลิ้นปี่อย่างแรง

เสียงอากาศถูกกระแทกจนขาดห้วง

ปั่ก!

อีกเท้าเตะซ้ำเข้าชายโครง

ร่างนั้นกระเด็นล้มลงข้างโต๊ะ

เสียงร้องของนางขาดหาย

มือกุมท้องจุกแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก

เซี่ยหลัวเยี่ยนยืนมอง

ดวงตาเย็นเยียบราวไร้อารมณ์

นางไม่ได้สะใจ

เพราะนี่ไม่ใช่การเอาคืน

แต่เป็นการแสดงให้รู้ว่า

ข้าอย่างไรก็เป็นถึง ‘คุณหนูใหญ่’

ต่อให้อยู่ในสถานะไหน ข้าก็ไม่ใช่จะดูถูกกันง่าย ๆ

อย่างมันหรือจะคู่ควรให้เสวนา

นางเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ ราวกับเพิ่งเดินผ่านสวนดอกไม้

หยิบช้อนขึ้นมา

เริ่มรับประทานอาหารอย่างสงบ

ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ช่วยด้วย! นักโทษจะฆ่าคนแล้ว!”

นางกำนัลแม้จะจุกแทบไม่มีแรงดิ้

ก็ยังส่งเสียงโหยหวนดังขึ้น

มันเต็มไปด้วยความกลัวและลนลาน

ที่เพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิด

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ วิ่งอย่างรวดเร็วใกล้เข้ามา

หลิวจิ้งเหยียนมาถึงก่อนใคร

เขาเอามือจับดาบแน่นโดยสัญชาตญาณ

แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวในชุดนักโทษนั่งกินข้าวอย่างสงบนิ่ง

เขาจึงคลายท่าทีลง

“…เจ้าลงไปนั่งทำอะไรตรงนั้น”

เขาหันไปถามนางกำนัล

“นาง…นางทำร้ายข้า!”นางชี้มือกล่าวโทษเสียงสั่น

เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอับอาย

หลิวจิ้งเหยียนมองนางนิ่ง

ก่อนเอ่ยเสียงเฉียบ

“ลุกขึ้น แล้วออกไป”

“ต่อไปห้ามเจ้าเข้ามาที่นี่อีก”

เขาเอ่ยโดยไม่หันไปเหลียวแล

“แล้วนางล่ะ!”

นางกำนัลตะโกนด้วยความขุ่นมัว

“นางทำร้ายข้า!”เอ่ยต่ออย่างไม่ยินยอม

สายตาของหลิวจิ้งเหยียนเย็นชาลง

“ข้าไม่จัดการกับเจ้า

ก็นับว่าเมตตาแล้ว”

คำพูดนั้นทำให้นางกำนัลชะงัก

“ข้าเป็นคนโปรดขององค์รัชทายาทนะ!”

นางแผดเสียงเกรี้ยวกราดใส่เขา

“เมื่อคืนพระองค์ยังเรียกหาข้า!

นางเอ่ยอย่างถือดี

เพียะ!

สิ้นคำนาง

เสียงตบดังสนั่นขึ้น มันเร็วจนแม้แต่

เซี่ยหลัวเยี่ยนยังชะงักค้าง

ร่างนั้นล้มฟุบลงแน่นิ่ง

ผู้คุมที่ยืนดูท่าทีอยู่ก่อนแล้

รีบเข้ามาลากตัวนางออกไป

ไม่หันกลับมามองในห้องอีก

สายตาพวกเขาที่มองนางกำนัล

ราวจะบอกว่า ‘เจ้าหาเรื่องตายเองแท้ ๆ’

เมื่อความวุ่นวายจบลง

หลิวจิ้งเหยียนจึงหันมาหาเซี่ยหลัวเยี่ยน

“เจ้าอย่าได้ก่อเรื่องอีก”

เขากล่าวเสียงต่ำ

“อย่าลืมสถานะของตัวเอง”

เขาหันหลังเตรียมจะไป

แต่คล้ายนึกอะไรขึ้นได้จึงหยุด

เอี้ยวกายหันมาเอ่ยกับนาง

“พรุ่งนี้”

เสียงเขานิ่ง

“อย่าลืมสิ่งที่เจ้าต้องทำ”

“องค์รัชทายาท…หาคนปลอมลายมือเจ้าพบแล้ว”

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดกรีดลงกลางอก

ของหญิงสาว

เมื่อประตูปิดลง

เซี่ยหลัวเยี่ยนกำหมัดแน่น

กระแทกลงบนโต๊ะอย่างอัดอั้น

ดวงตาฉายแววเย็นจัด

หาคนปลอมลายมือได้

นั่นเท่ากับนางพ้นคดี

แต่บิดาและตำแหน่งสถานะก็ไม่กลับคืน

เช่นนี้นางมิเท่ากับเป็นสามัญชนธรรมดาหรือ

แล้วที่เขาให้นางตัดขาดจากบิดา ด่าว่าเขาในศาลนั่น ทำเพื่ออะไรกัน

แล้วบิดาของนางจะต้องเจอกับอะไร

หญิงสาวขบคิดอย่างหนัก

องค์รัชทายาท ต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่

จากเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้นางสังเกตุได้ว่า

หลิวจิ้งเหยียนอยู่ใกล้นางมาก

ใกล้เกินกว่าหน้าที่ผู้คุม

ราวกับเขาคอยเฝ้าจับตาดูนางตลอดเวลา

นั่นหมายความว่า

นางมีความสำคัญ

ไม่ใช่ในฐานะนักโทษ

แต่ในฐานะหมากคนสำคัญ

หรือ…

ในฐานะภัยขององค์รัชทายาท

ริมฝีปากบางยกยิ้มหยัน

ถ้าเป็นอย่างหลัง

นางก็พร้อมจะทำให้ทั้งกระดานนี้

พังเพื่อชำระแค้น ที่เขาทำนางอัปยศ

ในคืนนั้น

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status