แชร์

ตอนที่ 13 ท้องฟ้าค่ำมืด

ผู้เขียน: ภาดา กัลป์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 20:15:56

ตอนที่ 13 ท้องฟ้าค่ำมืด

ท้องฟ้าค่ำมืด สีดำกำมะหยี่ทาบทับผืนแผ่นดิน

แสงสว่างจากบานหน้าต่าง

ภายในห้องบรรทมองค์ฮองเฮา

ร่างกำยำเปียกชื้น เกิดเงาเลื่อม

ขยับโยกเอวหนากล้ามเนื้อแน่น

บดขยี้ดุนดันเป็นจังหวะ แต่ละครั้ง

กระแทกหนักหน่วง จนคนใต้ร่าง

สั่นสะท้าน

“อ๊าาา ท่านช่าง อื้อ”

ตั่บ ตั่บ ตั่บ ตั่บ

มือแกร่งยึดเสาหัวเตียงเพิ่มแรงกระแทก

ปากดูดเม้มลำคอระหงส์จนเป็นจ้ำแดง

จังหวะกระแทกถี่ยิบไม่มีทีท่าจะหยุด

เขาเปลี่ยนจากนอนคร่อมร่าง

เป็นจับร่างขาวพลิกมาบนตัว

“นั่งทับมัน เร็ว”เสียงหอบกระเส่าออกคำสั่งเข้ม

ใบหน้านางแดงเห่อ แววตาปราถนาขั้นสุด

ขาเรียวคุกเข่าคร่อมร่างแกร่ง

ปลายท่อนชูชัน

นางมองมันอย่างหิวกระหาย

ก่อนย่อกายลงทับจนมิด

เอวบิดเบียดให้แนบแน่น

มือใหญ่เลื่อนขึ้นบีบคลึงสองเต้

เคล้นเขี่ยปลายถัน

“อื้อ อ๊า ดี ๆ ข้าชอบ”

ใบหน้านวลเริ่ดขึ้นอ้าปากซู้ด

ชายนอนล่างก็ไม่อยู่นิ่ง จับสะโพกขยับเลื่อนไปมา

ยิ่งเบียดบดจุดเสียว นางยิ่งตอดหนึบ

เขาเองมิอาจทนไหว หยัดกายกึ่งนั่ง ปากเข้าดูดเม้ม โลมเลียยอดถัน

“จ๊วบ จ๊วบ แพล่บ ๆ”

ร่างอวบอิ่มยิ่งโยกแรง

“ใกล้แล้ว อื้อ ข้าเสร็จแล้ว อ๊าาาา”

นางสะดุ้งหอบหายใจ กายกระตุกเร่า

ชายฉกรรจ์ยิ้มกริ่ม

“ข้ายังต้องการต่อ”

พูดจบนางถูกพลิกนอนคว่ำ

ท่อนยาวดุนดันจากด้านหลัง

กระแทกเน้นๆ รุนแรง

จนนางต้องเอี้ยวตัวมอง

ท่าร่วมรักที่แสนรัญจวน

การกระแทกผ่านไปอีกเนิ่นนาน

จนกายแกร่งกระตุกงึ่ก ๆสองสามครั้ง

ก่อนจะซบลงบนแผ่นหลังเนียน

“อ๊า แฮ่กๆ”เขาหอบหายใจ

ศึกรักที่เพิ่งผ่านพ้น สมองเริ่มปลอดโปร่ง อัครเสนาบดีจึงเริ่มเอ่ยเรื่องคดีวันนี้

“พระนางจะให้หม่อมฉันทำอย่างไรต่อเรื่องสองพ่อลูกตระกูลเซี่ยนั่น”

อัครเสนาบดีนอนหงายข้างกายฮองเฮา

นางพลิกกาย โถมก่ายกอดเขาอย่างแสนรัก

“ท่านสังเกตได้อะไรมาบ้างจากศาลวันนี้”

“ข้า ทำอะไรไม่ถนัดเพราะองค์รัชทายาทอยู่ด้วย”เขาเอ่ย

มือขยี้ผมสลวยเบามือ

“แม่ทัพเซี่ยในเมื่อไม่เลือกข้าง ย่อมวางตัวยาก แม้แต่กับฝ่ายเรา การจัดการตัดตำแหน่งนั่นถือว่าดีสำหรับเขา”

“หรือจำเป็น เขาก็ต้องตาย”

คำตายเอ่ยออกมาง่าย

ซื่อสัตย์ ภักดี ทำคุณ ไม่สำคัญ

เท่าประโยชน์ได้กับใคร

ซึ่งไม่ใช่กับนาง

เขาเลือกบัลลังก์

“พระองค์ต้องการแบบไหนก็ย่อมได้

อัครเสนาบดีก้มดูดหยอกล้อ อกอวบอิ่ม

“ข้ายังอยากรอดูผลการตัดสินคดีก่อน”

“หากไม่เป็นดังใจก็ฆ่าทิ้งเสีย”เสียงเอ่ยกระเส่าหน้าเริ่ดขึ้นอย่างเสียวซ่าน

ชีวิตวีรบุรุษผู้หนึ่งกลับถูกราวของไร้ค่าเช่นนี้

เรือนไม้หลังศาลต้าหลี่ สว่างจ้า

แสงไฟวูบไหวไปบนแผ่นไม้กระดานมันวับ

หลิวจิ้งเหยียนยืนสงบข้างกายนาย

โม่จิ่งเหิงนั่งมองหมากบนกระดาน

“พรุ่งนี้เจ้าจัดการให้แม่ทัพเซี่ยได้รับโทษเนรเทศ ส่งเขากลับไปเป่ยเซี่ยนในฐานะทาส”เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ

สายตาจับจ้องวางหมากในมือ

“เซี่ยหลัวเยี่ยน เจ้าให้นางอยู่ที่ใด”

จู่ๆโม่จิ่งเหิงก็เอ่ยถาม

“หม่อมฉันให้พักที่ห้องด้านข้างนี่เองพะย่ะค่ะ”หลิวจิ้งเหยียนเอ่ยรายงานใบหน้านิ่ง

องค์รัชทายาทหันมองเขา สีหน้าแปลกใจ

“ใครสั่ง”เสียงยิ่งไม่เก็บงำความสงสัย

ผู้ถูกถามกล่าวสีหน้าซื่อ

“ก็เมื่อคืนพระองค์ทรง…เอ่อ..หม่อมฉันจึงให้นางมาอยู่รับใช้ใกล้ๆพะย่ะค่ะ”

โม่จิ่งเหิงขมวดคิ้ว

“นี่เจ้ารู้ความขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

น้ำเสียงกลั้วขำ ยากยิ่งที่เขาจะพอใจเช่นนี้

มือตบไปบนบ่าอีกฝ่าย

“เด็กน้อยของข้า คงเข้าใจเรื่องชายหญิงแล้วสินะ ไว้ข้าจะจัดหาให้เจ้าสักคน”

เขากล่าวราวให้รางวัล

แต่คนฟังกลับถดขาเดินถอยตื่นตระหนก

“หม่อมฉันไม่สนใจเรื่องชายหญิง มิต้องลำบากพะย่ะค่ะ หม่อมฉันทูลลา”

เขาเอ่ยมิรอให้องค์รัชทายาทตอบ

ก็ได้พาตัวเองกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไปแล้ว

โม่จิ่งเหิงส่ายหน้าระอา

หลิวจิ่งเหิงติดตามเขาเข้าวังมาตั้งแต่แปดขวบ

เขาอดทนแข็งแกร่งมุ่งมั่น

จวบจนเข้าสู่วัยหนุ่ม ยังไม่เคยเกี้ยวพานหรือถูกใจสาวใดสักคน

จนบางครั้งคิดว่าเขาจะเป็นพวก

‘คนชอบตัดแขนเสื้อ’

ใบหน้าหล่อเหลายิ้มขำ ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังผนังห้องข้าง ๆ

ความร้อนพลันเกิดขึ้นกลางกายแกร่ง

แม้มีความต้องการ

แต่เขาจะไม่เข้าหานางวันนี้

จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เพื่อไม่ให้นางจับจุดเขาได้ หรือนำมาเป็นเครื่องต่อรอง

ชายหนุ่มยืนเต็มความสูง

“เรียกนางกำนัล”

เซี่ยหลัวเยี่ยนถูกพามายังห้องด้านข้าง

ของเรือนไม้ริมน้ำ

นางนั่งใจระทึก หากคืนนี้เขามาหานางอีก จะเอาตัวรอดเช่นไร

หรือนางจะฉวยโอกาสต่อรองกับเขา

มิให้บิดาถูกโทษหนัก

ตลอดวันนี้ นางต้องเก็บงำอาการเจ็บกึ่งกลางกาย

ขยับกายคราใดก็เจ็บแปลบ

และเพราะเหตุนี้

นางจึงมิอยากเห็นหน้าเขาแม้แต่น้อย

“ตั่บ ตั่บ ตั่บ พลั่ก พลั่ก พลั่ก”

เสียงข้างห้องดังขึ้น

เซี่ยหลัวเยี่ยนหันมองกำแพง

เดินเข้าไปเอาหูแนบ

“อ๊า ดูด ถึงใจจริง”

โม่จิ่งเหิงคำรามแห่บพร่าในลำคอ

เขายืนข้างเตียง ยกขาเหยียบเตียงไว้ข้างหนึ่ง

ท่อนยาวค่อนเข้าไปในปากบาง

นางกำนัลกายเปลือยเปล่า บีบเค้นเต้านมตนเอง

โยกศีรษะไปข้างหน้าพร้อมดูดดึง

ลิ้นดุนดันกายแกร่ง

โม่จิ่งเหิงจับศีรษะนางไว้มั่น

หากสายตามองตรงไปยังกำแพงตรงหน้

เซี่ยหลัวเยี่ยน ใจเต้นระทึก

อย่างไรวันนี้เขาก็ไม่มาหานางแน่

เสียงนั้นกลับทำให้นางเห็นภาพที่ตนเองถูกกระทำเช่นกัน

น่าแปลกที่นางรู้สึกรัญจวนใจ

มากกว่ารังเกียจ

มือบางเผลอยกบีบเค้นอกอวบ

ปลายนิ้วสัมผัสยอดถันจนชูชัน

นางหักห้ามใจ ผละหนีออกจากกำแพง

แต่จะหนีไปไหนได้ในเมื่อ

นางถูกขัง มิได้มีอิสระ

กว่าพายุราคะห้องข้างๆจะสงบ

ก็ทำให้นางเปียกชุ่มทั้งร่าง

และหลับไปทั้งที่ยังรู้สึกคั่งค้างแบบนั้น

เพราะนางไม่รู้วิธีจัดการตัวเอง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status