Share

ตอนที่ 16 อกตัญญู

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-14 20:18:25

ตอนที่ 16 อกตัญญู

 

ศาลต้าหลี่ที่มีโถงกว้างเสาหินสูงตระหง่านทอดเงายาวราวกับกรงขังที่มองไม่เห็นเป็นที่พิพากษาถูกผิด

ยามปกติไร้ผู้คนยามพิพากษากลับเนืองแน่น

ดังเช่นวันนี้ที่ครบกำหนดการพิพากษาคดีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียน

ชาวบ้านด้านนอกศาลต่างพากัน

พูดคุยกันเป็นวงกว้าง

เมื่อได้เวลาผู้คุมพาสองพ่อลูกออกมายังห้องโถงเพื่อรอฟังคำตัดสิน

เซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่กลางห้อง

นางสวมชุดนักโทษสีขาวสะอาด

หลังตรง ใบหน้านิ่งเฉย

ทว่ามือที่กำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือ บอกชัดว่านางไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่แสดงออกมา

อีกด้านหนึ่ง

แม่ทัพใหญ่เซี่ยอวี้เทียนถูกนำตัวเข้ามา

โซ่ตรวนกระทบพื้นหินดัง กึงกัง

ทุกก้าวที่เขาเดิน เหมือนก้าวลงหลุมที่ลึกขึ้นเรื่อย ๆ

ใบหน้าที่เคยสง่างามคมคายบัดนี้เปรอะเปื้อนผมเผ้ายุ่งเหยิง

ร่างกายอิดโรยมีรอยเลือดที่กลางหลัง

แทบสิ้นสภาพ

แต่แววตาของเขายังมั่นคงเฉกเช่นวีรบุรุษ

และในแววตานั้น…มีเพียงบุตรสาวคนเดียว

หลัวเยี่ยน

เซี่ยอวี้เทียนนั่งคุกเข่าลงพลางหันไปมองบุตรสาวด้วยความห่วงใย

“เจ้าเป็นอย่างไรบ้างได้รับบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”

กระแสเสียงอันอบอุ่นที่ไถ่ถามแทบทำให้หญิงสาวร้องไห้ออกมา

นางเป็นคนมีเลือดเนื้อไหนเลยจะฝืนทนรับสภาพเช่นนี้ได้

หัวใจหลัวเยี่ยนเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่น

ลมหายใจติดขัด

แต่ดวงตายังคงแห้งสนิท

ร้องไห้ไม่ได้

ห้ามร้อง

น้ำตาไม่ช่วยอะไร

คำสั่งขององค์รัชทายาทดังก้องขึ้นในใจ

เซี่ยหลัวเยี่ยนเลือกที่จะสูดลมหายใจ

หันหน้าไปหาบิดาด้วยแววตาเย็นชา

“ข้าสบายดีท่านไม่ต้องห่วงองค์รัชทายาทดูแลข้าเป็นอย่างดี”

เซี่ยอวี้เทียนชะงักเล็กน้อยกับกิริยาน้ำเสียงของบุตรสาว

แต่เพียงแว่บหนึ่งสายตาอ่อนโยนปรากฎขึ้น

“ดีแล้วพ่อจะได้ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรอีก”น้ำเสียงอ่อนโยนอบอุ่

แผ่ซ่านถึงในอก

เซี่ยหลัวเยี่ยนอยากจะโผเข้าไปกอดบิดาแล้วร่ำไห้บอกเขาว่า

‘ลูกสัญญาลูกจะต้องช่วยท่านให้ได้”

ภาพความทรงจำตั้งแต่นางลืมตาตื่นมาบนโลกนี้คือชายผู้นี้ที่ให้ความอบอุ่น

สั่งสอนเลี้ยงดูห่วงใยตามใจนางคือที่พึ่งพิงในทุกยาม

นางจะต้องอดทนผ่านวันนี้ไปให้ได้

เพื่อเขา

สองพ่อลูกจมจ่อมอยู่ในความเงียบ

นั่งรอเวลาให้เรื่องนี้จบลง

“องค์รัชทายาทเสด็จเป็นประธานในพิธี”

สิ้นคำขันทีกล่าวประกาศ

โม่จิ่งเหิงเดินออกมาจากประตูโดยมีเหล่าองค์รักษ์เดินเป็นขบวนนำมา

เขาเดินผ่านนางไปนั่งประจำที่

มิเหลือบแลแม้แต่น้อย

ใบหน้าเย็นชาแววเนตรไร้อารมณ์ใด

ริมฝีปากหยักเรียบให้ความรู้สึกราวกำลังเย้ยหยันทุกสรรพสิ่ง

ดวงตาคมเข้มดำลึกล้ำยากหยั่งถึง

รับกับคิ้วเข้มเรียวดังดาบคม

เพิ่มเสน่ห์ชวนหลงใหล

แต่มิใช่กับเซี่ยหลัวเยี่ยนนางมิเหลือบแลเขาเช่นกัน

หลิวจิ้งเหยียนโค้งคำนับเมื่อองค์รัชทายาทประทับนั่ง

เวลาต่อมาอัครเสนาบดีกับเซี่ยอวี้เฉิงและหลิวอวี้เหวินเดินเข้ามายังที่นั่ง

เขาทำความเคารพองค์รัชทายาท

“หม่อมฉันมาในฐานะฝ่ายราชสำนักขอมาฟังคำตัดสินด้วยพะย่ะค่ะ”

เขากล่าว

“อืม..เราเข้าใจแล้วท่านเป็นห่วงเกรงเราจะตัดสินได้ไม่ยุติธรรมพอใช่หรือไม่”

โม่จิ่งเหิงตรัสตอบใบหน้ายิ้มพราย

อัครเสนาบดีใบหน้าเข้มขึ้น

“พระองค์ทรงตรัสเกินไปแล้วหม่อมฉันเพียงทำตามหน้าที่หากพระองค์ตัดสินอย่างยุติธรรมก็ไม่มีสิ่งใดที่หม่อมฉันจะว่ากล่าวได้”

คำพูดเชือดเฉือนไม่กริ่งเกรงนี่

คงเพราะคิดว่าตนกุมอำนาจได้แล้วกระมัง

องค์รัชทายาทยกยิ้มริมฝีปากหยักได้รูปขึ้น

หลิวจิ้งเหยียนใบหน้าเรียบตึงแสดงชัดว่าไม่พอใจ

“ท่านอัครเสนาบดีช่างยิ่งใหญ่ถึงกับกล้าดูถูกองค์รัชทายาทและความยุติธรรมของศาลแล้วรึขอรับ”

ชิ้ง!ทุกคนราวได้ยินเสียงคมมีดฟันลง

ที่ตัวอัครเสนาบดี

“ท่านตุลาการกล่าวหนักเกินไปแล้วท่านอัครเสนาบดีเพียงต้องการมาเพื่อเป็นหูเป็นตาให้ราชสำนักเปรียบเช่นทำหน้าที่ตอบแทนฝ่าบาทเช่นกันมิได้เจตนาจับผิดสักหน่อย”

เซี่ยอวี้เฉิงรีบเอ่ยออกหน้าพูดแก้ตัวแทนอัครเสนาบดี

เซี่ยอวี้เทียนเห็นการกระทำของน้องชายแล้วเกิดความรู้สึกสะอิดสะเอียนเหตุใดก่อนหน้านี้เขาถึงได้เมินเฉยต่อธาตุแท้ของเซี่ยอวี้เฉิงไปได้

ไม่คิดว่าน้องชายจะประจบประแจงเช่นนี้

เขารู้สึกอับอายต่อดวงวิญญาณบรรพบุรุษจริงๆ

หลิวจิ้งเหยียนใบหน้าบึ้งตึง

“ท่านตุลาการเปิดศาลว่าคดีเถอะเราไม่ถือโทษเอาความหรอก”

องค์รัชทายาทตรัสขึ้นคำพูดนั่นเท่ากับพระองค์เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ถือผู้น้อยกว่า

เสียงซุบซิบและใบหน้าชื่นชมของชาวบ้านเอ่ยถึงองค์รัชทายาท

อัครเสนาบดีโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแต่จำต้องรักษากิริยาไว้

หากแต่ในใจคิดแค้นเคือง

หลิวจิ้งเหยียนคำนับรับคำสั่ง

“เปิดศาลตัดสินคดีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียน”

“จากครั้งที่แล้วพยานยืนยันมีผู้ลอบเข้าจวนท่านแม่ทัพบัดนี้ตรวจสอบลายมือในจดหมายแล้วพบว่า”

“มิใช่ลายมือคุณหนูใหญ่เซี่ยหลัวเยี่ยน”

สิ้นคำผู้คนต่างหันมาพูดคุยกันจนเกิด

เสียงเซงแซ่

“เซี่ยหลัวเยี่ยนจึงเป็นผู้บริสุทธิ์”

สิ้นคำประกาศของหลิวจิ้งเหยียน

เซี่ยหลัวเยี่ยนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมององค์รัชทายาทซึ่งเขาก็เหลือบมองนางเช่นกัน

สองสายตาสบประสานมิใช่หวานซึ้ง

แต่เป็นนางที่ส่งผ่านความอาฆาต

โม่จิ่งเหิงกลับไม่สะทกสะท้านยกยิ้มมุมปากไม่สนใจนาง

หลิวจิ้งเหยียนเว้นวรรคเพียงเสี้ยววินาทีจึงเอ่ยต่อ

“คดีของแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนข้อหากบฏหากไม่มีผู้ใดกล่าวโทษอีกหรือไม่คัดค้านศาลจะทำการตัดสินในทันที”

เสียงดังกังวานสะท้อนไปทั่วบริเวณ

“เรียนท่านตุลาการมีผู้ต้องการมอบหลักฐานใหม่ขอรับ”

เจ้าหน้าที่ศาลโค้งคำนับรายงาน

ด้านนอกประตูเสียงฝีเท้าหนึ่งก้าวออกมา

ชายวัยกลางคน สวมชุดกุนซือ

ค้อมศีรษะอย่างนอบน้อมหน้าบัลลังก์

“ข้าน้อย หานกั๋วซิน

ขอถวายหลักฐาน”

แม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนชะงักหันมองชายคนสนิท

ดวงตาเขาหรี่ลงเล็กน้อย

ไม่ใช่เพราะตกใจ

แต่เพราะเริ่มเข้าใจ

ถึงเวลาแล้วสินะ

ม้วนบัญชี

ตราประทับ

คำให้การ

ทุกอย่างถูกวางลงอย่างเป็นระเบียบ

ราวกับเตรียมมาเนิ่นนาน

หลัวเยี่ยนรู้สึกเหมือนพื้นหินใต้เท้ากำลังถล่ม

แต่ใบหน้ายังคงนิ่งที่แท้เขามาแฝงตัวนานแล้วนางเหลือบมององค์รัชทายาทอีกครั้งเขาวางแผนมานานแล้ว

อย่างแยบคายเงียบเชียบ

โม่จิ่งเหิงมองกลับทั้งยังเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยทั้งส่งสายตาท้าทาย

ชิ้ง!ราวมีเสียงดาบฟาดฟันกันของสองสายตา

หลิวจิ้งเหยียนมองเอกสารตรงหน้า

เปิดอ่านอย่างเงียบๆอยู่นาน

ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“เซี่ยอวี้เทียนในนี้คือหลักฐานที่ท่านเบิกงบคลังจำนวนมากและรายการรับทหารเข้าประจำการเป็นจำนวนมาก

รายการจัดซื้ออาวุธมากขึ้นจนกรมคลังส่งหนังสือร้องเรียนฝ่าบาท แม้จะมีหลักฐานว่าท่านมิได้โกงเงินแต่การใช้จ่ายเงินแผ่นดินเป็นจำนวนมากเช่นนี้

กลับส่งผลเสียต่อราษฎรท่านมีอะไรแก้ตัวรึไม่”

เซี่ยอวี้เทียนหันสายตามองเซี่ยอวี้เฉิงด้วยแววตาผิดหวัง

หานกั๋วซินเป็นคนขององค์รัชทายาทแฝงตัวมาเขายังพอเข้าใจได้

แต่น้องชายแท้ๆกลับแทงกันข้างหลังเช่นนี้

สายตาคมกร้าวตวัดกลับมายังบัลลังก์

“ข้าเซี่ยอวี้เทียนไม่เคยคิดคดโกงบ้านเมืองแม้แต่น้อยที่รับทหารและจัดซื้ออาวุธมากขึ้นเพราะข่าวจากชายแดนแจ้งว่าเมืองซีเฟิงเกิดการรวบรวมกำลังพลและอาจวางแผนลอบโจมตีแคว้นเรา”

สิ้นคำเสียงชาวบ้านต่างพูดกันจนเกิดเสียงอื้ออึง

“ทุกคนเบาเสียง”เจ้าหน้าที่ศาลยกไม้กระแทกพื้นเสียงดังทั้งเอ่ยเตือน

หลิวจิ้งเหยียนมองเซี่ยอวี้เทียนแล้วเอ่ยขึ้น

“ท่านมีหลักฐานทางทหารหรือไม่หากไม่มีถือว่าคำกล่าวของท่านตกไป”

เซี่ยอวี้เทียนเหลือบมองหานกั๋วซินเล็กน้อยก่อนจะหลุบสายตาลง

“หลักฐานนั่น ไม่มี”

“เหอะ”เสียงเย้ยหยันดังขึ้น

เป็นเสียงของอัครเสนาบดีเว่ยชางหลง

“แม่ทัพเซี่ยเงินของประชาชนท่านจะมาคิดเองเออเองแบบนี้ได้ที่ไหนกัน”

โม่จิ่งเหิงส่งสายตามองเขาแว่บหนึ่ง

ปรากฎรอยยิ้มหยันบางเบา

เซี่ยอวี้เฉิงราวกับเป็นลูกคู่ นายร้อง เขารีบรับลูกทันที

“ถูกต้องจากบัญชีรายจ่ายที่มากขึ้น ราษฎรก็ต้องถูกเก็บภาษีมากขึ้น เงินในท้องพระคลังยังร่อยหรอลงไปมาก

ขอองค์รัชทายาทโปรดตัดสินให้ความเป็นธรรมด้วยพะย่ะค่ะ”

เขาน้อมคำนับคุกเข่าขอร้องราวเป็นตัวแทนชาวบ้าน

เซี่ยอวี้เทียนถลึงตามองน้องชาย

โม่จิ่งเหิงยิ้มบางวางท่าเที่ยงธรรม

“ท่านกรมคลังอย่าได้กังวลใจไปข้าย่อมรู้ว่าท่านห่วงใยราษฎรเพียงใด เรื่องนี้ศาลต้าหลี่ต้องตัดสินถูกผิดชัดเจน ไม่ไว้หน้าใครอย่างแน่นอน

ท่านตุลาการตัดสินเถิด”

หลิวจิ้งเหยียนยกมือคำนับรับคำ

ปัง! เสียงไม้เคาะบนบัลลังก์ศาลดังขึ้

“จากพยานหลักฐานชี้ว่าเซี่ยอวี้เทียน ใช้งบประมาณแผ่นดินมากเกินจำเป็

บริหารกองทัพผิดพลาดส่งผลต่อประชาชนและบ้านเมืองตัดสิน

ให้เนรเทศไปยังเมืองชายแดนเป่ยเซี่ยน

ลดสถานะให้เป็นสามัญชน ปิดศาล”

หลิวจิ้งเหยียนกล่าวจบยกไม้ขึ้นเตรียม ปิดศาล

“ช้าก่อน”

เซี่ยหลัวเยี่ยนตัวตั้งตรง เอ่ยขัดจังหวะด้วยเสียงอันดัง

หลิวจิ้งเหยียนจึงวางไม้ในมือลง

มองนาง

“เจ้ามีสิ่งใดจะกล่าว”

เซี่ยหลัวเยี่ยนดวงตาเย็นเฉียบ

ทั้งที่หัวใจกำลังแตกสลาย

นางเงยหน้าเชิดขึ้น

ก่อนจะหันไปหยุดที่บิดา

เพียงชั่วอึดใจ

ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนี

“ข้า ขอปฏิเสธความเป็นบุตรและบิดากับแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียน”

เสียงฮือฮาดังกระหึ่ม

หัวใจแม่ทัพเหมือนถูกฟาดด้วยคมมีด

แต่เขายังคงยืนตรง ไม่เอ่ยคำใด

เซี่ยหลัวเยี่ยน เชิดใบหน้าไว้ สะกดกลั้นน้ำตาไว้เช่นกัน

ทุกคำพูดที่ปล่อยให้หลั่งไหลออกมา

ล้วนเป็นดาบที่แทงใส่ใจตนเอง

“ตั้งแต่ข้าเกิดมาล้วนสุขสบาย

ไม่เคยพบความยากลำบาก”

“หากจะให้ไปทนทุกข์ทรมานยังเมืองชายแดนเช่นนั้น ข้าไม่อาจยอมรับได้”

น้ำเสียงเย็นชาราดรดราวน้ำกรด

ชาวบ้านต่างก่นด่านาง

“เหอะนางช่างน่ารังเกียจนักกะทั่งบิดาก็คิดอกตัญญู”

“ไม่คิดนางจะร้ายกาจถึงเพียงนี้

หลิวอวี้เหวินถึงกับยกยิ้มหยันแววตาฉาบเย้ยหยัน

“ท่านพี่ แต่นั่นคือบิดาที่เลี้ยงดูท่านมาตั้งแต่ท่านลืมตาดูโลกเชียวนะ”

คำพูดเหมือนตักเตือน กลับยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เซี่ยหลัวเยี่ยนดูแย่ลงอีก

“ใช่เขาเลี้ยงข้ามา สอนให้ข้าใช้ชีวิตร่ำรวย ฟุ่มเฟือยมาตลอด

คำว่าผิดไม่เคยมีสำหรับข้า ผู้ใดไม่ยำเกรงข้าบ้าง

แต่สุดท้าย…

กลับเป็นเขาเองที่ลากพาข้าเข้าลงสู่หายนะ”

มือใต้แขนเสื้อสั่นไม่หยุด

เลือดซึมจากฝ่ามือ

แต่นางไม่หยุด

“ข้าไม่ต้องการแบกรับความผิด ไปพร้อมกับเขา

ขอท่านแยกข้าออกจากเขา”

ไม่มีน้ำตา

ไม่มีเสียงสะอื้น

แต่ทุกคำ…เหมือนฉีกหัวใจออกมาเป็นชิ้น ๆ

แม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนหลับตาลงช้า ๆ

ริมฝีปากขยับ

ไร้เสียง

ดีแล้ว…ลูกพ่อ

พูดให้เหมือนเกลียดพ่อเข้าไว้

พ่อรับได้

หลิวจิ้งเหยียนมองสองพ่อลูก

แววตาซับซ้อน

“เช่นนั้น ศาลจะพิจารณาแยกความผิด”

เขากระแทกไม้ในมือ พร้อมคำพิพากษา

เซี่ยหลัวเยี่ยน…พ้นคดี

แม่ทัพเซี่ยอวี้เทียน…ถูกริบอำนาจ เนรเทศไปเมืองชายแดนเป่ยเซี่ยน

อัครเสนาบดียกยิ้มริมฝีปากพอใจในคำพิพากษา

เซี่ยอวี้เฉิง เซี่ยหลิวอวี้เหวิน สองพ่อลูกสบสายตากัน แม้ไม่ได้แสดงออกโจ่งแจ้ง

หากแววตาทอแสงสมใจ

ผู้คุมเดินเข้ามาหาเซี่ยอวี้เทียน ก่อนก้าวออกไป

เขาหันมาสบตาเซี่ยหลัวเยี่ยนเพียงครั้งเดียว

ไม่มีคำกล่าวลา

ไม่มีต่อว่ากล่าวโทษ

มีเพียงรอยยิ้มบาง

ที่คนอื่นมองไม่เห็น

แต่เซี่ยหลัวเยี่ยนเห็น

และนั่นยิ่งทำให้นางแทบทรุด

หัวใจเย็นเฉียบหนาวสะท้าน

นางยังคงเชิดหน้า คอตั้งตรง บ่าผายออก

ทุกการกระทำ มีผู้นั่งชมอยู่เงียบ ๆ

โม่จิ่งเหิงนั่งมองภาพเหล่านั้นอย่างสงบ

“เล่นได้สมจริงดี”

เขาพึมพำ

มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

“แม้แต่ข้า ยังเกือบเชื่อว่าเจ้าเกลียดเขาจริง ๆ”

เขาเอ่ยขึ้นมาเมื่อทุกคน ไปจนหมดแล้ว

เซี่ยหลัวเยี่ยนยืนตัวตรง

ไม่หันไปมอง

เสียงนางแม้แผ่วแต่แข็งกร้าว

“ข้าทำเพื่อให้เขามีชีวิตรอด”

โม่จิ่งเหิงหัวเราะเบา ๆ

“ดีมาก”

“ต่อไป

เจ้าจะได้เรียนรู้ว่า

การมีชีวิตอยู่…

มันแพงแค่ไหน”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มน่าฟังนั้น สำหรับเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้ว

มันน่ารังเกียจ ยิ่งกว่าเสียงสุนัขเห่าเสียอีก

หญิงสาวไม่แม้แต่จะพูดต่อ เดินเชิดหน้าไปอย่างถือดี

โม่จิ่งเหิงยกยิ้มเพียงมุมเสี้ยวริมปาก เอียงคอมองร่างบางลาดลงถึงบั้นท้ายกลมกลึง

แววตาปรารถนาเปิดเผยไม่ปิดบัง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status