Share

ตอนที่ 19 เร้นกาย

last update Huling Na-update: 2026-01-14 20:19:31

ตอนที่ 19 เร้นกาย

 

รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนผ่านแนวป่าทึบ เสียงล้อไม้บดไปบนดินแห้งดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

จังหวะนั้นชวนให้หัวใจสงบนิ่ง…และเจ็บลึกไปพร้อมกัน

เมื่อกำแพงเมืองหลวงค่อย ๆ เลือนหายจากสายตา

เซี่ยหลัวเยี่ยนนั่งหลังตรง มือวางซ้อนกันอย่างเรียบร้อยบนตัก

ดวงตาคมคู่นั้นทอดมองทิวทัศน์ที่เปลี่ยนผ่าน

จากเรือนสูงใหญ่ สู่ป่าเขา จากเสียงผู้คน สู่ความเงียบงัน

ชีวิตของนางก็ไม่ต่างกัน

จากคุณหนูสูงศักดิ์…สู่ผู้หลบซ่อน

จากความพังพินาศ…สู่หนทางที่ยังไม่รู้ปลายทาง

รถม้าหยุดลงในที่สุด

เบื้องหน้าคือเรือนไม้หลังหนึ่ง ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว

รั้วไม้สูงล้อมรอบอย่างมิดชิด ประตูไม้หนามีหลังคาคลุมแข็งแรง

สองฟากเป็นป่าร่มครึ้ม ราวกับธรรมชาติเป็นผู้กั้นโลกภายนอกไว้ไม่ให้ล่วงล้ำ

ที่หน้าบ้าน เอ้อเหนียงยืนรออยู่ก่อนแล้ว

นางยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นคุณหนูลงจากรถม้า

“คุณหนู…นี่คือบ้านที่ข้าซื้อไว้ให้ท่านเจ้าค่ะ

อยู่ห่างผู้คน ไม่มีใครล่วงรู้”

นางชี้ไปด้านหลังเรือน น้ำเสียงยังอ่อนโยนเช่นเดิม

“ด้านหลังมีน้ำตกลำธารไหลผ่าน หากท่านอยากพักผ่อน”

เซี่ยหลัวเยี่ยนมองไปรอบด้าน

สายลมเย็นพัดผ่าน กลิ่นดิน กลิ่นไม้ กลิ่นน้ำ

ความรู้สึกแปลกใหม่เอ่อล้นขึ้นมาอย่างไม่อาจปฏิเสธ

ราวกับนางได้หายใจอีกครั้ง

ราวกับโลกอนุญาตให้นาง “อยู่” โดยไม่ต้องระแวง

หากเป็นโลกปัจจุบัน ชีวิตเช่นนี้คงเรียกว่า สโลว์ไลฟ์

แต่สำหรับนาง…มันคือที่พักชั่วคราวของหัวใจที่บอบช้ำ

เอ้อเหนียงพานางเข้าไปในเรือน

ภายในโล่ง โปร่ง ไร้เครื่องตกแต่ง

ทุกย่างก้าวสะท้อนเสียงไม้แผ่วเบา ราวกับบ้านหลังนี้ยังรอให้ใครบางคนมอบชีวิตให้มัน

“ข้าตั้งใจให้คุณหนูเลือกจัดการด้วยตนเองเจ้าค่ะ”

เซี่ยหลัวเยี่ยนพยักหน้าเพียงเล็กน้อย

ก่อนที่กลิ่นหอมคุ้นเคยจะลอยมาแตะจมูก

ก้าวเข้าสู่โถงกลางเรือนไม้ขนาดใหญ่

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางหยุดยืน

พ่อบ้านก้าวออกมาคำนับ ตามด้วยพ่อครัว และสาวใช้สองสามคน

ทุกคนยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ

ระเบียบเดียวกับที่นางเคยกำหนด

หัวใจของหญิงสาวเหมือนถูกกระชาก

ลมหายใจติดขัดอยู่ในอก

“พวกเจ้า…”

เสียงนางแผ่วลงโดยไม่ตั้งใจ

“เหตุใดยังอยู่ที่นี่”

พ่อบ้านโค้งคำนับต่ำ ศีรษะขาวชราก้มลงอย่างนอบน้อม

“เรียนคุณหนู…พวกข้าน้อยไม่คิดทิ้งนายท่านและคุณหนูขอรับ

นายท่านให้เงินพวกเรากลับบ้าน

แต่พวกเราอยู่รับใช้ท่านมานาน

จนไม่รู้จะเรียกที่อื่นว่า ‘บ้าน’ ได้อีก

เมื่อเอ้อเหนียงบอกว่า คุณหนูจะกลับมา

พวกเราจึง…ไม่ไปไหน”

คำพูดเรียบง่าย

แต่กลับหนักแน่นราวกับปักลงกลางหัวใจนาง

เอ้อเหนียงก้าวขึ้นมาอีกก้าว

“ก่อนนายท่านจะถูกจับ ได้สั่งการให้พ่อบ้านเคลื่อนย้ายทรัพย์สินออกมา

รวมถึงของมีค่าที่คุณหนูให้บ่าวนำออกมาด้วย

ตอนนี้อยู่ที่นี่ครบถ้วนเจ้าค่ะ”

ลังไม้จำนวนมากวางเรียงอยู่ข้างกำแพง ราวยี่สิบใบ

เมื่อเปิดออก สิ่งที่เห็นคือทองคำ เครื่องประดับ และทรัพย์สินล้ำค่าที่บิดาสะสมไว้

เขา…เตรียมการณ์ให้นางถึงเพียงนี้

ความเจ็บแน่นแล่นขึ้นมาจนปลายจมูกชา

เซี่ยหลัวเยี่ยนเม้มริมฝีปากแน่

นางจะไม่ร้องไห้

จะไม่อ่อนแอเด็ดขาด

หญิงสาวหันกายกลับมามองทุกคน

สายตาคมนิ่ง เคร่งขรึมดังเดิม

“พวกเจ้าแน่ใจหรือ

ว่าจะยังอยากอยู่กับคนร้ายกาจเช่นข้า”

ความเงียบปกคลุมโถง

ไม่มีใครก้าวถอย

เอ้อเหนียงจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น

“คุณหนูไม่ได้ร้ายกาจอย่างไร้เหตุผล

ท่านให้รางวัลและลงโทษชัดเจน

ท่านยังสอนพวกเราทำงานอีก

พวกเราคุ้นชินกับการอยู่ภายใต้คำสั่งของท่านแล้วเจ้าค่ะ”

“ใช่ขอรับ”

“ใช่เจ้าค่ะ”

เสียงรับดังขึ้นพร้อมกัน

หนักแน่น

ไม่ลังเล

เซี่ยหลัวเยี่ยนกวาดตามองทีละคน

ราวกับจดจำพวกเขาไว้ในใจ

“เมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะอยู่

ข้าก็จะบอกว่า

นับจากนี้

ข้ามีแผนจะกู้คืนทุกสิ่ง

หนทางอาจอันตรายยิ่งกว่าเดิม

ผู้ใดคิดจะถอนตัว

ตอนนี้ยังทัน ข้าให้โอกาส”

ไม่มีใครขยับ

หญิงสาวสูดลมหายใจลึก

ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงเสี้ยวเดียว

“เช่นนั้น…สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ

กินข้าว”

รอยยิ้มบางแตะแต้มที่มุมปาก

พอให้ทุกคนรู้ว่า

คุณหนูใหญ่ยอมรับพวกเขาแล้ว

พ่อครัวเป็นคนแรกที่ได้สติ รีบวิ่งเข้าครัว

คนอื่น ๆ แยกย้ายกลับไปทำหน้าที่

 ทุกคนมองหน้ากันใบหน้ายิ้มแย้มแม้มือจะทำงาน

ครั้งนี้…หัวใจของพวกเขาล้วนลิงโลด พองโต

ไม่เหมือนครั้งไหน

การได้กลับมาร่วมแรงใจอีกครั้ง ในวันที่ทุกอย่างพังครืน ยังมีแสงแห่งความหวังให้นางได้เกาะกุมไว้

ดวงตาสวยเปียกรื้น มองดูพวกเขาที่มีชีวิตชีวา

สิ่งเหล่านี้หากเป็นเมื่อก่อน นางไม่เคยใส่ใจสักน้อย

มองพวกเขาอย่างผ่านเลย

แต่ในวันนี้พวกเขากลับทำให้หัวใจของนางอบอุ่นขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่โดดเดี่ยว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status