Share

ตอนที่ 18 คุณหนูตกอับ

last update Last Updated: 2026-01-14 20:19:05

ตอนที่ 18 คุณหนูตกอับ

 

ตะวันยามบ่ายคล้อยต่ำ เงาตึกยาวเหยียดทอดทับบนทางเดินหินสีหม่น

ถนนใหญ่ที่เคยอึกทึกในยามเช้าบัดนี้ผู้คนเริ่มบางตา เหลือเพียงเสียงฝีเท้าประปรายและลมอุ่นที่พัดเอื่อยเฉื่อยผ่านเมืองหลวง

เซี่ยหลัวเยี่ยนก้าวออกมาจากศาลต้าหลี่ มุ่งตรงไปยังจวนอดีตแม่ทัพเซี่ย

นางสวมชุดที่ทางการจัดหาให้ เรียบง่าย ไร้ลวดลาย และซื้อหมวกที่มีผ้าคลุมบางเบามาปิดบังใบหน้าไว้

ตลอดทาง แม้ท่วงท่าจะยังตั้งตรงสง่างามดังเช่นเดิม

แต่ภายในกลับว่างเปล่า ราวกับหัวใจถูกควักออกไปแล้ว

ความสูญเสียที่ถาโถมในเวลาอันสั้

บ้าน…ชื่อเสียง…ครอบครัว…ทุกสิ่งถูกริบไปในพริบตา

ต่อให้นางเข้มแข็งเพียงใด เมื่อเผชิญเหตุไม่คาดฝันเช่นนี้ ก็ยากจะตั้งรับได้ทัน

ฝีเท้าของเซี่ยหลัวเยี่ยนเร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

นางจ้ำเดินไปข้างหน้า หลบเลี่ยงสายตาผู้คน

แม้ไม่มีใครรู้ว่านางเป็นใคร…

แต่ใจนางรู้ดีว่าตนเองกำลังหนีอะไร

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม

เซี่ยหลัวเยี่ยนจึงพาตัวเองมาหยุดยืนลง

เบื้องหน้าจวนหลังใหญ่ที่คุ้นเคย

จวนอดีตแม่ทัพเซี่ย

แผ่นป้ายปิดยึดทรัพย์ถูกพาดเป็นกากบาททับบนประตูใหญ่

จากที่เคยมีทหารเฝ้ายามแน่นหนา

ลานหน้าจวนสะอาดเอี่ยม

บัดนี้กลับมีเพียงฝุ่นหนาเกาะจับ ไร้ผู้คน ไร้ชีวิตชีวา

เซี่ยหลัวเยี่ยนกระพริบตาถี่ ๆ พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ

ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นไม่หยุด

คืนวันที่เคยหัวเราะ เคยอบอุ่น เคยเป็น “คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย”ผู้มีหน้ามีตา

พลันมลายหายไปสิ้น

ความคิดนางจมจ่อมอยู่กับอดีตได้ไม่นานนัก

เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังใกล้เข้ามา

นางหันไปมอง

และเห็นใบหน้าที่ไม่อยากพบที่สุดในยามนี้

หลิวอวี้เหวิน ใบหน้านางยิ้มเยาะ ดวงตาฉายแววเหนือกว่า

ท่วงท่าที่ก้าวเข้ามา ราวนางพญา

หาใช่คุณหนูผู้บอบบางในอดีตไม่

“คุณหนูใหญ่เซี่ย”

เสียงนางหวานหูแต่แฝงคม

“ข้าคิดไว้แล้วว่าท่านต้องมาอาลัยอาวรณ์อยู่ที่นี่”

สายตาดูแคลนวาบขึ้นไม่ปิดบัง

“ข้าจะมาหรือไปที่ใดก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

เซี่ยหลัวเยี่ยนตอบเรียบ เย็นเฉียบ

“จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร”

หลิวอวี้เหวินยิ้ม

“ท่านเป็นพี่หญิงของข้านะ ข้าเป็นห่วงจึงมารอรับท่านไปอยู่บ้านข้า”

“ไม่จำเป็น”

เซี่ยหลัวเยี่ยนเชิดคาง

“คนอย่างข้ายังไม่อับจนถึงขั้นต้องพึ่งบ้านเจ้า”

หลิวอวี้เหวินหัวเราะเบา ๆ

“ถึงตอนนี้ท่านยังคิดว่าตนเองเป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงส่งอยู่อีกสินะ”

“ท่านพี่อย่าได้ดื้อดึงเลยเจ้าค่ะ”

หลิวอวี้เหวินถอนหายใจเบา ๆ ราวกับเห็นใจ

“คนเราตกต่ำแล้ว หากยังถือศักดิ์ศรีอยู่ ก็จะยิ่งลำบากเปล่า ๆ”

นางเดินวนรอบตัวเซี่ยหลัวเยี่ยนช้า ๆ ก่อนส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้

เสียงตะโกนดังขึ้นทันที

“คุณหนูใหญ่กลับมาแล้วพวกท่าน

มาดู ตอนนี้ตกอับน่าสงสารเพียงใด!”

ผู้คนเริ่มทยอยสนใจเข้ามามุง

บ้างมีสายตาสอดรู้ บ้างสะใจ บ้างอยากเอาไปพูดต่อ

หลิวอวี้เหวินกลับมายืนด้านหน้า

น้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นทันตาเห็น

“ข้าหวังดีนะท่านพี่ จวนถูกยึด สมบัติก็ไม่เหลือ

ไปอยู่บ้านข้าเถอะ อย่างไรเราก็เป็นคนตระกูลเดียวกัน”

เซี่ยหลัวเยี่ยนยิ้มเยาะ

“หวังดี?”

“บิดาเจ้ากล่าวโทษบิดาข้า ยังมีหน้ามาพูดคำนี้อีกหรือ”

เสียงซุบซิบดังขึ้นทันที

หลิวอวี้เหวินรีบแก้

“ท่านพ่อข้าซื่อสัตย์เที่ยงธรรม ทำเพื่อบ้านเมือง!”

“ฆ่าพี่เพื่อผลงาน เรียกว่าทำคุณแผ่นดิน?”

เซี่ยหลัวเยี่ยนหัวเราะเย็น

“แม่ทัพเซี่ยรับใช้แผ่นดินทั้งชีวิต ศาลก็ยังบอกว่าไม่คดโกงเงิน

แต่บิดาเจ้ายังยัดข้อหาใช้งบเกินจำเป็นใครกันแน่ที่จงใจ”

ดวงตานางลุกโชน

หลิวอวี้เหวินหน้าเสีย จำต้องบีบน้ำตา

“ท่านพี่เอาแต่โทษผู้อื่น ข้าช่วยท่านไม่ได้แล้วจริง ๆ”

การแสดงของนางยิ่งทำให้ใจเซี่ยหลัวเยี่ยนเดือดดาลยิ่งกว่าทะเลเพลิง

แต่นางกลับยิ้มเยือกเย็น แววตายิ้มพราย

“หึ! ข้าว่าเจ้าเอาเวลาที่มายุ่งเรื่องของข้าไปจัดการ”

“เรื่องที่เจ้าถูกตบ หน้าจวนตัวเอง เพราะยั่วผู้ชายที่มีคู่หมั้น เสียก่อนเถอะ”

“ว่าแต่เจ้าไปขอโทษคุณหนูบ้านนั้นแล้วรึยัง?”

ปึ่ง! หลิวอวี้เหวิน ราวถูกถีบเข้ายอดอก ใบหน้านางแข็งค้าง ใจเต้นระส่ำ

แทนที่เซี่ยหลัวเยี่ยนต้องอับอาย กลายเป็นว่าสายตาทุกคู่กลับหันมาจดจ้องนาง

บ่าวรับใช้สาวรีบดึงชายเสื้อนายสาวให้ได้สติ

หลิวอวี้เหวินกระพริบตาถี่ ๆ แม้ไม่รู้ว่าต้องปรับสีหน้าเช่นไร แต่ยังส่งเสียง

“ได้ ในเมื่อข้าทำดีกับท่าน แต่ท่านกลับแว้งกัดข้า เช่นนั้นก็ไปตามทางของท่านเถอะ”

มิรอช้านางรีบหันกายเดินจากไปด้วย ใบหน้าร้อนผ่าวแทบแทรกแผ่นดินหนี

บ่าวรับใช้สองสามคนรีบเดินตามนาย

กลับไปอย่างรวดเร็ว

เซี่ยหลัวเยี่ยนผ่อนลมหายใจออกมาเบา ๆ เชิดใบหน้าขึ้นอีกครั้ง

ก่อนจะหันหลังให้กับอดีตเดินออกไปอีกทาง ทิ้งผู้คนข้างหลังที่กำลังซุบซิบให้ห่างออกไป

เซี่ยหลัวเยี่ยนเดินไปบนถนนอย่างไร้จุดหมาย ยังไม่รู้จะไปที่ใด

จู่ ๆ ก็มีมือคู่หนึ่ง โผล่มาจับแขนนางเข้าไปยังตรอกแคบ ๆ ข้างทาง

นางตกใจ คิดจะสะบัดมือใส่ แต่พอเห็นว่าเป็นใครจึงชะงักมือทัน

“เอ้อเหนียง เป็นเจ้าเอง” เซี่ยหลัวเยี่ยนเอ่ยด้วยความดีใจ

“ใช่เจ้าค่ะคุณหนู”เอ้อเหนียงยิ้

ก่อนจะหันไปส่องสายตาดูลาดเลานอกถนน

เมื่อไม่เห็นมีใครตามมาจึงกลับเข้าข้างกำแพง

“คุณหนูเจ้าคะ สิ่งที่ท่านให้ข้าไปทำเรียบร้อยดีเจ้าค่ะ”นางยิ้มกล่าว

เซี่ยหลัวเยี่ยนยิ้มบางพยักหน้า

“ดีมาก นึกว่าเจ้าจะทรยศข้าเสียอีก”นางเอ่ยด้วยใจจริง

เอ้อเหนียงส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่หรอกเจ้าค่ะ ข้าเติบโตมาในจวนท่านแม่ทัพ ในชีวิตไม่เคยไปไหน ข้าขอติดตามคุณหนูไปยังมีทางรอด”

นางเอ่ยตามจริงด้วยน้ำเสียงซื่อ ๆ

“ข้าเข้าใจแล้ว งั้นเจ้าพาข้าไปเถอะ”

เซี่ยหลัวเยี่ยนเอ่ย

เอ้อเหนียงดึงมือนางไว้แล้วส่งห่อผ้าให้

“คุณหนูเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะเจ้าค่ะ เผื่อใครตามมา”

“จากนี้เราจะแยกกันไป ท่านจำวัดท้ายตลาดได้หรือไม่เจ้าคะ”นางถาม

หญิงสาวพยักหน้ารับ

“เราไปพบกันที่นั่นนะเจ้าคะ ข้าจะออกไปก่อนตรงนั้น”นางชี้มือไปยังสุดตรอกตรงกันข้ามกับตรงที่ยืนอยู่

“ได้ ข้าจะตามไป ไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าก็ฉลาดรอบครอบขนาดนี้”

หญิงสาวเอ่ยชม

“ก็คุณหนูเป็นคนสอนเองนี่เจ้าคะ”เอ้อเหนียงกล่าวตอบด้วยดวงตาใสซื่อ

เซี่ยหลัวเยี่ยนนิ่งงัน นึกสงสัยว่าเป็นตอนไหนกันที่สอนนาง

เอ้อเหนียงออกไปก่อนแล้ว

เซี่ยหลัวเยี่ยนจึงสวมชุดทับมัดเอวให้ตัวดูหนาขึ้น ผูกผมเป็นมวยเหมือนหญิงแต่งงานแล้ว

โยนผ้าคลุมทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ แล้วเดินออกไปปะปนกับคนด้านนอก

นางพยายามเดินใกล้ผู้ชาย ทำทีเป็นคู่ผัวเมียที่มาด้วยกัน และเร่งฝีเท้าหายไปในตรอกแคบ ๆ

เพื่อตรงไปยังจุดนัดพบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 29 ใต้แสงจันทร์ หัวใจพันธนาการ 2

    ภายในห้องเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นระรัวของคนทั้งสองเมื่อเซี่ยหลัวเยี่ยนพ่ายแพ้ต่อแรงโม่จิ่งเหิงนางจึงนอนนิ่งภายใต้ร่างของเขาสองสายตาประสาน หนึ่งดวงเนตรสวยซึ้งปรากฏแววเคียดแค้นชิงชังหนึ่งดวงตาคมเข้มแฝงแววเย็นชาดุจน้ำแข็ง“เจ้าไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้าหรือ ถึงได้ปากกล้านัก” เสียงของเขาแผ่วต่ำ แต่ทรงพลังหลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาคมกล้าท้าทาย“ไม่ ในเมื่อท่านทำลายชีวิตข้าจนไม่มีอะไรเหลือ มันก็เหมือนกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”น้ำเสียงแน่วแน่ แฝงความแค้นลึกไม่ปิดบังรัชทายาทหนุ่มเหม่อมองริมฝีปากอวบอิ่มครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนขึ้นสบกับดวงเนตรงามที่สั่นไหวราวคลื่นในสายน้ำแววตาเขากระจ่างเย็นปนยั่วเย้า ปากบางยกยิ้มเย้ยหยัน“ข้าคงไม่ฆ่าเจ้าหรอก...แต่จะให้เจ้าตายทั้งเป็น อย่างที่เจ้าคิด”สิ้นถ้อยคำ เสียงลมหายใจก็ขาดห้วง ริมฝีปากหยาบกร้านแตะต้องลงอย่างฉับพลันความร้อนจากสัมผัสนั้นราวเปลวไฟที่เผาใจนางให้วูบไหวมือแกร่งข้างหนึ่งรวบข้อมือเรียวไว้เหนือศีรษะมั่นสายตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ลมหายใจของเขาหนักและถี่กระชั้นอีกมือหนึ่งปลดดึงอาภรณ์ออกจากร่างระหงส์เหลือเพียงเตี่ยวสีแดงเพลิง ที่ห่อ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 28 ใต้แสงจันทร์ หัวใจแห่งพันธนาการ 1

    ยามราตรีอันเยียบเย็น ลมหนาวพัดพาเกล็ดหิมะปลิวบางเบา แสงจันทร์สีเงินสาดต้องระเบียงชั้นสองของห้องนอน เงาไม้ไหวสะท้อนบนพื้นดั่งระลอกน้ำแห่งความลับ เซี่ยหลัวเยี่ยน ในอาภรณ์ผ้าแพรสีอ่อนกับผ้าคลุมขนสัตว์สีขาวนวล สะบัดพลิ้วในสายลม ใบหน้าละไมต้องแสงจันทร์ราวรูปแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่งามซึ้งนั้นกลับแฝงความแข็งกร้าว ตรงหน้านาง คือบุรุษผู้สูงศักดิ์ โม่จิ่งเหิง รัชทายาทแห่งแผ่นดิน ผู้มีสายตาเยือกเย็นและรอยยิ้มที่คล้ายเย้ยหยันโลกทั้งปวง จุมพิตเร่าร้อนเอาแต่ใจของโม่จิ่งเหิง กับความตึงเครียดของเซี่ยหลัวเยี่ยนพลุ่งพล่านใต้แสงจันทร์ส่องสว่าง เซี่ยหลัวเยี่ยนพยายามผลักอกแกร่ง จนดิ้นพ้นอ้อมแขนที่พันธนาการไว้ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหม่อมฉันเช่นนี้นะเพคะ” เสียงของหลัวเยี่ยนสั่นน้อย ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคง นางพยายามปกปิดความกลัวและสับสนที่ตีวนอยู่ในอก โม่จิ่งเหิงแค่นยิ้มเย็น เสียงหัวเราะในลำคอเบาแต่กรีดใจคนฟัง “เจ้าเป็นคนของข้า เหตุใดข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้” คำพูดเรียบง่ายนั้น กลับหนักหนาดั่งหินพันชั่งที่ถาโถมลงบนหัวใจนาง หลัวเยี่ยนเชิดหน้าขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว “พระองค์ได้โปรดให้เกียรติหม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 27 เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    ศาลาริมน้ำใต้จันทร์กระจ่าง แสงจันทร์สาดนวลทั่วผืนหล้า ดาวดาราระยิบระยับดังโปรยเกล็ดเพชรกลางฟากฟ้า สายลมเหมันต์พัดต้องยอดสนจนเกิดเสียงครวญเบา ๆ สายน้ำใต้ศาลาเคลื่อนไหวแผ่วเบา สะท้อนเงาจันทร์เป็นระลอกคลื่นงดงาม ใต้แสงเงินอันเยือกเย็นนั้น เงาร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีครามเข้มยืนทอดพระเนตรดวงจันทร์อยู่ริมระเบียงศาลา เส้นผมดำขลับปลิวไหวตามแรงลม ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแลดูงดงามประหนึ่งภาพวาด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความโดดเดี่ยวที่จับใจ เมื่อหลิวจิ้งเหยียนก้าวเข้าสู่ศาลา ภาพที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ องค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ทรงยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์เพียงลำพัง ราวกับถูกตัดขาดจากโลกทั้งปวง “ทูลองค์รัชทายาท…” เสียงของหลิวจิ้งเหยียนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “หม่อมฉันรู้ที่ซ่อนตัวของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยนแล้วพะย่ะค่ะ” ร่างสูงตระหง่านพลันหันกลับมา แววตาที่สะท้อนแสงจันทร์นั้นเจิดจรัสวาบขึ้นในบัดดล “นางอยู่ที่ใด” พระสุรเสียงของโม่จิ่งเหิงนิ่งเรียบ ทว่ามีความตื่นเต้นซ่อนอยู่ภายในที่ยากจะปิดบัง “นอกเมืองไปทางทิศเหนือพะย่ะค่ะ” หลิวจิ้งเหยียนตอบโดยมิ

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 26 ฟ้าหลังฝน

    เรือนไม้กลางป่า ในห้วงเหมันต์ ลมหนาวยามราตรีพัดต้องยอดสนให้เอนเอียง เสียงไม้ไผ่กระทบกันดังแว่วอยู่ในความเงียบของผืนป่า แสงจันทร์ขาวนวลลอดผ่านม่านหมอกบางต้องพื้นไม้บนเรือนเรียบง่ายกลางป่า เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าซึ่งเต็มไปด้วยเอกสารและสมุดบัญชี เสียงดีดลูกคิด “แกรก ๆ” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกถึงความตั้งใจของหญิงผู้เป็นนายเหนือบ่าวทั้งหลาย เซี่ยหลัวเยี่ยน บุตรีแม่ทัพเซี่ยอวี้เทียนที่เคยรุ่งเรือง เพียงไม่ถึงเดือนจวนถูกยึด บิดาถูกเนรเทศไปเมืองทุรกันดารทรัพย์ถูกอายัดเข้าคลังหลวง ยังดีที่บิดาและนางไหวตัวทันนำทรัพย์สินของมีค่าเคลื่อนย้ายออกมาพอให้อยู่ได้อย่างสบายตลอดชาติ หากลำพังตัวเองคงไม่ลำบาก ยังมีบ่าวที่ติดตามมาอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องดูแล บัดนี้นางจึงต้องลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยสองมือตนเอง เพื่อพลิกฟื้นฐานะตนเองอีกครั้ง “ท่านพ่อบ้าน หลงจู๊ที่ข้าให้ไปช่วยดูแลร้านอาหารในเมืองหลวง เป็นเช่นไรบ้าง?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยน ทว่าแฝงด้วยอำนาจและความมั่นใจ มือเรียวไม่หยุดเคลื่อนไหวเหนือเม็ดลูกคิด พ่อบ้านชราผู้ยืนอยู่เบื้องหน้ารีบค้อมศีรษะต่ำ ตอบด้วยเสียงนอบน้อม

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 25 จงฉงจื่อ

    ยามค่ำหลังราชกิจสงบ ลมราตรีพัดผ่านสวนหลวง กลิ่นดอกเหมยลอยคลุ้งปะปนกับไอเย็นของน้ำค้าง ใต้เงาจันทร์เสี้ยวที่ทอดผ่านม่านไม้ไผ่ องค์รัชทายาทประทับอยู่เพียงลำพังในศาลาแก้วกลางสวน พระองค์มิได้สวมฉลองพระองค์หรูหราเช่นในท้องพระโรง แต่ทรงฉลองพระองค์ผ้าแพรเรียบสีเทาอ่อน ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ เผยให้เห็นพระพักตร์ที่อ่อนวัยแต่เฉียบลึก เมื่อเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูศาลา พระเนตรของรัชทายาทก็เหลือบมองเพียงครู่ ก่อนจะเอื้อนรับด้วยเสียงเรียบเย็น “เจ้ามาแล้วหรือ — จงฉงจื่อ” ชายหนุ่มคุกเข่าลง ก้มศีรษะต่ำ “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้เรียกหม่อมฉันยามนี้ หม่อมฉันมาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทยกถ้วยชา พลิกฝาเบา ๆ กลิ่นชาเหมยลอยอวลในอากาศ พระเนตรทอดมองสายน้ำในถ้วย แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงแผ่วแต่มีแรงกดดันยิ่งกว่าพายุ “ในท้องพระโรงวันนี้... เจ้ากล้าก้าวออกมาอาสาท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ทั้งที่รู้ว่ามันอาจทำให้เจ้ากลายเป็นศัตรูของหลายคน เจ้ามีเหตุผลใด?” จงฉงจื่อยังคุกเข่าอยู่ ทอดสายตาไปยังพื้นศาลาที่สะท้อนแสงจันทร์ “หม่อมฉันมิได้คิดถึงศัตรูหรือมิตรพ่ะย่ะค่ะ คิดเพียงว่า หากราษฎรต้องอดอยาก ท้อง

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 24 พิสูจน์ความสามารถ

    เสียงระฆังยามอรุณกังวานสะท้อนอยู่ใต้เพดานสูงของท้องพระโรง เสียงนั้นเยียบเย็นราวสะท้อนจากหินหยกที่ปูอยู่ทั่วพื้น แสงแรกของวันลอดผ่านม่านไหมทองบางเบา ทาบลงบนพื้นหินเย็นเฉียบเหมือนคมดาบในฤดูหนาว ขุนนางทั้งสองแถวค้อมศีรษะลงพร้อมเพรียงอย่างเคารพ แต่ใต้ท่าทีสงบเสงี่ยมกลับซ่อนแววตาที่เฉียบคมราวอสรพิษในพงหญ้า ทุกคนต่างมีความคิดของตนเอง และรอเพียงจังหวะจะขยับหมาก เหนือบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ประทับสงบนิ่ง พระหัตถ์วางบนพนักบัลลังก์อย่างอ่อนแรง แต่สายพระเนตรกลับเลื่อนไปยังฮองเฮาแทบทุกครั้งที่มีผู้กราบทูล เหมือนว่าการตัดสินใจของแผ่นดินนี้ มิได้อยู่ในพระองค์มานานแล้ว เสียงอัครเสนาบดีดังขึ้นหนักแน่นแต่เรียบเย็น “ทูลฝ่าบาท หัวเมืองทางใต้บัดนี้ประสบอุทกภัยรุนแรง บ้านเรือนพังพินาศ ขวัญกำลังใจของราษฎรตกต่ำยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” เขาก้าวออกมาหนึ่งก้าว แสงอรุณกระทบชุดขุนนางสีครามเข้มเป็นประกาย เงาร่างทอดยาวราวเสาในท้องพระโรง จากนั้นเขากล่าวเรียกขุนนางท้องถิ่นให้ถวายรายงาน ชายผู้นั้นยกมือคำนับ สีหน้าเคร่งขรึมราวแบกความทุกข์ของแผ่นดินไว้ทั้งผืน “ฝ่าบาท... น้ำหลากรุนแรงกว่าทุกปีพ่ะย่ะค่ะ บ้านเรือนหลายพันห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status