Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 2 นี่จึงเรียกว่าร้าย

Share

ตอนที่ 2 นี่จึงเรียกว่าร้าย

last update Huling Na-update: 2026-01-14 17:19:49

ตอนที่ 2 นี่จึงเรียกว่าร้าย

ภายในวังหลวงยังคงคึกคักจากงานเลี้ยง เสียงดนตรีและเสียงหัวเราะหลอมรวมเป็นบรรยากาศแห่งความรื่นเริง

แต่ภายนอก เสียงฝีเท้าทหารหนักแน่นดังสะท้อนหินถนน กองกำลังจำนวนมากถูกส่งมาล้อมจวนตระกูลเซี่ย ราวกับเกรงว่าผู้ใดจะหลบหนี ทั้งที่ยังไม่มีผู้ใดถูกตัดสินผิด

“ท่านแม่ทัพเซี่ย ข้ามาเชิญท่านไปยังศาลต้าหลี่” เสียงประกาศดังชัดหน้าประตูจวน ทหารองค์รักษ์ยืนเรียงแถว หอกในมือขวางเป็นกำแพงเงียบงัน ไม่นาน ประตูจวนก็เปิดออก

“เหตุใดต้องเอิกเกริกถึงเพียงนี้” เสียงทุ้มหนักเอ่ยขึ้นอย่างสงบ

“มาเพียงไม่กี่คน ข้าก็ยินดีไป ไม่จำเป็นต้องขนมาทั้งกองทัพ” แม่ทัพเซี่ยยืนตัวตรง สีหน้าไม่เปลี่ยน

“ข้ายึดมั่นในความซื่อสัตย์มาตลอดชีวิต ไม่เกรงกลัวการถูกใส่ร้าย” ทุกถ้อยคำ ล้วนเปล่งออกไปเพื่อให้ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบนอกได้ยินอย่างถ้วนทั่ว

“เช่นนั้นก็เชิญท่านไปกับข้า” ทหารองค์รักษ์กล่าวรับ ไม่แสดงความเห็นใดอีก หานกั๋วซินก้าวออกมาอย่างร้อนใจ คิดจะเอ่ยห้าม

แต่แม่ทัพเซี่ยยกมือขึ้นเสียก่อน

“ข้าไม่ผิด ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใด” เขาหันไปมองผู้ใต้บังคับบัญชา

“ฝากเจ้าดูแลจวนแทนข้า แจ้งข่าวให้คุณหนูใหญ่รู้ก็พอ” กล่าวจบ เขาก้าวออกไปอย่างองอาจ

แม้ไม่ถูกผูกตรวน แต่การถูกควบคุมตัวออกจากจวนของตนเอง ก็เพียงพอจะทิ้งรอยอัปยศไว้ในใจ

ในปะรำพิธี งานเลี้ยงสิ้นสุดลงแล้ว ฮองเฮาเสด็จกลับตำหนัก เหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ต่างเตรียมแยกย้าย บ้างยังอ้อยอิ่งสนทนา

“ว้าย!”

เสียงกรีดร้องแหลมสูงฉีกบรรยากาศอันผ่อนคลาย ถ้วยกระเบื้องร่วงกระทบพื้น แตกกระจายอย่างไม่เป็นจังหวะราวกับมีผู้ตั้งใจทำลายความสงบให้พังทลายทุกสายตาหันไปยังจุดเดียวกัน

เซี่ยหลัวเยี่ยน “ใช่…อีกแล้ว”

“คุณหนูใหญ่! นางทำอีกแล้ว!” เสียงตะโกนดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนกน้ำเสียงหวาดกลัว ราวกับอสูรร้ายเพิ่งอาละวาดกลางห้อง

ทั้งที่ความจริง

เซี่ยหลัวเยี่ยนเพียงเดินผ่านหน้าหลิวอวี้เหวินไปจนเกือบพ้นแล้วเท่านั้นหญิงสาวในชุดขาวล้มลงกับพื้น

ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้ม ริมฝีปากถูกกัดแน่น พยายามกลั้นสะอื้น แต่ยิ่งข่ม ก็ยิ่งดูอ่อนแอ ราวดอกไม้ขาวที่ถูกเหยียบย่ำกลางโคลนตม แน่นอน

นางคือ “นางเอก” ของเรื่องนี้ และ เซี่ยหลัวเยี่ยน คือ “คุณหนูใหญ่จอมร้าย” ผู้ซึ่งแม้ยืนเฉย ๆ ก็กลายเป็นความผิด

“ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขวางทางท่านพี่…” เสียงนั้นสั่นไหว อ่อนโยน ราวจะปลิวหายไปกับลมหายใจถัดไป

ห้องทั้งห้องเงียบงัน ทุกคนกำลังรอ รอให้นางโกรธ รอฉากตบหน้า รอให้ชื่อเสียงที่ร่ำลือ ได้รับการยืนยันอีกครั้ง

เซี่ยหลัวเยี่ยนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

“ข้าจะตั้งใจทำเจ้า หรือไม่” นางเอ่ยช้า ๆ น้ำเสียงเรียบเย็น

“มันต่างกันตรงไหน ในเมื่อสุดท้าย…คนที่ถูกตราหน้าว่าร้าย ก็เป็นข้าอยู่ดี”

เพียงเท่านั้นเสียงซุบซิบก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง นางไม่สำนึก นางสมกับเป็นคุณหนูใหญ่ นางใจร้ายมาตั้งแต่เด็ก ทุกเสียงเหล่านั้น นางได้ยินชัดเจน

เพราะนางเอง…ก็เพิ่งตระหนักไม่นานมานี้ว่า  ที่นี่ ไม่ใช่โลกเดิมของนาง  ชาติที่แล้ว เซี่ยหลัวเยี่ยนไม่ได้ตายอย่างยิ่งใหญ่

ไม่ได้เสียสละและไม่มีผู้ใดหลั่งน้ำตาอาลัย นางเพียงถูกยิง  กระสุนพุ่งฝ่าความโกลาหล เสียงปืนดังเพียงครั้งเดียว ร่างบางก็ทรุดลง ก่อนจะทันรู้ด้วยซ้ำว่า ใคร เป็นคนผลักให้นางอยู่ผิดที่ผิดเวลา ความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในห้วงสติที่เลือนรางนั้น ช่างน่าขันยิ่งนัก หากมีโอกาสอีกครั้ง นางเลือกที่จะไม่เป็นคนดี หลังจากตื่นขึ้นมา ในร่างเด็กหญิงวัยสิบขวบ ภายใต้จวนแม่ทัพใหญ่ พร้อมชื่อเสียงอื้อฉาวที่มาก่อนความทรงจำเสียอีก “คุณหนูใหญ่” คือตัวตนในชาตินี้ของนาง ที่มาพร้อมกับเสียงร่ำลือเอาแต่ใจ  ริษยา  ร้ายกาจ  และโลกใบนี้ก็ปฏิบัติกับนางเช่นนั้น กริ่งเกรงในอำนาจของบิดา หวาดกลัวนาง เกลียดชังนาง  ดังนั้น จึงทำให้นางตัดสินใจได้ง่ายมากที่จะเป็น “นางร้าย”

หญิงสาวในชุดขาวยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น นางเงยหน้าขึ้นมองร่างระหงส์ที่ยังยืนตรงสง่า ไม่แม้แต่จะเหลือบแลนาง ดวงตาใสซื่อ เต็มไปด้วยความคาดหวังราวกับรอความเมตตา  คุณหนูบ้านรอง ช่างน่าสงสารเสียจริง นี่คือภาพจำที่ทุกคนเห็นชัดเจน

“ลุกขึ้นเถิด” เซี่ยหลัวเยี่ยนกล่าว แกมสมเพช  ทั้งห้องตกตะลึง แม้แต่นางเองก็ยังชะงัก

“ข้าไม่ชอบให้ผู้ใดคุกเข่าต่อหน้าข้าในที่สาธารณะ” นางกล่าวต่ออย่างสงบ 

“มันทำให้ข้าดูโหดร้าย…เกินกว่าความเป็นจริง”

เสียงซุบซิบดังขึ้นกว่าเดิม สายตานับสิบจับจ้องมาอย่างระแวง และไม่อยากเชื่อ 

หลิวอวี้เหวินลุกขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะก้มศีรษะต่ำ “ขอบคุณท่านพี่…”

เซี่ยหลัวเยี่ยนเหยียดยิ้ม นั่นยิ่งทำให้หลิวอวี้เหวินรู้สึกหนาวเย็นโดยไม่อาจอธิบาย

“อย่าได้ขอบคุณข้า” นางเอ่ยกระซิบเสียงเบาพอให้ได้ยินเพียงสองคน 

“จงจำไว้ให้ดี…ความเมตตา ไม่เคยได้มาฟรี”  หลิวอวี้เหวินชะงักงัน ดวงตาสั่นไหว  กล่าวจบเซี่ยหลัวเยี่ยน เดินออกจากงานเลี้ยง ทิ้งความโกลาหลไว้เบื้องหลังโดยไม่หันกลับไปมอง เพราะรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงฉากเปิดเรื่องเท่านั้น ในโลกที่คนดีมักอ่อนแอ และคนอ่อนแอ…มักตายก่อน

นางเลือกที่จะทำตามปณิธานที่ตั้งไว้  คือ “ร้าย ให้ถึงที่สุด”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status