Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 3 ความเมตตา ไม่เคยได้มาฟรี

Share

ตอนที่ 3 ความเมตตา ไม่เคยได้มาฟรี

last update Huling Na-update: 2026-01-14 17:20:17

ตอนที่ 3 ความเมตตา ไม่เคยได้มาฟรี

รถม้าคันหนึ่งเคลื่อนออกจากวังหลวงอย่างไม่เร่งรีบ ล้อไม้บดผ่านพื้นหินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายหัวใจที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกบีบจนแตก

ยามสายของเมืองหลวงจิ้งหลัวคึกคักเกินกว่าจะมีใครสนใจรถม้าธรรมดาคันหนึ่ง สองข้างถนนอัดแน่นด้วยผู้คน เสียงเรียกลูกค้าดังแข่งกับเสียงต่อราคา เสียงหัวเราะ เสียงบ่น เสียงถอนหายใจ ปะปนกับกลิ่นฝุ่น เหงื่อ และน้ำมันทอด ที่นี่คือสถานที่ซึ่ง ข่าวลือแพร่เร็วพอ ๆ กับโรคระบาด

และวันนี้…มันกำลังจะมีเรื่องใหม่ให้เล่ากันทั้งเมือง ถนนเส้นนี้มุ่งตรงไปยัง จวนเสนาบดีเซี่ยอวี้เฉิง น้องชายแท้ ๆ ของแม่ทัพใหญ่เซี่ยอวี้เทียน

รถม้าชะลอความเร็วลงเล็กน้อย ก่อนจะหยุดกึกอย่างกะทันหัน ห่างจากหน้าจวนบ้านรองตระกูลเซี่ยเพียงไม่กี่สิบก้าว แรงสะเทือนทำให้ร่างบางภายในรถสะดุ้ง

หลิวอวี้เหวินยังไม่ทันเอ่ยถาม บานม่านก็ถูกกระชากเปิดอย่างรุนแรง ลมฝุ่นพัดเข้าใส่ใบหน้า แสงแดดยามสายแยงตาจนแสบ

ก่อนที่นางจะทันมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แรงกระชากที่สองก็ฉุดร่างนางออกจากรถม้า ไม่ปรานี ไม่ลังเล ไม่ให้เวลาเตรียมใจ

“อ๊ะ!”

เสียงอุทานหลุดจากลำคอพร้อมกับร่างที่กระแทกพื้นหินแข็ง ฝุ่นผงปลิวขึ้นปะทะใบหน้า กลิ่นดิน กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นรองเท้าหนังเก่ากระแทกเข้าจมูก โลกทั้งใบหมุนคว้าง ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะฟาดลงมา

เพียะ!

เสียงนั้นดังสนั่น ดังพอให้เสียงตลาดเงียบลงไปชั่วขณะ แก้มขาวนวลสะบัดไปด้านข้าง ความเจ็บแล่นวาบจากผิวหนังลึกเข้าไปถึงกระดูก

หลิวอวี้เหวินร้องออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว น้ำตาเอ่อขึ้นทันทีโดยไม่ต้องสั่ง

“อ๊า!”

ความเจ็บยังไม่ทันจาง ฝ่ามือก็ฟาดซ้ำ

เพียะ! เพียะ!

แก้มอีกข้างชาไปในพริบตา รอยนิ้วแดงคล้ำปรากฏเด่นชัด ราวกับตราประทับแห่งความอัปยศ โลกทั้งใบสั่นไหว

หูอื้อ เสียงรอบข้างกลายเป็นเพียงเสียงหึ่ง ๆ

“หลิวอวี้เหวิน!” เสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้นอย่างจงใจ ดัง ชัด และคม

“เป็นถึงลูกขุนนาง กลับทำตัวต่ำช้า! ยั่วยวนคุณชายของผู้อื่น ทั้งที่เขามีคู่หมั้นแล้ว!”

คำพูดนั้นไม่ต้องการคำอธิบาย ไม่ต้องการความจริง มันต้องการเพียง ผู้ฟัง และตลาดแห่งนี้…เต็มไปด้วยผู้ฟัง

“ไร้ยางอาย!”

“สตรีเช่นนี้ยังกล้าออกมาเดินตลาด?”

“หน้าตาดูอ่อนหวาน ไม่นึกว่าจะต่ำทราม!”  เสียงซุบซิบเริ่มกลายเป็นคำตัดสิน สายตานับร้อยจับจ้องมาที่นาง ไม่มีใครถามว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่มีใครสงสัยว่าจริงหรือไม่ พวกเขาเพียงมอง และตัดสิน หลิวอวี้เหวินพยายามอ้าปาก อยากบอกว่าไม่จริง

อยากอธิบายว่าไม่เคยรู้จัก “คุณชาย” ที่ถูกกล่าวหา

แต่เสียงไม่ออก ลมหายใจติดขัด ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ ความกลัว ความเจ็บ และความอับอาย ถาโถมเข้ามาพร้อมกันนางไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าความผิดนี้เกิดขึ้นเมื่อใดไม่รู้ว่าคนเหล่านี้เป็นใครแต่เข้าใจอย่างหนึ่งชัดเจนไม่มีใครฟังคำอธิบายของนางความตื่นตระหนกผสมกับความเจ็บปวดหลอมรวมเป็นความอับอายที่แทบแทรกแผ่นดินหนีเสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยหลุดลุ่ยผมที่เคยหวีอย่างประณีตกระจัดกระจาย

ภาพของ “คุณหนูบ้านรองผู้อ่อนโยน”  ถูกฉีกทิ้งกลางตลาด เมื่อเห็นว่าบทบาทถูกแสดงครบถ้วน

ชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็ถอยออก ไม่รีบ ไม่พูด ไม่เหลียวหลัง แยกย้าย สลายตัว ปะปนกับฝูงชน ราวกับไม่เคยมีตัวตน เหลือเพียงหญิงสาวที่ทรุดกายอยู่บนพื้นหิน ตัวสั่น น้ำตาไหลไม่หยุด บ่าวรับใช้หญิงรีบวิ่งเข้ามา โอบกอดนายสาวไว้แน่น แขนเล็ก ๆ พยายามปิดบังใบหน้าที่บวมช้ำ

แต่ไม่อาจปิดบังสายตานับร้อยคู่ ภาพนี้ จะถูกจดจำไปอีกนาน

ขณะเดียวกัน ไม่มีใครสังเกตเห็นรถม้าคันหนึ่งที่เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า หลังม่านบางดวงตาคู่หนึ่งกำลังทอดมองเหตุการณ์ทั้งหมด

นิ่ง เย็นและพอใจเซี่ยหลัวเยี่ยนหลับตาลงชั่วครู่เสียงตลาดค่อย ๆ เลือนหายไป ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ไม่มาก ไม่น้อย พอดีจนไร้ที่ติ

นางไม่ได้รู้สึกสะใจ เพราะความพินาศที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่เสียงร้องหรือคราบน้ำตา แต่ขึ้นอยู่กับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ในยุคที่ชื่อเสียงของสตรีสำคัญยิ่งกว่าชีวิต มันแตกง่ายกว่ากระดูกและสมานยากกว่าบาดแผล

“น่าสงสารหรือ?” นางพึมพำกับตัวเอง

“ใช่…แค่ตอนนี้เท่านั้น”  เซี่ยหลัวเยี่ยนลืมตาขึ้นแววตาเย็นเฉียบ ไร้คลื่นอารมณ์ริมฝีปากยกยิ้มหยันนางไม่ต้องการทำลายหลิวอวี้เหวินในวันเดียว

คนที่พังเร็วเกินไป…มักถูกลืมเร็วนางต้องการให้อีกฝ่าย อยู่ต่ออยู่กับสายตาที่เคยชื่นชมค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นระแวงเป็นดูแคลนเป็นรังเกียจ

อยู่กับคำซุบซิบอยู่กับความน่าสงสารที่แปรเปลี่ยนเป็นความรำคาญและในวันที่ไม่มีใครเข้าข้างนางอีกต่อไปนั่นแหละ

คือวันที่หลิวอวี้เหวินจะเริ่มแตกสลายด้วยตัวเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status