Home / รักโบราณ / ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท / ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย 2/2

Share

ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย 2/2

last update Huling Na-update: 2026-01-14 17:19:22

ตอนที่ 1 คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ย 2/2

ภายในวังโอ่อ่า เหล่าบรรดาหญิงสาวจากตระกูลใหญ่ต่างพากันแต่งกายประชันโฉมอย่างไม่ยอมกัน

นั่งประจำที่ของตนตามที่จัดไว้

ตระกูลเซี่ยนั้นอยู่ใกล้กับตำแหน่งที่ประทับฮองเฮาทางฝั่งขวา หมายถึงความสำคัญลำดับต้น

เซี่ยหลัวเยี่ยน นั่งยังที่ของตนมิเหลือบแลผู้ใด คิ้วโก่งได้รูปราวพู่กันวาด แฝงความมั่นใจจนแทบกลายเป็นความเย่อหยิ่ง ริมฝีปากแต้มสีหม่น โครงหน้าคมชัด สง่างาม ไม่ต้องพยายามเติมแต่ง นางนั่งนิ่ง ราวกับที่นั่งนั้นถูกสร้างมาเพื่อรองรับตัวนางเพียงผู้เดียว

ข้างกายนางคือลูกพี่ลูกน้อง บุตรสาวจากบ้านรอง หลิวอวี้เหวิน ใบหน้านวลละมุนอ่อนโยน คิ้วเรียวโค้งนุ่ม กลับเสริมให้สีหน้านั้นอ่อนโยน อ่อนหวาน ราวกับผู้ไม่เจนโลก นางยิ้มเล็กน้อยอย่างสงบเสงี่ยมให้เซี่ยหลัวเยี่ยน หากแต่นางได้รับเพียงการเหลือบแลด้วยหางตา ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ใส่ใจกลับมา หลิวอวี้เหวินจึงทำได้เพียงยิ้มบาง ๆ หลุบสายตาลง ใบหน้าเศร้าสร้อยเล็กน้อย เสียงซุบซิบดังขึ้นเมื่อหลายคนเห็นกิริยาท่าทางนั้นของเซี่ยหลัวเยี่ยน หากแต่เรื่องนั้นต้องถูกขัดจังหวะ เมื่อพิธีการเริ่มขึ้น องค์ฮองเฮาเสด็จเข้ามายังท้องพระโรงประทับนั่ง

“วังหลวงแคว้นเราเงียบสงบมานาน วันนี้จึงได้จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมา ให้เหล่าดอกไม้งามจากหลายตระกูลได้อวดความงดงาม นี่ถือเป็นโอกาสให้พวกเจ้าได้แสดงปัญญา มารยาท และคุณธรรมออกมา เริ่มพิธีได้”

สิ้นพระสุรเสียง ดนตรีได้เริ่มบรรเลง นางระบำออกมาร่ายรำงดงามตรงกลางลาน เมื่อจบการแสดง ฮองเฮาทรงยิ้มเพียงเล็กน้อย และให้ขันทีนำสิ่งที่เตรียมไว้ออกมา

“นี่คือหัวข้อ ถ้วยชาหกคุณธรรม แต่ละถ้วยติดป้ายเพียงคำเดียว” ขันทีเอ่ยประกาศ

“ให้พวกเจ้าเลือกขึ้นมาหนึ่งถ้วยแล้วตอบ ว่าหากเจ้าต้องปกครองเรือน จะใช้คุณธรรมข้อนั้นดูแลเรือนของเจ้าอย่างไร” ฮองเฮากล่าวเปิดการทดสอบ

ถาดที่วางถ้วยถูกวางตรงหน้าหญิงสาวทุกคน จากนั้นต่างพากันตอบตามที่ตนเองเลือก

ถาดนี้ถูกวางตรงหน้า หลิวอวี้เหวิน นางเลือกหยิบถ้วยคำว่า “ความจงรักภักดี”

นางคิดว่านี่คือคำที่ปลอดภัย สวยงาม และต้องถูกพระทัยฮองเฮาที่สุด

“ความจงรักภักดี คือรากฐานของบ้านหากหม่อมฉันเป็นผู้ปกครองเรือนจะต้องยึดมั่นข้อนี้เป็นสำคัญ ต้องหนักแน่นมั่นคง ไม่เอนเอียงตามผลประโยชน์ ภักดีต่อตระกูล ภักดีต่อราชสำนัก ฮ่องเต้และฮองเฮาดุจเงาที่ไม่ทอดทิ้งร่างเพคะ” เสียงอ่อนหวานกังวานเสนาะโสต ฮองเฮาทรงทำท่าคิดตาม และยิ้มบางๆพึงพอใจ

หลิวอวี้เหวิน ทำทีอ่อนน้อมยิ้มบางปรับท่าทีไม่หยิ่งผยอง ราวผู้ถ่อมตน

เมื่อถาดถูกวางตรงหน้าเซี่ยหลัวเยี่ยน นางนิ่งสงบมองถ้วยแต่ละใบอย่างใช้ความคิด ท่าทีนั้นกลับถูกสาวงามซุบซิบอย่างดูแคลน

‘นางหรือจะตอบอะไรได้ ข้าได้ยินมาว่า นางนั้นเอาแต่ใจ บิดาจ้างครูมาสอนยังต้องถูกตะเพิดทุกราย’

‘ดูท่าทางนางสิราวกับรู้ดีนักหนา จะตอบได้ดีกว่าหลิวอวี้เหวินรึเปล่าเถอะ น่าสงสารนางเสียจริงต้องเป็นบ้านรอง ฉลาดกว่า สวยกว่าแท้ๆ’

เซี่ยหลัวเยี่ยนมิได้สนใจสิ่งที่ได้ยินแม้แต่น้อย ยกยิ้มริมฝีปากบาง คำนับน้อมถวายคำตอบต่อฮองเฮา

“ทูลฮองเฮา หม่อมฉันนั้นมิคิดจะเลือกเพียงถ้วยหนึ่งถ้วยใดเพคะ”สิ้นเสียงนาง เกิดเสียงซุบซิบดังขึ้น ฮองเฮาเองก็มองนางเลิกพระขนงสงสัย รอฟังอย่างตั้งใจ

“นั่นเพราะการปกครองเรือนที่แท้ มิอาจขาดคุณธรรมข้อใดข้อหนึ่งได้ หากจำเป็นต้องเลือก หม่อมฉันขอเลือก ‘ถ้วยเปล่า’ เพื่อเติมทุกข้อ และใช้ให้ถูกกับกาลและหน้าที่เพคะ” ชาทั้งหกถ้วยถูกเทลงในถ้วยเปล่าและนางดื่มลงไปไม่ช้าไม่เร็วจนหมด

ฮองเฮาทรงพอพระทัยถึงกับออกพระสุรเสียงดังว่า “ดี ๆ เจ้าคิดได้ดีมาก น่าสนุกๆ”

บรรยากาศงานเลี้ยงเริ่มคึกคักขึ้น เมื่อเหล่าสาวงามคิดจะแก้มือในหัวข้อถัดไป

“หัวข้อถัดไป ตีความ คำที่ว่า สตรีกับอำนาจ เริ่มได้”ขันทีประกาศจบ พู่กันและกระดาษถูกวางตรงหน้าทุกคน

หญิงงามต่างเขียนคำตอบ หลากหลาย หากแต่ละคำ ล้วนจำกัดที่ว่า สตรีไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการบ้านเมือง

สตรีควรปฏิบัติตามหลักบัญญัติสตรีอย่างเคร่งครัด บลาๆๆๆ ที่ล้วนแต่ถูกกดไว้ที่หลังบ้านทั้งสิ้น

ฮองเฮาทรงนั่งนิ่งฟังการอ่านของขันที ทีละแผ่นด้วยใบหน้านิ่งหากแววตากลับแฝงความเบื่อหน่าย

“ดอกเหมยไม่ขึ้นบัลลังก์ แต่ฤดูหนาวจะไม่ผ่านไปหากไร้กลิ่นหอมของมัน กลอนของคุณหนูเซี่ยหลัวเยี่ยน จากตระกูลเซี่ย”

สิ้นเสียงขันที ฮองเฮาเกิดประกายฉายในแววตาเสี้ยววินาทีหนึ่ง

“เจ้าลองอธิบายประโยคนี้ได้หรือไม่” พระองค์ทรงตรัสถาม

“ได้เพคะ หม่อมฉันคิดว่า สตรีไม่จำเป็นต้องออกหน้าทำการใหญ่ใด แต่ก็ยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังได้อย่างทรงพลัง ในปฐพีนี้ มีใครไม่ยอมรับบ้างว่าหากขาดสตรีแล้วไซร้ บุรุษจะออกรบได้อย่างสบายใจ” นางเอ่ยตอบ ยิ้มอย่างจริงใจต่อองค์ฮองเฮา

ฮองเฮายิ้มบาง ๆ พระเนตรฉายแววพึงใจ เพราะนี่คือคำตอบของคนที่เข้าใจอำนาจแท้จริง

“คำถามข้อสุดท้าย ฮองเฮาทรงให้ทำการตัดสินคดีจำลอง ดังนี้ ข้อหลวงสองคน คนหนึ่งซื่อสัตย์แต่ไร้ปัญญา ทำให้วังหลวงเสียหาย อีกคนฉลาดหลักแหลมแต่คดโกง ทำให้วังหลวงรุ่งเรือง หากต้องลงโทษ เลือกลงโทษผู้ใด” ขันทีประกาศคำถามข้อสุดท้ายจบลง กลับเกิดเสียงซุบซิบ และใบหน้าท้อแท้ของหลายคน พวกนางเรียนแต่การบ้านการเรือนไหนเลยจะเคยคิดเรื่องพวกนี้กัน บางคนถึงกับไม่ตอบนั่งนิ่ง

ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรมองมายังเซี่ยหลัวเยี่ยนราวกับรอคำตอบจากนาง

หลิวอวี้นั้น หลังจากพ่ายแพ้มาถึงสองครั้ง ไม่อาจดึงพระเนตรของฮองเฮามาที่ตนได้ เริ่มอึดอัดใจ ขบคิดอย่างหนัก ครั้งนี้นางต้องทำให้ดี

เมื่อคิดไตร่ตรองแล้วจึงชิงตอบก่อน “ทูลฮองเฮา หม่อมฉันคิดว่า ผู้ฉลาดนั้นแม้จะนำความรุ่งเรืองมาให้แคว้น แต่ก็คดโกงอยู่ร่ำไป นานวันเข้ามีแต่จะกัดกร่อนรากฐานแคว้นในระยะยาว จึงเห็นว่าควรลงโทษคนโกงนี้ก่อน และจึงสอนคนซื่อสัตย์ให้รอบครอบยิ่งขึ้นเพคะ”

ฮองเฮาทรงคิดตาม แต่ความคิดนี้ก็ดูธรรมดาเกินไป อย่างไรคนทั่วไปก็คิดได้เช่นนี้ หากแต่เสียงหญิงสาวส่วนใหญ่กลับสนับสนุนความคิดของนาง

ตลอดการตอบ เซี่ยหลัวเยี่ยนไม่หันไปเหลียวแลนางหรือผู้ใดมองนิ่งแต่ถ้วยน้ำชาตนเอง จนหลิวอวี้เหวินตอบจบ

นางจึงยกยิ้มบาง “ทูลฮองเฮา หม่อมฉันจะไม่ลงโทษใครเพคะ” สิ้นเสียงนาง เสียงซุบซิบในห้องก็ดังหนาหูขึ้น ครั้งนี้ฮองเฮาตั้งใจฟังยิ่งกว่าครั้งไหน “เช่นนั้นเจ้าจะจัดการอย่างไร” พระองค์ทรงตรัสถาม

“หม่อมฉันเลือกที่จะย้าย คนซื่อสัตย์ไปอยู่ตำแหน่งที่ไม่ต้องตัดสินใจ และให้คนฉลาดทำงานภายใต้การตรวจสอบสามชั้น เพราะการลงโทษคือการตัด แต่การเลือกใช้คนให้ถูกคือการปกครองเพคะ”

ทั้งห้องกลับเกิดความเงียบลง ฮองเฮาวางถ้วยชาลงช้า ๆ ยิ้มบางมิเอ่ยสิ่งใด หากในใจกลับจดจำนางไว้แล้ว

“จบการทดสอบ ผู้ชนะครั้งนี้คือ คุณหนูตระกูลเซี่ย เซี่ยหลัวเยี่ยน มอบรางวัลไปที่จวน”ขันทีประกาศ สายตามีแววพึงพอใจยินดีให้นาง

เซี่ยหลัวเยี่ยนยิ้มรับบาง ไม่อวดโอ่ ไม่เย่อหยิ่ง หากใบหน้างามก็ไม่เหลือบแลผู้ใดอย่างยิ่ง

หลิวอวี้เหวิน หันไปเอ่ยคำยินดีกับนาง คาดว่าเสียงไม่เบาไม่ดังเกินไปของนางต้องเป็นจุดสนใจ และแน่นอนว่าท่าทีเย็นชาของเซี่ยหลัวเยี่ยนยิ่งจะทำให้นางนั้นน่าสงสารเพียงใดที่ถูกหมางเมินจากญาติผู้พี่

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 48 เผ่าทมิฬ ไร้ชื่อ ไร้นาม

    “เจ้าคิดว่านี่จะหยุดเขาได้หรือ? ในเมื่อทั่วแผ่นดินเขาฝังรากมาเนิ่นนาน” นางส่ายหน้าเบา ๆ “เพราะเป็นเช่นนี้ หม่อมฉันจึงคิดว่า หากเดินหมากแล้วไม่สำเร็จ เขาย่อมต้องลงมือหนักขึ้น”นางเอ่ยท่าทีครุ่นคิด “เจ้ากลัวแล้วหรือ?”โม่จิ่งเหิงยกยิ้มถาม “หม่อมฉันมิได้กลัว แค่คิดว่าจะจัดการพวกมันยังไงให้สาสม อัครเสนาบดี กับเซี่ยอวี้เฉิง ใส่ร้ายบิดาของหม่อมฉัน มันต้องรับโทษทัน”แววตานางวาววับด้วยแรงแค้น โม่จิ่งเหิงหลุบดวงเนตรต่ำลง ใจพระองค์ย่อมรู้ดีว่า ใครคือผู้วางหมากนี้ หากนางรู้ว่าเป็นเขาที่บีบใช้แผนเสียเอง นางคงจะยากอภัย ขณะความเงียบชั่วอึดใจ พลันบังเกิด ลมพัดจากหน้าต่างเข้ามาสายหนึ่ง ฟึ่บ! เสียงแผ่วเบาแทบไม่ได้ยิน เทียนเล่มหนึ่งดับลงในทันที เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานจากคานหลังคาราวกับวิญญาณร้าย ดาบบางเฉียบสะท้อนแสงเทียนวาบหนึ่งก่อนฟันลงตรงพระศอของรัชทายาทอย่างแม่นยำ หลิวจิ้งเหยียนที่เฝ้าอยู่นอกประตูพลันสัมผัสไอสังหารได้ก่อนครึ่งลมหายใจจึงถลันกายเข้ามาอย่างรวดเร็ว “ระวัง!” เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกัน โม่จิ่งเหิงเอนกายหลบ ดาบเฉียดปลายผมไปหวุดหวิด ประกายไฟแลบวาบในความมืด มือสังหารส

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 47 ความแค้นของฮ่องเต้

    ทว่าผู้ที่อยู่ในกระดานหาใช่มีเพียงหนึ่งไม่ ความละโมบของอัครเสนาบดีหาได้หลุดพ้นจากสายพระเนตรขององค์ฮ่องเต้ไม่ค่ำคืนปกคลุมพระราชวังด้วยความเงียบหนักอึ้ง โคมไฟใต้ชายคาตำหนักไท่เหอแกว่งไกวตามแรงลมหนาว เงาทอดยาวบนพื้นหินเย็นเยียบ ราวกับลางร้ายที่กำลังคืบคลานภายในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ประทับนิ่งหลังโต๊ะมังกร พระพักตร์สงบนิ่ง ทว่าแววพระเนตรลึกดำมืดดุจพายุที่ก่อตัวรายงานลับถูกวางเรียงเบื้องหน้าตราประทับขององครักษ์เงาถ้อยคำสั้นกระชับ แต่หนักแน่นพอจะสะเทือนบัลลังก์อัครเสนาบดีเว่ยชางหลง สั่งการโยกย้ายขุนนางฝ่ายทหารทรัพย์สินไหลเวียนผิดปกติส่งเครือข่ายสายลับแทรกซึมถึงกรมพิธีการและที่ร้ายแรงที่สุด คือการส่งมือสังหารลอบปลงพระชนม์รัชทายาทระหว่างเสด็จช่วยผู้ประสบภัยหัวเมืองใต้ฮ่องเต้ทรงหลับพระเนตรครู่หนึ่งหากบัลลังก์จะตกสู่มือโม่จิ่งเหิง พระองค์ย่อมยินยอมแต่หากต้องตกอยู่ในเงื้อมมือชายชู้ของฮองเฮา มิเท่ากับนั่นคือการเหยียบย่ำสายเลือดมังกรโดยแท้หรอกหรือฮองเฮา…พระองค์ทรงทราบดีว่านางถูกชักใยด้วยความทะเยอทะยานและความหลงผิดทว่าผู้ที่หมายเอาชีวิตโอรสเพียงองค์เดียวของพระองค์นั้นมิอาจอภัย“พวกมัน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 46 สายใยบางเบา หัวใจเจ้าเป็นของใคร?

    อรุณแรกค่อย ๆ ทอแสงหลังฝนสุดท้ายโปรย ช่วงเวลาพักฟื้นพระวรกายผ่านไปเจ็ดวันบาดแผลของรัชทายาทเริ่มสมาน เลือดที่เคยซึมหยุดไหล ไข้ที่เคยรุมเร้าก็เลือนหาย ชายหนุ่มในฉลองพระองค์สีขาวเรียบง่ายทรงก้าวออกมารับลมเช้า พระพักตร์ยังซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับสดใสกว่าหลายวันก่อนเซี่ยหลัวเยี่ยนยืนอยู่เคียงข้าง มิห่างกายแม้ก้าวเดียว นางสวมอาภรณ์แพรสีฟ้าอ่อน ปลายแขนเสื้อพริ้วไหวตามสายลม เรือนผมดำขลับเกล้ามวยอย่างประณีต ปักปิ่นหยกขาวเรียบง่าย งามสง่าดุจดอกบัวแรกแย้มกลางสระทั้งสองประทับนั่งตรงศาลา บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชาร้อนควันบางลอยกรุ่นรัชทายาททอดพระเนตรหญิงสาวครู่หนึ่ง ก่อนตรัสเสียงนุ่มต่ำ“หลายวันมานี้ เจ้าคงเหน็ดเหนื่อยที่ดูแลข้า”น้ำเสียงนั้นมิใช่เพียงความเกรงใจ หากแฝงความอ่อนโยนที่มิได้มีต่อผู้ใดง่าย ๆเซี่ยหลัวเยี่ยนยกถ้วยชาขึ้นจิบ สีหน้ายังคงเรียบเฉยราวสายน้ำสงบ“หม่อมฉันทำเพื่อตำแหน่งฮองเฮา มิต้องทรงห่วงหรอกเพคะ”ถ้อยคำฟังดูเย็นชาแฝงแววประชดประชัน ทว่าแววตาที่หลุบต่ำกลับไหววูบเล็กน้อย ปลายนิ้วที่จับถ้วยชาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แก้มเนียนใต้แสงเช้าดูเรื่อบางอย่างมิอาจปิดบังรัชทายาทยกมุมพระโอษฐ์

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 45 ความอดกลั้นที่ขาดผึง

    จวนเจ้าเมืองสกุลหลิน เรือนฮูหยินใหญ่ยังสว่างด้วยเปลวเทียนนิ่งสงบ“นายท่านไปค้างที่เรือนบุปผาอีกแล้วใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามสาวใช้ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาร้าวลึก“ใช่เจ้าค่ะ เห็นว่าวันนี้ฮูหยินรองเกิดอาการแพ้กุ้งจากอาหารในงานเลี้ยงเจ้าค่ะ”“แพ้กุ้งงั้นหรือ…”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้ากู้ซู่อิ๋ง หากดวงตากลับเย็นเยียบ งานเลี้ยงต้อนรับหลานสาวผู้เฒ่าหลินเมื่อเย็น ช่างสบโอกาสให้นางได้ลงมือ กำจัดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที กุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ ที่นางสั่งให้คนครัวคัดสรรมาอย่างดี ให้พ่อครัวทำเป็นซุปใสให้เฉพาะฮูหยินรอง ส่วนคนอื่นๆ ได้กุ้งทั้งตัว นั่นเพราะนางรู้ดีว่ามันทำให้คนกินแพ้อาจถึงตายได้ และไม่มีใครรู้ว่าผิงอันฮูหยินรองนั้นแพ้กุ้งนอกจากนางที่พบสมุดบันทึกส่วนตัวของผิงอันเข้าโดยบังเอิญ ดังนั้นผลงานนี้นางต้องไปดูให้เห็นกับตาณ เรือนบุปผาหลินจื่อเยว่เช็ดกายภรรยารองด้วยความกังวลใจ “ผิงอัน เจ้าต้องหาย อย่าเป็นอะไรไปนะ เพื่อข้าและจิ่วเอ๋อ…”แม้หมอจะจัดยาและลดพิษลงได้ แต่ร่างกายนางก็ยังอ่อนแออยู่มากภาพสามคน พ่อแม่ลูกแนบชิดราวโลกนี้มีเพียงกันและกันถึงกับทำให้กู้ซู่อิ๋งที่เพิ่งมาถึงประตู รู้สึกหัวใจถูก

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 44 เจ้าห้ามตายเด็ดขาด

    สายฟ้าผ่าฉีกฟากฟ้า แสงวาบสว่างชั่วขณะเผยภาพคมดาบที่ฟาดลงอย่างไร้ปรานี จากทางเบื้องหลัง องค์รัชทายาทชายหนุ่มหันมารับดาบไว้ทันด้วยมือข้างเดียว เสียงโลหะกระทบกันดังแกร่งกร้าว โม่จิ่งเหิงถอยหลังครึ่งก้าว เลือดสดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีเข้มให้ยิ่งดำทะมึนชั่วพริบตาก่อนที่คมดาบจะปลิดชีพนั้น ลูกธนูสายหนึ่งพุ่งฝ่าม่านฝนดัง “ฟึ่บ! ฉึก!” ปลายศรปักทะลุคอหอยนักฆ่าอย่างแม่นยำ ร่างในชุดดำทรุดฮวบลงกับพื้นโคลน เลือดไหลปนสายฝน จงฉงจื่อยังคงลดคันธนูลงช้า ๆ แววตาคมดุใต้ม่านฝนเยียบเย็น “คิดลอบปลงพระชนม์รัชทายาท… ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง” หลิวจิ้งเหยียนไม่รอช้า รีบนำทหารองค์รักษ์ คุ้มกันโม่จิ่งเหิงกลับจวน ท่ามกลางพายุที่ยังคำรามไม่หยุดภายในห้องบรรทม กลิ่นโลหิตผสมกลิ่นยาสมุนไพรลอยคลุ้ง หมอหลวงกำลังจับชีพจร สีหน้าขรึมเคร่ง“พระอาการมิถึงกับสาหัส แต่เสียโลหิตมาก บาดแผลลึกและยาว อีกทั้งต้องระวังพิษไข้แทรกซ้อน อย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะฟื้น สองสามวันนี้ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดขอรับ” หลิวจิ้งเหยียนพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยดั่งหินผา ทว่าแววตากลับเคร่งเครียดเกินกว่าจะปิดบังไป๋อวี่หลงยืนข้างเตียง คอยส่งผ้า ช่วยเปลี่ยน

  • ข้าคือนางร้าย แต่ไม่ยอมตายตามบท   ตอนที่ 43 น้ำนิ่งซ่อนคลื่นลม

    จวนสกุลเซี่ยเคยโอ่อ่าเป็นที่ยำเกรงของผู้คน ทว่าบัดนี้กลับต้องเปิดประตูรับ “บ้านรอง” เข้ามาอยู่อาศัยแทนที่โดยไม่มีใครกล้าเอ่ยค้าน เมื่อผู้หนึ่งตกต่ำ อีกผู้หนึ่งผงาดขึ้นสูง ความภักดีของคนย่อมเอนเอียงไปตามอำนาจ สกุลเซี่ยเองก็ไม่อาจหนีพ้นชะตานั้นเซี่ยอวี้เฉิง เสนาบดีกรมคลังผู้กุมเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของแคว้น แม้ชื่อเสียงจะรุ่งเรืองจนผู้คนต้องเกรงใจ แต่ต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ไร้สิทธิ์ขัดขืน บัดนี้แม้แต่บุตรสาวเพียงคนเดียวที่เขาทะนุถนอม ยังต้องบอบช้ำแทบสิ้นสติด้วยน้ำมือผู้มีอำนาจเหนือกว่าเสียงร่ำไห้สะอื้นดังสะท้อนโถงเรือน อวี่เฟิงกอดหลิวอวี้เหวินแน่น ร่างบางในอ้อมแขนสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดราวกลีบดอกไม้ต้องลมหนาว“เป็นเพราะท่าน... ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน อวี้เหวินจะเป็นเช่นนี้หรือ ฮือ ๆ…” น้ำเสียงของมารดาแตกพร่า เจ็บปวดจนแทบขาดใจใบหน้าเซี่ยอวี้เฉิงเคร่งขรึม เส้นเลือดที่ขมับเต้นระริก ความโกรธและความอับจนถาโถมอยู่ในอก “เจ้าก็เอาแต่โทษข้า อวี้เหวินเตือนแล้วไม่ฟังเอง”คำพูดแข็งกระด้าง ทว่าดวงตากลับฉายแววปวดร้าวยากจะปกปิดหลิวอวี้เหวินซบหน้ากับอกมารดา น้ำตาไหลอาบแก้มจนแสบผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status